Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 10

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 10   Thu Sep 04, 2014 10:58 am

5 ปีที่แล้ว

ณ ปราสาทแคว้นทังโกะ มีชายหนุ่มผมน้ำตาลเดินอยู่บนพื้นไม้ เขาสวมชุดยูกาตะสีเทา เสียงฝีเท้าที่เขาเหยียบบนพื้นไม้ดังขึ้นเป็นระยะๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปที่ประตูเลื่อน เขาคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะใช้มือเลื่อนประตูช้าๆ เมื่อประตูถูกเลื่อนจนสุดก็ปรากฏเป็นภาพของชายที่ผมหงอกทั้งหัวนั่งอยู่บนพื้น เขามองไปที่ต้นซากุระที่บนพื้นนั้นมีดอกซากุระมากมาย ชายแก่คนนี้ยกแก้วของเขาขึ้นก่อนจะจิบชา ชายแก่คนนี้หันมามองชายหนุ่มผมน้ำตาลที่นั่งคุกเข่าอยู่ เขายิ้มให้ก่อนจะพูดกับชายหนุ่มผมน้ำตาลคนนี้

“เข้ามาก่อนซิ ไทโซ”

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าไทโซโค้งให้ก่อนจะคลานเข้ามาในห้อง เขาหันไปก่อนจะใช้มือของเขาปิดประตู เมื่อประตูถูกปิดนั้น ไทโซก็หันกลับมามองแผ่นหลังของชายชราคนนี้ ข้างๆตัวเขามีกาสีน้ำสีแดงที่มีลวดลายสวยงามเขียนอยู่ ชายคนนี้นั่งเงียบก่อนจะยกชามาจิบอีกครั้ง ดวงตาของเขานั้นยังคงจับจ้องไปที่ดอกซากุระสีชมพู

“ท่านเท็ตซึโตะมีอะไรให้ข้ารับใช้งั้นหรือขอรับ?” ไทโซเอ่ยปากถามชายชราคนนี้

ชายชราคนนี้เงียบก่อนจะวางแก้วชาลงบนพื้น

“เจ้าว่าทาโร่เหมาะเป็นไดเมียวไหม?” ชายแก่คนนี้เอ่ยปากขึ้นมา
“ทาโร่งั้นหรือขอรับ...” ไทโซทวนคำถามของชายแก่คนนี้อีกครั้ง
“เจ้าตอบข้าตรงๆมาเลย ไม่ต้องกลัวเสียน้ำใจ ข้าพร้อมอยู่แล้วสำหรับคำตอบของเจ้า” ชายแก่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไทโซได้แต่นั่งเงียบ ในหัวของเขากำลังค้นหาคำที่เหมาะสมอยู่

“ส่วนตัวข้าแล้ว...ข้าว่าทาโร่ยังไม่เหมาะจะเป็นไดเมียว” ไทโซตอบตรงๆ
“ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้นล่ะ” ชายแก่เอ่ยปากถามต่อ
“แม้ว่าทาโร่จะเป็นลูกคนโตสุด แต่ข้ากลับคิดว่าเขาเป็นคนที่มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบน้อยที่สุด” ไทโซตอบตรงๆอีกครั้ง

ชายแก่ได้ยินดังนั้นก็เงียบ ไทโซรีบก้มกราบก่อนจะเอ่ยขอโทษทันที เท็ตซึโตะยกแก้วชาของตัวเองขึ้นมาก่อนจะจิบช้าๆ

“เพราะเช่นนี้ข้าเลยเรียกเจ้ามายังไงล่ะ” ชายแก่คนนี้ตอบ

ไทโซแหงนหน้าขึ้นมาก่อนจะมองแผ่นหลังของเท็ตซึโตะ สีหน้าของไทโซนั้นเต็มไปด้วยความฉงนพร้อมกับตั้งคำถามว่า “หมายความว่าอะไร?” เท็ตซึโตะหยิบกาน้ำสีแดงของเขาก่อนจะรินลงแก้วตัวเอง เมื่อจำนวนน้ำชามีมากพอแล้วเขาก็วางกาน้ำชาลงบนพื้น ควันลอยโฉยขึ้นมาจากแก้วน้ำชาของชายแก่คนนี้ เท็ตซึโตะหยิบแก้วชาขึ้นมาก่อนจะดื่มอย่างช้าๆ เมื่อเขาดื่มจนพอใจแล้วเขาก็พูดกับไทโซ

“ข้าเองก็คิดเหมือนเจ้า ข้าก็คิดว่าทาโร่นั้นยังไม่เหมาะที่จะขึ้นเป็นไดเมียว”
“ข้าเองก็คิดว่าเวลาของข้านั้นเหลืออีกไม่มากแล้ว คงไม่มีเวลาจะสั่งสอนลูกชายคนนี้ของข้าเสียแล้ว”
“ไทโซ...คำขอสุดท้ายของข้า....ข้าอยากให้เจ้าช่วยดูแลทาโร่ คอยควบคุมมันให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง”
“เป็นไดเมียวที่ดี และที่รักใคร่ของประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน สามารถสละชีวิตเพื่อปกป้องเมืองได้”
“ข้าต้องการเช่นนั้น” ชายแก่ผู้เป็นพ่อขอร้องไทโซ

ไทโซเงียบ เขาไม่พูดอะไรซักคำ ไทโซพยักหน้าก่อนจะจ้องมองไปที่นัยน์ตาของชายชราที่เป็นเจ้านายของตน ควันที่ลอยมาจากแก้วชาเริ่มน้อยลง แสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มของชายแก่คนนี้เริ่มจะเย็นลงแล้ว

“ข้าจะดูแลทาโร่เองขอรับ” ไทโซตอบ

ชายแก่ยิ้มก่อนจะกล่าวขอบคุณลูกน้องคนสำคัญของตน เมื่อจบบทสนทนาไทโซก็ขอตัวก่อนจะเดินออกจากห้องของเท็ตซึโตะ ไทโซลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปทางยาว ในหัวของเขายังคงคิดเรื่องที่เท็ตซึโตะของเขาอยู่ แม้ว่าไทโซจะรับคำขอของเจ้านายตัวเองก็ตามแต่ในจิตใจของเขานั้นก็ยังไม่มั่นใจว่าคำขอของชายแก่คนนี้เขาจะสามารถทำได้รึเปล่า? เขาสามารถทำให้ทาโร่กลายเป็นผู้นำที่ดีได้รึเปล่า? คำถามพวกนี้ยังคงอยู่ในจิตใจของเขา

“ปัง”

เสียงปืนดังขึ้นมา มันทำลายสมาธิของไทโซจนหมด ไทโซสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะหันไปตามเสียง ภาพที่เขาเห็นนั้นเป็นหญิงผมที่มีเส้นผมยาวสลวย เส้นผมของเธอนั้นเป็นสีทอง เธอสวมชุดของชาวยุโรปไม่ใช่ชุดกิโมโนดั่งที่ผู้หญิงทั่วไปสวมใส่กัน ในมือของเธอนั้นถือปืนพกเล็กๆ เธอยกมันขึ้นมาก่อนจะเล็งไปที่เป้าธนูอีกครั้ง เธอจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอลั่นไกอีกครั้ง กระสุนลอยออกมาจากปากกระบอกปืน ก่อนที่กระสุนนั้นจะทะลุเข้าเป้า หากทว่าน่าเสียดายที่ไม่ใช่กลางเป้าแต่เป็นข้างๆเกือบขอบ เธอทำสีหน้าไม่พอใจกับผลงานของเธอนัก เธอหันมาก่อนจะเห็นไทโซยืนมองอยู่

“เจ้ามองอะไรหรือ?” เธอเอ่ยปากถาม
“ข้ากำลังสนใจสิ่งที่เจ้าถืออยู่น่ะ...มันคืออะไรหรือ?” ไทโซเอ่ยปากถาม
“อ่อ...ของเล่นจากพวกคนนอกรีตน่ะ พวกเขาเรียกมันว่าปืน” หญิงคนนี้ตอบ

(คนนอกรีต = ชาวต่างชาติ)

“เห็นว่าเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพมาก ข้าก็เลยลองเล่นดู เจ้าอยากจะลองไหมล่ะ?” เธอเอ่ยปากถามพร้อมยื่นปืนมา

ไทโซมองก่อนจะรับปืนไว้และเดินไปจุดๆที่หญิงสาวคนนี้ยืนก่อนหน้าก่อนที่ไทโซจะยื่นมือไปข้างหน้าและเล็งที่เป้า ไทโซใช้นิ้วชี้ของเขากดไกปืน กระสุนลอยออกจากกระบอกปืน หากทว่ากระสุนที่ไทโซยิงนั้นไม่ได้ใกล้เป้าเลยแม้แต่น้อยแต่มันกลับลอยเข้าชนกำแพงสีขาวที่อยู่ข้างหลังเป้าปืน ไทโซได้แต่มองผลงานของตัวเองเงียบๆ ก่อนที่หญิงผมทองจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาหลังจากที่เห็นความแม่น (?) ของไทโซ

“ข้ายิงปืนครั้งแรกยังยิงได้แม่นกว่าเจ้าอีก” สาวผมทองเยาะเย้ย

ไทโซได้ฟังดังนั้นก็เงียบ หญิงผมทองหยุดหัวเราะก่อนจะพูดกับไทโซ

“ข้าชื่อมาซามิ..แล้วท่านล่ะ?” หญิงผมทองแนะนำตัว
“ข้ามีนามว่าไทโซ” ไทโซตอบ
“ไทโซงั้นหรือ...เจ้าเป็นทหารคนสนิทของท่านพ่อของข้าใช่ไหม?” สตรีผมทองเอ่ยปากถาม

ไทโซพยักหน้า

“อย่าหาว่าข้าเสียมารยาทเลยแต่ทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้าท่านมาก่อนเลย” ไทโซเอ่ยปากถามหญิงสาวที่มีนามว่ามาซามิ
“อ่อ...ข้าพึ่งกลับมาจากประเทศอังกฤษ ข้าออกเดินทางกับคณะนักเดินทางของท่านอาตั้งแต่เด็ก”
“คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เจ้าไม่เคยเห็นหน้าของข้ามาก่อน” มาซามิตอบ

นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมมาซามิถึงแต่งตัวประหลาดจากสตรีญี่ปุ่นทั่วไป รวมถึงมี “ของเล่น” อย่างปืนที่ไทโซพึ่งยิงออกนอกเป้าไปเมื่อครู่นี้ ไทโซได้ฟังแล้วคิดก่อนจะเอ่ยปากถามหญิงที่พึ่งกลับมาจากต่างแดน เขาอยากฟังเรื่องราวของการเดินทางของเธอ มาซามิได้ยินก็ยิ้มก่อนจะนั่งลงบนก้อนหินก้อนใหญ่ ก่อนที่เธอจะเริ่มเล่าเรื่องราวของเธอ ไทโซนั่งลงไปบนพื้นดินก่อนจะฟังเรื่องราวของมาซามิ เรื่องเล่าที่หลุดออกจากปากของเธอนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มันเป็นเรื่องที่ไทโซไม่รู้มาก่อน ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยรู้เลยว่าบนท้องทะเลนั้นเต็มไปด้วยอะไรบ้าง เธอเล่าตั้งแต่เธอเจอชาวต่างชาติครั้งแรก ฝึกพูดภาษาอังกฤษครั้งแรก รวมถึงการเห็นสิ่งของต่างๆที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในแผ่นดินแห่งนี้ เมื่อทั้งคู่รู้ตัวอีกที ตะวันก็ใกล้ตกดินเสียแล้ว

“ท่านหญิงมาซามิค่ะ...นี่ก็เย็นแล้วเพคะ กลับห้องเถอะคะ” สาวใช้ของมาซามิเรียก
“งั้นหรือ...” มาซามิตอบรับก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดเสียแล้ว
“น่าเสียดายนะที่ข้ายังเล่าเรื่องราวของข้าไม่จบ” มาซามิก้มลงมามองไทโซที่นั่งบนพื้น
“เอางี้ไหม...พรุ่งนี้ตอนเย็นเจ้ามาใหม่ ข้าจะได้เล่าให้ท่านฟังอีก” มาซามิยื่นข้อเสนอพร้อมทั้งรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากขอรับ” ไทโซเอ่ยขอบคุณก่อนจะลุกขึ้นมาและแยกกับมาซามิ

เวลายังดำเนินต่อไป ทุกๆเช้าถึงบ่ายไทโซคอยฝึกฝนดาบให้กับทาโร่ว่าที่ไดเมียวคนต่อไป ส่วนตอนเย็นนั้นก็จะไปฟังเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นของมาซามิ ไม่รู้ว่าทำไมทุกวันเขาอยากจะเจอหน้ามาซามิ ทุกครั้งที่ไทโซเห็นใบหน้าและรอยยิ้มของสาวผมทองมันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงทุกที เป็นเพราะเรื่องราวของเธอสนุกน่าติดตามงั้นหรือ? หรือเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” ล่ะ?

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนในที่สุดอายุขัยของชายชรานามเท็ตซึโตะก็หมดลง หากทว่า...การตายของเท็ตซึโตะนั้นไม่ใช่เพราะโรคชราแต่เป็นการลอบสังหารด้วยยาพิษต่างหาก และคนร้ายนั้นก็ลอยนวลไปได้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญก็คือทาโร่ต้องขึ้นเป็นไดเมียวคนต่อไปในฐานะพี่ชายคนโต และในเมื่อแคว้นทังโกะขาดผู้นำที่แข็งแกร่งไป จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของแคว้นอินาบะซึ่งเป็นแคว้นเพื่อนบ้านที่จะยกทัพมาตี

เสียงฝีเท้าของไทโซดังขึ้นตลอดทางเดินไม้ก่อนจะวิ่งไปเลื่อนประตูไม้โดยหวังจะรายงานสถานการณ์เรื่องทัพจากแคว้นอินาบะยกทัพเข้ามา เมื่อประตูไม้เลื่อนจนสุดสิ่งแรกที่ไทโซเห็นคือทาโร่ที่นั่งอยู่กลางห้องโดยมีสตรีมากมายลายล้อมเขา ในมือของทาโร่นั้นถือจอกที่มีสาเกอยู่ ใบหน้าของไดเมียวนั้นแดงก่ำเป็นเครื่องหมายแสดงเห็นได้ชัดไดเมียวคนนี้กำลังเมากับสาเกที่อยู่ในมือของเขา ไทโซเห็นแล้วก็อั้มอึ้งไปพักก่อนจะคุกเข่าลงไปและรายงานสถานการณ์ให้ทาโร่ฟัง

“ท่านทาโร่ขอรับ...ตอนนี้ทัพจากแคว้นอินาบะกำลังบุกมาแล้วขอรับ”

หากทว่าไดเมียวคนใหม่นั้นเงียบ เขายังคงมีเสพสุขกับนารีพวกนี้อยู่ ไทโซเองก็รายงานอีกครั้งหนึ่งแต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเช่นเดิม ไทโซขานอีกครั้ง แต่รอบนี้ไดเมียวผู้ที่กำลังมึนเมาลุกขึ้นมาก่อนจะตะโกนขึ้นมาด้วยความพอใจ ทาโร่ชี้หน้าของไทโซที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

“เจ้าก็ออกไปจัดการเองเสียซิ มันเป็นหน้าที่ของเจ้าไม่ใช่หน้าที่ของข้า!!”

ไทโซได้ยินแล้วก็อยากจะแย้งหากทว่าเขาก็ไม่ได้โต้เถียงอะไร สงครามนั้นเริ่มขึ้นโดยทัพของตระกูลคาวาจิไม่มีแม่ทัพคอยควบคุม และแน่นอนการรบครั้งนี้สะเปะสะปะมาก ไม่มีแผนการ ไม่มีระเบียบ แต่ด้วยฝีมือของไทโซที่ถือว่ามีมากนั้นสามารถต้านการบุกรุกของแคว้นอินาบะได้สำเร็จ แม้จะชนะแต่ไทโซนั้นไม่ได้มีสีหน้าที่ดีใจเลยแม้แต่น้อย เพราะอะไร? เพราะว่าชัยชนะครั้งนี้มีดวงเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าหากคู่ต่อสู้ในคราวหน้าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งคงถึงคราพินาศลงของตระกูลคาวาจิอย่างแน่แท้

หลังจากนั้นทาโร่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อยวันๆเอาแต่เสพสุขกับนารีและสุรา ไม่คอยบริหารบ้านเมือง ไม่สนใจว่าพสกนิกรจะทุกข์ร้อนขนาดไหน สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือความสุขของตนเองเท่านั้น เกือบทุกๆเดือนไทโซต้องเผชิญหน้ากับกบฏที่พยายามจะฆ่าไดเมียวผู้ไม่เอาไหนคนนี้ ราคาข้าวของที่ขึ้นสูงเพราะภัยแล้ง ทุกๆวันต้องมีคนตายจากความอดอยากเพราะไม่มีเงินที่จะซื้ออาหารกิน หากทว่าด้วยทั้งหมดนี้ทาโร่ก็ยังคงนั่งเฉยๆและไม่สนใจบ้านเมือง คงพูดได้ว่าตอนนี้คงเป็นสภาวะที่บ้านเมืองของแคว้นทังโกะอยู่ในช่วงที่มืดมิดที่สุดก็ว่าได้

“เฮ้อ....” ไทโซถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

ในหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งเรื่องกบฏ ทั้งเรื่องราคาข้าวของที่แพงขึ้น รวมถึงสงครามที่เขาสามารถชนะมาได้เพราะโชคช่วย คำพูดของเท็ตซึโตะก่อนที่เขาจะจากไปนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว “ฝากดูแลทาโร่ด้วย” นั่นคือสิ่งที่เขาพูด ไทโซแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆก่อนจะตั้งคำถามกับตนเอง “เขาทำหน้าที่ของเขาได้ดีรึยังนะ?” ซึ่งถ้าให้เขาตอบก็คือ “เขาล้มเหลว” เพราะเขาไม่สามารถทำให้ทาโร่เป็นผู้นำที่ดีได้ และถ้าหากทาโร่ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปแคว้นทังโกะและตระกูลคาวาจิคงต้องจบสิ้นลงแต่เพียงเท่านี้

=====

ณ ค่ำคืนที่มืดสนิท ไร้ซึ่งจันทรา ไม่มีแสงจันทร์ที่คอยสอดส่องลงมา มีเพียงแสงไฟที่จะคอยส่องทาง ไทโซเดินไปตามทางก่อนจะตรงไปที่ห้องนอนของทาโร่ แน่นอนว่าการเดินเวรของยามในปราสาทแห่งนี้ถูกจัดขึ้นโดยไทโซทั้งหมดดังนั้นเขารู้ดีว่าเวลาไหนต้องเดินในจุดไหนเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกจับได้ ไม่นานนักไทโซก็มาถึงหน้าห้องของทาโร่ ไทโซใช้มือเลื่อนประตูไม้ช้าๆเพื่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุดก่อนจะย่องเข้าไปช้าๆ ไทโซชักดาบออกมาจากฝักดาบของตัวเองก่อนจะจ่อไปที่กลางลำตัวของทาโร่ ไดเมียวคนนี้หลับไม่ได้สติแม้แต่น้อย เขาไม่รู้เลยว่ามีอันตรายครั้งใหญ่รอเขาอยู่ ไทโซหลับตาลงก่อนจะเอ่ยเบาๆ “ขอโทษด้วยท่านทาโร่ ท่านเท็ตซึโตะ” พูดจบเขาก็ใช้ดาบของเขาแทงลงไปบนร่างของทาโร่ เมื่อดาบปักลงไปบนร่างของทาโร่นั้น ทาโร่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะเหลือบมองไปที่ไทโซ ไม่ทันที่ทาโร่จะได้กรีดร้องอะไร เขาก็สิ้นลมเสียก่อน ไทโซดึงดาบออกมาจากร่างของทาโร่ หยดน้ำตาของไทโซหยดลงบนพื้น ไทโซสะบัดคราบเลือดออกจากดาบของเขาก่อนจะเก็บมันเข้าไปที่ฝักดาบของตนเอง

ไทโซมุ่งไปที่แห่งหนึ่ง มันเป็นปราสาทอีกหลังเล็กๆ มีความสูงประมาณสองชั้นได้ ไทโซหยุดอยู่ที่หน้าปราสาทหลังนี้ก่อนจะแหงนหน้ามองมาซามิที่กำลังมองท้องฟ้าที่มืดมิดอยู่ มาซามิก้มหน้าลงไปก่อนจะเห็นไทโซยืนอยู่ข้างล่างเธอยิ้มด้วยความยินดีที่ได้เห็นหน้าของไทโซ หากทว่าไทโซนั้นกลับไม่ได้ยิ้มแย้มอย่างปกติ มาซามิมองไทโซด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยปากถาม

“เจ้าเป็นอะไรหรือไทโซ? ดูไม่ร่าเริงเลย” มาซามิเอ่ยปากถาม
“ข้ามาลาเจ้าน่ะ” ไทโซตอบ
“เจ้าหมายความว่าอะไร” มาซามิทำหน้าสงสัยกับสิ่งที่ไทโซพูด
“ข้า...ข้าได้ทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดลงไปแล้ว เลวร้ายที่สุดในฐานะของซามูไรคนหนึ่ง” ไทโซหลับตาพูด
“ข้า...ไม่เข้าใจ” มาซามิยังคงกับสิ่งที่ไทโซพูด
“ข้าฆ่าท่านทาโร่ไปแล้ว ด้วยดาบเล่มนี้” ไทโซสารภาพ

มาซามิเงียบก่อนจะเอ่ยปากถามไทโซอีกครั้ง หากทว่าก็ยังได้คำตอบเช่นเดิม เสียงของมาซามิเริ่มสั่นเพราะความตกใจ ก่อนที่เธอจะหยิบปืนออกมาจากเอวของเธอและยิงลงไปบนพื้นหน้าไทโซ ไทโซแหงนมองมาซามิที่ยืนถือปืนกระบอกเดิมของเธอ

“ไป...แล้วไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นอีก...ไอ้คนทรยศ” มาซามิพูดทั้งน้ำตา

ไทโซพยักหน้าก่อนจะหันหลังและเดินจากไป...ในจิตใจของไทโซนั้นเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำถูกต้องรึเปล่า และเขาเองก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของเหล่าประชากรจะเป็นเช่นไร หากทว่าสิ่งหนึ่งที่ไทโซเสียใจที่สุดในวินาทีนี้คือเขาไม่ได้เอ่ยปากบอกรักหญิงที่เขารัก...หญิงที่มีชื่อว่า “มาซามิ” และตอนนี้พวกเขาทั้งสองกลับกลายเป็น “ศัตรู” กันไปที่เรียบร้อยแล้ว

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 10
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: