Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 31

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 31   Thu Oct 30, 2014 6:24 pm

เสียงฝีเท้าของม้าย่ำลงผืนดินดังขึ้นเรื่อยๆ ฮารุกะควบม้าไปยังสถานที่เป้าหมายของเธอ มันคือแคว้นชินาโนะตอนเหนือ ซึ่งเป็นแคว้นที่เจ้านายของเธออาศัยอยู่ ในขณะที่เธอควบม้าไปยังสถานที่แห่งนั้น เบื้องหลังของเธอก็มียาโนะที่ควบม้าตามเธออยู่ และในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงแคว้นชินาโนะตอนเหนือ ฮารุกะดึงเชือกของเธอเพื่อให้ม้าของเธอหยุดลง ดวงตาของเธอเบิกโพลนด้วยความสะพรึงกลัว ยาโนะที่ตามหลังมาหยุดเช่นกัน และสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะเชื่อมาก่อน มันเป็นปราสาทที่ถูกพังทลายลง ควันนั้นปกคลุมทั่วท้องฟ้า ร่างของผู้คนนั้นนอนกันกระจัดกระจายทั่วไปหมด ฮารุกะวิ่งลงมาจากเนินก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ ยาโนะเดินตามลงมา เขาเห็นร่างของทหารที่มีธงสัญลักษณ์ที่มีกรงเล็บอยู่ ข้างๆนั้นมีร่างของทหารอีกคนนอนอยู่ เขาไม่มีธงสัญลักษณ์อยู่บนชุดเกราะของเขา

“ทหารของคุซากะหรือ...” ยาโนะพูดกับตนเอง

คุซากะคือหนึ่งในนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดบนผืนแผ่นดินญี่ปุ่น เขาเป็นชายพเนจรและไม่สังกัดใดๆ ไม่มีใครรู้ว่าภูมิฐานของเขาเป็นยังไง มาจากครอบครัวอะไร แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ก็คือยามใดที่เขาปรากฏตัวมาบนสนามรบ เขาจะทำลายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทัพของฝั่งไหนก็ตาม ในขณะที่ยาโนะกำลังยืนมองอยู่นั้น เขาหันไปก็เห็นฮารุกะที่เดินไปรอบๆ เธอวิ่งเข้าไปในตัวเมือง สิ่งที่เธอเห็นนั้นคือเหล่าผู้คนจำนวนมากที่นอนตายเกลื่อนไปหมด น้ำใสๆเริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาของเธออีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุดหาเจ้านายของเธอ ยาโนะคอยวิ่งตามมาติดๆ ไม่นานนักเธอก็มาถึงซากปรักหักพังของปราสาท ไม่เว้นแม้แต่ที่นี่ก็มีร่างไร้วิญญาณของผู้คนเช่นกัน

“ท่านอิโอชิมะ...ท่านได้ยินข้ารึเปล่า” ฮารุกะตะโกนสุดเสียง

หากทว่าก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เธอลองตะโกนชื่อของนายเธออีกครั้ง แต่ผลลัพธ์นั้นยังคงเช่นเดิม หัวใจของเธอนั้นเลยหนักอึ้งไปหมด เธอได้หวังเพียงแต่ว่าเจ้านายของเธอยังคงมีชีวิตอยู่ ใช่...บางทีข่าวนั้นอาจจะมีการคลาดเคลื่อนก็ได้  เธอยังคงตะโกนต่อไป หากทว่าก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย มีเพียงแต่เสียงของเหล่าอีกาเท่านั้นที่ขานตอบรับเธอ ฮารุกะทรุดลงไปกับพื้น หยดน้ำตานั้นหยดลงสู่ฝืนดิน หญิงสาวคนนี้ไม่คิดที่จะเช็ดน้ำตาเลยแม้แต่น้อย เธอแหงนมองท้องฟ้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เธอดึงดาบออกมาจากฝักดาบของเธอและเตรียมจะแทงเข้ากลางหน้าท้องของตนเอง หากทว่ายาโนะเห็นทันก่อนจะใช้ดาบของเขางัดดาบของฮารุกะออกไป ดาบของเธอลอยก่อนจะปักลงกับพื้นใกล้ๆกับเธอ

“เจ้าคิดจะทำอะไรของเจ้า” ยาโนะตะโกนต่อว่าฮารุกะ
“ข้ามันล้มเหลว...ข้าปกป้องเจ้านายของข้าไม่ได้...ข้าฆ่าคนที่มีพระคุณกับข้า”
“ข้ามันล้มเหลว ข้าไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่” ฮารุกะตัดพ้อชีวิตตัวเอง

ยาโนะคุกเข่าลงไปก่อนจะพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง

“เจ้าไม่ต้องมาปลอบข้า...เจ้าจะไปเข้าใจอะไร” ฮารุกะตัดบทพูดของยาโนะ
“เจ้าทำอะไรก็สำเร็จตลอด ต่างกับข้าที่ทำอะไรก็ล้มเหลวตลอด”
“เจ้าไม่เคยเสียคนที่รัก เจ้าไม่เคยพ่ายแพ้ เจ้าจะไปรู้อะไร” ฮารุกะตะโกนใส่ยาโนะ

คำพูดประโยคพวกนี้ทำให้ยาโนะหลับตาลงก่อนที่เขาจะพูดคำว่า “ขอโทษนะ” เบาๆ เมื่อสิ้นเสียงของเขา เขาก็ชูมือขึ้นมาก่อนจะตบเข้าไปที่แก้มซ้ายของฮารุกะ เสียง “เพี๊ยะ” นั้นดังกึกก้องไปทั่วผืนนภา ฮารุกะที่โดนตบไปก็ได้แต่จับแก้มข้างซ้ายของตน แก้มซ้ายของเธอนั้นแดงก่ำขึ้นมา ฮารุกะรู้สึกถึงได้ถึงความเจ็บปวดที่มาจากแก้มซ้ายของตน หญิงสาวที่ถูกตบแก้มซ้ายมองไปที่ผู้กระทำด้วยสายตาอันโกรธเกรี้ยว หากทว่าเมื่อฮารุกะเห็นใบหน้าของยาโนะแล้วความโกรธในใจของเธอก็หายไปจนหมด เพราะยาโนะเองก็กำลังร่ำไห้เช่นกัน

“ทำไมข้าจะไม่รู้ความรู้สึกของเจ้าล่ะ!! ข้าเองก็เสียคนที่ข้ารักเหมือนกัน” ยาโนะพูดทั้งน้ำตา
“ทั้งคนรักของข้า ทั้งครอบครัวของข้า....พวกเขาล้วนแต่จากข้าไปทั้งนั้น”
“และทุกครั้ง ข้าก็คิดว่าตัวข้า นั้นไร้ซึ่งพลังที่จะปกป้องคนเหล่านี้” ยาโนะพูดพร้อมทั้งกำหมัดแน่น
“หากทว่า...ข้าเองก็ต้องมุ่งหน้าต่อไป เพื่อสองสิ่ง” ชายหนุ่มหน้าหวานใช้มือปาดน้ำตาของเขา
“หนึ่ง เพื่อให้ท่านไทโซ ได้เป็นโชกุนแห่งผืนแผ่นดินญี่ปุ่น”
“และสอง เพื่อไม่ให้มีผู้คนต้องเจ็บปวดแบบข้าอีก” ยาโนะพูดด้วยสายตามุ่งมั่น

สิ้นคำพูดของยาโนะ ชายหนุ่มหน้าหวานก็ลุกขึ้นมา คำพูดที่เธอได้ยินนั้นทำให้ฮารุกะฉุดคิดขึ้นมา เธอใช้มือของเธอปาดน้ำตาของตนเองก่อนจะลุกขึ้นมาเช่นกัน เธอจ้องมองใบหน้าของยาโนะก่อนจะเอ่ยปากถามยาโนะที่ยืนจ้องดวงตาของเธออยู่

“แล้วข้าสมควรที่จะมีชีวิตอยู่รึเปล่า จากบาปที่ข้าทำ...มันเป็นอะไรที่มากเกินกว่าที่ข้าจะชดใช้ได้” ฮารุกะเอ่ยปากถาม
“เรื่องนี้ข้าเองก็ตอบมิได้...หากทว่ามาซารุ เขาคงไม่อยากให้เจ้าเอาชีวิตของเจ้าไปทิ้งหรอก” ยาโนะตอบ
“งั้นหรือ....” ฮารุกะตอบพลางมองไปที่ซากปรักหักพัง

เธอก้าวเท้าของเธอไปยังซากของปราสาทที่ถูกทำลาย ฮารุกะจ้องมอง ก่อนที่เธอจะเอามือของเธอจับไปที่ซากของปราสาท ภาพของวันเก่าในตอนที่เธอรับใช้ตระกูลยาชิโระไหลเข้ามา เธอยังคงจำวินาทีที่เธอสู้ในฐานะซามูไรแห่งตระกูลยาชิโระได้ แต่นั่นเป็นเพียงภาพในอดีตเท่านั้นแล้ว ตอนนี้เธอต้องมุ่งหน้าต่อไปสู่อนาคตที่เธอวาดไว้

=====

“อะไรนะ!! ท่านยาโนะให้เจ้าเป็นองค์รักษ์อีกคนงั้นหรือ” อากิโตะพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตกใจ

เบื้องหน้าของอากิโตะนั้นเป็นหญิงในชุดเกราะสีน้ำเงิน ผมของเธอเป็นทรงหางม้า ไม่ต้องสงสัยว่าเธอคือฮารุกะ คำพูดประโยคมะกี้ของอากิโตะนั้นพูดกับฮารุกะซึ่งเป็นองค์รักษ์อีกคนของยาโนะ

“ใช่ ท่านยาโนะให้ข้าเป็นองค์รักษ์อีกคน สงสัยท่านยาโนะ คงคิดว่าองค์รักษ์คนปัจจุบันทำงานไม่ได้เรื่องกระมั้ง” ฮารุกะสบประมาทอากิโตะ
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก อากิโตะ...ข้าคิดว่าฮารุกะจะมาบ่อนเบาภาระของเจ้าน่ะ” ยาโนะที่นั่งข้างๆฮารุกะเอ่ยขึ้นมา
“ข้าคิดว่าข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านยาโนะ ข้าก็เลยมารับใช้เขา ไม่ต่างจากเจ้าหรอก” ฮารุกะพูดต่อ

คำพูดแต่ละประโยคของฮารุกะนั้นทำให้อากิโตะรู้สึกไม่พอใจไม่มากก็น้อย ยาโนะหันออกไปภายนอกก่อนจะเห็นท้องฟ้าที่เป็นสีดำ มันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าตอนนี้ค่ำแล้ว ยาโนะหันกลับไปมององค์รักษ์ทั้งสองของตนที่กำลังจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน ถ้าหากไม่มียาโนะนั่งกั้นอยู่ระหว่างทั้งสองละก็ ทั้งคู่คงลุกขึ้นมาและใช้ดาบของตนเองฟาดฟันกันเป็นที่แน่แท้

“ตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายได้” ยาโนะพูดกับองค์รักษ์

องค์รักษ์ทั้งสองแยกย้ายกัน ยาโนะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเริ่มคิดแล้วว่าการที่ให้ฮารุกะเป็นองค์รักษ์อีกคนของตนเป็นเรื่องที่ถูกรึเปล่าแต่ถึงกระนั้น ถ้าหากมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดเขาก็คงแก้ไขไม่ได้แล้ว ยาโนะกระเถิบไปที่โต๊ะของตัวเอง โต๊ะของเขานั้นยังคงรกเช่นเคย มีหนังสือและกระดาษกองกระจัดกระจายเต็มไปหมด จริงๆต้องบอกว่ายาโนะพยายามจะจัดโต๊ะนี้หลายครั้ง หากทว่าไม่ว่าจะจัดยังไง ผ่านไปสองสามวันก็เหมือนมีเวทย์มนต์บางอย่างทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม และมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนท้ายที่สุดยาโนะก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะทำความสะอาดโต๊ะทำงานของเขา เมื่อยาโนะไปถึงโต๊ะของเขา เจ้าของโต๊ะก็นั่งหาอะไรบางอย่าง ในขณะที่เขากำลังหาของที่เขาต้องการอยู่นั้น ชายหนุ่มหน้าหวานก็พบกับซองจดหมาย มันไม่เก่ามาก โดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “จาก Joseph Demon” ยาโนะเห็นแล้วก็โยนจดหมายฉบับนี้โดยไม่คิดที่จะเปิดอ่านเลยแม้แต่น้อย

โจเซป เดม่อน นั้นเป็นใคร? เขาเป็นมิชชานารีจากประเทศฝรั่งเศสที่เดินทางมาในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เขาเข้ามาเพื่อนำสินค้ามาขายให้กับขาวญี่ปุ่น แต่ผู้คนกลับไม่ค่อยไว้ใจเขาเท่าไหร่ มิหนำซ้ำกลับเกลียดชังเขาด้วยซ้ำ เพราะทุกคนยังคงมีแผลจากสงครามกับชาวอังกฤษอยู่ เช่นเดียวกันกับไทโซตอนแรกๆ แต่เพราะยาโนะพูดกับไทโซด้วยเหตุผลจึงสามารถโน้มน้าวไทโซได้สำเร็จ และมีเพียงตระกูลฮิมูระเท่านั้นที่ทำการค้ากับชายคนนี้เท่านั้น และด้วยเหตุนี้โจเซฟจึงถูกใจทักษะในด้านการโน้มน้าวผู้อื่น จึงพยายามจะทาบทามให้ไปร่วมทัพกับเขาที่ประเทศฝรั่งเศส เพราะเขาเล็งเห็นว่าด้วยทักษะของยาโนะแล้วคงมีประโยชน์ต่อประเทศไม่น้อย แต่ผลเป็นยังไง ก็คงดูจากการที่ยาโนะโยนจดหมายของเขาทิ้งโดยไม่ได้เปิดอ่านเลยแม้แต่น้อย

ว่าไป พูดถึงคำว่าพ่อค้านั้น เกือบลืมพูดถึงเพื่อนของยาโนะและไทโซที่ชื่ออากิระเสียสนิท หลังจากสงครามต่างชาตินั้น เขาก็ตัดสินใจเดินทางไปรอบโลก เพื่อขายสินค้าต่างๆ อ้างอิงจากจดหมายของเขา เขาเดินทางไปทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นทวีปไหนบนโลกแห่งนี้ เขาได้พบกับผู้คนมากมาย หลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายศาสนา เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย ไม่ว่าหนทางข้างหน้านั้นจะเป็นยังไง สำหรับเขา เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน มันเหมือนเป็นการผจญภัยที่ไม่สิ้นสุดและมีเรื่องตื่นเต้นเสมอๆ

กลับมาที่ยาโนะที่กำลังหาอะไรซักอย่างอยู่นั้น เวลาผ่านไปซักพักแต่ดูเหมือนยาโนะยังคงหาสิ่งที่เขาต้องการไม่เจอ เสียงประตูกระดาษที่ถูกเลื่อนก็ดังขึ้นมา ยาโนะหันกลับไปก่อนจะเห็นอากิโตะที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าห้อง เขาสวมชุดสีน้ำเงิน และกางเกงขายาวสีขาว ชายตาเดียวผู้นี้คลานเข้ามาในห้องก่อนจะใช้มือเลื่อนปิดประตู ยาโนะเองก็ได้แต่มองก่อนจะตั้งคำถามว่าชายคนนี้มาเยี่ยมเขาทำไมกัน

“ท่านยาโนะ....ข้าอยากจะเล่าอะไรอย่างหนึ่งให้ท่านฟัง” อากิโตะพูดกับยาโนะ
“เกี่ยวกับซากุระ…” อากิโตะพูดต่อท้าย

ยาโนะหันกลับมาฟังด้วยสีหน้าสนใจ

“ก่อนที่ข้าจะรับใช้ท่านข้าต้องคอยส่งผ้าที่ลูกค้าของญาติข้าสั่งไว้”
“อ่อใช่....ข้ามีลูกพี่ลูกน้องชื่อ เซย์โกะ เรย์ นางเป็นช่างทอผ้าน่ะ” อากิโตะแทรกขึ้นมาในขณะที่เขาเล่า
“แล้ววันหนึ่ง ในขณะที่ข้าไปรับผ้า ข้าก็ได้เห็นสตรีผมสีซากุระ ในวันนั้นข้าจำได้เลยว่านางสวมชุดกิโมโนสีชมพู”
“เธอเป็นคนขี้อาย แต่ทุกครั้งที่นางยิ้ม ข้ารู้สึกได้เลยว่าหัวใจของข้าเต้นไม่เป็นจังหวะ” อากิโตะพรรณนาถึงมูชิ
“ชื่อของเธอคือซากุระ...เธอเป็นผู้อาศัยในบ้านของญาติข้า” ชายตาเดียวเล่าต่อ
“แต่ก็เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นเมื่อ เรย์ จากพวกเราไป”
“ข้าไปงานศพของนางด้วยและนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าได้เห็นนาง”
“เจ้ามั่นใจนะว่ามูชิกับซากุระเป็นคนเดียวกัน?” ยาโนะถามเพื่อความมั่นใจ
“ไม่ผิดหรอกท่านยาโนะ ชุดที่นางใส่เป็นชุดที่เรย์เป็นคนออกแบบขึ้นมา” อากิโตะชี้แจง

ยาโนะฟังจบก็นั่งกรองความคิดของตัวเองก่อนจะพยักหน้าและพูดกับอากิโตะที่นั่งตรงข้ามกับตน

“กล่าวคือ...นางคือรักแรกของเจ้าใช่ไหม” ยาโนะถามตรงๆ
“.....ใช่ ขอรับ” อากิโตะไม่ปฏิเสธ

ยาโนะหันกลับไปที่โต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยกระดาษเหมือนเดิม เขากลับมาทำภารกิจในการค้นหาของๆเขา แต่แล้วยาโนะก็ฉุดคิดอะไรออกล่ะ ก่อนจะหันกลับไปหาอากิโตะที่นั่งอยู่ที่เดิม

“แล้วคาเมอิล่ะ?” ยาโนะเอ่ยถามถึงเพื่อนอีกคน
“ก่อนหน้านี้เห็นว่ากำลังคุยกับท่านไทโซอยู่น่ะขอรับ ตอนนี้น่าจะคุยเสร็จแล้ว” อากิโตะตอบคำถามของเจ้านายตัวเอง

ยาโนะพยักหน้า สิ้นเสียงของอากิโตะเขาก็โค้งก่อนจะออกจากห้องไป ในขณะที่ยาโนะกำลังนั่งทำงานของเขาอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนตรงมาที่ห้องของเขา ประตูห้องของเขาถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้ผู้เปิดก็เป็นไดเมียวของแคว้นทังโกะ เขาเป็นชายผมสีน้ำตาล กล่าวคือเจ้านายของเขาหรือก็คือ ฮิมูระ ไทโซ นั่นแหละ ยาโนะเห็นแล้วก็คุกเข่าและคว้าเอาเบาะนั่งสีน้ำเงินมาวางไว้บนพื้น ไทโซเอ่ยปากขอบใจก่อนจะนั่งบนเบาะที่ยาโนะจัดเตรียมไว้ เมื่อเขานั่งลง เขาก็ไม่รีรอที่จะเปิดประเด็นบทสนทนา

“ยาโนะ...ข้าได้ยินมาว่าตระกูลยาชิโระล่มสลายแล้วงั้นหรือ?”
“ครับ ท่านไทโซได้ยินมาไม่ผิดครับ” ยาโนะตอบ
“แล้วเจ้าพอรู้รึเปล่าว่าทำไม ตระกูลยาชิโระต้านทานไม่อยู่?” ไทโซตั้งคำถามอีก
“เท่าที่ข้าดู ข้าคิดว่าต้นเหตุคงมาจากคุซากะที่บุกมาถล่มตระกูลยาชิโระในจังหวะอ่อนแอน่ะครับ” ยาโนะออกความเห็น
“คุซากะ...เจ้าหมายถึงเทพสงครามงั้นหรือ” ไทโซทำหน้าตกใจกับชื่อที่ยาโนะพูด

ชายหนุ่มหน้าหวานพยักหน้าตอบก่อนจะพูดต่อ

“การที่ไม่มีคาวาเนโร่และฮารุกะทำให้การป้องกันของตระกูลยาชิโระนั้นบอบบางมาก”
“ดังนั้นการที่เทพสงครามจะทำลายตระกูลยาชิโระก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร” ยาโนะออกความเห็น
“แล้วคุซากะรู้ได้ยังไงว่า ฮารุกะไม่อยู่” ไทโซตั้งข้อสงสัยขึ้นมา
“เรื่องนี้ข้าเองก็มิทราบ.....” ยาโนะตอบ

=====

ณ ขณะเดียวกันที่แคว้นโอวาริ มันเป็นแคว้นของตระกูลเท็ตซึยะ แม้ตอนนี้จะมืดแล้ว ชายผมดำ ที่มีดวงตาแหลมคมก็ยังคงฝึกฝนอยู่ เขาหยิบมีดขึ้นมาด้วยมือขวา ข้างหน้านั้นคือหุ่นไม้ที่ยืนอยู่ บนหุ่นไม้นั้นมีมีดจำนวนมากปักอยู่ ซูตะมองก่อนจะปามีดเข้าไปที่หุ่นไม้ มีดนั้นปักไปที่กลางอก ถ้าหากนี่เป็นคนจริงๆ ก็คงไม่ต้องสงสัยว่าคนๆนั้นตายแน่นอน เขาเอื้อมมือขวาของเขาไปหยิบมีดอีกครั้ง แต่เขายังไม่ปา เขาหันกลับไปมองที่คานโรงฝึก ก่อนที่เขาจะเห็นมูชินั่งอยู่บนคานด้วยสีหน้าที่เศร้าสลด ซูตะหันกลับไปที่เป้าหมายของเขาอีกครั้งก่อนจะออกแรงขว้างมีดเล่มนั้น เช่นเคย ซูตะไม่พลาด เมื่อมีดถึงจุดหมายเขาก็หันกลับมาหามชิที่นั่งอยู่

“ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆที่ ช่วยกระจายข่าวว่าตระกูลยาชิโระไม่มีฮารุกะคอยปกป้อง”
“ทำให้คุซากะตัดสินใจบุกไปทำลายพวกมัน...ทำให้หนทางของข้าง่ายขึ้นไปอีก” ซูตะเอ่ยปากชื่นชมลูกน้องของตนเอง

มูชิเงียบ การสูญเสียเพื่อนที่ไว้ใจได้อีกคน มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดไม่ใช่น้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสูญเสียคนสำคัญในชีวิตของเธอ ครั้งแรกเธอก็สูญเสียเซย์โกะ เรย์ ผู้ที่สร้างตัวตนของเธอ ครั้งที่สองเธอเสียมาซารุ มิตรสหายคนเดียวที่เธอไว้ใจ ซูตะมองลูกน้องของตนก่อนจะเดินออกไป หากทว่าในขณะที่เขากำลังจะออกจากโรงฝึกเขาก็หยุดเดินก่อนจะพูดขึ้นมา

“ถ้าเจ้าเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้....เจ้าก็เอาความเศร้าโศกมาเปลี่ยนเป็นพลัง”
“และฆ่าพวกตระกูลฮิมูระให้หมดเสียจะดีกว่า” ซูตะพูดก่อนจะเดินออกไป

คำพูดนี้เปลี่ยนดวงตาอันเศร้าสลดของมูชิให้กลายเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังในใจของเธอลุกโชน เธอเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้นมา

“ตระกูลฮิมูระ...พวกเจ้าจะต้องชดใช้”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 31
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: