Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 26

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 26   Wed Oct 15, 2014 9:48 pm

นี่ก็ห้าปีแล้วหลังจากที่เกิดสงครามต่างชาติขึ้น มีเรื่องใหม่ๆมามากเกิดขึ้น และแน่นอนสงครามเพื่อใต้หล้าก็ยังคงดำเนินต่อไป ถ้าให้พูดเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงก็อาจจะใช้เวลาซักพักหนึ่ง แต่ยังไงก็อดทนรับฟังกันหน่อยก็แล้วกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงห้าปี อย่างแรกนั้นบนแผ่นดินญี่ปุ่นนั้นเหลือเพียงแค่ 5 ตระกูลเท่านั้น อันได้แก่ฮิมูระ , โอนิสึกะ , เท็ตซึยะ , ยาชิโระ และโยชิคุนิ เหล่าตระกูลอื่นๆที่อ่อนแอก็ต้องล่มสลายไปตามธรรมชาติ แม้ว่าจะมีหลายๆตระกูลพยายามจะออกแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อป้องกันแผ่นดินของตัวเอง แต่พวกเขาก็ทำไม่สำเร็จ ในตอนนี้ตระกูลเท็ตซึยะเป็นตระกูลที่มีพื้นที่มากที่สุด ด้วยขุมกำลังอันแข็งแกร่งของเขา ทำให้ยากที่จะหยุดความทะเยอทะยานของมังกรตัวนี้ไว้ได้ ในขณะเดียวกันตระกูลที่มีพื้นที่น้อยที่สุดก็คือตระกูลโยชิคุนิ ไม่ใช่ว่าตระกูลของเขาอ่อนแอแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะความขี้เกียจของตัวไดเมียวเสียมากกว่า

อย่างที่สองนั่นก็เกี่ยวกับไทโซและมาซามิ ก็คงพูดได้ว่าตอนนี้ทั้งคู่ก็เป็น “พ่อ-แม่” แล้ว ทั้งคู่ได้มีลูกชื่อโคทาโร่และมากาเร็ต เด็กทั้งสองเป็นฝาแฝดกันและตอนนี้ก็อายุได้สี่ปีแล้ว ตอนแรกๆนั้นทั้งคู่ก็เถียงกันว่าจะตั้งชื่อเป็นชื่อแบบยุโรปหรือแบบญี่ปุ่นดี ท้ายที่สุดเพื่อความยุติธรรมนั้นทั้งคู่เลยแบ่งกันตั้งชื่อและก็กลายเป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ แม้ว่าทั้งสองจะเป็นฝาแฝดกันแต่ใบหน้าของทั้งสองนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โคทาโร่นั้นหน้าตาละม้ายคล้ายพ่อส่วนมากาเร็ตดูเหมือนจะไปทางแม่เสียมากกว่า

แน่นอนยังมีอีกมากที่เกิดขึ้น แต่เพื่อความเห็นภาพเอาเป็นว่าตัวผมจะเล่าให้คุณฟังในระหว่างที่เนื้อเรื่องดำเนินไปก็แล้วกัน

======

“แฮ่กๆๆๆๆ”

สตรีผมน้ำตาลยาววิ่งอยู่ในป่าราวกับเธอกำลังหนีใครบางคนอยู่ เธอเหลือบหันไปมองเป็นระยะๆ กิโมโนสีชมพูของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยขาด อาจจะเพราะกิ่งไม้ที่เกี่ยวเนื้อผ้าหรืออาจจะเพราะคมดาบ ไม่มีใครทราบ ในขณะที่เธอหันไปเหลือบมองเบื้องหลังนั้น เธอก็สะดุดกับรากไม้ขนาดใหญ่ มันทำให้ร่างของเธอลอยอยู่พักหนึ่งก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกกับพื้นดิน หญิงสาวผู้นี้พยายามจะลุกขึ้นมา หากทว่าเธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ข้อเท้าของเธอ หญิงผมน้ำตาลเหลือบมองไปที่ข้อเท้าของเธอ ดูเหมือนข้อเท้าของเธอจะเข็ดเสียแล้ว เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นเรื่อยๆ เธอพยายามจะลุกขึ้นมาแต่เธอก็ล้มลงไปอีกครั้ง เมื่อเธอรู้ตัว เธอก็ถูกชายร่างยักษ์สองคนล้อมเสียแล้ว

“เลิกหนีได้แล้วน้องสาว พวกพี่เหนื่อยนะ” พวกเขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย
“ถอยออกไปนะ” ฮานะตะโกนสุดเสียง

หากทว่าพลังเสียงของเธอมิสามารถใช้เป็นอาวุธต่อชายทั้งสองได้ พวกเขายิ้มก่อนจะก้าวเดินเข้ามาช้าๆ ฮานะหลับตาลงด้วยความกลัว พลางอ้อนวอนให้มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอ

“ช้าก่อนพวกท่าน!!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นมา มันเป็นเสียงที่ฮานะรู้จักดี

ฮานะลืมตาก่อนจะเห็นชายผมดำที่ไว้ทรงผมทรงหางม้ายืนอยู่ข้างหน้าของเธอ เมื่อชายคนนี้หันมาก็ปรากฏเป็นใบหน้าของยาโนะ หญิงสาวนามฮานะเห็นใบหน้าของยาโนะก็ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวัง ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรก่อนจะหันมามองชายร่างยักษ์สองคนพร้อมกับดึงดาบออกมาจากฝักของตน แต่ถึงมันจะเป็นท่าทางที่มีเจตนาเพื่อข่มขู่คู่ต่อสู้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้มีผลอะไรเลย มิหนำซ้ำชายร่างยักษ์ทั้งสองเห็นก็ระเบิดเสียงหัวเราะกันดังสนั่น

“ดูเหมือนเราจะมีเหยื่อเพิ่มมาคนว่ะ แหม่ คุ้มจริงๆได้สาวน่ารักๆถึงสองคน” ชายคนหนึ่งพูด
“น้องวางดาบลงเถอะ ดาบมันไม่เหมาะกับหน้าสวยๆของน้องหรอกนะ” อีกคนพูดกับยาโนะ

สิ้นเสียงของเขา เขาเดินเข้ามายาโนะพยายามจะดึงดาบของเขาออก หากทว่ายาโนะแกว่งดาบขู่ คมดาบนั้นกรีดแก้มของชายที่พยายามจะดึงดาบออกจากเขา เลือดนั้นไหลออกจากแก้มของชายคนนี้ มันทำให้เขาโกรธมากจนถึงขนาดดึงดาบของตัวเองและหวังจะฟันยาโนะ หากทว่าชายหนุ่มหน้าหวานโยกหลบก่อนที่ยาโนะจะใช้ดาบของเขาปัดดาบของชายคนนี้ ดาบของเขาลอยไปปักต้นไม้ใกล้ๆตัวเขา มิตรสหายของเขาเห็นก็รีบดึงดาบของเขาก่อนจะตรงมาที่ยาโนะ ชายหนุ่มหน้าหวานก้มหลบลงก่อนที่จะเอาดาบจ่อไปที่คอของเขา ชายฉกรรจ์คนนี้ทรุดลงไปนั่งด้วยความกลัว ก่อนที่เขากับชายอีกคนจะเริ่มกรีดร้องและวิ่งหนียาโนะไป ชายหนุ่มหน้าหวานถอนหายใจก่อนจะหันมาที่ฮานะและคุกเข่าลงไป

“เป็นอะไรไหมขอรับ องค์หญิงฮานะ” ยาโนะเอ่ยปากถามหญิงที่นั่งอยู่บนพื้น
“ไม่ไหร่คะ...ดิชั้นต้องขอบคุณท่านยาโนะจริงๆที่ช่วยดิชั้นไว้” หญิงสาวนามฮานะกล่าวขอบคุณ


พูดจบเธอก็พยายามลุกขึ้นมาแต่ด้วยบาดแผลของข้อเท้าเธอจึงล้มลงไป ยาโนะเห็นจึงอุ้มเธอขึ้นมา สีหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความเขินอาย และพยายามจะดิ้น

“สภาพนี้ท่านคงเดินไม่ได้หรอกขอรับ ให้กระผมอุ้มท่านเถอะขอรับ” ยาโนะพูด

เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ให้ยาโนะอุ้มเธอเท่านั้น ยาโนะเดินไปช้าๆ ในขณะที่ยาโนะกำลังเดินอยู่นั้นฮานะก็เอ่ยปากถามขึ้นมา

“มันจะเป็นก้าวก่ายไหมค่ะ ถ้าดิชั้นจะถามว่าท่านยาโนะมาอยู่อะไรตรงนี้”
“ตรงนี้มันเป็นป่าหลังปราสาทของแคว้นทังโกะน่ะขอรับ” ชายหนุ่มหน้าหวานตอบในขณะที่เดินขึ้นไป

ฮานะได้ยินก็พยักหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เธออยากจะพูดหากทว่าคำพูดนั้นติดอยู่ที่ลำคอของเธอจนหมด เสียงหัวใจของเธอเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ ดังเป็นจังหวะพร้อมๆกับเสียงฝีเท้าของยาโนะ ใบหน้าของฮานะนั้นแดงฉ่า ด้วยความเขินอาย ไม่นานนัก ยาโนะก็เดินมาถึงหน้าประตูปราสาทของตัวเอง ผู้อาศัยที่อยู่ในปราสาทเห็นใบหน้าของชายหน้าหวานก็เปิดประตูของปราสาทออกช้าๆ ยาโนะก้าวเท้าเข้าไป เมื่อยาโนะเข้าไปนั้นสิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าของชายผมน้ำตาลที่มีดวงตาเพียงข้างเดียวโดยดวงตาข้างนั้นได้มีผ้าปิดตาสีดำคาดปกปิดไว้ เขากำลังฝึกซ้อมดาบอยู่กับชายอีกคน เมื่อเขาเห็นเจ้านายของเขา เขาก็หยุดลงก่อนจะหันมาโค้งให้กับยาโนะ

“สวัสดีขอรับ ท่านยาโนะ การสำรวจเป็นยังไงบ้างขอรับ?” เขาเอ่ยปากถาม
“ก็ไม่มีอะไรพิเศษอะนะอากิโตะ...ดูเหมือนข่าวลือเรื่องทางลับไปสู่แคว้นโอวาริน่าจะเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกเท่านั้น” ยาโนะเอ่ยปากตอบ

ชายหนุ่มที่เรียกยาโนะว่า “ท่านยาโนะ” นั้นมีนามว่า อาซาโน่ อากิโตะ เขาเป็นองค์รักษ์ของยาโนะ เขาเกิดในครอบครัวธรรมดาๆ หากทว่าเพลงดาบของเขานั้นไม่ได้ธรรมดาแต่อย่างใด จริงๆต้องบอกว่าเขาเกิดที่แคว้นอินาบะ และในขณะที่เขากำลังสู้รบกับแคว้นเพื่อนบ้านของเขาอย่างแคว้นโฮกิ ก็ได้มี “อสูรกาย” (อ้างอิงจากคำพูดของเขา) มาทำลายล้างทุกอย่าง เหลือเพียงแต่เขาเท่านั้นที่รอดมาได้ แต่ถึงเขารอดมาได้สภาพของเขาก็ไม่สูสีดีนักเท่าไหร่ เขาซมซานมาเรื่อยๆก่อนจะมาถึงแคว้นทังโกะและยาโนะก็ได้ช่วยเขาไว้ นั่นก็แปลว่าชายคนนี้เป็นหนี้ชีวิตของชายหนุ่มหน้าสวยคนนี้ เขาจึงตัดสินใจรับใช้ยาโนะและจะปกป้องเจ้านายของเขาจนกว่าชีวิตของเขาจะหาไม่

“เอ่อ ท่านยาโนะ สตรีที่สภาพมอมแมมนี่เป็นใครหรือ?” อากิโตะเอ่ยปากถามถึงหญิงแปลกหน้าคนนี้อย่างไร้มารยาท
“นางชื่อฮานะ เป็นน้องสาวของตระกูลเท็ตซึยะน่ะ” ยาโนะแนะนำตัวเธอ
“เดี๋ยว!! องค์หญิงแห่งตระกูลเท็ตซึยะ มาทำอะไรที่นี่หรือ?” องค์รักษ์ของยาโนะเอ่ยปากถาม
“ข้าเองก็มิทราบ” ยาโนะตอบพลางส่ายหน้า
“องค์หญิงฮานะ!! ท่านมาทำอะไรที่นี่?” เสียงของชายหนุ่มที่ดูคุ้นเคยดังขึ้น

ยาโนะกับอากิโตะหันไปหาเจ้าของเสียงคนนี้ เขาเป็นชายหนุ่มผิวสีแทน และเป็นชายหนุ่มร่างเล็ก แม้ว่าจะผ่านไป 5 ปีแต่ผมของเขาก็ยังคงขาวโพลนเช่นเคย เขาเป็นน้องชายของมาซามิและก็เคยรับใช้องค์หญิงฮานะ นามของเขาคือเท็ตซึกะ ดวงตาของชายคนนี้เบิกโพลนด้วยตกใจ อนึ่งเขาไม่คิดว่าเขาจะได้เจอเจ้านายเก่าของเขาที่นี่ และอสองเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นองค์หญิงฮานะในสภาพมอมแมมขนาดนี้ ยาโนะคุกเข่าลงเพื่อให้องค์หญิงฮานะยืนขึ้นมา เมื่อองค์หญิงฮานะยืนได้ ผู้ที่แบกเธอก่อนหน้านี้ก็ลุกขึ้นมาเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเท็ตซึกะที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเขา

“เท็ตซึกะ ท่านช่วยรบกวนบอกท่านไทโซเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยและช่วยตามบริวารมาชำระล้างร่างกายขององค์หญิงฮานะด้วย” ยาโนะเอ่ยปากบอกกับเท็ตซึกะ

เท็ตซึกะพยักหน้าก่อนจะวิ่งหายไป ไม่นานนักก็มีบริวารหญิงวัยกลางคนเดินออกมาก่อนที่จะมาพยุงฮานะที่อยู่ในสภาพมอมแมมและเดินหายไปจากระยะสายตาของยาโนะ เวลาผ่านไปซักพัก ในห้องเล็กๆที่มีเท็ตซึกะ ยาโนะ และไทโซนั่งล้อมวงกันอยู่ ทั้งสามต่างรอองค์หญิงฮานะด้วยจุดประสงค์ที่คล้ายคลึง และจุดประสงค์ที่ว่านั่นก็คือการตอบคำถามหลายๆอย่างที่คลาแคลงใจ ไม่นานนัก ประตูกระดาษก็ถูกเปิดขึ้นมา โดยผู้ที่เปิดประตูนั้นก็คือองค์หญิงฮานะ สภาพของเธอนั้นแตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงราวกับกลายเป็นคนละคน กิโมโนสีชมพูของเธอนั้นไร้รอยขาด ผิวของเธอนั้นสะอาดสะอ้าน เธอคุกเข่าลงพื้นอย่างช้าๆ เมื่อเธอนั่งลงแล้ว ชายหนุ่มนามยาโนะก็เอ่ยปากถามฮานะถึงสิ่งที่เกิดขึ้น น้องของซูตะพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

ย้อนกลับไป 3-4 วันก่อน ณ ปราสาทแคว้นโอวาริ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นในขณะที่ฮานะนั่งจัดดอกไม้ในปราสาทของเธออยู่ หญิงสาวผู้มากความสามารถนั้นกำลังจัดดอกไม้ด้วยความพิถีพิถัน เธอใช้มืออันเรียวบางของเธอจับดอกไม้ที่งดงามอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดรอยช้ำ แต่แล้วเธอก็หยุดเมื่อเธอก็ได้ยินเสียงของใครซักคนเดินขึ้นมา เธอหันกลับไปก่อนจะเห็นชายผมดำที่นามว่าซูตะ ดูจากดวงตาของซูตะนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ฮานะก็ได้แต่มองด้วยความสงสัยว่าอะไรกันนะที่ทำให้พี่ชายของตนขุ่นเคือง เขานั่งลงไปบนพื้นก่อนที่จะจ้องมองดวงตาของน้องสาวตนเอง และเปล่งเสียงออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่ปกคลุมปราสาทแห่งนี้อยู่

“ฮานะ...เจ้ามีอะไรปิดบังพี่รึเปล่า?”
“ไม่มีนี่คะ ทำไมหรอคะ?” ฮานะถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ
“ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปแล้วนะ....เจ้าจำเท็ตซึกะได้ไหม?” ซูตะเอ่ยปากถาม

คำว่า “เท็ตซึกะ” นั้น มันทำให้ฮานะนึกออกทันที มันเป็นเรื่องสงครามระหว่างแคว้นทังโกะและแคว้นโอวาริ สงครามนั้นเป็นสงครามที่แคว้นเท็ตซึยะเกือบจะชนะแล้ว หากแต่ว่าการปรากฏตัวของชายที่ชื่อว่าเท็ตซึกะ ทำให้ทุกอย่างนั้นไม่ได้เป็นตามที่ซูตะหวังไว้และศึกนั้นก็จบลงด้วยความปราชัย แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับฮานะอย่างไร? เพราะว่าฮานะอนุญาตให้เท็ตซึกะออกไปช่วยตระกูลของพี่สาวตนหรือมาซามินั่นเอง

“หนูไม่เห็นรู้เรื่องเลยค่ะพี่....ตอนที่หนูตื่นขึ้นมา หนูก็เห็นเขาหายไปแล้ว” ฮานะปฏิเสธ

หากทว่าสีหน้าของซูตะนั้นดูเหมือนจะไม่เชื่อคำพูดของเธอเสียเท่าไหรก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา มันเป็นจดหมายที่เท็ตซึกะส่งมาหาเธอ ในกระดาษนั้นมีข้อความประมาณว่า “ขอบคุณองค์หญิงฮานะที่ปล่อยให้ตนไปช่วยพี่สาวตัวเอง” กล่าวคือซูตะได้รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น สีหน้าของฮานะนั้นซีดเซียว มือไม้ของฮานะสั่นไปหมดด้วยความกลัว ซูตะมองไปที่เธออีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ถ้าหากว่าในวันนั้นไม่ได้เกิดเหตุนี้ขึ้น มันก็ไม่มีตระกูลฮิมูระที่เป็นขวากหนามของเขาในการยึดครองใต้หล้า

“ทำไมเจ้าต้องทำแบบนี้ด้วย!!” ซูตะตะคอก
“คือหนู...หนู...หนู” ฮานะพยายามจะพูดแต่ด้วยความกลัวมันจึงทำให้เธอไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดออกมาได้
“ไป!! ออกไปจากบ้านนี้!!” ซูตะตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

พูดจบเขาก็เดินออกไปส่วนฮานะก็ทรุดลงไปก่อนจะเอามือปิดดวงตาของตัวเธอเอง น้ำตานั้นไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอก่อนจะหยดลงไปผืนเสื่อ หัวใจของเธอหนักอึ้งไปหมด โลกทั้งใบของเธอดูขุ่นมัวและไม่สดใสเสียนิด ทำไมโชคชะตาจะต้องเล่นตลกกับเธอด้วยนะ ไม่ว่าเธอจะทำเช่นไหร่เธอก็ไม่สามารถหยุดน้ำตาที่ไหลออกมาได้ เพราะเธอจะต้องจากบ้านเกิดของเธอเสียแล้ว เธอขึ้นเกวียนของเธอและจะเดินทางไปที่ไหนซักแห่ง และหวังว่าสถานที่นั้นจะดูแลเธอ บางทีเธออาจจะต้องตกเป็นภรรยาของไดเมียวซักคน อาจจะต้องเป็นภรรยาของชายที่เธอไม่ได้รัก แต่เพื่อความอยู่รอดเธอต้องทำ ฮานะเองก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอเธออยู่แต่สิ่งที่เธอรู้ในตอนนี้คือเธอไม่สามารถอยู่ที่นี้ได้แล้ว แต่แล้วเมื่อการเดินทางก็ไม่ราบรื่นเสียเท่าไหร่เพราะระหว่างทางเธอถูกโจรป่าปล้น มันทำให้เกิดการปะทะขึ้นมา และในขณะที่ชุลมุนอยู่นั้น ฮานะก็รีบวิ่งหนีออกมา แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเธอเสียเลย เพราะว่ามีชายสองคนวิ่งไล่ตามเธอมา ก่อนที่เธอจะได้พบกับยาโนะอีกครั้งและอยู่ที่แห่งนี้ เมื่อชายทั้งสามได้ยินเรื่องก็พยักหน้ากับเรื่องราวของเธอและเข้าใจเรื่องของเธอ

“ถ้างั้นพักอยู่ที่ตำหนักของยาโนะก่อนไหมล่ะ?” ไทโซเอ่ยปากถาม
“จะดีหรือคะ...มันจะไม่เป็นการรบกวนท่านยาโนะหรอคะ?” ฮานะเอ่ยปากถามไทโซ
“ไม่เป็นไรหรอก ตำหนักของยาโนะพึ่งสร้างมาใหม่ มีพื้นที่มากมาย จะให้เจ้าซักห้องก็คงไม่เป็นไร” ไทโซพูด
“จะดีจริงๆหรอคะ ท่านยาโนะ” ฮานะหันมาถามยาโนะอีกครั้ง
“อย่างที่ท่านไทโซพูดนั่นแหละขอรับ พื้นที่ยังเหลือตั้งเยอะ ให้องค์หญิงฮานะ พักซักห้องก็ไม่เป็นไร” ยาโนะตอบด้วยรอยยิ้ม

ฮานะได้ยินก็ยิ้มด้วยความยินดีก่อนจะกล่าวขอบคุณพวกเขาจากใจ

“ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่นะขอรับ องค์หญิงฮานะ” ยาโนะพูดอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น

=====

ในขณะเดียวกันย้อนกลับไปที่แคว้นโอวาริอีกที ชายหนุ่มนามซูตะมองออกไปที่ข้างนอกอีกครั้ง วันนี้ฟ้านั้นไม่มืดเท่าไหร่ ก้อนเมฆก็ไม่ได้ก่อตัวกัน ท้องฟ้านั้นปลอดโปล่งและอากาศดี ในขณะที่เขายืนอยู่นั้น เขาก็หันกลับไปก่อนจะเห็นมูชิที่คุกเข่าอยู่ดูเหมือนเธอมีอะไรจะรายงานให้กับเจ้านายของเธอ

“องค์หญิงฮานะตอนนี้อยู่ที่แคว้นทังโกะค่ะ” เธอพูดกับซูตะ
“งั้นหรือ....แต่เรื่องนั้นเอาไว้ที่หลัง เจ้าเตรียมเส้นทางเอาไว้ให้พวกข้ารึเปล่า?” ซูตะเอ่ยปากถามมูชิ
“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้

เขาม้วนกระดาษออกก่อนจะมอง เมื่อเขาเห็นก็ยิ้มด้วยความยินดีก่อนจะพูดขึ้นมา

“เยี่ยม...เตรียมทัพให้พร้อม เราจะเตรียมก้าวสำคัญสู่การยึดครองใต้หล้า”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 26
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: