Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 41

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2222
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 41   Fri Nov 28, 2014 1:01 am

เสียงของไม้ไผ่ที่กระดกเมื่อน้ำนั้นหนักพอที่จะยกมาดังขึ้นเป็นระยะๆ ชายหนุ่มหน้าหวานนั่งอยู่ในห้อง หัวไหล่ของเขานั้นยังคงเต็มไปด้วยผ้าพันแผล แผลนี้ได้จากมีดของมูชิ โดยตรงข้ามกับเขานั้นมีหญิงในชุดกิโมโนสีขาวนั่งอยู่ ผิวของเธอนั้นขาวดุจดั่งหิมะ เช่นเดียวกันกับเส้นผมของนาง เบื้องหลังของเธอนั้นคือชุดเกราะสีเงินที่เธอใช้ร่วมรบมานับต่อนับสมรภูมิ เช่นเดียวกันกับหอกที่ใช้ทะลวงร่างของศัตรูและโล่ที่ใช้ป้องกันสหายของเธอในสนามรบ ตามทำเนียมของยาโนะ ทุกครั้งๆที่เขาจะเข้าคุยกับใคร เขาจะต้องชงชาให้คู่สนทนาของเขาเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ยาโนะชงชาเขียวก่อนจะยื่นไปให้กับเมโกะ เจ้าหญิงแห่งตระกูลโอนิสึกะรับไว้ด้วยความยินดี เธอยกถ้วยน้ำชาของเธอก่อนจะจิบ เธอยังคงพอใจในชาของยาโนะดั่งทุกๆครั้ง

“เมโกะ...ข้าขอเสียมารยาท แต่ว่าเจ้ามีพี่ชายหรือน้องชายอีกคนรึเปล่า?” ยาโนะถาม

เมโกะวางถ้วยลงบนผืนเสื่อก่อนจะตอบชายหน้าหวาน

“ไม่นี่...เรียวตะเป็นน้องชายคนเดียวของข้า” เมโกะส่ายหน้าตอบ
“งั้นหรือ...ถ้างั้นที่ข้าเห็นชายผมสีขาว หน้าคล้ายท่านเรียวชินก็คงเป็นเรื่องบังเอิญซินะ” ยาโนะบ่นพึมพำกับตนเอง

เสียงถ้วยตกกระทบกับพื้นดังขึ้นมา น้ำชานั้นหกออกมาจากถ้วยน้ำชาที่ยาโนะชงให้ ดวงตาของเมโกะนั้นเบิกโพลน สีหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความพิศวง มือของนั้นสั่นสะท้าน เธอใช้มือของเธอกุมริมฝีปากของตนเอง เป็นอากัปกริยาที่แสดงให้เห็นถึง “ความไม่เชื่อ” เธอบ่นพึมพำภายใต้มือของเธอว่า “เป็นไปไม่ได้” “เป็นไปไม่ได้” “เป็นไม่ได้” เธอลดมือของเธอลงก่อนจะสูดหายใจลึกๆและพูดกับยาโนะที่จับตามองเธออยู่

“ข้าว่าเจ้าไม่ได้ตาฝาดหรอก ข้าว่าคนที่ท่านเห็นก็คือฮิเดโอะ โชโกะ” เมโกะพูดให้ยาโนะฟัง

ยาโนะเอียงคอด้วยความฉงนว่า “ฮิเดโอะ โชโกะ” คือใคร แล้วทำไมเขามีความเกี่ยวข้องกับเรียวชินล่ะ นามสกุลก็ไม่ใช่โอนิสึกะ แล้วทำไมหน้าตาของเขาทั้งสองละม้ายคล้ายคลึงกันขนาดนี้ เมโกะมองสีหน้าของยาโนะที่เต็มไปด้วยความสงสัย เธอก็เริ่มพูดถึงชายที่ชื่อว่าโชโกะคนนี้ต่อ

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ข้าเคยเจอเขาตั้งแต่ข้ายังเด็ก ท่านพ่อพาเขามาที่ปราสาท” เมโกะเล่าอดีตเธอให้ฟัง
“ข้าพยายามจะถามพ่อของข้าว่าเขาเป็นใคร แต่พ่อข้าก็ไม่เคยตอบเลย”
“พอข้ารู้อีกทีนึง เขาก็เดินทางไปประเทศอังกฤษเสียแล้ว” เมโกะเล่าให้ฟัง
“กล่าวคือเจ้าไม่รู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นใคร” ยาโนะตีความ

เมโกะพยักหน้า ยาโนะเห็นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะไปถามเรียวชินตรงๆ แต่ดูเหมือนคงไม่สามารถไปปลุกเรียวชินให้ลุกขึ้นมาจากโลงศพได้ แต่ถ้าเรียวชินลุกขึ้นมาตอบจากหลุมศพก็เป็นอะไรที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีเท่าไหร่ ถึงกระนั้นต่อให้รู้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะว่าตอนนี้เขาอยู่ทัพฝ่ายตรงข้ามแล้วและเขาก็เป็นศัตรูที่ยาโนะ จะได้เผชิญหน้าในเร็วๆนี้ ดังนั้นสิ่งที่เขาสนใจคือเขาจะทำเช่นไรให้ชนะศึกนี้ได้

“แล้วเจ้าไปเจอ กับโชโกะที่ใดหรือ?” เมโกะเอ่ยปากถาม
“จากทัพของเท็ตซึยะน่ะ...” ยาโนะตอบไปจริงๆ
“งั้นหรือ….” เมโกะไม่ได้พูดอะไร

ยาโนะลุกขึ้นมาก่อนจะโค้งให้และเดินออกจากห้องไป เขาเดินออกมาจากปราสาท ก่อนที่เขาจะเห็นทหารจำนวนมากกำลังฝึกอยู่ พวกเขาต่างแกว่งดาบอย่างเป็นจังหวะพร้อมเพียงกัน ยาโนะแหงนมองขึ้นไปก่อนจะเห็นไทโซที่ยืนมองการซ้อมอยู่ ดูเหมือนเขาจะไม่สังเกตเลยว่ายาโนะเองก็กำลังมองเขาอยู่ ชายหน้าหวานหันกลับไปมองเหล่าทหารที่กำลังต่างฟาดฟันดาบไม้ลงไปในอากาศ เมื่อเขาสังเกตเขาก็เห็นได้ว่า “องค์รักษ์” ของเขาที่มีดวงตาข้างเดียวนั้นไม่อยู่ด้วย ถ้าให้พูดจริงๆเป็นสิ่งที่แปลกมาก เพราะปกติแล้วอากิโตะไม่เคยโดดซ้อมเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันทำให้ยาโนะอดสงสัยไม่ได้ เขาเริ่มออกเดินตามหาองค์รักษ์ของเขา เขาเดินไปทุกที่ๆที่เขาสามารถเข้าไปได้ ในที่สุดเขาก็เห็นร่างของชายตาเดียว เขายืนอยู่บนระเบียงปราสาท สายตาของเขานั้นเหม่อลอยไปไกลออกไป ราวกับว่าวิญญาณนั้นไม่ได้สถิตอยู่ในร่างของเขาแล้ว แม้ขนาดยาโนะยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

“อากิโตะ....ได้ยินข้าไหม?” ยาโนะเอ่ยปากถามชายที่กำลังเหม่อ

เสียงของยาโนะนั้นเหมือนจะสามารถดึงวิญญาณของอากิโตะที่กำลังล่องลอยไปยังที่ใดที่หนึ่งให้กลับเข้ามายังร่างได้ เมื่อเขาได้ยินเสียงของยาโนะนั้นเขาก็กลับมาพลางสะดุ้งตกใจราวกับเห็นผีอะไรอย่างนั้น ก่อนที่เขาจะมองหน้าดีๆและพูดเบาๆว่า “ท่านยาโนะเองหรือ...” เมื่อผู้เป็นนายเห็นลูกน้องของเขาได้สติกลับมาแล้วเขาก็เริ่มเอ่ยปากถามทันทีว่าเหตุใดเขาจึงหนีซ้อม เพราะปกติแล้ว ยาโนะไม่เคยลูกน้องคนนี้หนีซ้อมมาก่อนเลย เมื่อชายตาเดียวถูกถาม เขาก็เงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในสงครามวันนี้ให้ฟัง ชายหนุ่มผู้นี้ไม่สามารถลงดาบกับ “รักแรก” ของเขาได้ และนั่นก็เกือบจะสร้างปัญหาให้ตระกูลฮิมูระเสียแล้ว เมื่อเขาเล่าจบ ยาโนะก็พยักหน้าแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ข้ารู้ดีว่าหน้าที่ของข้าคือการช่วยให้ท่านชนะศึก แต่ตัวข้านั้นไม่สามารถลงดาบสังหารศัตรูของข้าได้”
“เหตุเพราะนางเป็นรักแรกของข้า...ข้ารู้สึกอ่อนแอจริงๆ” อากิโตะพูดพลางกำราวระเบียงไว้แน่น

ยาโนะหันออกไปมองทิวทัศน์ที่อยู่ภายนอก อากิโตะก็ได้แต่มองใบหน้าของยาโนะที่มองออกไป

“มนุษย์ทุกคนย่อมมีความรู้สึกอยู่แล้วล่ะ” ยาโนะเริ่มพูดขึ้นมา
“ดังนั้นเจ้าไม่ได้อ่อนแอหรอกเวลาที่เจ้ารู้สึกสับสนเวลาเผชิญหน้ากับมูชิ”

ยาโนะหยุดพูดซักพัก

“รู้ไหม...ถ้าหากซักวันข้าต้องเผชิญหน้ากับท่านไทโซ ข้าเองก็คงสับสนเหมือนกัน” ยาโนะยกตัวอย่างขึ้นมา
“แล้วถ้าเป็นท่านยาโนะ ท่านจะทำเช่นไร?” อากิโตะถาม

ยาโนะเงียบอีกครั้ง พลางจับคางของตนเอง ชายหนุ่มตาเดียวจับจ้องมาที่เจ้านายของตนและรอฟังคำตอบ

“ข้าเองก็ไม่รู้” ยาโนะตอบพลางส่ายหน้า

คำตอบนี้ทำให้อากิโตะตกตะลึงไม่น้อย เพราะเขาไม่คิดว่าเจ้านายของเขาจะเอ่ยปากว่า “ไม่รู้” ออกมา ปกติแล้วถ้าเขาถามอะไรยาโนะ เขาก็มักจะได้คำตอบอะไรกลับมาเสมอๆ แต่คราวนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่า “ไม่รู้” มันเป็นอะไรที่แปลกมาก ซึ่งแน่นอนคำว่าไม่รู้นี้มันยิ่งทำให้อากิโตะอยากรู้ว่าเพราะเหตุใดว่าเพราะเหตุใดเจ้านายของเขาจึงเอ่ยปากว่า “ไม่รู้” ออกมา ชายหนุ่มหน้าหวานยังคงเงียบราว ยาโนะหันกลับไปมองอากิโตะที่ยังคงจ้องเขาอยู่

“ถ้าหากข้าต้องเผชิญหน้ากับท่านไทโซจริงๆ ข้าก็คงจะหาทางทำทุกอย่างเพื่อที่จะไม่ต้องฆ่าฟันกับท่านไทโซ”
“แต่หากไม่สำเร็จ ข้าก็คงจะต้องสู้อย่างเต็มที่....เพื่อเอาชนะศัตรูของข้า”

สิ้นเสียงของยาโนะนั้น มันทำให้อากิโตะยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะเดินผ่านยาโนะไป เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรได้ แต่สิ่งนั้นคืออะไรยาโนะก็ไม่รู้เหมือนกัน หากแต่รู้ถึงรอยยิ้มของเขาแล้ว มันก็ทำให้ยาโนะพอเข้าใจว่าเมฆหมอกในจิตใจของอากิโตะนั้นปัดเป่าหายไปแล้ว ยาโนะหันกลับไปมองภาพของเมืองอินาบะที่อยู่เบื้องหน้าของเขา เสียงของเหล่าทหารที่ต่างคำรามดังขึ้นเป็นระยะๆ สายลมอ่อนๆพัดผ่านใบหน้าของเขา แม้ตอนนี้ทุกอย่างจะเงียบสงบ แต่จิตใจของเขานั้นไม่ได้สงบลงด้วยเลยแม้แต่น้อย เขากลัว...กลัวที่จะแพ้ในศึกนี้ ในวินาทีนี้เขานึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเขาจะชนะคู่ต่อสู้ของเขายังไง ทัพของเท็ตซึยะในวินาทีนี้จะบอกว่าไร้จุดอ่อนเลยก็ว่าได้ มีทั้งซูตะที่เป็นยอดกุนซือ มีคุซากะที่เป็นเทพเจ้าสงคราม มียักษ์แดงที่ยากที่จะล้มมัน มองยังไงตอนนี้ก็จะเรียกว่ามืดแปดด้านก็คงไม่ผิดนัก

ชายหนุ่มหน้าหวานเอาหน้าแนบลงกับระเบียงไม้ หน้าผากของเขานั้นวางอยู่บนระเบียงไม้ เขาพยายามจะคิดหาทางเอาชนะกองทัพของซูตะให้ได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เขาคิด ท้ายที่สุดความคิดนั้นก็จะถูกขยำด้วยมือเขาเอง เพราะแผนการที่เขาคิดนั้นมีจุดอ่อนอยู่เสมอ แม้มันจะเป็นจุดอ่อนเล็กๆก็ตาม แต่สำหรับการเผชิญหน้ากับเท็ตซึยะนั้น แม้จุดอ่อนเล็กๆ ก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนอันมหาศาลที่จะเป็นหอกที่ย้อนมาทิ่มแทงร่างของพวก และทำให้พวกเขาต้องพบกับความปราชัยอย่างแน่แท้ ถ้าหากจะมีแผนอะไรที่สามารถเอาชนะได้ แผนนั้นจะต้องไร้ที่ติเท่านั้น แต่ตัวเขานั้นจะคิดแผนการได้หรือ? เขาถามตัวเอง ในขณะที่เขากำลังนั่งเงียบอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นมา ยาโนะเหลียวไปมองก่อนจะเห็นหญิงสาวในกิโมโนสีชมพูผมสีน้ำตาลนาม “ฮานะ” เดินมา เธอยิ้มให้กับยาโนะ ชายหนุ่มหน้าหวานเห็นรอยยิ้มของเธอก็รีบลบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลออกก่อนจะฝืนยิ้มกลับให้เธอ

“สวัสดีครับฮานะ...ขอบคุณที่พันผ้าพันแผลให้ผมนะครับ” ยาโนะพูดพลางโค้งให้เธอ
“มิเป็นไรค่ะ ดิชั้นเต็มใจอยู่แล้ว ต่อให้เป็นอะไรเล็กๆน้อย ถ้ามันสามารถตอบแทนยาโนะได้ ดิชั้นก็ยินดีค่ะ” ฮานะพูดด้วยรอยยิ้ม
“จะว่าไป...ยาโนะ ท่านกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่หรือ?” ฮานะเอ่ยปากถาม

ดูเหมือนยาโนะจะลบสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเครียดของเขาไม่ทัน มันทำให้ฮานะสามารถเห็นได้ทันว่าตอนนี้ยาโนะกำลังกังวลอยู่ ซึ่งหลังจากองค์หญิงดอกไม้เอ่ยปากถาม มันก็ทำให้ชายหนุ่มหน้าหวานไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ได้ ยาโนะถอนหายใจก่อนจะเริ่มเล่าความรู้สึกภายในของเขาให้ฮานะฟัง ฮานะนั้นก็ฟังพลางพยักหน้าตามที่ยาโนะเล่า เมื่อยาโนะเล่าจนจบนั้น ฮานะก็จับคางก่อนพลางคิดตามในสิ่งที่ยาโนะเล่าให้เธอฟังไปครู่นี้ เมื่อเธอคิดได้แล้วเธอก็เอ่ยปากถามยาโนะขึ้นมาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“กล่าวคือท่าน กำลังเป็นกังวลเพราะท่านไม่สามารถคิดแผนที่จะสามารถต่อกรพี่ดิชั้นได้หรอค่ะ?”
“ครับ ไม่ว่าจะเป็นแผนไหนที่ผมคิดขึ้นมา ผมก็สามารถเห็นได้ถึงจุดอ่อนทั้งนั้น”
“และผมก็เชื่อว่าถ้าหากผมสามารถเห็นถึงช่องโหว่นี้ พี่ของท่านก็คงเห็นเช่นกัน” ชายหน้าหวานพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด

น้องสาวของซูตะไม่ได้ปริปากพูดอะไร ยาโนะนั้นหันไปมององค์หญิงแห่งตระกูลเท็ตซึยะแล้วก็หัวเราะเบาๆและพูดกับเธอ

“คงดูน่าสมเพชนะครับ ที่กุนซืออย่างผมต้องมาขอความช่วยเหลือจากคนธรรมดาอย่างท่าน” ยาโนะพูด
“ไม่เลยค่ะ...ดิชั้นกลับมองว่ามันเป็นสิ่งที่น่ายินดีนะค่ะ ที่ท่านยอมรับในความอ่อนแอของตนเอง” ฮานะเอ่ยขึ้นพลางส่ายหน้า

ฮานะหันมองออกไปข้างนอก เธอวางมือทั้งสองข้างลงบนระเบียง เธอแหงนหน้ามองขึ้นไปยังกลุ่มก้อนเมฆที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆไปตามสายลม เหล่าวิหคที่เหินและกระพือปีกเพื่อให้ตัวมันนั้นยังคงบินถลาได้บนผืนนภา เหล่าทหารที่กำลังฝึกซ้อมนั้นก็ต่างทยอยหยุดแกว่งดาบและเริ่มเดินกระจัดกระจายออกไป ดูเหมือนการฝึกซ้อมในวันนี้จะสิ้นสุดลงแล้ว

“ดิชั้นเคยอ่านประวัติศาสตร์มาตั้งมากมาย และดิชั้นก็เห็นคนมากมายที่ต้องพ่ายแพ้เพราะความมั่นใจของตนเอง”
“การที่ท่านเลือกที่จะสละศักดิ์ศรีของตนเอง...ถึงแม้ดิชั้นจะช่วยอะไรไม่ได้”
“แต่ดิชั้นมองว่าเป็นอะไรที่น่าชื่นชมมากเลยค่ะ” ฮานะพูดพลางยิ้มให้ยาโนะ
“สละศักดิ์ศรี...สละศักดิ์ศรี....สละศักดิ์ศรี” ยาโนะจับคางพลางคิด

ยาโนะดูเหมือนจะนึกอะไรออกขึ้นมา เขากำมือก่อนจะกระแทกลงไปบนฝ่ามือ ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยประกายและจินตนาการ เขายิ้มออกมาก่อนจะกล่าวขอบคุณฮานะ หญิงสาวที่ได้รับคำขอบคุณนั้นก็ได้แต่ทำหน้างุนงงแต่เธอก็ยิ้มรับคำขอบคุณของชายหน้าหวาน ยาโนะรีบหันกลับไปก่อนจะเตรียมมุ่งไปยังที่ใดที่หนึ่ง หากทว่าไม่ทันที่เขาจะเดินลงจากปราสาทนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนวิ่งมาโอบกอดเขาจากข้างหลัง ยาโนะชำเลืองกลับไปก่อนจะเห็นฮานะที่โอบกอดร่างของตนอยู่

“สัญญากับดิชั้นนะ....ว่าในศึกครั้งต่อไปนี้...ท่านจะกลับมา” ฮานะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ยาโนะเงียบไปซักพัก...แน่นอนคำสัญญานี้เป็นคำสัญญาที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา แม้เขาจะคิดแผนการรบของเขาได้ แต่เขาก็ไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าแผนๆนี้จะได้ผลรึเปล่า ซึ่งถ้าหากมันไม่ได้ผล เขาก็คงจะต้องพบกับความตายสถานเดียว เขาเหมือนกำลังเดินบนเส้นด้ายที่มีแสงสว่างเพียงริบหรี่เท่านั้น และถ้าหากก้าวเท้าพลาด ร่างของเขาก็จะถูกความมืดกลินกินไปและจากโลกนี้ไปชั่วนิรันดร์ ชายหนุ่มหน้าหวานกำหมัดของเขาทั้งสองข้างก่อนจะตอบฮานะที่สวมกอดร่างของเขาโดยไม่ได้หันกลับไปมองเธอ

“ผมสัญญาว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับมา....” ยาโนะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความมั่นใจ

ฮานะได้ยินแล้วก็มิได้ปริปากอะไร ได้แต่เพียงสวมกอดชายหนุ่มหน้าหวานเท่านั้น

=====

ณ ขณะเดียวกันที่แคว้นทังโกะ จินนั้นกำลังตกตะลึงกับเหล่าทหารในชุดเกราะสีดำจำนวนมากยืนเรียงรายกันอยู่ ไม่ว่าจะมองไปส่วนไหนของเครื่องแบบของทหารเหล่านี้ก็หนีไม่พ้นสีดำ จินหันกลับไปมองซูตะที่นั่งอยู่อีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปมองกองทัพทมิฬพวกนี้ จินหันไปทางซูตะก่อนจะคุกเข่าลงไปต่อหน้าของผู้นำตระกูลเท็ตซึยะ

“ท่านจะให้ข้านำทัพในศึกพรุ่งนี้หรือ?” จินถามขึ้นมา
“ใช่...ข้ามานั่งคิดดูดีๆแล้วว่าถ้าหากเจ้าได้เป็นคนนำทัพยักษ์สีดำ...เจ้านั้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นมาก”
“อีกทั้งข้ายังไม่สามารถคิดได้เลยว่าใครนั้นเหมาะสมกับยักษ์สีดำพวกนี้มากกว่าเจ้า” ซูตะตอบ
“ขอบคุณมากท่านซูตะ...ข้าเคซึเกะ จิน ข้าขอสาบานต่อหน้าท่าน”
“ว่าข้านั้นจะมิทำให้ท่านผิดหวัง และข้าก็จะทำลายตระกูลฮิมูระให้สิ้นซาก”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 41
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: