Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Sengoku : 44

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2222
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Sengoku : 44    Sat Dec 06, 2014 11:53 am

ณ ห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของปราสาทอินาบะ ชายนามไทโซนอนอยู่ในฟูกที่อยู่กลางห้อง ดวงตาของเขาเปิดสนิท รอบๆเขามีมาซามิและยาโนะนั่งอยู่ สีหน้าของยาโนะและมาซามินั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศกแต่ในความเศร้าโศกนั้นก็ยังคงมีความโล่งอกอยู่ด้วย เพราะว่าชายที่นอนอยู่ข้างหน้าพวกเขานั้น ยังมีชีวิตอยู่ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ที่กระสุนเจาะเข้าไปในร่างของไทโซและยังมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าหากเป็นบางคนก็คงอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ยาโนะที่นั่งอยู่ข้างๆร่างของไทโซนั้นก็ได้แต่กำมือ ก่อนที่เขาจะทุบลงไปบนพื้นไม้ด้วยความโกรธเกรี้ยว

“เป็นเพราะข้าเอง...หากข้ามาเร็วกว่านี้ ท่านไทโซคงไม่ต้องเป็นแบบนี้” ยาโนะกล่าวโทษตัวเอง
“เจ้าไม่ต้องโทษตัวเองไปหรอก...เจ้าทำได้ดีแล้ว” มาซามิที่นั่งอยู่ตรงข้ามปลอบยาโนะ
“แต่ตอนนี้สิ่งที่ข้าเป็นกังวลมากกว่าคือสภาพภายในตระกูลของเรา” ภรรยาของไทโซพูดด้วยสีหน้ากังวล

ใช่....ภายในตระกูลฮิมูระตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่าทหาร เหล่าแม่ทัพ ต่างเริ่มหวาดกลัว เพราะในวินาทีนี้พวกเขาไร้ซึ่งผู้นำ และในตอนนี้ตระกูลฮิมูระอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคงสุดๆ และความมั่นคงนั้นก็มักจะเป็นต้นเหตุสำคัญของความพินาศ ซึ่งตระกูลเท็ตซึยะก็คงเล็งเห็นในจุดนี้เหมือนกัน และคงจะยกทัพมาในเร็ววันนี้แน่ๆ แต่คงไม่ใช่พรุ่งนี้เพราะการที่ขาด “มิกิ” หรือผู้คุมยักษ์แดงนั้นคงต้องทำให้ซูตะต้องวางแผนการรบใหม่ไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าให้พูดจริงๆที่ซูตะยังไม่สามารถยึดครองแคว้นอินาบะและทำลายตระกูลฮิมูระลงได้ คงเพราะการที่ไม่มียักษ์สีเลือดนั่นแหละ

มาซามิลุกขึ้นจากที่นั่งของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินตรงไปยังประตูกระดาษ สีหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความกังวล ในหัวของเธอคงคิดอะไรบางอย่างอยู่ เธอไม่ได้พูดอะไร และเธอก็เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ยาโนะที่นั่งอยู่ข้างๆกายของเจ้านายที่ไร้สตินั้นก็ลุกขึ้นจากพื้นช้าๆ เขาเดินออกไปจากห้องเช่นกัน เมื่อเขาออกไปจากห้องนั้น ชายหนุ่มหน้าหวานก็ได้ออกคำสั่งให้ทหารที่อยู่แถวๆนั้นเข้ามาเฝ้าร่างของไทโซไว้ สิ้นเสียงของยาโนะ เขาก็เดินตรงลงไปชั้นล่างของปราสาท กุน ซือแห่งตระกูลฮิมูระเดินไปยังชั้นใต้ดิน เขาใช้มือของเขาเปิดประตูไม้อย่างช้าๆ เมื่อประตูนั้นถูกเปิดออกก็ปรากฏเป็นภาพของห้องขังจำนวนมากที่ไร้ซึ่งผู้คน เว้นเสียแต่ห้องขังในสุดที่มีหญิงผมน้ำตาลนั่งอยู่คนเดียวอยู่กลางห้อง เธอสวมชุดของคนทรงเจ้า ผมของเธอนั้นเป็นสีไม้ ผมของเธอยาวสลวยลงไปถึงกลางแผ่นหลัง สีหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความขุ่นหมอง และไร้ซึ่งความสุข ก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ ใครที่ถูกจองจำคงไม่สามารถยิ้มออกมาได้หรอก ยาโนะเดินเข้าไปใกล้ๆกับห้องขัง หญิงสาวนามมิกิผู้ควบคุมยักษ์สีแดงแหงนหน้าขึ้นมามอง เธอจ้องมองยาโนะด้วยสายตาโกรธแค้น สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ถ้าหากเธอมีพละกำลังมากกว่านี้เธอคงฆ่ายาโนะที่ยืนอยู่หน้าเธอแล้ว หากทว่าเธอทำไม่ได้ ยาโนะเอื้อมมือไปก่อนจะเปิดประตูห้องขัง เมื่อประตูถูกเปิดออก ยาโนะก็ย่างกายเข้าไปในห้องขัง เขานั่นลงบนพื้นตรงข้ามกับสาวผมสีน้ำตาล

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่? มาลงโทษข้าหรือไง?” มิกิเอ่ยปากถาม
“เปล่าๆ ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อลงโทษเจ้า ข้ามาคุยกับเจ้าต่างหาก” ยาโนะตอบกลับด้วยท่าทางอันเป็นมิตร
“คุย?” หญิงสาวนามมิกิทำหน้าสงสัยหลังจากฟังในสิ่งที่ยาโนะพูด
“พูดว่าคุยคงไม่ถูกเสียเท่าไหร่ ข้าคงต้องบอกว่าข้ามาชื่นชมในสิ่งประดิษฐ์ของเจ้ามากกว่า”
“มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดข้าเคยเห็นมาเลยล่ะ” ยาโนะพูดพลางยิ้มให้กับมิกิ

มิกิฟังแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป จากที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกลายเป็นสีหน้าของคนที่เป็นมิตร เธอก้มหน้าพลางยิ้ม ดูเหมือนเธอจะค่อนข้างชอบสิ่งที่ยาโนะชมเธอไม่น้อย แต่เธอก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะปั้นสีหน้า เป็นสีหน้าที่ถมึงทึงแทนเพื่อปกปิดความรู้สึกของเธอ

“เจ้าไม่ต้องมาชมข้าหรอก ข้ารู้อยู่แล้วว่าผลงานของข้ายอดเยี่ยมที่สุดในแผ่นดินนี้” มิกิเฉิ่ดหน้าพร้อมกอดอก

ยาโนะหัวเราะแห้งก่อนจะพูดกับหญิงสาวผมน้ำตาลต่อ

“ข้าเคยเจอกับทัพของพวกอังกฤษและข้าก็ไม่เคยเห็นอะไรยอดเยี่ยมขนานดี้มาก่อน”
“เดี๋ยว...เจ้าเคยสู้กับกับพวกอังกฤษด้วยหรือ หน้าของเจ้านั้นดูไม่แก่เท่าไหร่เลย” มิกิถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ข้ารับใช้ท่านไทโซตั้งแต่อายุยังน้อยหน่ะ” ยาโนะอธิบายให้ฟัง
“โฮ่...ถ้างั้นเจ้าพอจะเล่าให้ข้าฟังได้ไหมว่าเทคโนโลยีของพวกอังกฤษเป็นเช่นไร” นักประดิษฐ์ถามด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย
“ได้ซิ” ยาโนะตอบสั้น

สิ้นเสียงของเขา ยาโนะก็ใช้ความทรงจำของเขาในช่วงห้าปีที่มา เขาเล่าถึงเรือรบที่มีขนาดมหึมา พลปืนที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ยาโนะพยายามเอาสิ่งที่เขาจำได้ถ่ายทอดให้มิกิฟัง หญิงสาวนามมิกินั่งฟังพลางพยักหน้าไปตลอด และไม่นานนักยาโนะก็เล่าถึงวิทยาการของชาวต่างชาติจบลง เมื่อยาโนะเล่าจบนั้นเขาก็มองหน้ามิกิที่นั่งจับคางของตนเอง ปากของเธอบ่นพึมพำๆอยู่ ดูเหมือนเธอจะได้ไอเดียอะไรหลายๆอย่างในการไปประยุกต์กับสิ่งประดิษฐ์ของเธอ ยาโนะเห็นเธออยู่ในโลกส่วนตัวก็ยิ้ม ชายหนุ่มหน้าหวานลุกจากที่ๆเขานั่งอยู่ก่อนจะเดินไปยังประตูที่จะพาเข้าสู่บนผืนดิน หากทว่าเขาหยุดก้าวก่อนจะหันกลับไปทางมิกิที่นั่งบ่นอยู่

“มิกิ!!” ยาโนะตะโกนเรียกชื่อของเธอ

เสียงตะโกนของยาโนะนั้นดูเหมือนจะสามารถดึงสติของนางกลับเข้ามายังร่างได้ มิกิเงยหน้ามามองยาโนะที่ยืนอยู่ตรงประตู เธอทำสีหน้าประมาณว่า “เรียกทำไม?” อะไรทำนองนั้น

“เจ้าไปพักที่ปราสาทของข้าก็แล้วกัน ข้าไม่อยากให้เจ้าพักอยู่ในที่แบบนี้” ยาโนะพูดกับนาง
“แล้วเจ้าไม่กลัวข้าหนีไปหรือ?” มิกิสงสัยในสิ่งที่ยาโนะพูด
“กลัวซิ แต่ข้าเองก็รับไม่ได้เหมือนกันที่ต้องปฏิบัติกับมนุษย์คนอื่นเยี่ยงทาส” ชายหนุ่มหน้าหวานให้คำตอบ
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าจะบอกให้ทหารคนอื่น ไม่ทำอะไรเจ้าเมื่อเจ้าออกมา”

สิ้นเสียงของเขา เขาก็ก้าวเท้าออกไปสู่บนผิวดินอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มออกมานั้นเขาก็เห็นทหารคนหนึ่งวิ่งตรงมายังเขา ทหารคนนี้บอกให้เขาฟังว่า “มาซามิ” ให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องโถงของเธอ ยาโนะพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะเดินไปยังสถานที่นัดหมาย เมื่อยาโนะมาถึงนั้นเขาก็เลื่อนประตูออกช้าๆ เขาเห็นคนมากมายนั่งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นฮารุกะ อากิโตะ ฮานะ เมโกะ คาเมอิ รวมถึงเคนตะและยูริโกะก็นั่งอยู่ในนี้ด้วย หากทว่าคนนึงที่หายไปจากห้องก็คือคนออกคำสั่งหรือมาซามินั่นเอง ยาโนะเดินไปก่อนจะนั่งข้างๆฮารุกะและอากิโตะ ทุกคนในห้องต่างเงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ทุกคนต่างรอให้มาซามิปรากฏตัวออกมา ถึงแม้จะสามารถเดาได้แล้วก็เถิดว่าสิ่งที่เธอจะพูดคืออะไร และสิ่งนั้นก็คือเรื่อง “ผู้นำ” เมื่อยาโนะนั่งได้ไม่นานนัก มาซามิก็ก้าวเข้ามาในห้อง เธอสวมชุดกิโมโนสีแดงสด มันเป็นภาพที่แปลกตาไม่น้อยที่จะได้เห็นมาซามิสวมกิโมโน เพราะปกติแล้ว ทุกคนมักจะเห็นเธอสวมชุดสไตล์ยุโรปเสียมากกว่า เธอนั่งลงบนเบาะที่ถูกเตรียมไว้ มาซามิกวาดสายตามองไปรอบๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะเริ่มพูดออกมา

“พวกเจ้าก็คงรู้ใช่ไหมว่าข้าเรียกพวกเจ้ามาด้วยเหตุอันใด?” มาซามิเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าจริงจัง

ทุกคนๆในห้องต่างพยักหน้าไปพร้อมๆกัน

“ข้านั่งคิดไตร่ตรองมาหลายชั่วโมงว่า ข้าจะทำเช่นไรกับสถานการณ์นี้ดี”
“และข้าก็คิดว่าตัวข้าเองนั้นก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งพอที่จะสามารถนำพาตระกูลฮิมูระให้ไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้” ภรรยาไทโซเอ่ยขึ้น
“ข้าคิดว่าข้าจะส่งตำแหน่งผู้นำตระกูลไปให้คนอื่นก่อนชั่วคราว จนกว่าไทโซจะพื้นกลับมา” มาซามิพูดถึงแผนการของเธอ
“และคนๆนั้นก็คือเจ้า...ยาโนะ” มาซามิพูดพลางชี้ไปที่ชายหนุ่มหน้าหวาน

ยาโนะเห็นนิ้วที่ชี้มาที่ตนนั้นก็แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยตกตะลึง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามาซามิจะเลือกให้เขาเป็นผู้นำชั่วคราวแทนไทโซ และเขาก็ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเธอ แม้ว่ายาโนะจะเป็นกุนซือที่ช่วยให้ตระกูลฮิมูระผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาได้หลายครั้งก็ตาม แต่ตัวยาโนะนั้นไม่คิดว่าตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะนำคนจำนวนมากได้ ยาโนะพยายามจะรวบรวมคำพูดและเหตุผลของเขาเพื่อคัดค้านความคิดของมาซามิ หากทว่าไม่ทันที่ยาโนะจะพูดมาซามิก็ชิงตัดหน้าพูดเสียก่อน

“ไม่มีแต่ยาโนะ...ในห้องนี้ข้าเชื่อว่าไม่มีใครที่เหมาะสมกว่าเจ้าแล้ว” มาซามิพูดกับชายหน้าหวาน
“เจ้าลองนึกดูย้อนดู ถ้าหากไม่มีเจ้า ถ้าหากเจ้าไม่ได้ยืนอยู่จุดนี้กับพวกข้า”
“พวกข้าก็ไม่วันนี้ ดังนั้นถ้าจะมีใครซักคนที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ ก็มีแต่เจ้าเท่านั้น” มาซามิพูด

ยาโนะไม่ได้โต้แย้งอะไรหลังจากได้ยินประโยคนี้ออกจากปากของมาซามิ

“ข้าเองก็เห็นด้วยกับท่านมาซามิ...” เมโกะพูดขึ้นมา
“ตอนแรกๆข้าคิดว่าทุกๆครั้งที่เราสามารถชนะสงครามได้ เป็นเพราะความแข็งแกร่งของพ่อข้าและตัวข้า”
“แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เช่นนั้น แต่เป็นเพราะเจ้าต่างหากยาโนะ....”
“ไม่ใช่แค่นั้นทุกครั้งๆที่เจ้าแสดงให้เราเห็นว่าในความมืดย่อมมีแสงสว่างเสมอ”
“ถ้าหากจะมีใครช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ก็จะมีแต่เจ้านั่นแหละ ยาโนะ” สตรีผมสีขาวพูดกับยาโนะ

ยาโนะได้ฟังคำพูดของพวกพ้องแล้วก็ได้แต่กวาดสายตามองไปที่มิตรสหายทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไว้เนื้อเชื่อใจเขา ภาพต่างๆในอดีตไหลเข้ามา การผจญภัยของเขาและเหล่านักรบพวกนี้ฉายขึ้นมาให้เห็นอีกครั้ง ยาโนะเอามือวางไว้บนอกของตัวเอง เขาสูดหายใจลึกๆ พร้อมกับหลับตาลง เขาลืมตาทั้งสองข้างของเขาก่อนจะพูดขึ้นมากับทุกคนในห้อง

“ถ้าหากเช่นนั้น ข้าก็จะทำเต็มที่....เพื่อความสำเร็จของตระกูลฮิมูระ”

=====

เวลาล่วงเลยจนถึงยามวิกาล ยาโนะยืนอยู่บนระเบียง แขนทั้งสองของชายร่างบางพาดกับระเบียงไม้ คืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้ซึ่งเมฆหมอก ทุกคนสามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจน เขามองไปที่ท้องฟ้า ดวงจันทร์เต็มดวงนั้นส่องแสงลงมายังเขา รอบๆจันทรานั้นเป็นดาราที่เป็นบริวาร ในขณะที่เขามองอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนกำลังก้าวมายังเขา ยาโนะหันไปก่อนจะเห็นฮารุกะที่สวมชุดฮากามะของผู้ชายอยู่ ตลอดชีวิตนี้มายาโนะไม่เคยเห็นฮารุกะสวมชุดกิโมโนเลยซักครั้ง เธอเดินมาก่อนจะยืนข้างๆยาโนะ เธอวางแขนทั้งสองบนระเบียงเช่นเดียวกันกับยาโนะ

“ข้าไม่คิดเลยนะ ว่าท่านจะตัดสินใจบุกแคว้นทังโกะในวันพรุ่งนี้เลย” ฮารุกะพูดขึ้นมา
“ข้าคิดว่าซูตะคงไม่คิดว่าเราจะโจมตีในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ได้ระวังตัว และนั่นก็คือโอกาสของเรา” ยาโนะตอบพลางมองดวงจันทร์

สิ้นเสียงของยาโนะก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ฮารุกะที่ยืนอยู่ข้างๆหันมามองยาโนะ ก่อนที่เธอจะพูดต่อ

“ท่านยาโนะพัฒนาขึ้นมาก...ข้าเจอท่านตั้งแต่ตอนที่ท่านเป็นเพียงแค่โรนิน”
“แล้วดูตอนนี้ซิ...ท่านเป็นใหญ่แล้ว มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ” ฮารุกะพูดขึ้น

ยาโนะหันกลับไปทางฮารุกะก่อนจะตอบกลับ

“เพราะข้าไม่ได้เดินคนเดียว ข้ามีเพื่อนมากมายที่หนุนหลังข้าอยู่”
“ท่านไทโซ ท่านมาซามิ ท่านเคนตะ ท่านเรียวชิน เมโกะ อากิโตะ ฮานะ ยูริโกะ คาเมอิ เท็ตซึกะ รวมถึงเจ้าด้วยฮารุกะ”
“ถ้าหากไม่มีพวกเจ้า ข้าก็คงไม่มีวันนี้ ขอบคุณมากนะ” ยาโนะพูดจบก็โค้งให้กับฮารุกะ

ฮารุกะเห็นแล้วก็ตกใจ เพราะปกติแล้วไม่ค่อยมีหัวหน้าคนไหนที่ก้มหัวขอบคุณให้กับองค์รักษ์ของตัวเอง ตอนที่เธออยู่กับอิโอชิมะนั้นเธอก็ไม่เคยเห็นนายของเธอก้มหัวให้กับเธอเลยแม้แต่น้อย รวมถึงคานาวาโร่ด้วย อิโอชิมะก็ไม่เคยก้มหัวให้เขาเช่นกัน ฮารุกะยิ้ม ในขณะที่ยาโนะกำลังเงยหน้าขึ้นมามองเธอ ยาโนะเองก็ยิ้มตอบ

“ฮารุกะ...จะเป็นไปได้ไหมว่าหลังจากที่สงครามจบแล้ว”
“เจ้าจะอยู่กับข้าต่อ...เป็นองค์รักษ์ของข้าต่อไป” ยาโนะเอ่ยปากถามสาวผมเปีย
“ไม่ว่าท่านยาโนะจะไปที่ไหน ข้าก็จะตามท่านไปอยู่ทุกที่” ฮารุกะพูดพลางคุกเข่าให้กับยาโนะ
“ถ้างั้นข้าก็รบกวนด้วยละกัน” เจ้านายพูดกับองค์รักษ์ของตน

=====

ขณะเดียวกันที่แคว้นทังโกะ ในห้องของคุซากะ เขานั่งอยู่คนเดียวกลางห้อง ก่อนที่ซูตะจะเดินเข้ามาพร้อมกับจอกสาเกสองขวด เขาเดินไปข้างๆคุซากะ ก่อนจะนั่งลงข้างๆกับเขา ซูตะหยิบยื่นจอกสาเกให้กับคุซากะ เขาก้มมองก่อนจะมองหน้าของมังกรที่นั่งอยู่ข้างๆเขา ก่อนจะเอ่ยปากถามซูตะ

“เจ้าฉลองในเนื่องโอกาสอะไรหรือ?”
“ในโอกาสที่เราจะครองใต้หล้าน่ะ....ตระกูลฮิมูระก็เสียไทโซไปแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเสาที่พร้อมจะหักโค่นตลอดเวลา”
“ถ้าหากเราบุกพวกเขา ข้าเชื่อว่าพวกเราต้องสามารถทำลายพวกเขาได้แน่” ซูตะตอบคำถามของเทพเจ้า

ซูตะยกจอกขึ้นฟ้า เช่นเดียวกันกับคุซากะที่ยกจอกขึ้นฟ้าเช่นกัน

“เพื่อใต้หล้า” ซูตะพูดขึ้น
“เพื่อใต้หล้า” คุซากะพูดแบบเดียวกัน

สิ้นเสียงของทั้งคู่ พวกเขาก็ต่างดื่มสาเกในจอกตัวเอง หากทว่าเมื่อคุซากะกินจนหมด เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความปวดแสบในร่างของเขา เขากะอักเลือดออกมา ก่อนที่เทพเจ้าจะหันมามองมองซูตะซึ่งเป็นเจ้าของสาเก ซูตะมองด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย คุซากะรู้ตัวทันทีแล้วว่าเขาโดนวางยา เขาพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าร่างของซูตะแต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของเขาจะไม่มีแล้ว ซูตะเห็นมือของคุซากะที่กำลังมุ่งมาทางตนอย่างช้าๆก่อนปัดออก ซูตะลุกขึ้นมาก่อนจะมองคุซากะที่กำลังทรมานจับพิษ

“เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ทันเจ้า...หลังจากที่ข้ายึดแคว้นอินาบะได้สำเร็จ เจ้าก็จะหักหลังข้า”
“ดังนั้นเพื่อที่จะไม่เป็นปัญหา ข้าฆ่าเจ้าตั้งแต่ตอนนี้เสียเลยดีกว่า” ซูคะพูดพลางกอดอก
“แก.....” คุซากะพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“เจ้าสงสัยไหมว่าทำไมเจ้าไม่ได้กลิ่นยาพิษในจอกสาเกของเจ้า?” ซูตะเอ่ยปากถามต่อ

คุซากะไม่ได้พูดอะไร อาจจะเพราะไม่มีแรงที่จะพูดหรือแล้วอาจจะเพราะโกรธจนไม่รู้จะพูดว่าอะไร

“มูชิได้ผลิตยาพิษที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ไม่มีสีออกมายังไงล่ะ” ซูตะเฉลยทริคของตนเอง

พูดจบเขาก็หยิบดาบก่อนจะแทงลงไปบนร่างของคุซากะ เมื่อคมดาบของเขานั้นเสียบลงไปบนร่างของคุซากะ ก็ทำให้วิญญาณในร่างของพระเจ้าหลุดลอยออกไปยังที่อื่น มังกรผู้มีความทะเยอทะยาน ดึงดาบออกมาก่อนจะสะบัดคราบเลือด เลือดของพระเจ้านั่นกระเซ็นไปทั่วพื้น ว่าแล้วซูตะก็เรียกให้ทหารของเขามาเก็บศพของคุซากะ ก่อนที่ซูตะจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวกลับมามองเป็นครั้งที่สอง

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Sengoku : 44
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: