Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 21

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 21   Mon Oct 06, 2014 12:28 pm

ตัดกลับมาที่ปราสาทที่แคว้นโอวาริ ซึ่งเป็นที่พำนักของมังกรที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขายืนอยู่ใกล้กับโต๊ะที่มีต้นบอนไซจำนวนมากวางอยู่ในมือของเขาถือกรรไกรแต่งต้นบอนไซอยู่ เขาก้มมองต้นบอนไซก่อนจะใช้กรรไกรเล็มอย่างระมัดระวัง ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเพราะว่าสำหรับชายผู้นี้ ต้นบอนไซก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าชีวิตของเขาและสุนัขพันธ์ชิบะของเขา ในขณะที่เขากำลังใช้สมาธิอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงใครซักคนวิ่งมาทางห้องของเขา ซูตะวางของที่อยู่ในมือของเขาลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนที่เขาจะหันกลับไป เมื่อเขาหันไปนั้นก็ประจวบเหมาะกับที่ทหารของตระกูลเท็ตซึยะวิ่งเข้ามาห้องพอดี เขาคุกเข่าลงพร้อมกับแจ้งข่าวที่เขาได้ทราบมา

“ท่านซูตะขอรับ....ทางอังกฤษส่งจดหมายขอเจรจากับเราครับ โดยพวกเขาขอเจรจากับเราในอีก 3 วัน”
“ณ แคว้นทังโกะครับ”

ซูตะได้ยินนั้นก็ตกใจไม่น้อย เขาหันหลังกลับไปก่อนจะยืนคิดซักครู่ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่อยู่ดีๆทัพที่กำลังได้เปรียบมาขอเจรจาเช่นนี้ ในหัวของซูตะนั้นคิดอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกับดักของพวกนอกรีต คนพวกนี้ไม่สัจจะอยู่แล้วจะวางกับดักใส่พวกเขาก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเขารู้อะไรบางอย่างทำให้พวกเขาคิดว่าพวกเขาสู้ไม่ได้ ถ้าหากเป็นอย่างที่สองนั้นคำถามต่อมาเขารู้อะไร? และรู้เพราะใคร? ซูตะผู้ฉานฉลาดยืนนึกก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากราวกับว่าเขาคิดอะไรออกแล้ว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองทหารที่เป็นคนรายงานข่าวนี้ให้เขา

“กระจายข่าวไปว่า ข้าจะไปที่แคว้นทังโกะเพื่อเข้าเจรจากับชาวต่างชาติ”
“ครับ”

สิ้นเสียงของทหารเขาก็ลุกขึ้นมาก่อนจะวิ่งออกไปเพื่อทำตามคำสั่งของซูตะ เมื่อเขาเดินจากไป ซูตะก็เดินไปปิดประตูและหยิบเอากรรไกรของเขาขึ้นมาและตัดแต่งต้นไม้ที่เขารักและทะลุทนอมต่อไป

“เจ้านี่ไม่หยุดที่จะทำให้ข้าประหลาดใจเลยนะ ยาโนะ” ซูตะพูดขึ้นในขณะที่ก้มตัวเพื่อตัดกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา

ไม่ใช่เพียงแค่ตระกูลเท็ตซึยะเท่านั้นที่ได้รับเรื่องการเจรจากับชาวต่างชาติ ตระกูลโอนิสึกะ ตระกูลยาชิโระ ตระกูลโยชิคุนิ รวมถึงตระกูลฮิมูระเองก็เช่นกัน และด้วยความอยากรู้จึงล้วนแต่ตอบรับคำเชื้อเชิญนี้และมุ่งหน้าไปยังแคว้นทังโกะ เว้นเสียแต่ตระกูลฮิมูระที่รอคอยเวลาเท่านั้น และในขณะเดียวกันขบวนกองทัพของชาวต่างชาติเองก็กำลังมุ่งหน้าไปยังแคว้นทังโกะเช่นกัน ซึ่งนำทัพโดยเอ็ดเวริด์และแมรี่ และไม่ไกลจากทั้งสองนั้นก็มีชายชาวญี่ปุ่นนามยาโนะอยู่ด้วย เบื้องหลังของทั้งสามมีเหล่าทหารอังกฤษที่อาวุธครบมืออยู่ด้วย ถึงแม้พวกเขาไม่ได้ไปรบแต่พวกเขาก็คิดว่าถ้าหากพวกญี่ปุ่นหักหลังพวกเขาจะเป็นเช่นไร เนื่องจากมันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างไกลดังนั้นพวกเขาต้องหยุดข้างแรมอยู่บ่อยครั้ง พวกเขาใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะเดินทางถึงจุดหมาย หรือก็คือแคว้นทังโกะซึ่งจุดนับพบการเจรจาครั้งนี้ เมื่อเหล่ากลุ่มคนต่างชาติเข้ายังในตัวแคว้นทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างก็มองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัว บ้างก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นกับสิ่งที่พวกเขาทำไว้ ไม่ว่าใครจะทำอะไรพวกเขาล้วนแต่หยุดเพื่อจับจ้องมาที่เหล่าชาวต่างชาติ เมื่อพวกเขาเข้าใกล้ปราสาททังโกะนั้น พวกเขาก็เห็นกองทัพของไทโซยืนต้อนรับอยู่ โดยข้างๆของไทโซนั้นก็มีมาซามิและเท็ตซึกะยืนอยู่ ไทโซจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง เอ็ดเวริด์กระโดดลงจากม้าก่อนจะเดินตรงไปที่ไทโซและยื่นมือไปให้ไทโซ

“ข้าเอ็ดเวริด์ เป็นแม่ทัพแห่งทัพอังกฤษเป็นเกียรติที่ได้พบกับท่านไทโซ” เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ

มาซามิที่อยู่ข้างๆกระซิบบางอย่างเข้าใส่หูของไทโซ เมื่อไทโซได้รับฟังเขาก็พยักหน้า ให้เดาสิ่งที่มาซามิกระซิบเข้าไปนั้นน่าจะเป็นคำแปลของประโยคที่เอ็ดเวริด์พูด เมื่อมาซามิแปลจนเสร็จ ไทโซก็คว้ามือของเอ็ดเวริด์และกล่าวเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีความหมายว่า “ข้าไทโซ ยินดีที่ได้พบเช่นกัน” ซึ่งมีภรรยาผู้มากความรู้คอยแปลเป็นภาษาอังกฤษให้อยู่ เอ็ดเวริด์ได้ฟังแล้วก็พยักหน้าก่อนจะยิ้มให้ ทั้งสองปล่อยมือก่อนที่เอ็ดเวริด์จะนำทัพเดินผ่านไทโซไป เมื่อพวกเขาเดินผ่านไทโซไป ไดเมียวแคว้นทังโกะก็มองหน้าของยาโนะก่อนจะพูด

“ยาโนะ...เจ้าต้องเล่าให้ข้าฟังด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น”

=====

ณ ห้องของไดเมียว ไทโซนั่งอยู่โดยข้างๆเขานั้นคือภรรยาของเขา โดยตรงข้ามของทั้งสองคือยาโนะ โดยที่ยาโนะกำลังเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เมื่อทั้งสองฟังเรื่องจบแล้วก็พยักหน้า แต่ไม่ทันที่ไทโซหรือมาซามิจะได้เอ่ยปากอะไร กลับเป็นชายหน้าหวานทีเปล่งเสียงออกมาเพื่อถามคำถามที่เขาคาใจขึ้นมา

“แล้วตอนนี้ยังมีไดเมียวท่านไหนยังไม่มาหรอครับ?”
“ยังขาด ท่านอิโอชิมะที่ยังไม่มา เขายังเดินทางอยู่” ไทโซตอบคำถามของยาโนะ
“เจ้านี่มันทำอะไรบ้าบิ่นเหลือเกิน...โชคยังดีที่พวกอังกฤษยังไว้ชีวิตเจ้านะ” มาซามิต่อว่ายาโนะหลังจากที่ไทโซพูดจบ
“กระผมต้องกราบขออภัยท่านด้วย” ยาโนะก้มกราบเพื่อแสดงความขอโทษ
“เอาเถิด..ถ้าหากเขารอดมาได้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร” ไทโซปรามมาซามิ
“คราวหน้าจะทำอะไรก็ระวังหน่อยก็แล้วกัน เพราะถ้าหากพวกเราเสียเจ้าไปก็จะลำบาก” ไทโซหันมาพูดกับยาโนะ

ยาโนะกราบไทโซอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นมาและเดินออกจากห้องไป เมื่อยาโนะออกจากห้องนั้นเขาก็เห็นหญิงสาวผมสีทองที่เกล้าผมขึ้นยืนอยู่ เธอยังคงสวมชุดเกราะสีน้ำเงินของเธอเช่นเดิม ยาโนะเห็นเธอก็ยิ้มให้ เช่นเดียวกันกับเธอที่เห็นรอยยิ้มของยาโนะก็ยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน ยาโนะเดินตรงเข้าไปใกล้ๆเธอก่อนที่คนรักของเขาจะเป็นคนเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

“นี่คือครั้งแรกที่ข้าได้มาเยือนปราสาทญี่ปุ่นแบบนี้ เจ้าพาข้าชมได้ไหม”
“ได้ซิครับ” ยาโนะตอบรับคำขอของเธอ

ยาโนะเริ่มพาแมรี่ไปทั่วๆ ปราสาทตั้งแต่โรงยิงธนู โรงเลี้ยงม้า ห้องครัว กล่าวได้ทุกซอกทุกมุมในปราสาทแห่งนี้ไม่มีที่ไหนที่เธอไม่ได้เห็น ดวงตาของเธอนั้นเป็นประกายราวกับเด็กๆ เธอเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะปกติแล้วปราสาทพวกนี้ล้วนแต่ถูกทำลายด้วยน้ำมือของพวกเธอทั้งนั้น ยาโนะพาแมรี่มายังสถานที่แห่งหนึ่งมันเป็นระเบียงที่สามารถเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ทั้งหมด แมรี่เห็นทิวทัศน์รอบๆของแคว้นทังโกะก็อุทานเบาๆว่า “ว้าว...” ยาโนะเห็นปฏิกริยาของเธอยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะหันกลับไปมองทิวทัศน์พร้อมๆกัน สายลมอ่อนๆพัดดอกซากุระที่อยู่บนต้นไม้ลอยมาถามคู่รักคู่นี้ ดอกซากุระนั้นตกลงมาบนระเบียงไม้ หญิงสาวผมสีบลอนด์มองก่อนจะใช้มือของเธอหยิบกลีบของดอกซากุระมาดูใกล้ๆ เมื่อเธอหยิบมันขึ้นมาดู สายลมก็พัดพาซากุระในมือของเธอโบยบินอีกครั้งหนึ่ง แมรี่ทำหน้าเสียดายเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยาโนะหัวเราะเบาๆก่อนจะเอ่ยปากถามแมรี่ขึ้นมา

“แมรี่...ถ้าหากการเจรจาจบลงด้วยดี ท่านจะทำเช่นไรต่อครับ?”
“นั่นซินะ ข้าเองก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่ข้าคิดว่า....” แมรี่พูดไม่ทันจบก็เอาศีรษะของเธอซบลงบนไหล่ของยาโนะ
“ข้าคงจะอยูกับท่านนั่นแหละ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ผมเองก็คิดเช่นนั้น ผมก็อยากอยู่กับท่าน”

สิ้นเสียงของยาโนะเขาก็ยิ้มตอบและโอบคอของเธอ มันเป็นช่วงเวลาอันสงบสุขของคู่รักคู่นี้ หากทว่าไม่นานนักยาโนะก็สังเกตเห็นกองทัพที่มีตราสัญลักษณ์กรงเล็บ ยาโนะเห็นดังนี้ก็ลดมือลง เช่นเดียวกันกับแมรี่ที่หยุดซบไหล่ของชายชาวญี่ปุ่นทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะพยักหน้ากันและมุ่งตรงลงไปข้างล่าง ทั้งคู่ลงไปบริเวณที่ผู้คนมากมายรวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าไดเมียว เหล่าผู้บริวาร ภาพนี้มันเป็นภาพคล้ายๆกับภาพการประชุมเกี่ยวกับรุกรานของชาวต่างชาติ เอ็ดเวริด์ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเหล่าไดเมียวที่ต่างนั่งจ้องหน้าเขา ตรงกลางนั้นมีมาซามิยืนอยู่ ชัดเจนว่าเธอมีหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย

“เอาล่ะ...ไหนๆ เราก็มาครบแล้ว เรามาเริ่มคุยกันเลยดีกว่า” ซูตะพูดขึ้นมา
“ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าอยากเจรจา เหตุใดล่ะ? เจ้าพอจะบอกพวกข้าได้ไหม” ซูตะตั้งคำถามก่อน
“ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านมีอาวุธที่รุนแรงพอที่จะทำลายทัพของข้าได้ ดังนั้นเพื่อคนของข้า ข้าจึงเลือกเจรจา” เอ็ดเวริด์ตอบ
“แต่เจ้าสังหารลูกน้องของข้า รวมถึงทำลายเมืองของข้า..เหตุใดคิดว่าข้าจะยอมเจรจากับเจ้าล่ะ” อิโอชิมะพูดขึ้นมาแสดงให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยวแต่ถึงกระนั้นน้ำเสียงของเขาก็ยังนุ่มนวล

เหล่าบริวารของอิโอชิมะต่างส่งเสียงแสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังต่อชาวต่างชาติผู้นี้ หากทว่าอิโอชิมะทำมือเป็นสัญลักษณ์สั่งให้พวกเขาเงียบ

“แล้วเจ้าต้องการอะไรล่ะ? อะไรเล่าที่พอจะทำให้การเจรจาสำเร็จลง” ซูตะตั้งคำถามอีกครั้ง
“ที่ข้ามาที่นี่เพราะกษัตริย์ของประเทศข้าต้องการทรัพยากรจากประเทศท่าน”
“ถ้าหากท่านให้ทรัพยากรจากประเทศท่าน พวกข้าก็น่าจะเดินทางกลับประเทศได้” เอ็ดเวริด์ตอบกลับอีกครั้ง
“แล้วทรัพยากรที่ท่านต้องการมันมากขนาดไหนล่ะ?” เรียวชินตั้งคำถามบ้าง
“มากพอที่จะบรรจุให้เต็มห้องเก็บของเรือทั้งสองลำ” เอ็ดเวริด์ตอบด้วยดวงตานิ่งสนิท

คำตอบของเขาสร้างเสียงฮือฮาอีกครั้ง ฟังจากจำนวนที่เขาพูดแล้วมันมากมายมหาศาลเหลือเกิน ด้วยขนาดเรือที่ใหญ่แล้ว ห้องเก็บของก็น่าจะใหญ่เช่นกัน ดังนั้นคำว่ามากพอที่จะบรรจุให้เต็มห้องได้ก็คงเป็นจำนวนที่เยอะพอสมควร ชาวญี่ปุ่นทุกคนได้ยินก็ต่างฮือฮา อิโอชิมะกับเรียวชินแสดงสีหน้าออกมาถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ในขณะที่ซูตะ ไทโซ และเคนตะไม่ได้แสดงออกอะไรทั้งนั้น เหล่าคนญี่ปุ่นต่างตะโกนด่าเอ็ดเวริด์เป็นภาษาญี่ปุ่น แม้ว่าเอ็ดเวริด์จะไม่เข้าใจว่าด่าว่าอะไร แต่ดูจากท่าทางเขาก็พอเดาได้ว่าเขากำลังถูกสาปแช่งอยู่ หากทว่าเขาก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร แต่ยังคงนั่งเงียบอยู่เช่นเคย เหล่าไดเมียวทั้งห้าเริ่มหันมาคุยกันเอง โดยมาซามิยืนอยู่ห่างๆและเธอก็ไม่ได้แปลว่าเหล่าไดเมียวพูดอะไรกัน

“พวกท่านคิดว่าเช่นไร” ซูตะถามไดเมียวคนอื่นๆ
“ข้าคิดว่าเราปฏิเสธมันไปเสียดีกว่า เพราะข้าว่าด้วยอาวุธของคาเมอิ พวกเราน่าจะชนะศึกครั้งนี้ได้” อิโอชิมะออกความเห็น
“แต่ถ้าหาก...อาวุธของคาเมอิเกิดไม่ได้ผลขึ้นมาล่ะ?” ไทโซที่นั่งใกล้ค้านขึ้นมา
“ถ้างั้นก็สู้ซิ ถ้าหากพวกเราร่วมมือกันเราต้องโค่นมันได้แน่นอน” อิโอชิมะขึ้นเสียง
“แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาชีวิตของเหล่าทหารเราไปทิ้งนั่นแหละ” ไทโซเองก็ขึ้นเสียงกลับ

นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ยินชายคนนี้ขึ้นเสียง มันตัวบ่งชี้ว่าการที่เขาเสียนักรบคนสนิทเขามันส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาขนาดไหน อิโอชิมะเงียบลงก่อนจะสงบปากสงบคำพูดอะไรออกมาไทโซหันไปมองเอ็ดเวริด์ที่นั่งมองเหตุการณ์อย่างเงียบๆ ก่อนที่ไทโซจะหันกลับมามองกลุ่มไดเมียวที่กำลังรวมหัวกันปรึกษาเรื่องนี้

“ข้าคิดว่าเราควรจะยอมตกลงเงื่อนไขของพวกเขาจะดีกว่า” ผู้ครองแคว้นทังโกะพูดขึ้นมา
“อะไรนะ...เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะโค่นพวกมันไม่ได้งั้นหรือ?” ชายหนุ่มผู้จิตใจไม่มั่นคงเอ่ยปากถาม
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่ข้าว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุด” ไทโซตอบคำถามของเขา
“ดีที่สุด...เช่นไรล่ะ?” ชายผมดำที่ปิดหน้าตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง
“เพราะอย่างน้อยถ้าหากเราเสียทรัพยากรไป เราก็ยังคงมีผู้คนที่ช่วยเหลือเราอยู่” ไทโซแสดงเหตุผลของตนเอง
“ข้าเองก็คิดเหมือนไทโซ” ชายหนุ่มผมพะรุงพะรังนามเคนตะเอ่ยขึ้นมา
“ถึงข้าจะไม่พอใจกับการที่มันทำลายพี่น้องของเราไปตั้งเยอะ แต่ข้าก็เห็นด้วยกับไทโซเช่นกัน” เรียวชินออกความเห็นบ้าง
“ดูเหมือนมติจะเอกฉันท์แล้วนะ” ซูตะพูดกับอิโอชิมะที่นั่งกำหมัดอยู่คนเดียวเงียบๆ

ซูตะหันไปมองกับมาซามิก่อนจะพยักหน้าให้เป็นการส่งสัญญาณให้มาซามิพูดกับเอ็ดเวริด์อีกครั้ง มาซามิเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดกับชาวต่างชาติที่รอคำพูดของเธออยู่

“พวกเราเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า.....”
“ปัง!!”

ไม่ทันที่มาซามิจะพูดจบ เสียงของปืนก็ระเบิดขึ้นมา ร่างของเอ็ดเวริด์ลงไปนอนกับพื้น ชาวอังกฤษและชาวญี่ปุ่นต่างลุกฮือขึ้นมาดูเหตุการณ์รวมถึงเหล่าไดเมียวเช่นกัน แต่ที่น่าฉงนคือเอ็ดเวริด์ลุกขึ้นมาจากพื้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น บนร่างกายของเขาก็ไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด หากทว่า...เมื่อมองไปใกล้ๆ ทุกคนก็เห็นร่างของสตรีผมสีทองในชุดเกราะสีน้ำเงินนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น ยาโนะรีบวิ่งเข้าไปดูก่อนจะพลิกร่างของเธอขึ้นมา ชายหนุ่มหน้าหวานเห็นแล้วดวงตาของเขาก็เบิกโพลนขึ้นมา กระสุนเจาะทะลุร่างของเธอ เลือดไหลออกมาจากร่างกายของเธอ ยาโนะหันไปทางที่คาดว่ากระสุนยิงมา แม้ว่าเขาจะเห็นไม่ชัดแต่เขาก็เห็นชายในชุดเกราะสีเงินอยู่บนหลังคา ชายคนนั้นน่าจะเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ แต่มันคงไม่สำคัญแล้ว ชายหนุ่มหน้าหวานหันกลับมามองคนรักของต้นเองที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา แมรี่หายใจหนักขึ้น โลหิตนั้นไหลออกมาจากริมฝีปากของเธอ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังยิ้มกับวาระสุดท้ายของเธอ

“ขอโทษทีนะ ยาโนะ...ดูเหมือนข้าจะไม่ได้อยู่กับเจ้าแล้วล่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“อย่าพูดเช่นนั้นซิ...ท่านต้องไม่เป็นไร ท่านต้องไม่เป็นไร” ยาโนะพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเขา
“อย่าร้องไห้ซิยาโนะ...ใบหน้าของเจ้าจะงดงามกว่านะ ถ้าหากเจ้ายิ้ม” แมรี่พูดแซวยาโนะแม้ว่าเธอจะเหลือเวลาอีกไม่มาก

แมรี่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายจับใบหน้าของยาโนะ เธอยิ้มให้ครั้งสุดท้ายก่อนที่ดวงตาของเธอจะปิดลง มือที่จับใบหน้าของยาโนะตกลงมาอยู่ข้างๆร่างกายของตน ยาโนะเอ่ยเรียกชื่อเธอหากทว่าเจ้าของชื่อนั้นไม่ได้ตอบรับอะไร เอ็ดเวริด์ผู้เป็นพี่เห็นดังนั้นก็ดึงดาบออกมาจากฝักดาบที่สะพายอยู่บนหลังออกมาก่อนจะตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวให้ทหารของเขาพุ่งตรงเข้าไปฆ่าชาวญี่ปุ่นให้หมดให้สิ้น เมื่อเหล่าซามูไรเห็นดังนั้นก็ดึงดาบและมุ่งตรงเข้าไปยังทหารอังกฤษ หากว่ากันด้วยจำนวนแล้วทหารอังกฤษนั้นน้อยกว่าประมาณ 2 ถึง 3 เท่าและคงยากที่ชาวอังกฤษจะชนะศึกนี้ได้ แต่ว่าในหัวของชายหนุ่มคนนี้มันไม่มีอะไรสำคัญอีก ยาโนะไม่ได้ลุกไปไหนทั้งนั้นแต่ก็ยังกอดร่างของคนรักของเธออยู่ เขายังคงร้องเรียกชื่อคนรักของเขาพร้อมทั้งน้ำตา เขาหวังเพียงแต่ว่าจะมีอะไรที่สามารถนำพาวิญญาณของคนรักของเขากลับจากโลกแห่งความตายได้ แต่น่าเสียดายที่มันไม่มี....

”แมรี่”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 21
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: