Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Dead Syndrome : Prologue

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2222
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Dead Syndrome : Prologue   Tue Dec 16, 2014 12:50 pm

“บางทีความตายก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า”
สตีเฟ่น คิง


=====

รถสีน้ำเงินกำลังแล่นอยู่บนถนนที่ว่างเปล่า ผมเป็นหนึ่งในสองคนนั่งอยู่บนรถ ผมนั่งอยู่ด้านขวาหรือก็คือไม่ใช่คนขับ ส่วนข้างผมเป็นด้านคนขับ ชื่อของเขาคือ “อเล็กซ์” เขาเป็นเพื่อนของผมตอนผมเรียนในมหาวิทยาลัย เขาเป็นชายที่มีทรงผมสกินเฮ้ด เขาเป็นชายร่างกำยำ เขาสวมแว่นกันแดด พร้อมกับเคาะพวงมาลัยตามจังหวะของเพลง เขาร้องเพลงไปด้วย นอกจากเสียงเพลงและเสียงเคาะจังหวะแล้ว มันก็ไม่มีเสียงอื่นเลย มันเป็นอะไรที่น่าแปลกจริงๆ วันนี้เป็นวันเสาร์แต่ทำไมถนนนั้นว่างเปล่าราวกับโลกนั้นได้จบสิ้นไปแล้ว ทุกอย่างนั้นเงียบสงัด ผมหันออกไปยังอีกข้าง ถนนนั้นก็ว่างเปล่าเหมือนกัน มันเกิดอะไรขึ้นนะ? ราวกับว่าบนโลกนี้เหลือเพียงแค่พวกผม คนขับสังเกตเห็นถึงสีหน้าของผมที่เต็มไปด้วยกังวล มันทำให้เขาเอ่ยปากขึ้นมาถามผม

“จอร์แดน...นี่เราไปจะเที่ยวไมอามี่ทั้งที ทำไมหน้านายไม่ดูมีความสุขเลยวะ?”
“ตอนแรกๆชั้นก็มีความสุขหรอกนะ แต่พอชั้นเห็นถนนที่โล่งแบบนี้ ชั้นรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ” ผมบอกสิ่งที่ผมคิด
“เห้ย แกก็คิดมากไป แค่ถนนโล่งเอง เดี๋ยวพอเราไปถึงไมอามี่ คนก็คึกคักแล้ว” เพื่อนผมตอบ
“หวังว่างั้น...” ผมตอบเขา

รถคันนี้ยังคงแล่นต่อไปท่ามกลางถนนที่ว่างเปล่า ก่อนจะมาถึงเมืองเมืองหนึ่ง เช่นเดียวกันกับถนนเมื่อกี้ ทุกคนอย่างนั้นเงียบสงัด ทั้งสองเห็นรั้วที่วางกั้นอยู่ พร้อมกับรถที่จอดทิ้งไว้โดยไม่มีผู้คน ดูเหมือนทั้งสองจะไม่สามารถขับผ่านรั้วไม้ที่วางกั้นอยู่ได้ ผู้ขับตัดสินใจดับเครื่องยนต์ก่อนจะเปิดกระโปรงหลังพร้อมกับหยิบเอากระเป๋าสัมภาระออกมา ผมเองก็เช่นกัน ผมก้าวลงจากรถก่อนจะเดินไปหยิบเป้สีดำของผม ดูเหมือนเราคงต้องลงเดินและหารถประจำทางไปไมอามี่เสียแล้ว ทั้งสองเดินในเมืองที่เงียบสงัด ราวกับเป็นเมืองผี

“โอเค จอร์แดน แกพูดถึง ตอนนี้ชั้นเริ่มกลัวเหมือนแกแล้วว่ะ” ชายสกินเฮ้ดพูด
“เฮ้ อเล็กซ์ ลองถาม ผู้ชายคนนั้นดูไหม?” ผมชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้เรา
“ก็ดี เดี๋ยวชั้นไปถามเอง” อเล็กซ์พูดจบก็ตรงไปยังชายคนนั้น
“เอ่อ คุณ คือว่า...” อเล็กซ์เดินไปพร้อมกับเอ่ยปากถาม

หากทว่าไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ชายคนนี้ก็หันมา แต่สิ่งนั้นหันมา มันทำให้ชายทั้งสองสะพรึงด้วยความตกใจ ปากของมั้นเต็มไปด้วยคราบเลือด ดวงตาของมันนั้นไร้ซึ่งลูกตาดำ ผิวของมั้นนั้นเหี่ยวย่นราวกับซากศพ เสื้อผ้าของเขานั้นมีรอยฉีกและคราบเลือดเช่นกัน คอของเขามีรอยกัดจากอะไรซักอย่าง อเล็กซ์ถอยออกช้าๆด้วยใบหน้าหวาดกลัว มันเริ่มเดินตรงเข้ามาหาพวกเราช้าๆ ผมมองรอบๆก่อนจะหาอะไรซักอย่างเพื่อขู่เขา แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้ผมหยิบเลย อเล็กซ์พยายามพูดว่า “ใจเย็น นายต้องการอะไร?” แต่ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่สามารถสื่อสารกับผู้ชายคนนี้ได้ อเล็กซ์กำหมัดก่อนจะต่อยเข้าไปที่หน้าท้องของชายที่ร่างกายเมืองซากศพ แต่ดูเหมือนจะกำปั้นของเขานั้นจะไม่ได้ทำอะไรเลย มันยื่นหน้ามาพยายามจะกัดเข้าที่คอของอเล็กซ์ แต่อเล็กซ์ใช้มือกั้นไว้

“ช่วยชั้นหน่อยซิ จอร์แดน” อเล็กซ์หันมามองจอร์แดน

จอร์แดนรีบวิ่งไปก่อนจะดึงชายที่พยายามกัดคอของอเล็กซ์ออก ก่อนที่จอร์แดนจะผลักเขาไปทางอื่น แต่เมื่อเขาถูกผลักออกไปแล้ว มันก็ยังคงเดินช้าๆ มาทางนักท่องเที่ยวทั้งสอง ผมมองไปรอบๆเพื่อหาอาวุธ ก่อนที่ผมจะเห็นท่อเหล็กที่ถูกวางทิ้งไว้บนพื้น ท่อเหล็กนี้มีคาบเลือดเช่นเดียวกัน ผมไม่รู้หรอกว่ามันมีคาบเลือดติดมาได้อย่างไร แต่ผมยกขึ้นก่อนจะขู่ชายคนนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรดูเหมือนมันจะไม่กลัวเลยแม้แต่น้อยมันยัคงก้าวเดินอย่างช้าๆมายังผมและอเล็กซ์ หากทว่าแต่แล้วมันก็หยุดลง ก่อนที่มันจะล้มลงไปกับพื้น เมื่อมันล้มลงไปก็ปรากฏเป็นร่างของสตรีผมสีส้ม ผมของเธอนั้นยาวสลวย เธอสวมเสื้อทีเชิ้ตสีดำ และกางเกงขายาวสีขาว ในมือของเธอนั้นถือไขขวง ไขขวงนั้นเปื้อนไปด้วยเลือด ดูเหมือนสิ่งที่ทำให้ชายคนนี้ล้มลง ก็คือไขขวงในมือผู้หญิงคนนี้

“คุณฆ่าเขาหรอ?” ผมถามเขาสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ใช่...ชั้นฆ่ามัน ทำไมเรอะ?” ผู้หญิงคนนี้พูดพลางค้นศพของคนนี้ๆ
“แต่การฆ่าคนมันผิดกฎหมายนี่...” ผมพูดกับเธอต่อ

เธอหยุดก่อนจะมองหน้าของผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ

“นี่นายไม่รู้เลยใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” หญิงผมส้มคนนี้ถามผม

ผมกับอเล็กซ์มองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้า เธอก่ายหน้าผากก่อนจะพูดกับพวกผม

“งั้นตามชั้นมา...เดี๋ยวเพื่อนของชั้นจะอธิบายเองว่าเกิดอะไรขึ้น” เธอพูดกับพวกผมก่อนจะหันหลังเดิน

ผมกับอเล็กซ์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามเธอไป พวกเราเดินตามเธอเงียบๆ เช่นเดียวกันที่ผู้หญิงคนนี้เดิมอย่างระมัดระวัง ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงอพาร์ทเม้นท์ที่ก่อด้วยอิฐ มันเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่ไม่ได้ดูหรูอะไร เธอเปิดประตูรั้วอย่างช้าๆ เมื่อมีที่ว่างพอที่จะก้าวเข้าไป เธอก็เดินเข้าไป ผมกับอเล็กซ์ก็ทำตามเช่นนั้น หญิงผมส้มหยุดตรงหน้าประตูไม้ก่อนจะเคาะด้วยน้ำเสียงเบาๆ ประตูนั้นถูกเปิดออกก่อนจะเดินเข้าไป ผมกับอเล็กซ์ก็ก้าวเท้าเข้าไปข้างใน เมื่อเราก้าวเข้าไปประตูก็ถูกปิด เมื่อเราเข้าไป เราก็เห็นผู้คนสามคนยืนอยู่

“ไอ้พวกนี้เป็นใคร?” ชายผิวสีที่มีผมหยักศกถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“อ่อ ไอ้เบื๊อกสองตัวที่ไม่รู้ว่าโลกตอนนี้เป็นยังไงน่ะ” หญิงผมส้มตอบ
“เฮ้ พวกเราไม่ใช่ไอ้เบื๊อกนะเว้ย” อเล็กซ์ได้ยินก็ฉุนก่อนจะตะโกน
“แล้วเธอก็เลยพาพวกมันมาด้วยเนี่ยนะ? คิดอะไรของเธออยู่ ฟรานซิส” ชายผิวขาว ที่มีผมหยิกหน่อยๆต่อว่าหญิงผมส้ม
“ชั้นคิดว่าอย่างน้อยเราก็ควรช่วยเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่ ทิ้งเขาไว้ให้กลายเป็นอาหารซอมบี้ไง อัลเธนีย์” หญิงผมส้มที่ถูกเรียกว่าฟรานซิสหันไปตอบ
“บ้าเรอะ!! เสบียงเราก็ไม่ค่อยพออยู่แล้ว ถ้าเราเอาคนมาเพิ่มอีก เราได้อดตายกันพอดี” ชายผมน้ำตาลชื่ออัลเธนีย์ต่อว่า
“เสบียงน่ะมีแล้ว ชั้นเจอร้านสะดวกซื้อที่มีอาหารอยู่ระดับนึง น่าจะทำให้เราอยู่รอดได้ สองสามวัน” ฟรานซิสหันไปตอบ
“แล้วไหนล่ะ? ไหนล่ะเสบียงของเธอ?” อัลเธนีย์ถามต่อ
“ยังไม่ได้มีขนมา ชั้นคนเดียวขนมาไม่หมด ชั้นต้องการคนช่วย และชั้นก็เชื่อว่านายก็คงไม่ช่วยเหมือนเคย” หญิงผมส้มสวนกลับ
“เอ่อ....พอมีใครจะอธิบายให้ชั้นฟังได้ไหมว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น” ผมพูดขึ้นมา

คำพูดของผมนั้นทำให้หญิงผมสีส้มกับชายผมสีไม้หยุดทะเลากัน ทุกสายตาหันมามองชายผิวสีที่ยืนอยู่ ชายคนนี้สวมเครื่องแบบตำรวจ ร่างกายของเขาค่อนข้างใหญ่ ถ้าให้เปรียบเทียบขนาดตัวของเขา เรียกได้ว่าใกล้กับอเล็กซ์เลยก็ได้ ชายคนนี้นั่งลงไปกับโซฟาที่อยู่แถวนั้น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มเล่าให้ฟัง

“เมื่อประมาณตอนเช้านี้ อยู่ดีๆก็มีคำสั่งให้อพยพคนขึ้นมา”
“เพราะดูเหมือนจะมีไวรัสชนิดนึงที่.....ทำให้คนพื้นขึ้นมาจากความตาย” ชายผิวสีพูดกับพวกผม
“ล้อกันเล่นรึเปล่าเนี่ย? คนตายไปแล้วจะพื้นได้ยังไง? ถ้านี่เป็นรายการดาราจำเป็น ก็ออกมาได้แล้ว พวกเราไม่เชื่อหรอก” อเล็กซ์พูดพร้อมด้วยสีหน้าไม่เชื่อ
“นายก็เห็นแล้วไม่ใช่เรอะ? ผู้ชายที่พยายามจะกัดนายเมื่อกี้” ฟรานซิสยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ก็จริง...ผู้หญิงที่ชื่อฟรานซิสพูดถูก มันยากจะเชื่อก็เถอะ แต่ผมคิดว่าชายผิวสีคนนี้พูดจริง แต่ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไร ผมได้แค่กอดอกและยืนฟังเงียบๆ

“แล้วรถอพยพบรรจุคนได้ไม่พอ พวกที่เหลืออยู่ก็เลยต้องแย่งเสบียงกันนี่แหละ” ชายในเครื่องแบบตำรวจเล่าให้ฟัง
“โอเค....แล้วพวกชั้นควรจะทำอะไร?” ผมถามชายผิวสีคนนี้

เขาเงียบไปครู่หนึ่งพลางหันไปมองฟรานซิสที่ยืนอยู่

“ชั้นว่านายควรจะอยู่ที่นี่ไปก่อน เพราะที่นี่มีทั้งอาหาร และ ที่นอนให้พวกนาย” ชายผิวสีคนนี้พูด
“แต่ชั้นคงไม่ให้นายอยู่ฟรีๆ เพราะชั้นต้องให้พวกนายทำงานด้วย”
“โว้ๆ ก่อนหน้านี้ก็เรื่องซอมบี้ ตอนนี้ก็เรื่องให้พวกเราทำนายให้นาย นายคิดว่านายเป็นใครถึงสั่งเราได้” อเล็กซ์พูดพลางถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องอยู่ออกไปตายเลย ชั้นบอกก่อนเลยว่าชั้นไม่สนด้วย” ชายเสียงทุ้มพูดกับอเล็กซ์
“อเล็กซ์ ชั้นว่าเราอยู่นี่ก่อนดีกว่านะ เมื่อกี้เราก็เห็นแล้วนี่ ว่ามีซากศพพยายามจะกินนายจริงๆ” ผมพูดกับอเล็กซ์

เขาทำหน้าไม่พอใจเท่าไหร่ แต่หลังจากที่เขาฟังผมพูดแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมหันไปถามชายผิวสีที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับพวกผม

“โอเค ถ้างั้นเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเรามีงานต้องทำกัน”

ผมกับอเล็กซ์พยักหน้าก่อนจะเอาของในกระเป๋าออกให้หมด ผมยื่นถุงขนมขบเคี้ยวให้กับ ชายผิวสี เขาก้มมองก่อนจะรับไว้ โชคดีที่พกมาด้วย ดูเหมือนอาจจะกลายเป็นเสบียงฉุกเฉินในอนาคต เมื่อกระเป๋าของผมและอเล็กซ์ว่างแล้ว พวกเราก็ได้รับไม้เบสบอลกับประแจ ผมเป็นคนถือประแจส่วนอเล็กซ์เป็นคนถือไม้เบสบอล พวกเราออกสู่โลกภายนอกอีกครั้ง พวกเราเดินตามฟรานซิสอย่างช้าๆ ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงยังร้านสะดวกซื้อที่ฟรานซิสพูดถึง เธอใช้มือเปิดประตูร้านอย่างช้าๆก่อนจะเดินเข้าไป ฟรานซิสชี้ให้เราเก็บเสบียงอาหารให้หมด แม้มันจะมีบางส่วนที่มีคนหยิบไปแล้ว แต่เหมือนโชคยังดีที่ยังมีส่วนเหลือให้กับพวกเรา พวกเราพยักหน้าก่อนจะเริ่มเก็บอาหารกระป๋องและขนม

“หยุดนะ!! อย่าเข้ามา” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้น

ผมกับอเล็กซ์รีบวิ่งไปยังต้นเสียง ผมเห็นหญิงผมสีดำ ผมหยิกศกและยาวไปถึงแผ่นหลังยืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บของ ในมือของเธอนั้นถือมีดทำครัวอยู่ด้วย ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความตื่นกลัว มือไม้ของเธอสั่นไปหมด

“พวกเราไม่ได้มาทำร้ายเธอ พวกเรามาแค่หาอาหารเท่านั้น” อเล็กซ์พูดกับเธอ
“อย่าเข้ามา!! อย่าเข้ามา!! ยังไงอาหารพวกนี้ชั้นก็ไม่ให้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
“ถ้างั้นมากับพวกเราซิ เรามีอาหารและที่อยู่นะ” ฟรานซิสพูดกับเธอ
“โอ้ไม่...” ฟรานซิสพูดเสร็จกุมปากของตัวเอง

แขนของผู้หญิงคนนี้นั้นถูกกัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แล้วมีวิธีอะไรพอจะช่วยเธอบ้าง” ผมหันไปถามฟรานซิส

ฟรานซิสเงียบก่อนจะล้วงไปหยิบอะไรซักอย่าง เมื่อเธอหยิบออกมามันก็เป็นปืน ไม่ทันที่ผู้หญิงคนนี้พูดอะไร กระสุนก็เจาะเข้าไปกลางศีรษะของเธอ เธอถอยไปที่สองสามก้าวก่อนจะลงไปนอนกับพื้น เลือดนั้นไหลออกมาจากหน้าผากของเธอ ฟรานซิสเก็บปืนลงไป ผมกับอเล็กซ์ได้แต่เหวอ

“นี่คือวิธีช่วยของเธอหรอ?” ผมถามด้วยสายตาสงสัย
“คนโดนกัดแล้วยังไงก็ตาย นี่คือวิธีที่ไม่ต้องทำให้เธอทรมาน พวกนายรีบไปเก็บของหลังร้านให้หมด”
“ก่อนที่ไอ้พวกซอมบี้จะมาที่นี่” ฟรานซิสพร้อมสั่งพวกผม

พวกผมไม่มีทางเลือกอื่นก่อนจะรีบเก็บเสบียงหลังร้านให้ได้มากที่สุด เมื่อทุกอย่างครบแล้ว พวกเราก็รีบกลับไปยังที่อพาร์ทเม้นท์ให้เร็วที่สุด ตอนนี้โลกเราเปลี่ยนไปแล้ว มนุษย์ทุกคนต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดจากซากศพที่พร้อมจะกัดกินร่างของพวกเรา ตอนนี้โลกของเราก็ไม่ต่างอะไรกับนรกอเวจี เผลอๆนั้นนรกยังดูดีเสียกว่า และผมก็มั่นใจได้ว่าโลกเราของเราเปลี่ยนไปตั้งแต่กระสุนลูกนั้นออกจากปากกระบอกปืนของฟรานซิส

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Dead Syndrome : Prologue
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: