Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 24

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2222
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 24   Sun Oct 12, 2014 11:34 am

ไม่นานนักรุ่งอรุณก็มาเยือน เหล่าซามูไรหลายๆคนต่างมุ่งหน้าไปยังที่เดียวกัน มันเป็นลานกว้างที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ใช้เจรจา ซึ่งจบลงด้วยความล้มเหลว เหล่าไดเมียวทั้งห้าก็ยังคงนั่งล้อมวงกันในลักษณะเดิม ข้างหน้าของพวกเขามีโต๊ะไม้ที่มีกระดาษวางอยู่ มันคือกระดาษแผ่นเดิมที่พวกเขาใช้เมื่อคืน สังเกตได้ว่ารูป “คันฉ่องตะวัน” ที่คาเมอิวาดยังอยู่บนแผ่นกระดาษ ยาโนะเองก็มาร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย เขานั่งลงหลังไทโซผู้เป็นนายของเขา เมื่อยาโนะกวาดสายตาไปรอบๆเขาเห็นผู้คนมากมายที่เขารู้จัก ไม่ว่าจะเป็น เมโกะ , ฮารุกะ , มุนตะ , มูชิ , จิน , เท็ตซึกะ, มาซารุ นั่งอยู่เบื้องหลังเจ้านายของตนเอง ชายหนุ่มหน้าหวานเหลือบมองไปข้างๆก่อนจะเห็นกระจกขนาดมหึมาตั้งอยู่ ไม่ต้องสงสัยว่านี่คือสิ่งประดิษฐ์ของคาเมอิ เมื่อยาโนะเห็นกระจกแล้วมันก็ทำให้เขาอดเหลือบมองขึ้นฟ้าไม่ได้ เมื่อเขาแหงนหน้ามองผืนนภาเขาก็เห็นท้องฟ้าสีครามและมีเมฆมากมายที่เคลื่อนไหวไปตามสายลม มันทำให้เขารู้สึกโล่งใจไม่น้อย เพราะว่าในฝันของเขานั้นที่ญี่ปุ่นแพ้ศึกนี้ก็เพราะเมฆบดบังแสงของดวงตะวันไปจนหมด

“ทุกท่าน...สงครามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว” ซูตะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม
“ในครั้งนี้ เรามั่นใจได้เลยว่าอังกฤษต้องยกทัพที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อหวังจะพิชิตเราให้ได้” เขาพูดต่อ
“แต่ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะตอนนี้เราได้สิ่งประดิษฐ์ของนักประดิษฐ์อัจฉริยะอยู่ข้างเราแล้ว” ซูตะพูดพลางชี้ไปที่กระจกบานใหญ่ที่มีฉากไม้ขนาดใหญ่กั้นอยู่

ผู้คนต่างฮือฮากับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ เหล่าผู้คนต่างตั้งคำถามว่าสิ่งนี้มันคืออะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นมันก็แค่กระจกขนาดใหญ่แค่นั้นเอง มันไม่ใช่เครื่องยิงหอก ดาบที่สามารถเปลี่ยนเป็นปืนได้ หรือ ลูกระเบิดปืนใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยควันแต่เป็นเพียงกระจกแค่นั้น มันจะช่วยให้พวกเขาชนะศึกนี้ได้จริงๆหรือ ในขณะที่ผู้คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น ซูตะก็ชูมือขึ้นมา เมื่อผู้คนเห็นสัญลักษณ์นี้พวกเขาก็ต่างพร้อมใจกันเงียบอย่างพร้อมเพียง จากสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสียงของผู้คนกลับกลายเป็นสถานที่เงียบสงัด เมื่อทุกอย่างเงียบลง “มังกร” ก็เริ่มพูดต่อ

“สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้จะได้ผลดีที่สุดในตอนเที่ยง....เราจะดึงที่กั้นออก”
“ณ วินาทีนั้นแสงจากดวงตะวันจะส่องสะท้อนกับบานกระจกและเผาผลาญพวกมันให้กลายเป็นจุล”

เหล่าทหารได้ยินก็ต่างฮึกเหิมกับคำพูดของมังกร พวกเขาต่างมีกำลังใจขึ้นมาทันทีเมื่อทราบว่าพวกเขามีอาวุธที่ความรุนแรงสูง บางทีสงครามที่พวกเขาคิดว่าจะไม่มีทางชนะนั้น มันอาจจะชนะก็ได้ สิ่งประดิษฐ์ของคาเมอินั้นบางทีอาจจะเป็นแสงสว่างที่ส่องทางให้พวกเขาสามารถก้าวเดินออกจากความมืดมิดได้ และปลายทางของเส้นทางนั้นก็คือครอบครัวที่ต่างเฝ้าภาวนาให้พวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย

“ก่อนอื่น...เราต้องวางแผนกันเสียก่อน” ซูตะพูดต่อ
“ฮารุกะ...เจ้ายกทัพไปสกัดทัพของจอร์แดน ส่วนท่านเรียวชิน ท่านยกทัพไปสกัดทัพของพอลเสีย” ชายผมดำพูด

ฮารุกะและเรียวชินเมื่อได้ยินแผนนี้ก็ต่างพยักหน้าเพื่อเป็นการบ่งบอกให้ว่าพวกเขารับคำสั่งของซูตะแล้ว หากทว่าคำสั่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับชายคนหนึ่ง เขาคือชายที่สวมชุดเกราะหนักและมีหน้ากากบดบัง เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยฝีมือแต่ในขณะเดียวกันเขาเป็นจอมสร้างปัญหา...เขาคือ “เคซึเกะ จิน” เขาลุกขึ้นมาก่อนจะเดินตรงเข้าไปที่กลุ่มไดเมียว เขาคุกเข่าลงต่อหน้าเหล่าไดเมียวพร้อมกับแหงนหน้ามองซูตะและพูดกับเขา

“ท่านซูตะ...ข้าต้องการจะสะสางบัญชีแค้นกับพอล โปรดให้ข้าได้ทำตามประสงค์ของข้าเถิด”
“ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะจิน...หากทว่าด้วยความใจร้อนของเจ้า มันจะทำให้พวกเราฉิบหายวายป่วงกันหมด” ซูตะเอ่ย
“ดังนั้นคำขอของเจ้าข้าคงจะทำไม่ได้” ชายผู้เป็นพันธมิตรกับจินปฏิเสธ

จินได้ยินก็ได้แต่เงียบ เขาไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย ใช่...ก่อนหน้านี้ด้วยความใจร้อนของเขาจึงทำให้ ยาโนะกับเมโกะต้องลำบากไปช่วยตัวเขากลับมา โชคยังดีที่เมโกะและยาโนะไม่ได้รับอันตรายอะไร ถ้าหากทั้งสองได้รับอันตรายก็คงไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน จินกุมหมัดด้วยความแค้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เขาถอยกลับไปยังที่เดิมก่อนที่เขาจะเดินมา ซูตะหันไปมองชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมามองบนแผ่นกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ

“มาซารุ...มุนตะ...มูชิ พวกเจ้าสามคนพยายามยึดเรือของพวกอังกฤษ” ซูตะพูดต่อ
“ท่านเคนตะ ท่านนำทัพธนูของท่านดักสุ่มสังหารทัพอังกฤษที่เดินผ่านมา” นักวางแผนพูดต่อ
“เยี่ยม..นี่แหละงานถนัดข้า” เคนตะพูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ยาโนะ จิน และเมโกะพวกเจ้าสามคนปกป้องกระจกไว้ อย่าให้ทหารอังกฤษเข้ามาถึงตัวกระจกได้”
“ช้าก่อนท่านซูตะ...เราลืมเรื่องของเอ็ดเวริด์หรือเปล่า” อิโอชิมะที่นั่งตรงข้ามเอ่ยถามขึ้นมา
“ข้าเอง...ข้าขออาสาไปสู้กับเอ็ดเวริด์เอง” เสียงของชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา

ทุกคนต่างหันไปมองที่เขาก่อนจะเห็นไทโซที่ยกมือขึ้นมา เมื่อทุกคนเห็นมือของเขา เขาก็ลดมือลงก่อนจะกอดอกของเขาและพูดกับเหล่าไดเมียว

“ท่านซูตะ...ยังไงเสียท่านก็ไม่มีแผนสำหรับข้าอยู่แล้วนี่ ดังนั้นข้าคิดว่าข้าคงเหมาะกับงานนี้ที่สุด” ไทโซพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ซูตะเห็นแล้วก็พยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของไทโซ

“ถ้างั้น ข้าขอให้ทุกคนเข้าประจำที่ของตนเอง..และข้าขอให้ทุกคนโชคดี” ซูตะพูดกับทุกคน

เหล่าซามูไรทุกคนต่างเขวี้ยงมือขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับคำรามเพื่อสร้างความฮึกเหิม...อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าสงครามครั้งใหญ่ในชีวิตของพวกเขาและไม่ว่าสงครามนี้จะจบลงเช่นไร มันจะต้องถูกจารึก ลงไปบนหน้ากระดาษแห่งประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

=====

เรือลำใหญ่ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ามายังแคว้นทังโกะ ชายหนุ่มผมสีทองในชุดเกราะสีเงินยืนอยู่ ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเครียดแค้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนมันยังคงตราตึงอยู่ในหัวใจของเขา ชายหนุ่มผมสีทองยืนจ้องมองไปที่ปราสาทแคว้นทังโกะที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ว่าจะอยู่ไกลจากชายฝั่งก็ตาม ข้างๆหน้ามีบางสิ่งบางอย่างมีขนาดใหญ่ตั้งอยู่เคียงข้าง เขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่เขาก็พอเดาได้ว่ามันคือสิ่งที่ยาโนะได้เคยแจ้งเขาไว้...มันคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ญี่ปุ่นชนะสงครามได้ และมันเป็นกุญแจที่จะสามารถไขประตูแห่งความพินาศให้กับชาวบริทิช เรือทั้งสองลำแล่นไปช้าๆ ในขณะที่เอ็ดเวริด์ยืนอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนมุ่งตรงมายังเขา ชายวัยเยาว์หันกลับไปก่อนจะเจอชายชราที่มานามว่าพอล เมื่อเอ็ดเวริด์เห็นว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นเขาก็หันกลับไปมองเป้าหมายของเขา ชายแก่เดินมาข้างๆเขา

“เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม เอ็ดเวริด์?” เขาเอ่ยถาม
“ข้าพร้อมแล้ว...ข้าพร้อมจะแก้แค้นให้กับแมรี่และทำลายไอ้พวกญี่ปุ่นโสมมนั่นให้หมด” เอ็ดเวริด์พูดพลางกำหมัด
“งั้นหรือ...” พอลพูดสั้นๆ

ไม่นานนักเรือทั้งสองลำก็เทียบฝั่ง ไม้กระดานถูกวางเพื่อเป็นลงสู่หาดทราย เหล่าทหารอังกฤษก้าวลงจากเรืออย่างเป็นระเบียบ เป้าหมายของพวกเขาล้วนแต่มีอย่างเดียวกันคือกุมชัยชนะเพื่อประเทศแม่ให้ได้ เอ็ดเวริด์มองไปที่ปราสาทแคว้นทังโกะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะสั่งให้ทัพของเขาบุกตรงเข้าไปยังปราสาทแห่งนั้น ทัพที่ถูกแบ่งออกเป็นสามทัพต่างวิ่งไปยังเส้นทางที่ได้รับมอบหมาย ในขณะที่เหล่าอังกฤษกำลังเคลื่อนทัพนั้น นินจานามมุนตะที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ของพฤกษามองอยู่ เขาแสยะยิ้มก่อนจะหายตัวไปยังเงามืด เมื่อมุนตะปรากฏตัวมาอีกทีเขามาอยู่ข้างๆกับซูตะที่นั่งอยู่

“ท่านซูตะครับ...ข้าได้จดแผงผังการเดินทัพมาเรียบร้อยแล้วครับ” มุนตะพูดพลางยื่นกระดาษให้

ซูตะรับไว้ก่อนจะมอง เขายื่นไปให้กับฮารุกะ , เรียวชิน และ ไทโซที่ยืนประจำการอยู่ พวกเขาพยักหน้าเมื่อเห็นแผนผังนี้ก่อนจะนำทัพยังเส้นทางที่จะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ของตน

=====

จอร์แดนเป็นเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความฝัน ตั้งแต่เด็กๆ เขาก็ฝันอยากจะอัศวินมาตลอด เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ดั่งแมรี่หรือเอ็ดเวริด์แต่เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยความมุมานะ ด้วยความขยันของเขาจึงทำให้พอลตัดสินใจฝึกเด็กคนนี้ แม้ว่าฝีมือเขาไม่ได้มากมาย แต่เขาก็แข็งแกร่งในระดับหนึ่ง และการที่เขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งจอมพลเพื่อการบุกยึดเกาะแห่งนี้ มันเปรียบเหมือน ในขณะที่เขากำลังนำทัพของเขาไปยังปราสาทอยู่นั้น เขาก็เจอใครซักคนพุ่งตรงมาที่เขา เขายกดาบขึ้นมาปัดเพื่อป้องกันตนเอง หากทว่าด้วยแรงกระแทกยังทำให้เขาตกลงจากอาชาอยู่ดี โชคยังดีที่เขายังยืนได้ เมื่อเขาตั้งตัวได้เขาก็เห็นคนที่จู่โจมเขา เขาเห็นสตรีผมสีดำที่ผูกหางม้ายืนอยู่ เธอสวมชุดเกราะสีน้ำเงิน ดวงตาของเธอจ้องมองจอร์แดนด้วยสายตาที่คมดุจเหยี่ยว ในมือของเธอถือดาบที่มีความสามารถเปลี่ยนเป็นปืนได้ เมื่อจอร์แดนเห็นฮารุกะนั้นสีหน้าของเขาก็ตกตะลึงเพราะคนที่โจมตีเขานั้นเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าเขาค่อนข้างมาก

“สตรีงั้นหรือ....” เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ

ฮารุกะยกปืนขึ้นก่อนจะเล็งไปที่ศีรษะของจอร์แดน หากทว่าการกระทำของเธอนั้นไม่ได้ทำให้จอร์แดนกลัวแม้แต่น้อย เขาไม่ได้คิดจะดึงดาบเลยด้วยซ้ำ กริยาเช่นนี้มันทำให้ฮารุกะเสียไม่น้อยเพราะมันเหมือนกับการดูถูกเขาอยู่

“ข้าไม่ทำร้ายผู้หญิง มันเป็นการกระทำที่เสียเกียรติ” จอร์แดนปฏิเสธที่จะสู้

แม้ฮารุกะจะไม่เข้าสิ่งที่เขาพูดแต่ดูเหมือนเธอก็พอจะเดาได้ว่าชายคนนี้พูดอะไร เธอเลื่อนปืนไปยังทหารที่ยืนอยู่ข้างๆเขา ก่อนที่เธอจะลั่นไก กระสุนลอยออกมาจากปากกระบอกปืนก่อนจะทะลุหน้าผากของทหารอังกฤษที่อยู่ข้างๆจอร์แดน เลือดนั้นกระเด็นออกจากหน้าผากของเขาก่อนที่เขาจะล้มลงไปกับพื้น จอร์แดนหันไปมองก่อนจะหันกลับมามองฮารุกะ ดวงตาของเธอนั้นนิ่งสนิท ราวกับเธอไม่รู้สึกอะไรเลยที่ต้องฆ่าทหารคนนี้ ผู้นำทัพชาวอังกฤษเห็นเช่นนี้ก็ดึงดาบออกมาจากหลังของเขาก่อนจะพุ่งตรงไปหาฮารุกะ เหล่าผู้ติดตามของเขาก็ต่างวิ่งตรงไปที่ทัพญี่ปุ่นเช่นกัน เมื่อเหล่าซามูไรเห็นการรุกคืบก็ต่างดึงดาบออกมาจากฝักและวิ่งตรงไปหาศัตรูของเขา การปะทะเริ่มขึ้น หญิงผมดำกับชายผมสีส้มใช้ดาบของตนปะทะอีกฝ่ายและพยายามออกแรงเพื่อจะปัดดาบของอีกฝ่ายออกมา และด้วยความที่จอร์แดนนั้นเป็นบุรุษจะมีแรงมากกว่าสตรีก็คงไม่แปลกอะไร เขาปัดดาบของฮารุกะขึ้นฟ้าก่อนที่จะแกว่งดาบหวังจะปลิดชีพของเธอ หากทว่าเธอก้มหลบคมดาบของจอร์แดนก่อนจะยกมือคว้าดาบที่ลอยอยู่กลางอากาศ เธอเปลี่ยนดาบเล่มนั้นกลายเป็นปืนก่อนจะลั่นไกใส่จอร์แดน หากทว่าเขายกมือมารับกระสุนไว้ กระสุนมันเลยอยู่แค่เกราะแขนเท่านั้น จอร์แดนตั้งดาบของเขาอีกครั้งก่อนจะวิ่งตรงมาที่ฮารุกะอีกครั้ง คราวหน้าเขาใช้ดาบจะแทงเข้าที่คอของฮารุกะ แต่สตรีชาวญี่ปุ่นยกดาบกันไว้ได้ จอร์แดนกระเด็นออกมาสองสามก้าวเมื่อเขารู้ตัวหลังของเขาก็ติดอยู่กับต้นไม้ ฮารุกะยกปืนขึ้นมาก่อนจะลั่นไก กระสุนลอยออกไป แต่จอร์แดนยังไหวตัวทันโยกหลบ กระสุนเจาะเข้าไปที่แผ่นไม้ สาวที่ถือปืนรีบเติมกระสุน จอร์แดนเห็นช่องว่างรีบวิ่งเข้าไปพร้อมกับดาบของเขา เขากระโดดขึ้นมาและยกดาบพร้อมจะใช้ดาบตัดร่างของเธอ แต่ฮารุกะนั้นมือไวเติมกระสุนเสร็จก่อนจะกลิ้งหลบจอร์แดนได้ การโจมตีนั้นไม่เป็นผล จอร์แดนหันกลับมาก่อนจะเห็นฮารุกะพุ่งมาพร้อมกับแทงดาบเข้าสู่ร่างของจอร์แดน คมดาบนั้นทะลุชุดเกราะของชาวอังกฤษ เลือดนั้นไหลออกมาจากริมฝีปากของเขา ฮารุกะดึงดาบออกมาจากร่างของเขา เลือดนั้นไหลออกมาจากปากแผลก่อนจะหยดลงสู่พื้นดิน จอร์แดนก้มลงมองเลือดที่หยดลงบนพื้น เขาเห็นแล้วก็ทรุดลงไปบนพื้น หากทว่าสีหน้าของเขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับยิ้มและแหงนหน้ามองท้องฟ้า

“ดูเหมือนความฝันของข้าจะไม่เป็นจริงซินะ...ช่างไม่ยุติธรรมจริงๆ” จอร์แดนพูดขึ้นพลางเอามือกุมแผลของเขา

ฮารุกะมองก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเดินตรงไปที่ชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าก่อนที่จะยกปืนและจ่อไปที่หน้าผากของเขา แม้ว่าปากกระบอกปืนจะยังคงร้อน แต่เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าถึงความทรมานเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีเงินทั้งสองจ้องมองมาที่ฮารุกะ ราวกับเขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญความตายแล้ว ฮารุกะมองดวงตาของเขาดีๆอีกครั้งหนึ่งก่อนจะลั่นไกปืน สิ้นเสียงปืนนั้นฮารุกะก็สะบัดคราบเลือดออกจากดาบของเธอ ร่างของจอร์แดนลงไปนอนกับพื้นดิน เลือดนั้นไหลนองไปทั่วพื้น เหล่าทหารอังกฤษที่อยู่แถวนั้นหันมาเห็นนายพลของเขาเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณก็เริ่มแตกตื่น เหล่าทหารอังกฤษส่วนหนึ่งเริ่มหนี ในขณะเดียวกันทหารอังกฤษส่วนหนึ่งก็ยังคงยืนหยัดสู้ แต่ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าและกำลังใจที่ถดถอยทำให้เหล่าทหารอังกฤษต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด เมื่อศึกด้านนี้จบลง ฮารุกะก็ยืนมองร่างของผู้คนมากมายที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นด้วยสายตาอันเฉื่อยชา ไม่ว่าจะเป็นชาวอังกฤษหรือชาวญี่ปุ่นก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะมีสัญชาติต่างกันและมีภาษาต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเขาต้องต่างเผชิญเหมือนๆกันก็คือ “ความตาย”

“ท่านฮารุกะคะ เราชนะตรงนี้แล้ว...เราจะเอายังไงต่อดีคะ” องค์รักษ์หญิงพูดกับเธอ
“ไปช่วยทัพอื่นต่อ ข้าว่าความช่วยเหลือของเรา จะสามารถช่วงพวกเขาได้มาก” ฮารุกะให้คำตอบ

เธอพยักหน้าก่อนที่ฮารุกะจะเริ่มนำทัพไปยังจุดอื่น แม้ว่าฮารุกะจะคว้าชัยชนะมาแล้ว แต่ศึกนี้ยังไม่จบลง และยังคงดำเนินต่อไป

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 24
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: