Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 6

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2227
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 6   Sun Feb 01, 2015 5:30 pm

“นี่มันตัวบ้าอะไรเนี่ย....” เดนนิสพูดด้วยน้ำเสียงตกตะลึง

เบื้องหน้าของเขานั้นคือปีศาจที่ถือเคียว แม้มันจะมืดไปหมด แต่ดวงตาสีแดงและใบหน้าของมันยังคงติดอยู่ในดวงตาของชายผมสีทราย แอร่อนเองที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็รู้สึกตกใจ แต่เขาก็ยังตะโกนให้เหล่าเอลฟ์จุดไฟขึ้นมา เหล่าทหารจุดไฟในตะเกียงเพื่อเป็นแสงไฟในการส่องนำทาง แม้มันจะไม่มากเหมือนก่อนหน้านี้ แต่อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เห็นได้ว่าศัตรูตัวเองอยู่ที่ไหน แดริลที่คาบดาบและถือดาบด้วยมือทั้งสองข้างของเขารีบวิ่งตรงไปยังปีศาจที่มีเขาแพะ เมื่อมันเห็นชายหมวกฝางวิ่งเข้ามามันก็แกว่งเคียวของมัน แต่ด้วยความที่แดริลเป็นชายร่างเล็กดังนั้นเคียวของปีศาจตนนี้ไม่ได้โดนอะไรเลย แดริลวิ่งเข้าไปที่หัวเข่าของมันก่อนจะใช้ดาบเตรียมปักลงไป หากทว่าเมื่อใกล้ถึงตัวมัน ปีศาจตัวนี้ก็ยกเข่าขึ้นมา เข่าอันมหึมาของมันกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของแดริล แรงกระแทกดันแดริลลอยไปกระแทกกับต้นไม้ใกล้ๆ

“พลธนู เล็งไปที่อสูรกาย” อัลเลนตะโกนสั่งพลธนูของตัวเองพลางบรรจะธนู
“ยิง!!” ชายหน้าหวานตะโกนพร้อมกับยิงธนูออกจากหน้าไม้

ธนูที่ลอยมาเป็นห่าฝนตรงไปยังอสูรกายตัวนั้น มันไม่ได้แสดงท่าทีที่จะหลบหรือจะใช้เคียวปัดธนูพวกนี้เลย แต่มันกลับปล่อยให้ลูกธนูปักบนร่างของมัน เหล่าทหารชาวเอลฟ์ได้แต่ทำหน้างงๆ ใบหน้าของมันไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย มันคำรามอีกครั้ง เมื่อมันคำรามธนูที่ปักอยู่บนร่างมันก็ลอยออกจากผิวหนังของมัน สิ้นเสียงคำราม อสูรกายตัวนี้ก็วิ่งตรงมายังทัพของเหล่าเอลฟ์ เช่นเดียวกันกับทหารดาร์คเอลฟ์ที่วิ่งตามมันมา พวกมันตรงไปยังเหล่าทหารแห่งอาณาจักรเอลิซาเบ็ธที่กำลังตื่นกลัวอยู่ ทั้งคมดาบและคมเคียวฟันเข้าไปที่ร่างของเหล่าเอลฟ์ มันทำให้พวกเอลฟ์ล้มลงไปทีละคนสองคน

“พลธนู เตรียมธนูอาบยาชา” สิ้นเสียงของอัลเลนเขาก็หยิบขวดเล็กๆที่มีของเหลวสีม่วงอยู่ เขาเทมันลงไปบนคมแหลมของธนูก่อนจะเล็งไปยังปีศาจขนสีขาว
“ยิง!!” อัลเลนตะโกนสุดเสียงของตัวเอง

ธนูลอยตรงไปหาปีศาจที่มีเขาแพะตัวนี้ ธนูปักลงบนผิวของมัน มันแผดร้องอีกครั้ง ก่อนที่มันจะทรุดลงไป ดูเหมือนธนูอาบยาชาจะได้ผลกับมัน เดนนิสกับแอร่อนรีบตรงไปหาอสูรตัวนี้ที่ทรุดอยู่ พวกเขากระโดดเหยียบไหล่ของพวกดาร์คเอลฟ์ก่อนจะตรงไปพร้อมกับคมดาบและฟันไปบนร่างของมัน แต่เมื่อดาบกระแทกบนผิวของมันนั้น ก็ทำให้ทั้งแอร่อนและเดนนิสกระเด็นออกมา ดูเหมือนร่างกายของปีศาจตนนี้จะแข็งแกร่งกว่าที่เหล็กจะฟันมันเข้า ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ก่อนที่มันจะลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง มันยกเท้าขึ้นก่อนจะเตรียมเหยียบลงบนร่างของแอร่อน แต่แอร่อนพื้นตัวก่อนจะกลิ้งหลบออกมาได้ทัน เท้าของอสูรตัวนี้ไม่ได้สัมผัสอะไรนอกจากผืนหญ้า แอร่อนลุกขึ้นมาก่อนจะหยิบดาบฟันไปที่เข่าของมัน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเช่นเดิม เสียงเก้งที่ดังสะท้อนขึ้นมา ก่อนที่จะทำให้แอร่อนถอยออกไปสองสามก้าว แดริลลุกขึ้นมาก่อนจะคาบดาบขึ้นมาและตรงไปยังปีศาจตัวนี้อีกครั้ง มันยกเคียวขึ้นมาก่อนจะแกว่งไปหวังจะตัดร่างของชายที่ถือสามดาบ หากทว่าเขากระโดดหลบได้ก่อนจะเหยียบด้ามเคียวของมัน แดริลวิ่งตรงไปพร้อมกับอาวุธในมือ แต่อสูรกายตัวนี้ออกแรงก่อนจะยกเคียวของตัวเองขึ้นไป มันทำให้ร่างของแดริลลอยอยู่กลางอากาศ หมวกของแดริลก่อนจะลอยตกที่พื้นดิน เช่นเดียวกันกับดาบทั้งสองเล่มของชายที่มีรอยสักเต็มตัวปักอยู่บนพื้น หากทว่าตัวของแดริลนั้นไม่ได้กระแทกลงไปบนผืนพสุธา แต่เขาใช้มือของเขาคว้าไปที่เขาแพะของมัน ชายผมดำปล่อยดาบลงมาจากปากของเขาก่อนจะคว้าดาบและเตรียมปักลงกลางศีรษะของมัน แต่ปีศาจที่มีขนสีขาวสะบัดศีรษะของตัวเอง ร่างของแดริลตกลงมาจากยักษ์ตัวนี้ แต่แอร่อนพุ่งไปรับไว้ได้ทันก่อนจะปล่อยให้แดริลยืนขึ้นมา

“ขอบใจ” แดริลพูดสั้นๆ

แอร่อนไม่ได้ตอบอะไร แต่ดวงตาของเขามองไปที่อสูรตัวนี้ ในหัวของเขาคิดไม่ออกเลยว่าเขาจะทำอะไรกับมัน ในขณะที่รอบๆเขานั้น เหล่าทหารทั้งสองฝ่ายต่างล้มลง ร่างไร้วิญญาณของเอลฟ์ผิวขาวและเอลฟ์ผิวสีเทานอนอยู่ทุกหนทุกแห่ง อัลเลนหันไปสั่งการให้เหล่าจอมเวทย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง เริ่มร่ายคาถา เมื่อเอลฟ์พวกนั้นได้รับคำสั่งพวกเขาก็เริ่มท่องคาถา เสียงบ่นพึมพำของพวกเขาดังขึ้นมาเรื่อยๆ และเมื่อคาถาเสร็จสิ้น โซ่ก็ปรากฏออกมาก่อนจะล็อคข้อมือของปีศาจตัวนี้ เหล่าพลธนูยกธนูที่ศรไฟอยู่ด้วยก่อนจะเล็งไปที่อสูรที่กำลังคำรามและพยายามจะดิ้นหลุดออกไปจากพันธนาการ แต่ดูเหมือนคาถานี้จะยังคงตึงมันไว้ไม่ให้มันขยับ

“ยิง!!” อัลเลนตะโกน

ธนูไฟลอยมาก่อนจะปักเข้าไปที่ร่างของมัน อสูรตัวนี้ร้องด้วยความเจ็บปวด นี่คงเป็นครั้งแรกที่ทหารแดนเอลิซาเบ็ธได้ยินเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของอสูรตัวนี้ อสูรที่มีขนสีขาวกระชากโซ่ออกมา คาถาพันธนาการถูกทำลายออก มันยกเท้าของมันขึ้นก่อนจะกระทืบลงไป แรงกระทืบนั้น สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล แรงสั่นสะเทือนนั้นมากกว่า ที่เหล่าจอมเวทย์ร่ายไว้เพื่อสร้างบันไดเมื่อวันก่อนเสียอีก แอร่อนพยายามจะทรงตัวหากทว่าเขาล้มลงไปกับพื้น เขากวาดสายตามองก่อนจะเห็นสหายของเขาอย่างเดนนิสและแดริลล้มลงไปเช่นเดียวกัน ในขณะที่แอร่อนพยายามลุกขึ้นมานั้นเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากผืนนภา เมื่อเขาเหลือบมองเขาก็เห็นเรือบิน มันเคลื่อนอย่างช้าๆตรงไปยังปราสาทขององค์ราชินีฟลอร่าอย่างช้าๆ

“แดริลเจ้ารีบกลับเข้าไปในปราสาท ไปช่วยปกป้ององค์หญิง” แอร่อนตะโกน
“ได้ แต่ข้าขอให้แผ่นดินหยุดเสียก่อน” แดริลตอบแบบติดตลก

แอร่อนได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกตลกอะไรเท่าไหร่ เมื่อแผ่นดินหยุดสั่นสะเทือน แดริลก็รีบลุกขึ้นมาก่อนจะนำทัพส่วนหนั่งกลับเข้าไปในวัง แอร่อนลุกขึ้นมาก่อนจะมองไปที่อสูรสีขาว เหลือบมองไปด้านหลังมันก็เห็นเดนนิสลุกขึ้นมาเหมือนกัน ใบหน้าของชายผมสีทรายนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขามองมาที่แอร่อนก่อนจะเหลือบมองเรือบินที่กำลังตรงไปยังปราสาทช้าๆ เดนนิสกับแอร่อนพยักหน้าให้กันก่อนจะพุ่งตรงไปหายักษ์ตัวนี้พร้อมกันโดยเป้าหมายคือจะล้มมันไปพร้อมๆกัน

=====

ในขณะเดียวในห้องขององค์ราชินีฟลอร่า เธอยังคงนิทราอยู่บนเตียงของเธอ ในห้องนั้นมืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟ หากทว่าท่ามกลางความมืดนั้น มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นชายที่มีผ้าคลุมปิดทั้งตัว เขาชื่อ “ดรากูล” เป็นองค์รักษ์ของฟลอร่า เขายืนมององค์ราชินีจากมุมห้อง ดรากูลยืนนิ่งราวกับเป็นรูปปั้น ดวงตาของเขาจับจ้ององค์ราชินีที่นอนอยู่บนเตียงโดยไม่ได้มองไปทางไหน หากทว่าเขาก็ละสายตาจากของรักของเขาและหันไปออกนอกหน้าต่าง เขาเห็นทหารดาร์คเอลฟ์จำนวนมากกำลังกระโดดลงมาจากเรือบินที่จอดเทียบท่าอยู่กลางอากาศ เขาเงียบก่อนจะเดินไปยังองค์ราชินีที่หลับไม่ได้สติ

กระผมขอตัวก่อนนะขอรับ” ชายคนนี้ก้มโค้งให้

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ร่างกายของเขาก็หายไป เมื่อเขาโผล่มาอีกทีหนึ่งเขาก็โผล่มาข้างหน้ากองทหารกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในห้องโถงของราชวัง ข้างหลังของดรากูลนั้นคือบัลลังค์ของฟลอร่า การปรากฏของดรากูลนั้นทำให้เหล่าดาร์คเอลฟ์ตกใจไม่น้อย พวกเขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร และพวกเขาไม่รู้ว่าชายคนนี้มาจากไหน แสงตะเกียงเพียงเล็กน้อย นั้นไม่สามารถทำให้เห็นใบหน้าของชายคนนี้ได้ เหล่าดาร์คเอลฟ์ที่หวังจะอาศัยจังหวะเผลอต่างกุมดาบที่อยู่ในมือไว้แน่นก่อนจะมองไปที่ชายคนนี้เป็นตาเดียวกัน

“เจ้าเป็นใคร!!” ดาร์คเอลฟ์ที่อยู่หน้าสุดตะโกนถาม
“เจ้าไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร รู้แค่ว่าเจ้าจะไม่มีทางผ่านข้าไปได้แน่นอน”
“เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะพวกเจ้าเป็นแค่ลิ่วล้อของนูลยังไงล่ะ” ชายคนนี้พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน

คำพูดของดรากูลทำให้ทหารดาร์คเอลฟ์คนหนึ่งวิ่งมาพร้อมกับยกดาบขึ้นเตรียมจะสับไปบนร่างของดรากูล แต่หากทว่าดาบนั้นไม่ได้ฟันถูกร่างของดรากูลเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเป็นความว่างเปล่า เมื่อชายคนนี้รู้ตัวเขาก็ถูกอะไรบางอย่างปักเข้าที่คอ ชายคนนี้ล้มลงไปกับพื้น เลือดนั้นไหลออกจากคอของชายคนนี้ เหล่าทหารดาร์คเอลฟ์ที่มาบุกรุกมองไปที่ร่างไร้วิญญาณของทหารคนนี้ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะกวาดสายตาหาศัตรูของเขา แต่ไม่ว่าจะกวาดสายตาไปทางไหนก็ไม่เจอร่างของเขาเลยแม้แต่น้อย

“มัวแต่มองทางไหนกันอยู่หรือ?” เสียงของดรากูลดังมาจากข้างบน

เหล่าดาร์คเอลฟ์เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเห็นดรากูลที่ลอยอยู่กลางอากาศเขาหยิบเข็มของเขาออกมาก่อนจะปาไปที่เหล่าดาร์คเอลฟ์ ทหารที่ถูกเข็มนี่ปักเข้าไปก็ล้มลงทีละน้อย เหล่าผู้ทื่มีชีวิตอยู่ยกดาบขึ้นมาเตรียมเสียบร่างของดรากูล แต่ไม่ทันที่ร่างของเขาจะเข้าใกล้คมดาบ ดรากูลก็หายไปอีกครั้ง เหล่าดาร์คเอลฟ์ก็ลดดาบลงก่อนจะกวาดสายตาหาดรากูลอีกครั้ง เข็มนั้นลอยมาจากทางขวาก่อนจะปักเข้าไปที่คอของทหารดาร์คเอลฟ์กลุ่มหนึ่ง เหล่าผู้บุกรุกมองไปทางขวาพวกเขาไม่เห็นอะไร เข็มนั้นลอยมาปักคอของเหล่าทหารทางซ้ายแทน เหล่าผู้บุกรุกถูกชายคนนี้ปั่นหัวจนไปไม่เป็น ไม่นานนักการต่อสู้นี้ก็จบลง ดรากูลยืนมองซากศพจำนวนมาก เลือดนั้นไหลนองไปทั่วพื้น แต่ถึงของเหลวสีแดงนั้นจะไหลไปทั่วพื้น แต่บนผ้าคลุมนั้นไร้ซึ่งรอยเลือดเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่เหล่าร่างไว้วิญญาณก่อนจะดึงผ้าที่คลุมศีรษะเขาลง ภายใต้ผ้าคลุมนั้นเป็นใบหน้าของชายผมขาว ดวงตาของเขานั้นเป็นสีแดงก่ำ ผิวของเขาซีดเซียว เขามีที่ปิดปากสีดำ หากทว่าจะบอกว่าปิดปากก็ไม่ถูกเสียเท่าไหร่ เพราะยังไงเราก็ยังสามารถเห็นริมฝีปากและฟันของชายคนนี้ได้

“ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว ว่ายังไงพวกเจ้าก็เอาชนะข้าไม่ได้” พูดจบเขาก็ดึงฮู้ดขึ้นอีกครั้ง

หากทว่าในขณะที่เขายืนอยู่นั้น มีทหารดาร์คเอลฟ์คนนึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายก่อนจะวิ่งตรงมายังดรากูลที่หันหลังอยู่ แต่ไม่ทันที่ดรากูลจะได้ขยับ แดริลก็วิ่งพร้อมกับดาบคู่ของเขาก่อนจะฟันไปที่แผ่นหลังของดาร์คเอลฟ์ตัวนี้ เลือดนั้นกระเซ็นติดเข้าลำตัวของแดริล ชายนัยน์ตาสีแดงหันกลับมาทางแดริลที่ลำตัวนั้นเปื้อนด้วยเลือด ชายหมวกฝางแสยะยิ้มให้ก่อนจะพูดกับดรากูลที่ยืนมองเขาอยู่

“เจ้าควรจะระวังหลังมากกว่านี้นะ” แดริลแนะนำพลางใช้มือปาดเลือดที่ติดอยู่ที่หน้าท้องของเขา
“ข้าเห็นแล้วล่ะว่าชายคนนี้กำลังจะหมายปองชีวิตข้า ต่อให้ไม่มีเจ้า ข้าก็คงปลอดภัยจากคมดาบของเขา” ดรากูลตอบ
“งั้นหรือ ดูเหมือนเจ้าจะไม่เหลืออะไรให้ข้าเลยนะ ถ้างั้นข้าขอกลับไปยังสมรภูมิก่อนล่ะ”
“เจ้าจะมากับข้าด้วยไหม?” แดริลหันมาถามดรากูล
“ไม่ล่ะ ข้ามีแค่หน้าที่เป็นองค์รักษ์ขององค์ราชินีเท่านั้น ดังนั้นก็ขอให้เจ้าสนุกกับงานของเจ้าไปเถิด” ดรากูลปฏิเสธพร้อมกับจางหายไปช้าๆ

=====

ในขณะเดียวกันในสมรภูมิ อสูรสีขาวยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง แอร่อนคอยหลบหลีกคมเคียวของมันพลางแกว่างดาบฟันเข้าไทปี่ส่วนต่างๆของมัน แต่ก็เช่นเคยไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ดาบของแอร่อนก็ไม่สามารถฟันมันเข้าได้ ใบหน้าของแอร่อนเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขากัดริมฝีปากของตัวเอง เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาจะทำอะไรได้กับมัน ในขณะเดียวกันนั้นอัลเลนก็ให้เหล่าจอมเวทย์สร้างบันไดขึ้นมา คล้ายๆกับตอนที่พวกเขาบุกแดนมนุษย์ เดนนิสวิ่งไต่บันไดนั้นก่อนจะกระโดดเกาะไปที่เขาแพะของอสูรสีขาว เดนนิสเหยียบนศีรษะของมัน ก่อนจะอ้อมไปเหยียบที่จมูกของมันที่ยื่นออกมา เดนนิสยกดาบขึ้นจะแทงเข้าไปที่ดวงตาสีแดงก่ำของมัน หากทว่ามันสะบัดใบหน้าของมัน เดนนิสลอยไปก่อนที่จะตกลงมาหลังกระแทกกับพื้น แรงกระแทกนั้นสร้างความเจ็บปวดให้กับเขา เขาพยายามจะลุกขึ้นมา แต่ด้วยความเจ็บปวดทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เขาแหงนหน้ามองก่อนจะเห็นอสูรตัวนี้ยกหมัดขึ้นก่อนจะเตรียมใช้กำปั้นของเขาชกมายังร่างของเดนนิส เขาพยายามจะหลบแต่ดูเหมือนร่างกายของเขาจะไม่ตอบสนอง ชายผมสีทรายได้แต่หลับตาเตรียมรับชะตากรรมของตน

“เดน....นิส” ชายผมสีทองได้ยินเสียงใครเรียกตัวเอง

เขาลืมตาตื่นช้าๆ ก่อนที่เขาจะเห็นอสูรสีขาวเป็นคนเรียกชื่อเขา ดวงตาของเดนนิสเบิกโพลนก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ราฟ?”

มันคำรามก่อนจะปล่อยเคียวลงพื้น ก่อนที่มันจะกุมศีรษะของตัวเอง ราวกับว่ามันพยายามจะต่อสู้กับอะไรซักอย่างในหัวของเขา มันเหวี่ยงแขนอัดเข้ากับหน้าผา หน้าผาที่ถูกกระแทกนั้นถล่มลงมาช้าๆ ต้นไม้ที่อยู่บนนั้นตกลงมา ปีศาจตัวนี้ยังคงคำราม ทุกๆคนในสนามรบต่างหยุดที่จะต่อสู้และต่างจ้องมาที่มัน มันเดินไปเซไปเซมาพร้อมกับกุมศีรษะของมัน พลุสีแดงถูกจุดขึ้นมาดู มันเป็นสัญลักษณ์ของการถอยทัพ เหล่าดาร์คเอลฟ์ผู้เป็นฝ่ายรุกรานต่างวิ่งถอยไปพร้อมๆกัน เช่นเดียวกันกับอสูรสีขาวตัวนี้ที่เดินถอยกลับไปเช่นเดียวกัน แม้ว่าเหล่าชาวเอลิซาเบ็ธจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่ดูเหมือนพวกเขาจะชนะแล้ว เหล่าเอลฟ์ต่างโห่ร้องด้วยความยินดีในชัยชนะแห่งนี้ ในขณะเดียวกันนั้นเดนนิสลุกขึ้นมาช้าๆก่อนจะมองแผ่นหลังของอสูรกายตัวนี้ มันเดินไป เดินไป ก่อนที่มันจะหายไปจากระยะสายตาของชายผมสีทราย

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 6
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: