Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Tiberium Salvation : Act II - Deja Vu

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Neferpitou
Moderators
Moderators


จำนวนข้อความ : 349
Join date : 05/12/2012
Age : 20
ที่อยู่ : The Facility of Banned Organizer

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Tiberium Salvation : Act II - Deja Vu   Sat Dec 20, 2014 7:54 pm










ศูนย์บัญชาการจีดีไอ ''วัลคัน ฟาลค่อน'' (Vulcan Falcon)
ชิคาโก้, อิลลินอยส์ โซนสีน้ำเงิน NA - 33 (North American - 33)
2.17 PM, 19 มิถุนายน 2086


''นี่น่าจะถึงเวลาแล้วนะ... พวกเขาควรจะมาได้แล้ว'' แม็คนิลยืนรออยู่ที่หลังประตูใหญ่ของศูนย์บัญชาการเพื่อรอใครสักคนอยู่ เขายกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างจะหงุดหงิด ''นี่มันก็เลยมา 17 นาทีแล้วนะ... ท่านผู้การคงหัวเสียอย่างแน่นอน''

ทันใดนั้นประตูใหญ่เปิดออก รถหุ้มเกราะที่ใช้โดยสารทหารจำนวน 3 คันเรียบแถวกันขับผ่านเข้าไปในฐานทัพและมันก็จอดหยุดรถที่ต่อหน้าของแม็คนิลโดยที่เขาไม่มีท่าทีที่จะหลบเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นประตูหลังของรถคันข้างหน้าสุดก็เปิดออกก่อนรถคันอื่น ๆ มีชายคนหนึ่งร่างกำยำแข็งแรง ผิวสีเดินออกมาจากรถ เขาทำท่าทางเหมือนกับตัวเองไม่ค่อยสะดวกสบายจากการเดินทางสักเท่าไหร่และมุ่งตรงไปหาแม็คนิลทันที

''คุณมาสาย....'' แม็คนิลเอ่ยขึ้น

''เสื้อสูทสวยดีนี่... แต่ไม่อยากเสียมารยาทหรอกนะไอ้หนูพ่อบ้าน'' ชายคนนั้นตอบกลับโดยกวาดสายตาไปรอบ ๆ แต่ละจุดของแม็คนิล ''ไม่มีใครสั่งให้ฉันมาตรงเวลานี่หว่า'' เขาเอ่ยขึ้นมาอีก

''งั้นหรอ... แกมัวทำอะไรอยู่ล่ะ แวะเก็บบุหรี่ข้างทางรึไง และจะบอกให้เลยนะ... ฉันเป็นกัปตัน'' แม็คนิลตอบกลับ

''บางทีวันนี้ฉันอาจจะได้เตะตูดของกัปตันก็ได้'' ชายคนนั้นตอบกลับ

''และฉันก็อาจจะได้เตะตูดของแกนะ... สิบตรี โบนอฟ'' แม็คนิลสวนคืนและก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

ทันทีทันใดนั้นพวกเขาก็ยิกยักเตรียมพร้อมที่จะออกหมัดและก็พุ่งหมัดเข้าไปหากันทันที แต่หมัดที่พวกเขาปล่อยไปนั้นกลับเปลี่ยนกลายเป็นการสวมกอดในฉันท์เพื่อนแทน ตบหลังด้วยความคิดถึงและก็ถอยฉากออกมา พวกเขายิ้มให้กัน และเป็นแม็คนิลที่เป็นฝ่ายออกปากพูดก่อน ''แกดูดีนะ... ตัวใหญ่ขึ้นเป็นกองเลย''

''แกก็เหมือนกัน.... ดูตัวเล็กลงนะ'' โบนอฟตอบกลับโดยที่ยังยิ้มอยู่ ''ชุดสูทแกสวยดีนะ'' เขาเอ่ยขึ้นอีกโดยที่ชี้นิ้วไปที่แม็คนิล

''ใช่... ฉันก็ว่าอย่างนั้น ชุดสูทนี่มันค่อนข้างรัดไปหน่อยน่ะ''

''เข้าท่ากับแกดีออก... 6 ปี.... อะไรก็เปลี่ยนไปเยอะเลยว่ะ''

''ใช่ !! 6 ปี... แต่แกยังเป็นสิบตรีเหมือนเดิมอยู่เลยนะ'' แม็คนิลพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะไปพลาง ๆ

''อย่ามากัดกันน่าเอ็ด... ก็จุดที่ฉันไปคุมมันเกิดเรื่องขึ้นเยอะนี่หว่า ใครจะไปมีเวลามารับยศใหม่กันล่ะ'' เขาตอบกลับโดยที่ต่อยไปที่ไหล่ของแม็คนิลเบา ๆ

''เรื่องมันเกิดขึ้นจากแกมากกว่าล่ะมั้ง... ยศแกถึงอยู่ที่เดิมแบบนี้'' แม็คนิลเอ่ยและต่อยกลับคืนไปเบา ๆ เช่นกัน ''ตามมาสิ !! จะแนะนำใครให้รู้จัก''

พวกเขาเดินไปที่หอคอยบัญชาการโดยที่มีแม็คนิลเป็นผู้นำเหล่าทหาร ZOCOM กว่า 20 นายรวมทั้งโบนอฟด้วยเช่นกัน เมื่อพวกเขาไปถึงห้องบัญชาการแล้ว แม็คนิลก็ทำการปลดล็อคประตูห้องด้วยการสแกนบัตรประจำตัวของตัว ต่อด้วยการสแกนดีเอ็นเอในแบบต่าง ๆ  ลายนิ้วมือ ตา และเสียง แล้วประตูก็ถูกเปิดขึ้นมาโดยที่มีผู้บัญชาการกำลังยืนหันหลังรอด้วยท่าตามระเบียบพัก เขาหันหลังมามองทหารเหล่านั้นด้วยสายตาที่จ้องเขม็งซึ่งนั่นก็สามารถทำให้ทหารบางคนกังวลได้

''20 นาที... เวลาที่ต้องสูญเปล่าเพราะตัวของพวกคุณ หวังว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีก'' ผู้บัญชาการคนนั้นเอ่ยขึ้นมา

''ครับผม !!'' ทหารเหล่านั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งเว้นเสียแต่โบนอฟคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ตอบกลับเลย

''แล้วคุณล่ะ... ควรจะเอ่ยอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าผม'' ผู้บัญชาการคนนั้นถามขึ้น

''ด้วยความเคารพนะครับคุณผู้บัญชาการแต่พวกเรามีปัญหาการเดินทางเล็กน้อยครับ.... คุณไม่อนุญาตให้พวกเราเดินทางทางอากาศ เราก็จำเป็นที่จะต้องเดินทางมาทางพื้นดินที่แสนจะลำบาก มันค่อนข้างจะไร้เหตุผลไปหน่อยนะครับที่คุณจะให้ผมรู้สึกผิดโดยการตอบกลับไปว่า ครับผม เพื่อไม่ให้ผมพวกทำพลาดอีก'' โบนอฟตอบกลับด้วยความแน่วแน่

''คุณชื่ออะไร ?''

''สิบตรี ราสตาฟ่า โบนอฟครับ'' เขาตอบกลับ

''งั้นหรอ ?....'' เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางที่เหมือนมีความสนใจในตัวโบนอฟ ''แม็คนิล !!'' เขาเรียกแม็คนิลพร้อมกับหันหน้าไปหาเขา

''ครับท่าน....''

''พาคุณโบนอฟเข้ามา... ส่วนคนอื่นขอให้ไปรอที่ห้องพักของพวกตนก่อนนะครับ'' ผู้บัญชาการเอ่ยขึ้นและหันหลังให้พวกเขาและก้าวเดินไปข้างหน้า แม็คนิลหันไปหาโบนอฟและกวาดสายตาไปทางผู้บัญชาการเพื่อให้โบนอฟเดินเข้าไปก่อน โบนอฟเดินเข้าไปโดยที่แม็คนิลตามอยู่ข้างหลัง ประตูห้องบัญชาการถูกปิดลง ผู้บัญชาการหันหลังกลับมาหาโบนอฟทันที

''คุณมีความคิดที่ดี.... ต้องขอโทษด้วยที่ผมต้องให้พวกคุณเดินทางมาอย่างลำบากมันเป็นเพราะรัฐนี้ไม่อนุญาตให้ทหารจีดีไอเดินทางมายังทางอากาศ เป็นเพราะเหล่าระดับสูงจะระแวงกันว่าผู้ที่เดินทางมายังศูนย์ทหารจะเป็นใครอื่นที่ไม่ใช่จีดีไอ เราจำเป็นต้องทำตามกฏของรัฐเพื่อความปลอดภัยของชาวเมืองและพวกเราเอง'' ผู้บัญชาการคนนั้นเอ่ยขึ้นมาต่อพร้อมกับยื่นมือไปหาโบนอฟ ''ผมผู้บัญชาการไอร่อน สเตบิไลเซอร์''

''ยินดีที่ได้รู้จักครับ'' โบนอฟจับมือตอบรับผู้บัญชาการ ''ว่าแต่เรียกหน่วยพวกเรามาทำไมครับ ?''

''ได้ยินข่าวการเยียวยาผู้ติดเชื้อไหมจากไทบีเรี่ยมไหมล่ะ... คุณทหาร''

''ไม่ครับ... แต่ผมได้ยินเรื่องข่าวลือมาพอควรเช่นกันครับ''

''อีก 2 วัน... มันจะถึงเวลาที่เหล่าชาวฟอร์กอทเท็นจากทั่วโลกมาที่นี่เพื่อรักษาอาการของพวกเขาจากการติดเชื้อที่นานแสนนาน... ที่โรงพยาบาลกลาง ตามโครงการของลูคัส เจงกิ้นส์คอร์ป หนึ่งในผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐชิคาโก้'' ผู้บัญชาการตอบกลับ

''นี่ไม่ใช่โครงการของจีดีไอโดยตรงหรอครับ ?...'' โปนอฟถาม

''ไม่ !! จีดีไอแค่เป็นผู้สนับสนุนของเขาเท่านั้น โดยแลกกับการสนับสนุนทุนจากเขา'' ผู้บัญชาการตอบกลับและเริ่มแสดงอาการที่ตึงเครียดมากขึ้น ''พวกคุณทหาร ZOCOM รวมถึงคุณเอ็ดเวิร์ด แม็คนิลจะประจำการป้องกันความปลอดภัยในที่แห่งนั้น'' เขาพูดต่อ

''อะไรนะ ?!!.... ภารกิจแบบนี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือของ ZOCOM เลยนะครับ''

''เราจำเป็นต้องเรียกตัวพวกคุณเท่านั้น... ผมไม่ไว้ใจพวกฟอร์กอทเท็น ที่ผมเรียกคุณมาไม่ใช่เพราะผมให้พวกคุณมาป้องกันผู้คนที่จะก่อจราจล แต่ที่ผมเรียกพวกคุณมาก็เพราะว่าผมจะให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างสงบที่สุดโดยที่ไม่มีใครต้องได้รับการบาดเจ็บจากพวกติดเชื้อ'' เขาพูดโดยที่ทำเสียงเข้มขรึมอย่างกับว่าจริงจังกับมันมาก ''หวังว่าคุณคงจะเข้าใจ !!''

''รับทราบครับ...''

==================

5 วันก่อน

ดินแดนรกร้าง... สถานที่ ๆ เป็นเหมือนบ้านของเหล่าผู้ติดเชื้อ มันมีต้นไม้อยู่เพียงต้นเดียวในที่แห่งนั้น ซึ่งที่แห่งนั้นก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าต้นไม้ เขากำลังสูบบุหรี่ และกำลังมองสิ่งที่อยู่ใต้ต้นไม้ เขาเพียงแค่จดจ้องมัน... นิ่ง ๆ จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น... แคร๊ด ๆ ๆ !! เซบาสเตียน... เขาปั่นจักรยานมาหาชายคนนั้น เขาหยุดที่จะปั่นและก็วางจักรยานลงพื้นพร้อมกับค่อย ๆ เดินไปหาชายคนนั้น

''พี่มาหาเธออีกแล้ว... แล้วพี่ไปหาช่อดอกไม้มาจากไหนน่ะ พี่ไดร์ท'' เซบาสเตียนถามชายคนนั้น

''วันนี้วันที่ 14 ของเดือนนะ... เซเบ !! อย่าลืมสิว่าวันนี้มันสำคัญขนาดไหน'' ชายคนนั้นตอบกลับและทิ้งบุหรี่ลงไปกับพื้น เขาเหยียบมันก่อนที่จะพูดต่อ ''แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าไดร์ทซะที''

''ก็เหมือนพี่เรียกผมว่าเซเบนั่นล่ะ...'' เด็กน้อยคนนั้นตอบกลับ

''แล้วเธอมาทำอะไรงั้นหรอเซเบ... เยี่ยมพี่สาวหรอ ?'' เขาถาม

''ก็อยากจะมาเยี่ยมเธออยู่หรอกครับ แต่อันที่จริงคุณปู่คาซิอุสต้องการให้พี่ไปหาท่านหน่อยน่ะครับ''

''มีเรื่องงั้นหรอ ?''

''ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะครับ... แต่ดูเหมือนพวกเขาจะประชุมกันเรื่องการเยียวยาผู้ติดเชื้อน่ะครับ''

''การเยียวยา ?'' ชายคนนั้นถามด้วยความงุนงง

''พี่ไปอยู่ไหนมาเนี่ย ?!! นี่มันดังไปทั่วโลกเชียวนะ... ไม่ดูทีวีบ้างรึไง'' เซบาสเตียนพูดไปพร้อมกับยักไหล่ขึ้น

''พวกเรามีทีวีแค่เครื่องเดียวนะ...'' เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนเป็นเรื่องตลก และจากนั้นเขาก็หันไปที่ใต้ต้นไม้อีกครั้งหนึ่ง ''เธอไม่มีอะไรจะพูดกับพี่สาวของเธอหน่อยเหรอ ?'' เขาพูดต่อ

เซบาสเตียนมองไปที่สิ่งเดียวกับสิ่งที่ชายคนนั้นมอง.... ''ผมคิดถึงเธอครับ...'' เมื่อชายคนนั้นได้ยิน เขาก็เริ่มยิ้มเล็กน้อยและก็พูดว่า ''ใช่ !! ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน''

==================

ศูนย์บัญชาการจีดีไอ ''วัลคัน ฟาลค่อน'' (Vulcan Falcon)
โรงอาหารส่วนกลาง
ชิคาโก้, อิลลินอยส์ โซนสีน้ำเงิน NA - 33 (North American - 33)
4 ชั่วโมงหลังจากการรับภารกิจ


ณ โรงอาหารส่วนกลางของศูนย์บัญชาการ เหล่าทหารนับร้อยกำลังรับประทานอาหารรวมไปถึงเอ็ดเวิร์ด แม็คนิลและราสตาฟ่า โบนอฟด้วย พวกเขานับอยู่ที่มุมของโรงอาหารซึ่งเป็นจุดประจำที่แม็คนิลชอบนั่งอยู่เสมอ เขาทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ค่อยคุยกันตั้งแต่รับภารกิจมาแล้ว อาหารประจำคืนนี้คือพาสต้าชีสและไส้กรอกหั่นเป็นลูกบล็อค ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูดีเท่าไหร่นัก

''แกไม่ได้บอกฉันเรื่องภารกิจเลย'' โบนอฟเงยหน้ามองแม็คนิล โดยเขาเป็นฝ่ายที่เอ่ยขึ้นมาก่อน

''ถ้าบอกก่อน... แกก็ไม่มา'' แม็คนิลตอบกลับโดยที่ไม่ได้หันไปมองโบนอฟ เขายังคงรับประทานอาหารต่ออย่างกับไม่สนใจ ''พวกทหารแบบแกรับแต่งานใหญ่อยู่แล้วนี่'' เขาพูดต่อ

''ใช่... มันเป็นบางครั้ง !! แกไม่เคยได้ยินรึไงว่าพวก ZOCOM ไม่รับงานที่ทำให้พวกเขาเบื่อน่ะ'' โบนอฟตอบกลับ

''งั้นบางทีฉันว่า ZOCOM ก็ควรจะลดอีโก้สูง ๆ ที่รับแต่ภารกิจใหญ่ ๆ หน่อยก็ดีนะ....''

''อะไรนะ ?!!'' โบนอฟเริ่มหงุดหงิด

''ฉันแค่พูดความจริง...'' แม็คนิลตอบกลับ

''อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ใส่ชุทสูทแบบแก... ฉันสวมชุดทหาร !!'' โบนอฟทำเสียงที่ดูเกรี้ยวกราดกลับคืนไป ''ฉันอยู่ในที่ ๆ สามารถตายได้ตลอด... นั่นไม่ใช่อีโก้ !! แต่เป็นการเสียสละ ฉันไม่ได้อยู่สบายในห้องที่เปิดแอร์ตลอดเวลาหรอกนะ'' เขาพูดต่อ

''นี่มันไม่ใช่ยุคสงครามนะ... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว !!'' แม็คนิลเริ่มพูดตอกกลับไป

''ใช่ !! มันเปลี่ยนไป... ทั้งแกและทหารพวกนี้ รวมไปถึงไอ้ผู้การบ้านั่นด้วย...'' โบนอฟเริ่มจ้องเขม็งมาหาแม็คนิล ''แกจำครั้งสุดท้ายที่เราอยู่ในสงครามได้ไหม สงครามไทบีเรี่ยมครั้งที่ 4 !! แกดูจะเป็นคนที่ดูจริงจังกว่านี้และก็ไม่ได้ดูสะอาดแบบนี้นะ'' เขาเริ่มลุกขึ้น

''พวกที่มากับฉันไม่พอใจกับภารกิจ... พวกเขารู้สึกเหมือนโดยลดตัวเอง !!'' โบนอฟพูดต่อ

''งั้นแกก็ควรจะกลับไปบอกพวกมันว่านี่ไม่ใช่สงครามแล้ว'' แม็คนิลยังทำท่าเหมือนไม่สนใจอยู่ดี ''ไม่ช้าก็เร็วพวกแกก็จะได้ทำงานจากทหารผู้เกรียงไกร เป็นผู้รักษาความปลอดภัยที่หน้าโรงงานแทนก็ได้''

''แกว่าไงนะ !?'' โบนอฟทุบโต๊ะอย่างแรงและนั่นก็ทำให้คนนับร้อยจดจ้องมาหาพวกเขา เสียงบรรยากาศที่ดูเหมือนจะครื้นเครงกลับหายไปเป็นกลีบเมฆ มันเหลือแต่ความเงียบ

''แกคิดยังงั้นจริง ๆ งั้นหรอ ?...'' โบนอฟเริ่มกัดฟันพูดและพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกับว่าตัวเองเข้าใจและไม่พอใจในสิ่งที่แม็คนิลพูด และแม็คนิลก็ยังไม่สนใจเขาอยู่ดี เขาเดินออกจากโต๊ะและเดินไปหาแม็คนิลที่อีกฝั่ง ''พวกเราไม่ได้พอใจที่ไม่ได้รับภารกิจดี ๆ แต่พวกเราไม่พอใจที่แกและผู้การของแกโกหกเรา... เหมือนกับว่าเราเป็นแค่ทหารที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อพวกแก'' เขาพูดใส่แม็คนิลและหยิบถาดอาหารของตัวเองขึ้นมา ''และจะบอกให้อีกอย่าง... อาหารที่นี่มันห่วยแตกว่ะ !!'' และโบนอฟก็เดินออกไปจากโต๊ะในทันที

''ถ้าผู้การไม่เรียกพวกแกมา !! ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็จะโดนปลด !!'' แม็คนิลหันหน้าและตะโกน ผู้คนที่ได้ยินถึงกับตกใจและตกตื่นเหมือนกับไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นกับพวกเขา

''อะไรนะ ?!!'' โบนอฟหันกลับไป ''มันจะเป็นไปได้ยังไง ?!'' เขาถามต่อ

''ลูคัส เจงกิ้นส์คอร์ป... ผู้สมัครผู้ว่าการรัฐชิคาโก้ !! เขาถือไพ่เหนือกว่าพวกเรา ถ้าผู้บัญชาการไม่ยอมเรียกตัวพวกแกมา ผู้คนที่นี่นับร้อยนับพันจะไร้งานทันที !! ผู้บัญชาการไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้ และไม่ต้องการให้คนพวกนี้แตกตื่น เราจึงจำเป็นต้องเรียกพวกแกมา'' แม็คนิลลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาโบนอฟ ''มันไม่ใช่การที่พวกแกต้องทำเพื่อฉันและผู้การ... แต่แกต้องทำเพื่อคนนับพันนี่''

แม็คนิลเอามือทั้งสองเกาะที่ไหล่ของโบนอฟ... เขาก้มหน้าลงและกัดฟันเหมือนกับว่านี่คือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเขา ''ได้โปรด...'' แม็คนิลเอ่ยโดยที่เงยหน้าขึ้นมามองโบนอฟ

''แกไม่เคยขอร้องฉัน....'' โบนอฟตอบกลับ ''ก็ได้.. ฉันจะไปบอกพวกเขา'' เขาตอบกลับ เหมือนกับว่าเขาใจอ่อนยอมที่จะทำงานนี้ให้ และโบนอฟก็เดินต่อไปแต่เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดที่จะเดิน

''ฉันลืมบอกอะไรแกว่ะ... หน้าแกเมื่อกี้... แม่งโคตรฮาเลย !!'' โบนอฟหันหลังมาตอบในสภาพที่ยิ้มและเดินต่อไป

''ห๊ะ !!?'' แม็คนิลตอบกลับด้วยสภาพที่งุนงง

==================

''อ่า... ดูสินี่ใคร !! ไดวอร์ก แบล็คนั่นเอง'' ชายวัยกลางคน ทิมได้เอ่ยทักทายไดวอร์ก แบล๊คที่ถูกเซบาสเตียนเรียกตัวให้มายังศูนย์หลักของฟอร์กอทเท็นในเขตนั้น พวกเขาซบกอดกันอย่างกับไม่ได้เจอกันนาน ก่อนที่แบล๊คจะเป็นฝ่ายถอยฉากออกมาก่อน หลังจากที่พวกเขาทักทายกันเสร็จสิ้น

''หายไปไหนมาตั้ง 7 วันวะเนี่ยแบล็ค !!'' จู่ ๆ ทิมก็ถามขึ้นมาก่อนเลย

''ธุระนิดหน่อยน่ะ.... บวกกับเริ่มเบื่อ ๆ กับที่นี่นิดหน่อยล่ะนะ'' แบล็คตอบกลับ พร้อมกับตัวเขาที่ควักบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปากและเตรียมที่จะจุดไฟแช็ค แต่ทิมกำมือของแบล็คที่ถือไฟแช็คอยู่ก่อนที่จะพูดต่อ ''ไม่เอาน่า แกน่าจะเลิกมันได้แล้วนะ'' แบล็คได้ยินแบบนั้นก็เหมือนจะหงุดหงิดเล็กน้อย ''เธอเคยขอแกแล้วไม่ใช่รึไง ?'' ทิมพูดย้ำอีก

แบล็คดึงมือข้างนั้นกลับมาในทันทีก่อนที่จะเดินชนใส่ทิม เขาไม่ได้ชนใส่ทิมแรงเท่าไหร่นัก แต่เหมือนกับเขาจะหงุดหงิดทันทีหลังจากได้ยินคำพูดนั้นของทิม เขาวางไฟแช็คลงไปบนกล่องข้างในแคมป์ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือสื่อสาร

''แกเป็นอะไรของแกวะเนี่ย ?!...'' ทิมถาม แต่แบล็คไม่ตอบกลับแถมยังทำตัวเหมือนไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ

''หัวหน้าอยู่ไหน ?'' แบล็คเปลี่ยนเรื่องทันที

''เดี๋ยวท่านก็มาแล้ว... แล้วคำถามฉันล่ะวะ ?''

''เลิกสนใจมันเหอะน่า !!'' แบล็คขึ้นเสียงใส่และหันไปมองด้วยสายตาที่ดูน่ากลัว อย่างกับปีศาจที่จ้องเขม็งพร้อมที่จะสังหารคนได้ทุกเมื่อ

''หยุดได้แล้ว... พวกเจ้าทั้งคู่ !!'' เสียงชายชราดังขึ้นมา

''แต่ท่านครับ...'' ทิมพยายามจะขัด

''ให้ข้าจัดการเองดีกว่า... ทิม'' ชายชรามองไปที่ทิมและกล่าวขึ้น ทิมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่นิ่งไปสักพักและเขาก็เดินออกไปจากเต็นท์ช้า ๆ ชายชราหันมามองที่แบล็ค ''เซเบเล่าให้เจ้าฟังแล้วสินะ...'' แกเอ่ยขึ้น แต่แบล็คก็ไม่ตอบอะไรเพียงแค่ทำท่าเหมือนจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

''ข้ารู้ว่ามันยากสำหรับเจ้า... ที่พวกข้าได้ตัดสินใจแบบนั้น แต่ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกนะที่ทนทรมาณกับพิษในตัวเจ้า แต่คนอีกนับพันก็คิดแบบนั้นเช่นกัน... พวกเขาต้องการเป็นอิสระจากไทบีเรี่ยมเช่นเดียวกับเจ้า'' ชายชราคนนั้นเอ่ย

''แต่ท่านคาซิอุส... ด้วยวิธีนั้น !! ผมรับมันไม่ได้หรอก...'' แบล็คตอบกลับแต่ไม่ได้มองหน้าเขาเลย

''ข้ารู้ !! ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดจีดีไอมากขนาดไหน... ข้ารู้มันทำอะไรต่อเจ้า !! แต่ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเดินต่อไปไม่ใช่รึ ?'' คาซิอุสเดินต่อไปและมุ่งตรงไปจับไฟแช็คของแบล็คที่วางอยู่ขึ้นมา ''เจ้าควรจะเดินไปสู่ทางเดินอนาคตนะ... มันเป็นเรื่องดีที่เจ้ายังจดจำเรื่องในอดีต'' คาซิอุสจุดไฟแช็คขึ้นและจ้องมองไฟที่เปล่งประกายขึ้นมา ''แต่อย่าให้มันแผดเผาเจ้าด้วยความทรมาณ... ทั้งกายและใจ''

''มันฆ่าครอบครัวผม... ฆ่าฟอร์กอทเท็น... แล้วครั้งนี้มันจะช่วยพวกเราจริง ๆ งั้นหรอครับ ?'' แบล็คตอบกลับและหันหน้าไปมองเขา ''ผมไม่คิดแบบนั้นเลยนะ''

คาซิอุสเดินมาตรงต่อหน้าของแบล็ค ''เปลี่ยนความมืดให้เป็นแสงสว่างสิแบล็ค'' เขาเอ่ยและหยิบซองบุหรี่จากกระเป๋าที่สกปรกและยับยู้ยี้ เขาคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก ''พวกเขาทำความผิด... ครั้งนี้พวกเขาจะล้างมลทินที่มีต่อพวกเรา.... และเจ้าด้วยเช่นกัน'' เขาจุดไฟแช็คและจุดบุหรี่ก่อนที่จะสูดเข้าไปเต็มปอด และปลดปล่อยควันออกมา

''หากเจ้าแค้น... เจ้าก็จะมีแต่ความแค้น !! มันก็เหมือนบุหรี่นี่ล่ะ พอล้างแค้นเจ้าก็จะมีความสุข เจ้าจะสมหวังกับมัน แต่มันก็เป็นเพียงแค่ไม่กี่นาที มันก็จะมอดดับเหลือแต่ความมืดมิด เฉกเช่นเดียวกับที่บุหรี่มันเป็น ความสุขจากรมควันเพียงชั่ววูบ แสงสว่างจากไฟเพียงยิบตา มันก็จะทำให้เจ้าลุ่มหลงในวังวนนั้น ก็อย่างที่เจ้าเป็นในตอนนี้ ติดบุหรี่ไม่ใช่รึแบล็ค''

''จงไปกับพวกเขาซะแบล็ค... ให้แสงอยู่กับเจ้าตลอดไป'' ชายชราเอ่ยและยื่นมือที่จุดไฟไปหาแบล็คเพื่อให้เขาร่วมวงบุหรี่

''อะไรทำให้ท่านมันใจขนาดนั้นว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรเราล่ะครับ ?'' แบล็คถาม

''บางทีพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง... พวกเขาไม่เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก''

แบล็คไม่ตอบอะไรกลับ เขาเพียงแค่ยื่นหน้าตนเข้าไปหาแสงไฟแช็คเพื่อจุดบุหรี่ที่ปากของเขาและเขาก็เดินออกไปจากเต็นท์ทันที

==================

______________________________

''Tyvärr, Jag måste döda dig. För kungen...''

Bill Alfenolf's Career Highlight
Former member of the Project-X
BWO Team of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Heel of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Face of the Year 2014
BWO No.10 Grand Slam
BWO Triple Crown
The Man and Only one man who Ended Mike Sanderson's Streak at the Siam Survivor with 4-1
1 Time BWO World Heavyweight Champion
1 Time BWO Xtreme Star Champion
1 Time BWO Deadly Champion (After Debut in BWO 1 Month)
1 Time BWO X-Tag Team Champion (w/ Dave Rollins)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.facebook.com/BillAlfenolf
Neferpitou
Moderators
Moderators


จำนวนข้อความ : 349
Join date : 05/12/2012
Age : 20
ที่อยู่ : The Facility of Banned Organizer

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Tiberium Salvation : Act II - Deja Vu   Sat Dec 20, 2014 7:57 pm

โรงพยาบาลชิคาโก้ส่วนกลาง
ชิคาโก้, อิลลินอยส์ โซนสีน้ำเงิน NA - 33 (North American - 33)
12.35 AM, 21 มิถุนายน 2086


''ภายใต้โครงการฟื้นฟูมนุษยชาติของลูคัส เจงกิ้นส์คอร์ปซึ่งเป็นโครงการในการหาเสียงของเขา ในวันนี้ได้มีแผนการในการรักษาผู้ติดเชื้อจากไทบีเรี่ยมที่ยังคงเหลืออยู่ในโลก ซึ่งการดำเนินการจะเริ่มขึ้นในอีก 20 นาทีโดยประมาณ ขณะนี้เหล่าชาวมิวแทนส์ก็ได้มารวมตัวกัน ณ โรงพยาบาลส่วนกลางของชิคาโก้แล้ว เราไปสัมภาษณ์เจ้าของโครงการนี้กัน''

''คุณลูคัส คุณคิดว่าโครงการนี้มีความหมายยังไงต่อทั้งคุณและโลกบ้างครับ ?''

''มันมีความหมายต่อมวลมนุษย์ทุกคนโดยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา จีดีไอหรือว่าฟอร์กอทเท็นก็ตามที... พวกเขาจะได้รับอิสระภาพที่แท้จริงจากไทบีเรี่ยม โดยทั้งนี้เราสามารถนำสารสกัดจากเลือดของฟอร์กอทเท็นมาเติมพลังงานทีซีเอ็นได้เช่นกัน'' ลูคัสตอบ

''อีกทั้งเราก็จะได้เข้าสู่สิ่งที่ผมวาดฝันมาตลอด 30 ปีทั้งชีวิตผมนี้... ผมต้องการจะสร้างความสามัคคีระหว่างเพื่อนร่วมมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ในวันนี้ความฝันนั้นจะเป็นจริง และถ้าเกิดผมได้รับเลือกจากประชาชนให้กลายเป็นรัฐมนตรีของอิลลินอยส์แห่งนี้ ผมจะพาทุกคนก้าวเดินพัฒนาไปข้างหน้าในแบบที่ดีกว่าเดิม''

''ผมขอตัวก่อน...'' ลูคัสพูดจบก็เดินทะลุกลุ่มมวลชนที่อยู่หน้าโรงพยาบาลส่วนกลางและขึ้นรถลีมูซีนที่รอรับตัวเขาทันที กลุ่มนักข่าวพากันตรงเข้าไปเพื่อที่จะถามเพิ่มเติม

''ตุ๊บบบบ !!'' เสียงของไอแพดที่กระแทกลงกับพื้นอย่างแรงจากการร่วงลงมาจากตึกสูง เควินคือผู้ที่ทิ้งมันลงไป เขายืนอยู่บนยอดตึกพร้อมกับกำลังมองไปที่เป้าหมาย โรงพยาบาลส่วนกลาง เขาสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเห็นรถลีมูซีนที่กำลังออกตัวอีกเช่นกันแม้มันจะมองไม่ค่อยเห็นเพราะกลุ่มฝูงชนบดบังก็ตามที แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจะดูเป็นหลัก

''เจ้าเห็นข่าวแล้วใช่ไหม ?'' จีเดียนถามจากการสื่อสารเข้ามา

''แน่นอน... เป็นสุนทรพจน์ที่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ความฝันของเศษขยะนั่นจะกลายเป็นธุลีไปหลังจากพวกมันตัดริบบิ้นเริ่มงาน'' เควินตอบกลับ

''ดี... และพวกเราจะนำพาซึ่งไทบีเรี่ยมกลับมา นี่เป็นจุดเริ่มต้นเควิน'' จีเดียนพูดขึ้นมา ''และเจ้าจะต้องทำเวลาด้วยเช่นกัน ตอนนี้เหลือเพียง 20 นาทีเท่านั้น''

''นั่นไม่ใช่ปัญหา'' เควินตอบกลับทันที ''ฉันจะติดต่อหน่วยที่มากับฉัน''

''ทำให้มันสำเร็จ... เพื่อน็อด'' จีเดียนเอ่ยและพวกเขาก็สิ้นสุดการติดต่อในทันที เควินเริ่มติดต่อไปถึงหน่วยที่มากับเขาทันที

''นี่เควิน !! ตอนนี้ด้านนั้นเป็นยังไงบ้าง ?'' เควินถามไปถึงหน่วยของเขา

''ตอนนี้พวกเรากำลังขนไทบีเรี่ยมเหลวไปยังจุดหมายครับท่าน... คาดว่าจะถึงในอีก 5 นาทีครับผม'' ทหารตอบกลับโดยมีเสียงของเครื่องยนต์แทรกเข้ามาเบา ๆ

''ดี... เตรียมชุดเครื่องแบบให้พร้อม... เราจะเริ่มปฏิบัติการหลังจากได้รับสัญญาณ''

''ครับท่าน...''

พวกเขาสิ้นสุดในการติดต่อกันและเควินก็เดินไปที่มุมของตึกสูงนั้นก่อนที่จะกระโดดลงไปทันที ร่างกายของเขาหายไปในชั่วพริบตาทันที แต่ไม่กี่ชั่วพริบตาพื้นก็สั่นสะเทือนเหมือนมีการกระทบจากอะไรสักอย่าง มันกลายเป็นหลุมที่ลึกพอควรเลยทีเดียว

''เควินพูด... ตอนนี้อยู่ในโหมดพรางตัว จะทำการแทรกซึมเข้าไปที่เป้าหมายเดี๋ยวนี้'' เควินเปิดระบบติดต่อสื่อสาร

''ดี... ภารกิจแรกของเจ้าคือการหาเครื่องแบบของทหารจีดีไอมา ในที่แห่งนั้นมีทหารเทพอยู่พอควร ZOCOM เจ้าเคยได้ยินรึเปล่า ?'' จีเดียนติดต่อกลับมา

''ZOCOM ? ไม่นึกว่าพวกทหารหัวกระทิจะมาที่นี่ด้วย...'' เควินแสดงอาการงุนงงเล็ก ๆ ในขณะที่กำลังตรงเข้าไปยังโรงพยาบาล

''อ่า... พวกจีดีไอดูเหมือนจะฉลาดพอดูเช่นกัน และที่สำคัญระวังตัวด้วยเพราะข้างในนั้นมีพวกตรวจจับการเต้นของชีพจรอยู่ด้วย''

''สรุปคือต้องรีบหาเครื่องแบบโดยเร็วสินะ'' เควินตอบกลับ ''ได้ !!''

''ในโรงพยาบาลมีทหารโดยรวมก็เกือบ 50 นายเลยทีเดียว ทั้ง ZOCOM และหน่วยของชิคาโก้คละกันไปแต่ละชั้น จำไว้ด้วย'' จีเดียนเสริม

''เข้าใจแล้ว'' เขาตอบกลับ ตอนนี้เขาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว เขาสามารถเห็นทหารที่เดินตรวจตราอยู่เยอะพอควร อีกทั้งผู้ติดเชื้อที่อยู่รวมตัวเริ่มต่อแถวเตรียมการเข้ารับการรักษา เควินขึ้นไปบนชั้น 2 ทางบันได และทหารก็ลดลงเกือบเท่าตัวในอาคารชั้นนี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่อะไรที่ปลอดภัยสำหรับเขาสักเท่าไหร่ เขาเห็นทหารคนหนึ่งในบริเวณนั้นถือเครื่องตรวจสัญญาณชีพจรอยู่ด้วย และเขาคนนั้นก็อยู่ไม่ห่างตัวเควินเลย เควินรีบถอยฉากมาให้ไกลตัวทหารคนนั้นมาที่สุดและหลบอยู่หลังกำแพง เขาชะโงกหน้าหันกลับมาดูก็เห็นว่าทหารคนนั้นกำลังคุยกับทหารคนอื่นอีก 2 คน

''ฉันตรวจพบสัญญาชีพจรได้หลังห้องตรวจกระดูก... มันเร็วผิดปกติเกินกว่าที่จะเป็นมิวแทนส์ที่ต่อแถว'' ทหารคนนั้นกระซิบเพื่อนทหารอีก 2 คน

''เราจะไปดูให้...'' พวกเขาตอบกลับ

''ไม่ !! ฉันจะไปด้วย มันอาจจะเป็นอะไรที่มีแต่ฉันที่สามารถตรวจจับได้คนเดียวก็ได้''

''โอเค !!''

ทหารทั้ง 3 คนเริ่มตรงไปที่จุดนั้น แต่พวกเขาก็ต้องไปอย่างรอบคอบเช่นกัน มันจะเป็นที่สงสัยสำหรับคนอื่นที่อยู่ในโรงพยาบาลไม่ได้ โดยเฉพาะพวกฟอร์กอทเท็น พวกเขาเข้าไปยังห้องตรวจกระดูกโดยที่มีคนหนึ่งเปิดประตูนำเข้าไปก่อน มันค่อนข้างจะมืดเพราะไม่มีใครมาเปิดไฟในห้องที่ไม่ได้ใช้งานในการรักษาผู้กลายพันธุ์ พวกเขาเปิดไฟฉายและติดอุปกรณ์เก็บเสียงที่ปืนของตัวเอง พวกเขาเริ่มสำรวจไปรอบ ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติเลย

''หยุดก่อน...'' ทหารที่มีเครื่องตรวจจับเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ

''อะไร ?'' ทหารอีกคนหนึ่งถาม

''ตรงนี้คลื่นมันแรงมาก....'' ทหารคนนั้นตอบ

''แรงขนาดไหนล่ะ ?''

''ขนาดที่สามารถเจาะเกราะได้เลยล่ะมั้ง'' เสียงเควินกระซิบมาเบา ๆ

''ฉึก !!'' ประกายดาบสีเงินที่สะท้อนกับแสงไฟส่องประกายจนสว่างยิบ คมดาบนั้นแทงทะลุเข้าร่างของทหารคนหนึ่ง มันทะลุทั้งเกราะได้โดยง่ายเลยทีเดียว ทหารทั้ง 2 คนหันขวับไปดูอย่างรวดเร็วและไม่รอช้าพวกเขากดลั่นไกปืนในทันที เพียงแค่การยิงไม่กี่นัดของพวกเขาเท่านั้น ปืนไรเฟิลของทหารอีกคนหนึ่งก็ถูกฟันสะบั้นจนขาดพร้อมกับหัวของหทารคนนั้น

''ติดต่อส่วนกลาง... ตอนนี้เรากำลังพบกับ...'' ''ปิ้ว !!'' ทหารตรวจจับกำลังพยายามจะติดต่อกับส่วนกลางแต่แล้วเควินก็ยิงทะลุหัวของเขาด้วยปืนสั้นเก็บเสียงที่ตนพกมาด้วย

''นี่ส่วนกลาง... เกิดอะไรขึ้น ?'' เสียงติดต่อจากศูนย์กลางตอบกลับมา

''ขอโทษด้วยครับ... พอดีผมเป็นทหารใหม่ เพิ่งรับงานแรกเลยมือสั่นจนปืนลั่นน่ะครับ'' เควินจับวิทยุสื่อสารมาและตอบกลับไปก่อนที่ส่วนกลางจะจับพิรุธได้

''รับทราบแล้ว... ประจำตำแหน่งต่อไปคุณทหาร'' ส่วนกลางตอบกลับมาเป็นอันสิ้นสุดการติดต่อ เควินก้มตัวลงไปหยิบเครื่องแบบของทหารตรวจจับ เขาเปลี่ยนชุด หยิบเครื่องตรวจจับชีพจรมาด้วยเช่นกันและหดดาบของเขาที่มีระบบกลไกนั้นและเก็บเข้าให้ดูเหมือนมีดมาที่สุดจะได้มีใครสงสัยกับดาบเล่มนั้นเมื่อเขาออกไป  เขาเปิดประตูออกมาจากห้อง ทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติและมองดูเครื่องตรวจชีพจรที่แบ่งประเภทของแต่ละอย่าง ๆ ชัดเจน ทั้งทหารของจีดีไอ และคนอื่น ๆ ถูกระบุแตกต่างกันไป

''ชั้นต่อไป 7 คน...'' เขาพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้นต่อไปอย่างแนบเนียนโดยไม่มีใครสงสัย

ณ ข้างนอกโรงพยาบาลตอนนี้รถขนส่งยารักษาจำนวน 4 คันได้เดินทางมาถึงแล้วซึ่งคนหนึ่งก็รวมไปถึงรถที่บรรจุไทบีเรี่ยมเหลวเช่นกัน มันจอดอยู่ที่หลังตึกโรงพยาบาล ผู้ขับรถเปิดประตูรถและนำเอายารักษาออกมา เตรียมเอาขึ้นไปบนอาคาร

''เอ้า.... รถคันสุดท้ายน่ะ เตรียมของขึ้นไปได้แล้ว !!'' ทหารที่เฝ้าอยู่ประตูหลังอาคารตะโกนเรียกคนในรถคันสุดท้าย

คนขับและคนที่นั่งข้างหน้าของรถคันสุดท้ายค่อย ๆ เปิดประตูออกมา พวกเขาใส่เครื่องแบบของจีดีไอเช่ยกัน และค่อย ๆ เดินไปที่ประตูหลังและเปิดมัน พวกเขาหยิบรถลากและวางกล่องบรรจุสารเคมีบนนั้น คนหนึ่งลากไปพร้อมกับทหารอีกคนก็ควักปืนสั้นเก็บเสียงออกมา

''นั่นแกจะทำอะไร ?'' ทหารเฝ้าประตูถาม

''ทำหน้าที่ไง'' ทหารถือปืนตอบกลับ และเขาก็ลั่นปืนใส่ทหารคนนั้นทันที เหล่าทหารจีดีไอภายนอกเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรวมไปถึงคนที่กำลังขนยารักษาคนอื่นเห็นก็เอาปืนจ่อพวกเขาทั้งสองคน

''เอาล่ะ...ยิงได้เลย !!'' ทหารที่กำลังลากกล่องสารเคมีพูดเบา ๆ

''ห๊ะ ?!!'' ทหารที่เล็งปืนเตรียมยิงเขาก็อุทานออกมาด้วยความงุนงง

''ปึ้ว !!'' ''ปิ้ว !!'' ''ปิ้ว !!'' เสียงของปืนเก็บเสียงดังขึ้นมารัว ๆ โดยที่กระสุนพุ่งตรงไปคร่าชีวิตเหล่าทหารเหล่านั้นจนหมด ฃทหารในเครื่องแบบจีดีไอจำนวนกว่า 10 คนออกมาจากหลังรถคันสุดท้ายและยิงคนทหารพวกนั้น เหลือเพียงแค่ทหารสองคนนั้นที่กำลังคุมสารเคมีเท่านั้น

''เตรียมการได้... เอาสารเคมีไปใส่กับยารักษาซะ !! แล้วจัดการงานให้เสร็จ ๆ'' ทหารคนนั้นเอ่ย ''เอาสารเคมีไทบีเรี่ยมเหลวใส่ยาพวกนี้ลงไปซะ !!''

==================

''บ้าเอ้ย !! แกไม่บอกอีกแล้วนะว่ามาดูแลความปลอดภัยแบบนี้ !!'' เสียงของโบนอฟตะโกนดังลั่นอยู่ชั้นบนสุด ''นี่แกเอาฉันมาเป็นยามเลยเหรอวะ !? งานหน้าจะให้เป็นยังไง... คนดูส้วมรึไง !?''

''6 ปี... แกบ่นเก่งขึ้นเยอะเลยนะโว้ย !!'' แม็คนิลตอบกลับ

''เฮ้ย !! มันน่าหยุดหงิดนะเห้ย.... นี่ตูหน่วย ZOCOM เชียวนะ'' โบนอฟตะโกนดังกว่าเดิม

''ฉันก็เป็นกัปตันเชียวนะ... กัปตันเอ็ดเวิร์ด แม็คนิลเชียวนะ !! คนอำนาจสูงกว่าพวกแกทุกคนยังได้มาทำงานเลย'' แม็คนิลตอบกลับไปด้วยเสียงที่ดังขึ้น

''6 ปี... แกเบ่งอำนาจเก่งเหลือเกินนะ'' โบนอฟย้อนคืน

''เงียบเหอะน่า !!'' แม็คนิลตอบกลับอย่างหงุดหงิดเล็ก ๆ

ทันใดนั้นเหล่าทหารขนสารเคมีก็ขึ้นมาพร้อมกับสารเคมีพวกนั้น และแจกจ่ายไปสู่เหล่าแพทย์ที่เตรียมทำการรักษาฟอร์กอทเท็น โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ายาพวกนั้นได้ถูกทำให้มันกลายเป็นอะไรไปแล้ว ทหารทำการขนยาไปแต่ละชั้นจนเสร็จ พวกเขาเริ่มถอยฉากออกมา แม็คนิลเห็นทหารพวกนั้นก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีพิรุธแปลก ๆ เขามองไปที่ทหารพวกนั้นรอบ ๆ

''แกเห็นอะไรแปลก ๆ รึเปล่า ?'' แม็คนิลกระซิบใส่หูของโบนอฟเบา ๆ

''เห็น... พวกนั้นมันแปลก ๆ'' โบนอฟตอบกลับเบา ๆ

''พวกมันน่าจะลงไปข้างล่างได้แล้วนิ'' แม็คนิลเอ่ย ''แต่ทำไมพวกมันไม่ยอมลงไป... แถมยังยืนอยู่จุดรอบ ๆ ของชั้นนี้อีกด้วย''

''นั่นสินะ... แต่บางทีผบ. แกอาจจะเปลี่ยนแผนก็ได้นิ ใครจะไปรู้ความคิดเจ้าบ้านั่นวะ ?''

''อาจจะจริง.... จับตาดูพวกมันให้ดีล่ะ'' แม็คนิลเตือน

ที่อีกด้านหนึ่งเควินเริ่มเดินขึ้นไปบนชั้นบนสุดซึ่งมันเป็นชั้นเดียวกับที่แม็คนิลและโบนอฟเฝ้าอยู่ เขาหยิบวิทยุสื่อสารออกมาและซ่อนตัวให้อยู่ห่างจากพวกทหารมากที่สุด

''เป็นไงบ้าง ?'' เควินถาม

''ตอนนี้พวกเราจัดการใส่สารไทบีเรี่ยมเหลวในยารักษาแล้วครับ... เหลือแต่รอสัญญาณครับผม'' ทหารคนหนึ่งตอบกลับมา

''ดี !!''

หลังจากที่เหล่าแพทย์ได้รับยาแล้วก็จัดการเรียงแถวของเหล่าผู้ติดเชื้อในแต่ละชั้นให้เป็นแถวและดูสะดวกที่จะจัดการมากที่สุด ในชั้นบนสุดของโรงพยาบาลได้แบ่งออกเป็น 5 แถว แต่ละแถวก็จะได้รับการรักษาที่เหมือนกันแต่เพียงให้ง่ายต่อการจัดการของแพทย์มากขึ้น ไดวอร์ก แบล็คเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้ารับการรักษาครั้งนี้ เขาอยู่บนหน้าแถว เขาถูกเรียกโดยแพทย์หญิงที่นั่งรอเขาอยู่ เขาเดินเข้าไปในห้องรักษาทันที

''ชื่อค่ะ'' แพทย์หญิงคนนั้นถามขึ้นมา

''ไดวอร์ก แบล็ค... รหัสฟอร์กอทเท็น 42015 ครับ'' แบล๊คตอบกลับ

''เชิญนอนลงที่บนเตียงได้เลยค่ะ'' หล่อนบอกกับแบล็คและเขาก็ค่อย ๆ นอนลงบนเตียง เธอหยิบเข็มฉีดยาที่บรรจุสารเคมีในนั้น แบล็คมองไปที่เข็มฉีดยาที่เธอถืออยู่ เหมือนเขาจะไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก เขามองมันโดยที่มีอาการแปลก ๆ แถมยังเหงื่อไหลผิดปกติ

''นั่นอะไรครับ ?'' แบล็คถาม

''ยาน่ะค่ะ'' เธอตอบ หันมามองแบล็คและยิ้มให้ ''เราจะใช้ยานี้ลดปฏิกริยาการแข็งตัวของไทบีเรี่ยมในตัวคุณชั่วขณะ หลังจากนั้นเราจะดูดสารที่กลายเป็นของเหลวออก'' เธอบอก

''ง่าย ๆ คือทำให้ไทบีเรี่ยมมันกลายเป็นของเหลวและดูดออกโดยใช้เครื่องมือค่ะ''

''อ่อ..ครับ'' แบล็คตอบกลับ แต่เหมือนตัวเขาเองจะรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เขาหันไปมองแพทย์หญิงอีกครั้งก่อนจะถาม ''มันจะใช้เวลารักษานานไหมครับ ?''

''โดยรวมก็ประมาณ 5...''

''บรึ๊มมมมมม !!'' เสียงระเบิดดังสนั่นจนตึกทั้งอาคารถึงกับไหวเล็กน้อย แบล็คร่วงลงมาจากเตียงจากแรงระเบิดที่อยู่ใกล้กับตัวเขา เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นมาและหันไปที่จุดเกิดเหตุ เขาพบควันหนาสีเขียวฟุ้งอยู่เต็มไปหมด เขารู้สีกคุ้นเคยกับมัน ก่อนที่จะหันไปหาแพทย์คนนั้น

''คุณโอเคนะ...'' แบล็คถามเธอ เขาเห็นเธอล้มในขณะที่เกิดเหตุขึ้น แต่เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่โอเคเท่าไหร่

''ขาฉัน... โอ้ย !!'' เธอตอบกลับโดยที่จับขาตัวเองอย่างเจ็บปวด แบล็คก้มลงไปดูอาการของเธอและจับขาเช็คดู

''ดูเหมือนขาเธอจะแพลงนะ... ว่าแต่แถวนี้มีหน้ากากกันพิษไหม ?'' แบล็คถาม

''มีที่หัวมุมของห้อง... บนตู้ยาด้านซ้าย ทำไมล่ะ ?'' เธอตอบโดยที่แบล็คลุกขึ้นไปหามันทันที เขาหยิบมันมาและยื่นให้เธอ

''เธอต้องใส่มันเดี๋ยวนี้ !! นั่นมันควันไทบีเรี่ยม...'' เขาตอบ ''คงจะรู้นะว่าถ้าไม่ใส่แล้วจะเป็นยังไง''

เธอรีบใส่มันทันทีแล้วแบล็คก็พยุงตัวเธอขึ้นมา เขาค่อย ๆ พาเธอเดินออกไปจากห้องช้า ๆ แต่เขากลับถูกชายคนหนึ่งที่สวมชุดทหารของจีดีไอถีบอย่างแรง เขากระเด็นออกไปจนติดฝาผนังและล้มลงไป ทหารคนนั้นเดินเข้ามากระทืบอย่างแรงที่หน้าอกของแบล็คและเหยียบหน้าอกของเขา แบล็คพยายามจะสู้แต่ถูกทหารคนนั้นกดลงแรงกว่าเดิม

''นั่นคุณจะทำอะไร ?'' เธอถามทหารคนนั้นพร้อมกับน้ำเสียงที่ดูสั่น ๆ

เขาไม่ตอบเธอแต่หยิบปืนขึ้นมาและจ่อไปทางเธอโดยที่ไม่ได้มอง แบล็ครีบอาศัยจังหวะนั้นจับมีดผ่าตัดที่หล่นอยู่พื้นแทงเข้าที่ขาของทหารคนนั้น เขาเซออกไปและทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด แบล็คลุกขึ้นมาแต่ทหารคนนั้นพยายามจะเอาปืนยิงใส่เขา แบล็คเตะมือที่ถือปืนของทหารจนลอยขึ้นไปบนอากาศ แบล็คจะหยิบปืนนั้นแต่ทหารกลับลุกขึ้นมาและวิ่งไปชนเขา ทั้งคู่ชนกำแพง แบล็คศอกกระแทกไปที่กระโหลกของชายคนนั้น เขาเซออกไปจากตัวของแบล็ค แบล็คพุ่งหมัดไปที่หน้าของเขาแต่เขากลับหลบหมัดของแบล็คไปได้และสวนด้วยเข่าอย่างแรง แบล็คเซไปติดขอบหน้าต่าง ชายคนนั้นวิ่งพุ่งเข้าใส่แบล็คอย่างแรงแต่กลับเจอเขาเสยจนกระแทกใส่กระจกและร่วงลงไปจากตึกโรงพยาบาล แบล็คค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้หมอผู้หญิงคนนั้นและก็พยุงตัวเธอขึ้นมา

''มาเถอะ... ผมจะช่วยคุณเอง'' แบล็คบอกและพยักหน้าให้กับเธอ

เขากำลังจะพาเธอเดินออกไปจากห้องแต่ก็มีทหารในเครื่องแบบจีดีไอมาอีก 2 คนวิ่งเข้ามาพร้อมกับพยายามจะยิงใส่แบล็คและหมอคนนั้น แต่แบล็ครีบจับเธอเอาไว้แล้ววิ่งพุ่งไปที่หน้าต่างทันที เขากระโจนออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับเธอ ในขณะที่เขาลอยอยู่ในอากาศเขาได้หยิบปืนกระบอกหนึ่งเป็นปืนยิงตะขอหรืออะไรสักอย่าง เขายิงมันไปที่ตึกอีกฟากหนึ่ง และมันก็เกาะกับตึก ๆ นั้นไว้ เขากดสวิตช์ที่อยู่กับปืนนั้นต่อ มันดึงตัวพวกเขาทั้งคู่ไปจุดที่ตะขอนั้นเกี่ยวกับตึก มันเป็นดาดฟ้าของตึกอีกฟาก เขาหันกลับไปมองทหารที่อยู่ในตึกโรงพยาบาลที่พยายามยิงใส่เขาจนกระสุนหมด พวกนั้นทำท่าโมโหเอามาก ๆ แบล็คหันกลับไปมองเธอและก็ถาม

''คุณไม่เป็นอะไรนะ...'' แบล็คถาม

''คะ ๆ... ค่ะ''

==================

เหล่าทหารในเครื่องแบบจีดีไอบางส่วนสาดกระสุนยิงใส่เหล่าผู้คนอย่างบ้าคลั่ง แม็คนิลและโบนอฟหลบอยู่หลังกำแพงและพยายามแบบส่องดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น พวกเขาเห็นทหารยิงกันเอง ยิงใส่พวกฟอร์กอทเท็นและไม่เว้นแม้แต่หมอหรือใคร ๆ เลย ผู้คนต่างพากันแตกตื่นไปหมด พวกเขาวิ่งหนีตายเหยียบกันไปกันมาเพื่อที่จะออกไปให้ได้ ขนาดที่ว่าบางคนลืมตัวกระโดดออกจากตึกไปเลยทีเดียว

''มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย ?!!'' โบนอฟกระซิบ

''ดูเหมือนเราจะโดนโจมตีโดยพวกใส่เครื่องแบบเราเองน่ะสิ'' แม็คนิลตอบกลับ

''ให้ตายเหอะ !! แล้วแบบนี้จะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นใครล่ะวะ !!'' โบนอฟพูดด้วยความหงุดหงิด

''ตอนนี้ใครคิดจะฆ่าเรา... เราก็ชิงลงมือมันก่อนเลยล่ะกัน'' แม็คนิลตอบ ''ตอนนี้แกกับฉันต่างใส่เครื่องแบบที่ไม่เหมือนกับทหารคนอื่น พวกเราเองแยกเราออกแน่นอน''

''อีกอย่าง... ดูเหมือนมันฆ่าไม่เลือกเลยแฮะ ท่าทางจะไม่ใช่ทหารของเราด้วยล่ะ'' แม็คนิลเสริม

''ฃั้นก็รีบจัดการให้มันเสร็จ ๆ ไปเลยดีกว่า !!'' โบนอฟเอ่ยขึ้น ''ปล่อยไว้แบบนี้พวกมิวแทนส์ตายหมดแน่นอน''

''อ่า...''

ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะจัดการกับเรื่องนี้ พวกเขาพุ่งออกไปจากหลังกำแพงทำให้ทหารส่วนนั้นเห็นและเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีมาทันที แม็คนิลกระโดดหมอบลงไปที่หลังที่นอนพยาบาลที่ตะแครงอยู่ โบนอฟเล่นวิ่งเข้าไปแบบไม่ยั้งแถมยังกราดกระสุนใส่พวกนั้นซะตรงจุด โบนอฟเข้าไปหลบหลังเสา แม็คนิลเงยหน้าขึ้นมามอง เขาหลี่ตาดูเหมือนจะเห็นอะไรสักอย่างที่ดูแปลก ๆ ไป

''ราสต้า !! สังเกตที่คอพวกมัน... พวกมันทุกคนจะมีรอยสักแบบเดียวกัน !!'' แม็คนิลตะโกน

โบนอฟแหงนหน้าออกจากเสาเพื่อมองพวกนั้นเช็คความมั่นใจให้กับตัวเอง ''นั่นรอยสักหรือขี้กากวะ !?'' โบนอฟตะโกนบวกกับหัวเราะอย่างสนุกสนาน

''ไม่ใช่เวลามาเล่นโว้ย !!'' แม็คนิลตะโกนใส่ ''ฉันจะนับ 3 แล้วยิงมันเลย !!''

3 !!

ทั้งโบนอฟและแม็คนิลยิงสวนกลับใส่ทหารพวกนั้นโดนไปอีก 2 คน แต่แล้วโบนอฟเหมือนจะเกิดปัญหาขึ้น เขายิงปืนไรเฟิลของเขาไม่ออก เขารีบหลบที่หลังเสาเช่นเดิมก่อนที่จะดูกระสุนในแม็คกาซีนของตัวเอง

''ไอ้เอ็ด !! ช่วยตูด้วยหมุดหมด !!'' โบนอฟตะโกนเรียกความช่วยเหลือ

''อะไรนะ !?''

''ปืนเป็นหมัน !! ไม่มีลูก !!'' โบนอฟตอบกลับ

แม็คนิลค้นในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองก็เห็นว่ามีแม็คกาซีนของปืนไรเฟิลนั้นหนึ่งตลับพอดี เขาโยนไปให้โบนอฟทันทีแต่มันดันไปชนโต๊ะก่อนถึงเสาที่โบนอฟอยู่ เล่นซะโบนอฟแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

''แม่มเอ้ย !! โยนให้มันแม่น ๆ หน่อยดิวะ !!'' โบนอฟตะโกนแล้วหันไปดูรอบ ๆ เหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

''เอ็ด !! ระวังหลังให้ฉันด้วย !!'' โบนอฟบอก

''เออ !!'' แม็คนิลตอบกลับและลุกขึ้นมาจากเตียงพยาบาลและเล็งยิงพวกนั้นเพื่อเป็นเป้าล่อให้โบนอฟ ทันใดนั้นโบนอฟตัดสินใจสไลด์ตัวไปหยิบแม็คกาซีนที่หล่นอยู่พื้นนั้นมาและเปลี่ยนตลับทันทีก่อนที่จะสไลด์ยิงพวกนั้นอย่างสวยงาม พวกเขาโดนยิงทั้งหมด จากนั้นโบนอฟก็ลุกขึ้นมาทำท่าโชว์ฟอร์มเทพของตัวเอง

''บอกแล้วว่าอย่าเล่นกับฉัน... นี่แค่อ่อนให้นะ !!'' โบนอฟตะโกนใส่เหล่าทหารที่โดนเขายิง

''พอได้แล้วน่า... ไปดูอาการตาแก่นั่นก่อนไป !!'' แม็คนิลบอกกับโบนอฟโดยที่เขาหันไปทางชายแก่คนนึงที่นอนสลบอยู่ นั่นเป็นคาซิอุสผู้นำแห่งฟอร์กอทเท็น แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่รู้ว่าตาแก่นั้นคือใคร พวกเขาเพียงแค่ตรงไปดูอาการ แต่แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น ''ปัง !!'' โบนอฟร่วงลงไปนอนกับพื้น เขาจับแผลตัวเองด้วยความเจ็บปวด ดูเหมือนเขาจะโดนยิงที่ไหล่ซ้ายเข้า เป็นเควินที่ยิงใส่เขา เนื่องด้วยการยิงของเขาทำให้ทั้งคู่เห็นร่างลาง ๆ ของเควินเอง แต่ดูเหมือนเควินจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย เขารีบจับตาแก่คนนั้นขึ้นไปบนบันไดอีกชั้นหนึ่งทันที แม็คนิลพยายามจะยิงแต่เหมือนจะไม่กล้าเพราะกลัวโดนตาแก่คนนั้นเอา และจากนั้นเขารีบไปดูอาการของเพื่อนตัวเอง

''แกเป็นอะไรเปล่าวะ !?'' แม็คนิลถาม

''ฉันไม่เป็นไร ๆ แค่โดนไหล่ซ้ายเอง.... ฉันว่าแกรีบตามไอ้บ้านั่นไปดีกว่า ไม่งั้นซวยแน่ ๆ !!'' โบนอฟตอบกลับโดยที่น้ำเสียงของเขาไม่ใกล้เคียงกับคำว่าไม่เป็นอะไรเลยสักนิด

''เดี๋ยวฉันจะกลับมา...'' แม็คนิลเอ่ยแล้วตามเควินขึ้นไปทันที

แม็คนิลวิ่งขึ้นไปบนบันได แล้วจากนั้นเขาก็เปิดประตูออกมา มันเป็นชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลแห่งนั้น เขาวิ่งตรงเข้าไปและเห็นเควินยืนหันหลังให้เขาอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งชายชราคนนั้นหายไปแล้ว แม็คนิลเล็งปืนสั้นของเขาไปที่เควิน

''ตาแก่นั่นหายไปไหน... นี่เป็นแผนทั้งหมดของพวกแกใช่ไหม ?!!'' แม็คนิลตะโกนถาม

''ข้าจำเป็นที่จะต้องตอบเจ้าด้วยงั้นรึ ?'' เควินเอ่ยขึ้นและหันกลับมาหาแม็คนิล นั่นทำให้แม็คนิลถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว

''เควิน !!?'' แม็คนิลอุทานขึ้น ''แกยังอยู่อีกงั้นเหรอ ?''

''มันแปลกเหรอที่ข้ายังอยู่... เจ้าคิดว่าเมื่อ 9 ปีก่อน กระสุนเพียงแค่ 2 ลูกที่แกยิงมาที่ข้าสามารถคร่าชีวิตข้าได้งั้นรึ !?'' เควินตอบกลับ

''ไม่... ข้าไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ'' เควินเสริมคำพูดตัวเองมาอีกและเดินวนไปรอบ ๆ แม็คนิล

''ใครใช้แกมา !!?'' แม็คนิลถามและยังคงเล็งปืนไปที่เควิน แม้กระทั่งเมื่อเควินเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ

''ใคร ?....'' เควินอุทานประชดใส่แม็คนิลเหมือนเป็นการตั้งคำถาม ''ใครจะสามารถสั่งข้าได้นอกจากนายท่านเคนล่ะ ?'' เขาพูดต่อ

''อย่ามาโกหก !! เคนหายไปแล้ว... ใครส่งแกมา !!'' แม็คนิลยังถามต่อ ''คนอย่างแกไม่มีทางที่จะทำงานด้วยตัวเองหรอก !!''

''ประเมินศัตรูงั้นรึ ?... ทำยังกะตัวเองรู้ไปหมดนั่นล่ะแม็คนิล'' เควินเอ่ยพร้อมกับพยายามจะควักดาบคาตานะของตนออกมาจากฝัก

''หยุด !! ไม่งั้นฉันฆ่าแก'' แม็คนิลขู่

''เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ด้วยกระสุนแค่นั้น... เจ้ารู้ดีนิแม็คนิล'' เควินกำที่จับดาบตัวเองพร้อมที่จะชักมันออกมาทุกเมื่อ

แม็คนิลกำปืนไว้แน่นเหมือนกับมีความตั้งใจจะฆ่าเควินจริง ๆ แต่กลับกันเควินไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย เขาชักดาบขึ้นมา เสียงปืนดังขึ้นสามครั้ง เสียงมันดังกึกก้องไปทั่ว หลังจากนั้นทุกอย่างก็อยู่ในสภาพที่หยุดนิ่ง แม็คนิลแสดงสีหน้าที่แปลกไป ดูเหมือนเขาจะรู้สึกไม่ดีเลย แต่เควินยังยืนอยู่ในสภาพเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เสียงเดียวที่ได้ยินหลังจากเสียงการลั่นของกระสุนมันเป็นแค่เสียงเหล็กหรืออะไรสักอย่างกระทบลงพื้นเท่านั้น

''ข้าบอกแล้ว... เจ้าทำไม่ได้ !!'' เควินเอ่ยและตั้งท่าดาบ

แม็คนิลถอยฉากออกมาแล้วเขาก็พบว่าตัวเองถูกฟันเป็นรอยแผลบาดคมน้อย ๆ ที่ใบหน้าตัวเอง เขาเช็ดเลือดด้วยเสื้อสูทของตัวเอง ดูเหมือนแม็คนิลจะสงสัยในใจว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ดูเหมือนเควินก็แทบจะไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย

''เจ้าไขว้เขว... นั่นทำให้เขาไม่สามารถจับสมาธิมายังเป้าหมายได้'' เควินเอ่ยและโจมตีเข้าใส่แม็คนิล

แต่ยังดีที่เขาสามารถหลบการโจมตีนั้นไปได้ เควินยังคงฟาดฟันดาบของตน แม็คนิลพยายามจะหาช่องโหว่เพื่อโจมตีแต่มันไม่ได้ผลเลย กระสุนไม่โดนแม้แต่รูขุมขนซะด้วยซ้ำ กระสุนทุกนัดของเขาเมื่อออกจากปากกระบอกปืนไปแล้วมันก็กลายเป็นสองส่วนที่เท่า ๆ กันโดยตลอด มันเหมือนกับเป็นการฟันโดยพิถีพิถันเอามาก ๆ แม็คนิลยิงมันไปจนหมดแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาเริ่มมีความรู้สึกกลัวขึ้นมา เหมือนกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ต่อหน้าเขาแกร่งเกินไป เควินแทงดาบไปข้างหน้า แม็คนิลสามารถหลบไปได้อย่างหวุดหวิดแต่กลับโดนเควินถีบจนล้มลงไป

''เจ้ากลัว !! เจ้าไม่สามารถใช้อะไรมาช่วยเหลือได้... เจ้าคิดว่าลำพังแค่ตัวเจ้าจะไม่สามารถชนะข้าได้ เจ้าคิดว่าเจ้ามันอ่อนแอ...'' เควินบ่นพรึมพำพร้อมกับโจมตีใส่แม็คนิลอยู่ตลอดเวลา  แม็คนิลพยายามอาศัยจังหวะเปลี่ยนแม็คกาซีน แต่ในจังหวะนั้นเองเขาถูกฟันเข้าจนปืนแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่เขาก็สามารถหลบมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

''สู้กับข้าสิ แม็คนิล !! ทำให้ข้าเห็นจริง ๆ จัง ๆ หน่อยว่าหลานชายตำนานนักรบสงครามเป็นยังไง !!'' เควินยังคงพร่ำบ่นต่อไป ''แกไม่มีความเป็นแม็คนิลเลยสักนิด !!.... อ่อนแอ !! หวาดกลัว !! ไร้ความมั่นใจ !!'' เขาบ่นเหมือนพยายามจะเล่นเกมจิตวิทยากับแม็คนิลยังไงยังงั้น จนในที่สุดเควินสามารถฟันใส่แม็คนิลได้ แต่มันเพียงแค่เฉียด ๆ ไปที่แขนขวาของเขาเท่านั้น แม็คนิลล้มลงไปจากการโดนการโจมตีจนกลายเป็นช่องโหว่ให้กับเควินจนชัดเจน เควินจึงใช้โอกาสนั้นเหวี่ยงดาบสะบั้นคอของแม็คนิล

''เคร้ง !!'' เสียงกระทบกันของเหล็กเกิดขึ้น มันเป็นการกระทบของคมมีดและคมดาบ.... แม็คนิลใช้มีดของตนเองเข้ารับการโจมตีเอาไว้ได้และดันดาบออกไปจนเควินเซ แม็คนิลฟันมีดไปเฉียดลำตัวของเควิน แต่มันไม่สามารถทะลุเกราะที่เควินใส่ไว้อยู่ได้ เควินถอยฉากออกมา เหมือนเขาจะเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา

''ชักสนุกล่ะสิ... แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีเวลามาเล่นต่อด้วยแล้ว'' เควินเอ่ยและถอยฉากเหมือนกับพยายามจะหนีไป

''แกจะไปไหน ?'' แม็คนิลวิ่งตามเข้าไปและฟันมีดใส่เควินอีกครั้ง เควินใช้ดาบของเขารับเอาไว้ ทั้งคู่ดันพลังกันด้วยคมมีดและดาบ ซึ่งดูเหมือนแม็คนิลจะเริ่มจริงจังขึ้นมาแบบสุด ๆ

''ใจเย็น ๆ ไว้แม็คนิล.... ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะที่จะสู้กัน... เมื่อใดที่สงครามบังเกิด เมื่อนั้นข้าจะกลับมาและเอาสองสิ่งไปจากเจ้า !! ชัยชนะ... และชีวิต !!'' เควินพูดอย่างใจเย็นและแสยะยิ้มใส่แม็คนิล

''ไม่มีวัน !!'' แม็คนิลตะโกนคำรามใส่และผลักเควินด้วยมีดของเขาจนเควินร่วงลงไปจากตึกสูงเสียดฟ้า

ทันใดนั้นก็มียานประหลาดลอยขึ้นมาจากจุดที่เควินร่วงลงไปพร้อมกับเควินที่ใช้ดาบตนเกาะอยู่บนยานลำนั้น ประตูยานถูกเปิดออกและมีทหารอีกสองคนมาพาตัวเควินขึ้นมาบนยาน เขายืนอยู่หน้าประตูยานและมองแม็คนิลด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

''เจ้าเป็นคนแรกที่รอดตายหลังจากที่ข้ายิ้มแม็คนิล... แต่นั่นเป็นเพราะว่าข้าไว้ชีวิตเจ้า... ไว้ชีวิตให้ดูความสิ้นหวัง....'' เควินเอ่ย

''หมายความว่ายังไง ?!!'' แม็คนิลถาม

''เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้เอง... สักวัน !!'' เควินตอบกลับ ''ไว้เจอกัน... เมื่อโลกาวิบัติ !!''

เควินหยุดพูดและเดินเข้าไปในยานแต่ในตอนนั้น เขาชะงักตัวและหันมามองแม็คนิลอีกครั้ง ''บางทีเจ้าน่าจะรู้สึกคุ้น ๆ กับเหตุการณ์นี้นะ.... มันไม่ต่างอะไรจากแต่ก่อนหรอก'' เขาพูดและหัวเราะเบา ๆ ''ก็เหมือนแอนตัน สลาวิกปะทะกับไมเคิล แม็คนิลเมื่อนานมาแล้วนั่นล่ะ''

หลังจากคำพูดนั้นของเควิน ยานก็ออกตัวแล่นห่างไปจากตึกโรงพยาบาลนั้น แม็คนิลยืนมองอย่างไม่ละสายตา ตอนนี้เขากำลังครุ่นคิดถึงสิ่งหนึ่ง ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้และต่อไปภายหน้า มันกำลังจะเกิดอะไรที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ในสมองเขาคิดและมีคำพูดออกมาได้อยู่ประโยคเดียว

''มหาวิบัติแห่งสงครามครั้งใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้น...''


==================


______________________________

''Tyvärr, Jag måste döda dig. För kungen...''

Bill Alfenolf's Career Highlight
Former member of the Project-X
BWO Team of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Heel of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Face of the Year 2014
BWO No.10 Grand Slam
BWO Triple Crown
The Man and Only one man who Ended Mike Sanderson's Streak at the Siam Survivor with 4-1
1 Time BWO World Heavyweight Champion
1 Time BWO Xtreme Star Champion
1 Time BWO Deadly Champion (After Debut in BWO 1 Month)
1 Time BWO X-Tag Team Champion (w/ Dave Rollins)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.facebook.com/BillAlfenolf
 
Tiberium Salvation : Act II - Deja Vu
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: