Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 5

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2225
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 5   Fri Jan 30, 2015 6:08 pm

“ข่าวด่วนครับ ข่าวด่วน” เด็กผู้ชายร่างเล็กที่สวมหมวกสีน้ำตาล วิ่งตะโกนไปทั่วเมืองพร้อมกับกระดาษในมือ
“พวกเอลฟ์ยึดครองเมืองของมนุษย์ได้สำเร็จแล้ว หากสนใจอ่านต่อ เชิญมารับหนังสือพิมพ์ได้เลย” เด็กคนเดิมตะโกนก่อนจะหยุดอยู่กับที่ เหล่าผู้คนแต่แห่กันมาคว้ากระดาษที่เด็กคนนี้อยู่

นี่ก็แค่วันเดียวหลังจากที่นครของเหล่ามนุษย์ตกไปอยู่ในมือของอาณาจักรเอลิซาเบ็ธ แต่ถึงมันจะแค่วันเดียวแต่ข่าวสารกระจายไปทั่วอาณาจักรวอริเนียอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างเริ่มพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างหนาหู ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ดาร์คเอลฟ์ คนแคระ ครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือแม้แต่ยักษ์ก็ต่างพูดคุยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ไม่เว้นแต่ราชสำนักของอาณาจักรฮามิน ชายวัยชรานามแกเร็ธนั่งอยู่บนเก้าอี้ก่อนที่ในมือของเขาจะถือหนังสือพิมพ์อยู่ด้วย มันก็เป็นกระดาษแผ่นเดียวกันกับทุกแผ่นที่รายงานเรื่องชัยชนะของเหล่าเอลฟ์ที่มีเหนือต่อมนุษย์ แต่ถึงกระนั้นในกระดาษแผ่นนั้นไม่ได้รายงานละเอียดเบื้องลึกเสียเท่าไหร่ มันเพียงแต่เขียนแค่ว่า “เอลฟ์กำชัยเหนือมนุษย์” และแค่รายละเอียดเล็กๆน้อยเท่านั้น ในขณะที่ชายชราคนนี้กำลังอ่านกระดาษแผ่นนี้ ก็มีคนเดินเข้ามาในห้อง มันเป็นชายใบหน้าซูบผอม ภายใต้ดวงตาข้างหนึ่งนั้นเต็มไปด้วยปานสีดำ ผมของเขานั้นยาวถึงเพียงแค่คอของเขาเท่านั้น เขาสวมชุดสีดำก่อนจะเดินเข้ามาโดยทิ้งระยะห่างกับกษัตริย์แห่งแดนมนุษย์ประมาณสี่ถึงห้าก้าว

“ท่านแกเร็ธครับ ท่านคิดว่าที่เอลฟ์ชนะแดนมนุษย์ได้ เพราะแอร่อนรึเปล่าครับ?” ชายคนนี้เอ่ยปากถาม
“ข้าว่าเป็นไปได้ เพราะข้าคิดว่าด้วยตัวลำพังของพวกเอลฟ์แล้วมันคงทำอะไรเราไม่ได้หรอก” แกเร็ธตอบพลางหันมามองหน้าคนที่ถาม
“เจ้าเลี้ยงลูกข้ามาดีมากเลยนะ เชน ข้าต้องขอกล่าวยกย่องเจ้า” ชายผู้เป็นพ่อเอ่ยปากชมชายผมดำคนนี้

เขาโค้งให้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เมื่อชายคนนี้เดินออกจากห้อง เงาดำๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาก่อนที่จะปรากฏเป็นร่างของดาร์คเอลฟ์ผิวสีเทา ใบหน้าของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวเช่นเคย ดวงตาของเขาเป็นสีฟ้า บนศีรษะของเขานั้นไร้ซึ่งเส้นผมแต่อย่างใด เขาก็ยังสวมผ้าคลุมสีดำเช่นเคย เมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวออกมาก็ทำให้แกเร็ธหันไปทางชายที่ถูกเรียกว่า “นูล”

“ท่านแกเร็ธ ข้าได้รับรายงานมาจากเด๊ดมาว่าที่พวกเอลฟ์ชนะได้ก็เพราะลูกของท่าน” ชายที่ชื่อว่านูลเล่าให้ฟัง
“ข้ารู้อยู่แล้วล่ะ ว่าแต่ที่เจ้าโผล่ออกมา เจ้าคงไม่ได้แค่จะบอกข้าแค่นี้ใช่ไหม?” ชายชราถามขึ้นมาพลางจ้องไปที่ดวงตาของนูล
“ท่านนี่รู้ใจข้าเสียจริง ใช่แล้ว ข้าอยากจะขออนุญาตท่านยกทัพไปตีอาณาจักรเอลิซาเบ็ธในคืนนี้” กษัตริย์แห่งดาร์คเอลฟ์เอ่ยความประสงค์ออกมา
“ตามสบาย ข้าจะได้มีอะไรตั้งตารอด้วย” แกเร็ธตอบกลับพลางขยำกระดาษที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะโยนลงบนพื้น
“ขอบพระคุณท่านมา”

พูดจบนูลก็หายไปในความมืด เมื่อดาร์คเอลฟ์หายตัวไป แกเร็ธก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ของเขาก่อนจะเดินตรงไปยังระเบียง มันเป็นจุดที่เขายืนประจำ เขาใช้มือของเขาจับไปที่หินของระเบียงเช่นเคย ก่อนที่เขาจะมองออกไปข้างนอก ไม่มีใครรู้ว่าทำไมชายชราถึงติดใจระเบียงหินนี้ คงอาจจะมีเพียงแค่แอร่อนและตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ถึงปริศนานี้

=====

ณ อีกฟากหนึ่งของแผ่นดินวอโรเนีย ที่อาณาจักรของเหล่าเอลฟ์ พวกเขากำลังเฉลิมฉลองกับชัยชนะครั้งนี้อยู่ ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะ บ้านเรือนเต็มไปด้วยสีสันที่ผู้อาศัยเป็นคนตกแต่ง เหล่าเอลฟ์ต่างเต้นรำไปตามจังหวะดนตรี ถนนทุกเส้นเต็มไปด้วยเอลฟ์ เรียกได้ว่าไม่มีถนนเส้นไหนที่มีแต่ความเงียบงัน ท้องฟ้านั้นสดใสราวกับผืนนภานั้นเป็นใจให้กับเหล่าชนเผ่าหูแหลมได้เฉลิมฉลองกัน หากทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองกันอยู่นั้น ก็มีคนประมาณสองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนของฟลอร่า หนึ่งคือแดริลสมาชิกใหม่ของกองทัพแห่งเอลิซาเบ็ธ และสองคืออัลเลนที่นั่งอยู่ด้วยสีหน้าตึงเครียด ในห้องนั้นมีเดนนิสที่ยืนมององค์ราชินีที่นอนไม่ได้สติบนเตียง ข้างๆเธอนั้นก็มีนางพยาบาลและหมอที่ดูอาการอย่างใกล้ชิด

“สรุปคือใช้พลังเวทย์เกินตัวงั้นหรือ?” เดนนิสเอ่ยปากสอบถามหมอ
“ครับ...คิดว่าคงหมดสติเพราะอาการล้า เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงตื่นครับ” คุณหมอตอบเดนนิส
“งั้นหรือ..โล่งอกไปที ถ้างั้นข้าต้องขอขอบคุณพวกเจ้ามาก” ผู้เป็นพี่โค้งให้

หมอกับนางพยาบาลลุกขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากห้องไป เช่นเดียวกันกับเดนนิสที่เดินตามออกไป เมื่อเดนนิสออกมา ชายสองคนที่อยู่ข้างนอกก็ตรงมาหาชายคนนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ เดนนิสอธิบายให้กับชายทั้งสองฟัง เมื่อเดนนิสเล่าจบอัลเลนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“จะว่าไป....แดริลเจ้าไม่ไปเฉลิมฉลองหรือ? ข้าคิดว่าเจ้าเป็นพวกชอบงานเฉลิมฉลองเสียอีก” อัลเลนหันไปถามชายหมวกฝาง
“ข้าเป็นผู้แพ้ ดังนั้นข้าจึงไม่อยากไปร่วมเฉลิมฉลองเสียเท่าไหร่ และข้าก็เชื่อว่าถ้าข้าลงไป ผู้คนก็จะมองข้าเป็นตาเดียวกันอย่างแน่แท้” แดริลให้คำตอบ

ก็เรียกได้ว่ามีเหตุผลสำหรับชายคนนี้ ถ้าหากสงสัยว่าแดริลมาร่วมทัพเอลิซาเบ็ธได้เช่นไร ก็ต้องเล่าย้อนไปนิดหนึ่ง หลังจากสงครามจบลง เดนนิสก็เสนอให้ชักจูงแดริลเข้ามาในทัพด้วย เนื่องด้วยฝีมือที่เรียกได้ว่าสูสีกับเดนนิส ถ้าหากได้ชายคนนี้มาเข้าร่วมทัพแล้วก็คงจะทำให้ทัพเอลิซาเบ็ธแกร่งขึ้นไม่น้อย และด้วยนิสัยที่เรียกได้ว่าอะไรก็ได้ จึงทำให้แดริลตัดสินใจเข้าร่วมทัพอย่างง่ายดาย ชายหมวกฝางคนนี้ไม่ใช่คนที่สนศักดิ์ศรีอะไรเท่าไหร่ สิ่งเดียวที่เขาสนนั้นคือเขามีกินก็พอแล้ว

“แล้วแอร่อนล่ะ? อยู่ไหน?” เดนนิสกวาดสายตามองหาชายผมขาว
“ตั้งแต่กลับมาก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องสมุดแล้วล่ะ” อัลเลนตอบคำถามของสหายเขา
“งั้นหรือ...” เดนนิสพูดเบาๆ

ในขณะเดียวกันที่ห้องสมุดของปราสาท มันเป็นห้องใหญ่ๆที่มีตู้หนังสือจำนวนมากตั้งเรียงกันอยู่ ในตู้หนังสือนั้นก็เต็มไปด้วยหนังสือมากมายที่ถูกจัดเรียงตามหมวดหมู่ ถ้าหากเป็นหนังสือเกี่ยวกับเกี่ยวกับสัตว์มันก็จะถูกจัดเรียงไว้ในกลุ่มเดียวกันกับสัตว์ ถ้าหากเป็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มันก็จะถูกจัดเรียงไว้กับประวัติศาสตร์ ถึงแม้ห้องนี้จะใหญ่แค่ไหน แต่ในห้องนั้นมีเพียงแค่ชายผมขาวนั่งอยู่คนเดียว บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย หลายเล่มๆถูกปิดไว้ มีเพียงแต่เล่มเดียวเท่านั้นที่เปิดอยู่ หน้าที่เปิดนั้นเป็นเรื่องของเวทย์มนต์ที่เกี่ยวกับบทเพลง บนกระดาษนั้นล้วนแต่เป็นภาษาเอลฟ์ แต่โชคดีที่วัยเยาว์ของลูกชายตระกูลดาร์คครอว์ เขาได้เรียนภาษาของเอลฟ์มาด้วย เขานั่งอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะจับคางพร้อมกับบ่นไปด้วย

“ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมบทเพลงของฟลอร่าถึงได้ผลกับเดนนิส”
“แต่ทำไมไม่ได้ผลกับข้า...หนังสือพวกนี้ก็ไม่ได้บอกด้วยว่าเวทย์พวกนี้ใช้กับใครได้บ้าง” ชายผมขาวพูดพลางพลิกหน้ากระดาษไปมา
“ถ้าหากข้ารู้ล่ะก็น่าจะช่วยข้าได้มากแท้ๆ” แอร่อนบ่นพลางอ่านตัวหนังสือบนกระดาษ

หากทว่าในขณะที่เขากำลังอ่านหนังสือนี้อยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงหนังสือตกลงสู่พื้น เสียงหนังสือตกพื้นนั้นทำให้แอร่อนตะโกนถามว่า “ใครน่ะ” เสียงตะโกนของแอร่อนทำให้คนที่อยู่หลังตู้หนังสือชะโงกหน้าออกมา มันเป็นใบหน้าของหญิงผมน้ำตาลในชุดเมด หูของเธอแหลมเป็นตัวแทนบอกว่าเธอเป็นเอลฟ์ ในมือของเธอถือที่ปัดฝุ่นอยู่ด้วย ดูเหมือนเธอจะยืนทำความสะอาดอยู่ในห้องสมุดแห่งนี้

“เจ้าชื่อไดแอนใช่ไหม? เจ้ามาทำอะไรที่นี่” แอร่อนเอ่ยปากถาม
“เอ่อ คะ คือ ดิชั้นอยากจะบอกท่านว่าข้ารู้ว่าทำไมถึงบทเพลงขององค์ราชินีถึงได้ผล” คนรับใช้ส่วนตัวของฟลอร่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
“โหว....ว่ามาซิ” แอร่อนกอดอกพร้อมกันเอียงเก้าอี้ไม้ของตน
“เท่าที่ดิชั้นเข้าใจมา บทเพลงขององค์ราชินีจะได้ผลกับคนที่มีสายเลือดเอลฟ์เท่านั้น”
“ซึ่งท่านเดนนิสเองก็เป็นลูกครึ่งเอลฟ์และมนุษย์ ดังนั้นท่านเดนนิสจึงได้รับผลของบทเพลงองค์ราชินีด้วย” สาวใช้คนนี้อธิบาย

แอร่อนจับคางก่อนจะคิด ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลดี แต่คำถามคือบริวารอย่างเธอรู้ได้ยังไง แอร่อนไม่รีรอก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร”

“อะ เอ่อคือดิชั้นมาแอบอ่านหนังสือตอนกลางคืนน่ะคะ” เธอตอบตรงๆ
“องค์ราชินีอนุญาตหรือ?” ชายผมขาวถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ค่ะ” เอลฟ์คนนี้พยักหน้า

อธิบายเสียก่อน โดยปกติแล้วคนรับใช้พวกนี้จะไม่มีสิทธิได้แตะต้องของในวังเลยแม้แต่ชิ้นเดียว (เว้นเสียแต่ทำความสะอาดสิ่งของชิ้นนั้นๆ) ซึ่งถ้าหากเหล่าคนรับใช้พวกนี้แอบจับสิ่งของโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะโดนลงโทษ ซึ่งอย่างเบาๆก็แค่ไล่ออกจากราชวัง แต่ถ้าอย่างสถานหนักก็คือประหารชีวิต หากแต่ถ้าองค์ราชินีหรือกษัตริย์อนุญาตแล้วการแตะต้องสิ่งของชิ้นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ส่วนมากแล้วไม่ค่อยมีใครได้รับอนุญาตในการจับของหลวงเท่าไหร่หรอก

“คือดิชั้นชอบแอบอ่านหนังสือที่เปิดไว้ขององค์ราชินี แล้วถูกจับได้”
“องค์ราชินีเลยบอกให้ดิชั้นมาอ่านในห้องสมุดนี้ตอนกลางคืนน่ะค่ะ” ไดแอนพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปลื้มในตัวขององค์ราชินี

แอร่อนได้ยินแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เขาปิดหนังสือที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะเดินออกไป ไดแอนก็ได้แต่มองชายผมขาวเดินออกจากห้องไป เมื่อแอร่อนเดินจากห้องเธอก็เดินไปก่อนจะหยิบหนังสือที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาทีละเล่ม เธอกอดมันไว้ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้หนังสือที่เป็นหัวข้อเกี่ยวกับเวทย์มนต์ก่อนที่เธอจะหยิบแต่ละเล่มเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

=====

ยามวิกาลมาเยือน ท้องฟ้านั้นเต็มไปเหล่าดวงดารา ค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งจันทรา ทุกคนอย่างนั้นมืดไปหมด มีเพียงแค่แสงไฟจากตะเกียงของทหารที่เดินเวรยามที่เป็นแสงสว่างคอยนำทางพวกเขา ทุกอย่างนั้นเงียบงัน ต่างกับช่วงกลางวันที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงโดยสิ้นเชิง ทุกคนต่างหลับใหล อยู่ในห้วงนิทรา แต่แล้วความเงียบงันก็ถูกทำลายเมื่อมีเสียงระฆังดังขึ้นมา เสียงระฆังนั้นทำให้ผู้คนในปราสาทตื่นจนหมด ทหารชาวเอลฟ์ที่เดินยามอยู่เริ่มวิ่งไปทั่วปราสาทพร้อมกับเสียงตะโกนว่า “ข้าศึกบุก” “ข้าศึกบุก” เสียงตะโกนนี้ทำให้แอร่อนตื่นขึ้นมา เขารีบตรงไปก่อนจะสวมชุดสีแดงของเขา เขารีบวิ่งตรงไปยังห้องวางแผนเช่นเดิม ในห้องนั้นมีชายสองคนรออยู่แล้วคืออัลเลนและเดนนิสที่ยังไม่ได้สวมชุดเกราะอะไร บนโต๊ะนั้นมีแผ่นกระดาษที่เป็นแผ่นที่เมืองวางไว้อยู่แล้ว ดูเหมือนชายสองคนนี้จะมาถึงก่อนได้ซักพักแล้ว

“เกิดอะไรขึ้น?” แอร่อนเอ่ยปากถาม
“พวกดาร์คเอลฟ์บุกพวกเราอีกแล้ว ดูเหมือนพวกมันคงกะจะอาศัยจังหวะที่เราอ่อนแรงน่ะ” เดนนิสพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด
“แล้วแดริลล่ะ?” แอร่อนถามต่อ
“มาแล้วไปแล้ว ดูเหมือนหมอนั่นจะบอกว่า แค่สั่งให้เขาทำอะไร เดี๋ยวเขาก็ทำเอง” อัลเลนตอบบ้าง

แอร่อนพยักหน้ากับคำตอบของอัลเลน เดนนิสก้มไปที่โต๊ะก่อนจะชี้ไปที่แผ่นกระดาษแผ่นนี้ มันเป็นจุดเดิมกับที่พวกดาร์คเอลฟ์บุกเมื่อคราวที่แล้ว แอร่อนก้มมองก่อนจะเงยหน้ามามองเจ้าของนิ้ว และเอ่ยปากถาม

“พวกมันบุกมาทางเดิมงั้นหรือ?”
“ใช่ ดูเหมือนพวกจะบุกมาทางเดิม ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเหมือนกัน เจ้ามีไอเดียอะไรรึเปล่า แอร่อน?” เดนนิสตอบพลางถาม
“ข้าเองก็ไม่รู้....แต่ข้าคิดว่าที่พวกมันกล้าบุกมาทัพเราตรงๆแบบนี้เพราะมันต้องมีอะไรซักอย่างที่แข็งแกร่งพอที่พอจะทำลายเราได้” แอร่อนแสดงความคิดเห็นออกมา
“แล้วเราจะทำยังไง?” อัลเลนถามต่อ
“แดริล กับ เดนนิส และข้าจะบุกทางหน้า ส่วนเจ้าอัลเลน เจ้าคุมพลธนูเหมือนเดิม เจ้าไปยืนตรงนี้นะ” ชายผมขาวพูดพลางชี้ไปที่แผนที่
“เมื่อสงครามเริ่มขึ้นพวกเจ้ายิงธนูไฟ ให้เป็นแสงกับพวกข้าหน่อยก็แล้วกัน” แอร่อนหันไปมองหน้าของอัลเลน
“เข้าใจล่ะ” ชายผมสีเงินพยักหน้า
“แล้วองค์ราชินีตื่นแล้วหรือยัง?” แอร่อนถามต่อ

เดนนิสส่ายหน้าเป็นสัญลักษณ์บอกว่ายังไม่ตื่น แอร่อนพยักหน้า พูดจบทั้งสามก็เดินออกจากห้องไปพร้อมๆกันก่อนจะก้าวเดินไปยังสนามรบ เมื่อพวกเขาลงไปถึงสนามรบ พวกเขาก็ต่างไปประจำตำแหน่งของตัวเอง อัลเลนไปยืนตรงหน้าผาที่แอร่อนยืนในคราวที่แล้ว อัลเลนยกหน้าไม้ของเขาขึ้น เบื้องหลังของเขานั้นเป็นเหล่าพลธนูเอลฟ์ที่บรรจุธนู ปลายลูกธนูของเขานั้นมีเปลวเพลิงอยู่ด้วย อัลเลนมองไปก่อนจะเห็นแสงไฟจากคบเพลิงของทัพพวกดาร์คเอลฟ์ เขาก้มมองลงไปข้างล่างเพื่อมองสหายของตน แอร่อน เดนนิส และแดริลยังคงยืนประจำการอยู่ ในมือของทั้งสามถืออาวุธพร้อม เสียงฝีเท้าของทัพศัตรูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แต่มันไม่ใช่เสียงของอาชาอย่างเดียว มันยังมีเสียงของอะไรบางอย่างที่มีฝีเท้าหนักแน่น ฝีเท้าของมันแผ่นดินสะเทือน

“เล็ง!!” อัลเลนตะโกนขึ้น
“ยิง!!” ชายหน้าหวานตะโกนต่อ

ศรเพลิงลอยไปก่อนจะตกลงฝืนหญ้า เปลวเพลิงนั้นลุกขึ้นมาทำให้เห็นที่มาของเสียงฝีเท้า มันเป็นยักษ์ขนาดใหญ่ ใบหน้าของมันถูกปลกคลุมไปด้วยขนสีขาว มันมีเขาคล้ายๆเขาแพะ ในมือของมันถือเคียวขนาดใหญ่ เคี้ยวของมันนั้นแหลมออกมาจากริมฝีปากของมัน เหล่าเอลฟ์และมนุษย์สามคนที่ยืนอยู่หน้าสุดของกองทัพก็ได้แต่ตกตะลึงกับสัตว์ประหลาดตัวนี้ มันเดินมาท่ามกลางเปลวเพลิง ราวกับมันเป็นปีศาจที่ก้าวออกมาจากประตูนรก มันมองที่ศัตรูของมันก่อนจะส่งเสียงคำราม เสียงของมันนั้นดับไฟเสียสนิท ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด ดูเหมือนความมืดนี้จะไม่ใช่สัญญาณที่ดีของเหล่าเอลฟ์เลยแม้แต่น้อย

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 5
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: