Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Artificial Girl : Prologue

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ฟ้ามืด
Mid Card
Mid Card


จำนวนข้อความ : 484
Join date : 30/04/2013
Age : 23
ที่อยู่ : μ's

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Artificial Girl : Prologue   Fri Jan 02, 2015 9:23 pm

กริ๊งงงงงงงง!!!!

เสียงนาฬิกาปลุกทำให้เด็กหนุ่มดีดตัวขึ้นจากเตียงราวกับสปริง ใบหน้าที่ง่วงซึมของเขายังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้า เส้นผมที่ชี้โด่เด่ไม่เป็นทรงถูกหวีด้วยนิ้วทั้งสิบของเขา พลางหาวอีกหนึ่งทีตอกย้ำว่าเขายังไม่ตื่นดีนัก

เด็กหนุ่มหยุดเสียงนาฬิกาปลุกอันน่ารำคาญพร้อมลากร่างกายอันหนักอึ้งลงจากเตียง เขาเดินงัวเงียภายในห้องนอนเล็กๆทรงสี่เหลี่ยม พลางเดินเปิดประตูออกจากห้อง

เขาก้าวขาลงบันไดอย่างเชื่องช้าราวกับหอยทากเป็นตะคริว กว่าจะถึงชั้นล่างก็ใช้เวลาเกือบครึ่งนาที เด็กหนุ่มกำลังจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นซองจดหมายสีขาววางอยู่บนพื้นหน้าประตูบ้าน สิ่งนั้นดลบันดาลให้เด็กหนุ่มเดินไปหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด

จดหมายจ่าหน้าซองถึง ‘ซากุรางิ มาคิโนะ’

ถ้าไม่ใช่เพราะส่งผิดบ้านล่ะก็นั่นคงจะเป็นชื่อของเด็กหนุ่มคนดังกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากว่าเขาจะอยู่กับผู้ร่วมอาศัยอีกหนึ่งหรือสองคน แต่เท่าที่เห็นก็มีเขาอยู่เพียงคนเดียวในบ้าน เขาเกาหัวแกรกๆแล้วค่อยๆฉีกซองจดหมายช้าๆ

ภายในเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง ระบุไว้ว่า ‘ใบแจ้งหนี้’

นั่นคงเป็นจดหมายที่มีเนื้อหาไม่ค่อยดีนักเท่าไหร่สำหรับมาคิโนะ ยิ่งตัวเลขที่ระบุจำนวนเงินไว้ว่า ‘สิบล้านเยน’ คงทำให้ผู้พบเห็นเป็นลมล้มพับเอาง่ายๆ

แต่มาคิโนะกลับหน้านิ่งไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับเขาเห็นจนชินชาแล้วหรืออะไรทำนองนั้น

มาคิโนะคว้าจดหมายฉบับดังกล่าวขึ้นไปวางบนโต๊ะในห้องนอนของตน ก่อนที่จะลงบันไดกลับมาชั้นล่างอีกครั้งแล้วตรงไปทีห้องน้ำ

น้ำเย็นๆจากก๊อกน้ำสีเงินที่กระทบบนใบหน้านั้นทำให้เขากระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง มาคิโนะลูบหน้าไปมาพลางมองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจก

เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุหลักสิบผมสั้นสีดำ หางตาของเขาแลดูตกเล็กน้อยทำให้ใบหน้าดูเหมือนคนอมทุกข์ ร่างกายของเขาดูสมส่วนตามมาตรฐานเด็กหนุ่มทั่วไป

ถ้ามองรวมๆแล้วทั้งใบหน้าและร่างกายของเขาเข้าข่ายคนจำพวก ‘จืดจาง’ เพราะไม่สามารถหาลักษณะเด่นใดๆบนร่างกายได้เลย

มาคิโนะจัดการธุระของตนเองจนเสร็จเรียบร้อยก็ก้าวเท้าขึ้นบันไดกลับไปยังห้องนอนอีกครั้ง เสียงเพลงที่ดังจากห้องนอนทำให้เขาเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย เมื่อเข้าไปยังห้องนอนก็พบว่าเสียงเพลงดังกล่าวมาจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างๆจดหมายแจ้งหนี้ เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ชื่อที่ระบุบนหน้าจอทัชสกรีนเป็นชื่อของบุคคลที่เขาคุ้นเคยดี ทำให้เขาตัดสินใจรับสายอย่างไม่ลังเล

“ครับแม่”

น้ำเสียงเรียบๆของเด็กหนุ่มกล่าวทักทายผู้ที่อยู่ปลายสาย

“มากิจัง เป็นยังไงบ้างลูก?”
“แม่ครับ บอกกี่ครั้งแล้วว่าเลิกเรียกชื่อผมแบบนั้นซะที”

แม้คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดที่แสดงถึงความไม่พอใจนักเท่าไหร่ แต่ถึงกระนั้นน้ำเสียงของเขาก็ยังคงดูเรียบๆเช่นเดิม

“ชื่อน่ารักออกจะตายไป... แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก อยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง? ราบรื่นดีไหม? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

หลังจากโดนยิงคำถามต่อเนื่อง เด็กหนุ่มก็เหลือบมองไปที่จดหมายแจ้งหนี้พลางตอบ “ไม่มีปัญหาอะไรครับ”

คงเพราะน้ำเสียงเรียบๆของเขาทำให้ยากที่จะจับผิด ว่าจริงๆแล้วเขามีเรื่องทุกข์ใจอย่างใหญ่หลวง แม้สีหน้าของเขาจะไม่แสดงอารมณ์อะไรก็ตาม แต่หนี้จำนวน ‘สิบล้านเยน’ คงไม่ทำให้ใครสบายใจแน่ๆ

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ... ตั้งแต่ลูกย้ายไปอยู่คนเดียวแม่ก็เป็นห่วงมากนะรู้ไหม? ยังไงก็กลับมาเยี่ยม...”
“คร้าบ... คร้าบ... ถ้าว่างผมกลับไปแน่ ไม่ต้องย้ำเรื่องนี้มากก็ได้”
“จ้ะ... ยังไงแม่ก็ต้อนรับลูกเสมอนะ”

หลังสิ้นสุดเสียงอันอ่อนโยนของคุณแม่ เด็กหนุ่มก็ตัดสาย

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมการสนทนาระหว่างเขากับแม่ดูไม่ค่อยจะโอเคนัก

อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มก็จัดการวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม และเริ่มที่จะแต่งตัว

แต่เสียงเพลงจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้บนหน้าจอไม่ได้ระบุชื่อไว้ มีเพียงแต่เบอร์โทรศัพท์ที่ดูไม่คุ้นตา

เด็กหนุ่มจำใจต้องหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ไว้เพียงเท่านั้น เขาจ้องมองเบอร์ปริศนาที่อยู่บนหน้าจออยู่พักใหญ่ สองจิตสองใจว่าจะรับหรือไม่รับดี

แต่สุดท้ายเขาก็รับมัน

“ฮัล...”
“ซากุรางิ เมื่อไหร่แกจะจ่าย...”

เป็นการสนทนาที่กินเวลาไม่ถึง 3 วินาที เด็กหนุ่มก็กดตัดสายอย่างรวดเร็ว

จากบทสนทนาที่ขาดตอนนั้นคงพอเดาได้ว่านั่นคงเป็น ‘เจ้าหนี้’ ของมาคิโนะไม่ผิดแน่ๆ

นี่สินะคือเหตุผลว่าทำไมมาคิโนะถึงดูลังเลที่จะรับสาย

เสียงเพลงดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มาคิโนะเลือกที่จะปิดเสียงโทรศัพท์ของตนเองและปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น

“ให้ตายสิ... ฉันมันก็แค่เด็ก ม.ปลาย จะไปใช้หนี้ทีเดียวสิบล้านได้ยังไงกันล่ะ?”

เด็กหนุ่มบ่นพึมพำ พลางทำกิจกรรมที่ค้างไว้ให้เสร็จ นั่นก็คือการแต่งตัว

ไม่นานนักเขาก็อยู่ในชุดนักเรียนแบบเต็มยศ

เมื่อเสร็จแล้วเขาก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง บนหน้าจอแจ้งเบอร์ที่ไม่ได้รับสายหนึ่งสาย แต่เขาไม่สนใจ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมา

ก่อนที่เขาจะลงบันไดมายังชั้นล่างอีกครั้ง และก้าวเท้าออกจากบ้าน

เด็กหนุ่มเดินช้าๆบนถนนสายเล็กๆ จากชุดที่ใส่นั้นจุดหมายของเขาก็คงหนีไม่พ้นโรงเรียนเป็นแน่

นอกจากว่าเขาคิดจะเถลไถลไปไหน หรือแค่แต่งชุดนักเรียนเป็นคอสเพลย์

“มา-คิ-โนะ!!!”

เสียงเรียกชื่อของเขาทำให้เด็กหนุ่มหยุดกึก เมื่อหันกลับไปมองผู้ที่เรียกชื่อก็พบว่าเป็นเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เธอมีดวงตากลมโตสีอัญชัน ผมสีแดงทับทิมประบ่าพลิ้วสยายไปตามลม หางตาของเธอที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยแลดูคล้ายสุนัขจิ้งจอก แต่นั่นทำให้ใบหน้าของเธอดูมีสเน่ห์พอตัว ชุดยูนิฟอร์มของเธอเป็นแบบเดียวกับเด็กหนุ่ม บ่งบอกว่าทั้งคู่เรียนอยู่ที่เดียวกัน

“มาซามุเนะเองหรอ?”
“นี่!! บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกฉันว่าริคาโกะ ฉันยังเรียกนายว่ามาคิโนะเลยเห็นไหม?”

มาซามุเนะ ริคาโกะ คือชื่อของเด็กสาวผมสีแดงทับทิมคนดังกล่าว เธอรู้จักกับมาคิโนะมาตั้งแต่ยังเล็กๆ ถ้าพูดง่ายๆเธอก็เป็น ‘เพื่อนสมัยเด็ก’ ของเขานั่นแหละนะ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบังเอิญหรือตั้งใจ หลังจากมาคิโนะย้ายมาอยู่คนเดียวที่นี่ ครอบครัวของริคาโกะก็ดันย้ายมาอยู่ใกล้ๆบ้านของเขา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมาคิโนะถึงเจอเธอระหว่างทางไปโรงเรียนเสมอ

“แล้วมันทำไมล่ะ? จะมาซามุเนะหรือริคาโกะ มันก็คือเธอไม่ใช่หรือไง?”
“นายนี่มันน่าโมโหชะมัด!!”

หลังจบบทสนทนานั้น ทั้งคู่ก็เดินด้วยกันไปอย่างเงียบๆจนถึงโรงเรียน

มาคิโนะและริคาโกะเดินผ่านกระดานสีขาวขนาดใหญ่ตรงลานกว้างหน้าโรงเรียน บริเวณนั้นเต็มไปด้วยนักเรียนทั้งชายและหญิงยืนมุงดูราวกับรอซื้อสินค้าลดราคา เสียงพูดคุยกันดังเซ็งแซ่ ซึ่งนั่นกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเด็กหนุ่มและเด็กสาวเป็นอย่างดี ว่าแล้วริคาโกะก็เป็นคนแรกที่แทรกตัวเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับนักเรียนมุงตรงนั้น มาคิโนะเองก็ตามเข้าไป ทั้งสองพบว่าบนกระดานเต็มไปด้วยโปสเตอร์ขนาดใหญ่ประมาณกระดาษ A4 บนนั้นถูกพิมพ์เป็นรูปของหญิงสาวผมยาวสีน้ำเงิน หน้าตาของเธอดูสวยคม เธอสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเช่นเดียวกับสีผม ชุดดังกล่าวถูกประดับด้วยลูกไม้ รวมทั้งเครื่องประดับต่างๆบนร่างกายเธอก็มีสีที่ใกล้เคียงกัน

เมื่อริคาโกะเห็นโปสเตอร์ดังกล่าวเธอก็ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น ต่างจากมาคิโนะที่มองโปสเตอร์ดังกล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

“นี่ๆ ดูสิ!! ลูน่าจะมาเปิดคอนเสิร์ตที่โรงเรียนของเราแหละ!!”

ริคาโกะพูดพลางดึงเสื้อของมาคิโนะ

“ลูน่า? ใครหรอ?”

มาคิโนะถามด้วยความสงสัยอย่างบริสุทธิ์ใจ

“หา?? นี่นายไม่รู้จักลูน่าได้ยังไงเนี่ย?? รู้ไหมว่าการที่เธอมาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่ถือว่าเป็นบุญแค่ไหนแล้ว ปกติเธอไม่เปิดแสดงคอนเสิร์ตพร่ำเพรื่อหรอกนะ!!”

เมื่อริคาโกะพูดดังนั้น เขาเลยลองอ่านข้อความที่อยู่บนโปสเตอร์นั้น ‘ลูน่า ไอดอลสาวชื่อดัง ห้ามพลาด!! คอนเสิร์ตครั้งแรกของเธอที่โรงเรียนมินาโนะแห่งนี้ ณ หอประชุม วันที่...’

“ลูน่าเป็นไอดอลที่ดังและมาแรงที่สุดในตอนนี้ ซิงเกิ้ล ‘วันฝนพรำ’ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเลยนะ คนร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองเลยแหละ แฟนเพลงมีทุกเพศทุกวัยขนาดพ่อแม่ฉันยังชอบเลย แล้วตอนนี้เธอก็กำลังจะทำซิงเกิ้ลใหม่... อ้าวเดี๋ยวสิแล้วนั่นนายจะไปไหนน่ะ!!”

มาคิโนะไม่รอให้ริคาโกะพูดจนจบ เขาหันหลังเดินออกจากกลุ่มนักเรียนมุง ทำให้ริคาโกะแก้มป่องยืนเท้าสะเอวกับท่าทีของเขา

“นายนี่มันจริงๆเลยนะ!!”

ริคาโกะเดินตามมาคิโนะด้วยท่าทีฮึดฮัด พลางเร่งฝีเท้าจนทันมาคิโนะ ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งถึงห้องเรียน

----------------------------------------------------

หลังจบชั่วโมงเรียนอันยาวนาน มาคิโนะก็เก็บของใส่กระเป๋าเตรียมกลับบ้าน

“นี่ๆ ไปร้องคาราโอเกะกันไหม?”
“เอาสิ!! ร้องเสร็จไปหาอะไรกินกันนะ”
“ไปเกมเซ็นเตอร์กัน”
“วันนี้แกแพ้แน่!!”

นั่นเป็นเสียงเพื่อนร่วมห้องของมาคิโนะที่ค่อยๆทยอยออกจากห้อง แน่นอนว่าเสียงพวกนั้นไม่ได้พูดคุยกับเขา

ตลอดช่วงชีวิตวัยเรียนของเด็กหนุ่มหน้านิ่งคนนี้ไม่ค่อยมีเพื่อนอะไรกับเขาเท่าไหร่ คงเพราะบุคลิกที่ไม่ค่อยน่าเข้าหาและดึงดูดคนอื่นมากนัก

ง่ายๆก็คือ ‘จืดสนิท’

ถ้าไม่นับตอนจับกลุ่มทำรายงานหรือจับกลุ่มทำกิจกรรมอะไรซักอย่าง เขาแทบไม่ได้พูดคุยกับใครเลยในห้อง

“มา-คิ-โนะ”

แต่ถ้าเสียงนี้ล่ะก็พูดกับเขาแน่นอน

เสียงของริคาโกะเพื่อนสมัยเด็กและน่าจะเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาในโรงเรียนแห่งนี้

“กลับบ้านกันเถอะ”

ริคาโกะนั้นเรียนอยู่คนละห้องกับมาคิโนะ แต่ทุกครั้งหลังเลิกเรียนเธอก็จะมาหาเขาที่ห้องเสมอเพื่อชวนกลับบ้านด้วยกัน

ถึงมาคิโนะจะไม่เคยต้องการแบบนั้น แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ เพราะยังไงๆทั้งคู่ก็กลับบ้านทางเดียวกันอยู่แล้ว

มาคิโนะและริคาโกะเดินออกจากห้องเรียน ผ่านกระดานสีขาวที่แปะโปสเตอร์ของไอดอลสาวที่กำลังมีแผนจะมาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่อีกครั้ง เวลานี้ไม่มีนักเรียนมุงเหมือนเมื่อเช้าแล้ว ริคาโกะหันมองโปสเตอร์ตาเป็นมัน พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ราวกับรอคอยที่จะชมคอนเสิร์ตดังกล่าวจนทนแทบไม่ไหว

ตลอดทางกลับบ้านทั้งคู่พูดคุยกันนับคำได้ ส่วนมากก็เรื่องที่โรงเรียนนั่นแหละ

และจบด้วยคำว่า “แล้วเจอกันนะ” หลังจากที่ริคาโกะต้องเดินกลับบ้านไปอีกทาง

จากนั้นมาคิโนะก็จะเดินไปตามทางกลับบ้านของตนซึ่งต้องเดินไปอีกไม่ไกลนัก

เป็นแบบนี้ทุกๆวันราวกับเดจาวูก็ไม่ผิดนัก

มาคิโนะเดินช้าๆไปตามถนนสายเล็กๆที่จะนำพาไปสู่บ้านของเขา เมื่อไหร่ที่เขาถึงบ้านและก้าวเท้าเข้าไปในนั้น อีเวนท์เดิมๆที่เขาต้องทำทุกวันก็จะสิ้นสุดลง

แต่ดูเหมือนวันนี้จะดูต่างจากทุกๆวัน

เมื่ออีเวนท์พิเศษของมาคิโนะถูกเพิ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เพราะมาคิโนะเหลือบไปเห็นร่างของสิ่งที่ดูเหมือน ‘มนุษย์’ นอนคุดคู้อยู่คู่กับถุงขยะสีดำหน้าบ้านของเขา

มีลักษณะเป็นเด็กสาวผมแกละสีเขียวมะกอก เสื้อผ้าออกสีหม่นๆดูสกปรก ที่น่าแปลกที่สุดคือดวงตาข้างซ้ายของเธอที่หายไปแต่กลับไม่มีเลือดหรือบาดแผล แต่เป็นรอยแตกจนมองเห็นแผงวงจรสีเขียวๆและสายไฟหลากสีระโยงระยางอยู่ภายใน

นั่นก็พอสรุปได้แล้วว่าเธอคนนี้ไม่ใช่มนุษย์

ไม่งั้นล่ะก็มาคิโนะคงโทรศัพท์เรียกตำรวจตั้งแต่ตอนนี้เป็นแน่

“อะไรล่ะนั่น? หุ่นยนต์หรอ?”

มาคิโนะจดๆจ้องๆร่างเด็กสาวคนนั้นอย่างสนใจ ร่างกายของเธอนิ่งไม่ขยับ มาคิโนะลองสัมผัสไปตามผิวกายของร่างนั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนผิวมนุษย์จริงๆไม่มีผิด

มันทำให้เขาเริ่มลังเลขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ดวงตาข้างซ้ายที่กลวงโบ๋จนมองเห็นแผงวงจรสีเขียวซึ่งดูเหมือนพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มันบ่งบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอเป็นอะไร

ตอนนั้นมาคิโนะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เก็บเธอมาก็ไม่ได้เสียหายอะไร

“เหมือนจะพังแล้วแฮะ... เผื่อเอาไปชั่งกิโลขาย”

เมื่อมาคิโนะพูดดังนั้นเขาก็อุ้มร่างของเด็กสาวที่ดูเหมือนมนุษย์เข้าไปในบ้าน แน่นอนว่าเขาซึ่งมีหนี้ท่วมหัวก็ย่อมนึกได้แต่เรื่องเงินๆทองๆไว้ก่อน

ร่างของเธอถูกหย่อนลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของมาคิโนะอย่างแผ่วเบา

ถ้าไม่นับรอยแตกและสายไฟระโยงระยางภายในตาข้างซ้ายล่ะก็เธอก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวที่กำลังนอนหลับเลยแม้แต่น้อย

ก่อนที่มาคิโนะตัดสินใจที่จะทำอะไรกับเธอ เขาก็เดินไปที่ตู้เย็นและคว้าน้ำดื่มขึ้นมาดื่มดับกระหาย พลางมองไปที่ร่างของเด็กสาวที่เพิ่งเก็บมา ในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดว่าจะทำยังไงกับเธอดี หรือเขาจะเอาเธอไปชั่งกิโลขายตามความคิดแวบแรกของเขาดีนะ แต่พอลองพิจารณาดีๆเธอก็ดูหน้าตาน่ารักชวนให้หลงใหลได้ง่ายๆ ทำให้เขาก็เริ่มคิดเสียดายอยู่นิดๆถ้าจะเอาไปชั่วกิโลขายง่ายๆแบบนั้น

หงึก

จู่ๆร่างของเด็กสาวก็กระตุกขึ้นมา มาคิโนะสะดุ้งนิดๆ แต่ถึงกระนั้นสีหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงออกถึงความตกใจเลยแม้แต่น้อย

“หน่วยความจำบางส่วนเกิดความเสียหาย กำลังทำการฟอร์แมต”
“ห๊ะ?”

เสียงใสๆที่เหมือนจะมาจากเด็กสาวมาพร้อมกับภาพสี่มิติที่ฉายขึ้นมาใกล้ๆกับร่างของเธอ มีข้อความระบุบนภาพนั้นว่า ‘กำลังฟอร์แมต ความคืบหน้า 1 เปอร์เซ็นต์’ ก่อนที่ตัวเลข 1 เปอร์เซ็นต์นั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“อะไรล่ะนั่น? ยังไม่พังหรอกหรอ?”

มาคิโนะมองตัวเลขในภาพสี่มิตินั้นจนกระทั่งมันถึง 100 เปอร์เซ็นต์

“เสร็จสมบูรณ์”

เสียงใสๆดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นภาพสี่มิตินั้นก็หายวับไป

“โปรดระบุชื่อ”
“หา?”

มาคิโนะอุทานด้วยความงงงวย

“ระบุชื่อ? ชื่อของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้น่ะหรอ?”

มาคิโนะถามขึ้นทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีใครจะมาให้คำตอบเขาได้ เริ่มนึกไปถึงพวกเกมบางเกมที่มักจะให้ระบุชื่อตัวละครก่อนที่จะเล่น

แม้จะยังไม่เข้าใจอะไรนัก แต่เขาก็ระบุชื่อลงไปโดยใช้ภาพสี่มิติที่มีลักษณะเหมือนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

‘ริน’

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงตั้งชื่อว่าแบบนั้น คงมีแต่ตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้

“ยืนยันการตั้งชื่อ... เสร็จสมบูรณ์”

จากนั้นเด็กสาวที่นอนอยู่ตอนแรกก็เริ่มขยับร่างกาย และดันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟา ท่าทางของเธอเหมือนมนุษย์แทบจะทุกประการ ดวงตาที่เหลือแต่เพียงข้างขวากะพริบปริบๆและจ้องมองไปที่มาคิโนะ เด็กสาวขยับคอซ้ายขวาราวกับกำลังยืดเส้นยืดสายหลังจากที่นอนอยู่เฉยๆเป็นเวลานาน

ก่อนที่เธอจะยิ้มหวานให้เขา

“ยินดีรับใช้ค่ะ มาสเตอร์”

เสียงทักทายแรกของเด็กสาวอาจจะทำให้อีเวนท์เดิมๆที่เขาทำอยู่ประจำเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Artificial Girl : Prologue
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: