Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 9

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 9   Sun Feb 08, 2015 6:56 pm

หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากที่อาณาจักรเอลิซาเบ็ธเป็นพันธมิตรกับเหล่าโจรสลัด ซึ่งทั้งสองเป็นพันธมิตรกันอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าเหล่าเอลฟ์กับโจรสลัดเป็นเพื่อนพ้องกันแล้ว แต่ถึงกระนั้นตลอดเวลาหนึ่งเดือนนั้นก็ไม่มีทัพไหนบุกเข้ามายังอาณาจักรเอลิซาเบ็ธหรือแม้แต่เมืองมนุษย์ที่แอร่อนเป็นคนยึด คงเรียกได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาหนึ่งเดือนแห่งความสงบสุขบนแผ่นดินวอโรเนียก็ได้กระมั้ง แต่ดูเหมือนความสงบสุขก็คงต้องจบลงในวันนี้แล้วเมื่อแอร่อนประกาศเรียงให้เหล่าแม่ทัพทุกคนเข้าประชุมกันในห้องวางแผน ตั้งแต่ที่แอร่อนมาเหยียบดินแดนของเหล่าเอลฟ์นี้ เดนนิสและอัลเลน รวมถึงองค์ราชินีก็ได้มาเหยียบห้องนี้บ่อยขึ้น ทั้งสามนั่งล้อมโต๊ะกลมเหมือนเดิม และทุกสายตาจับจ้องไปที่แอร่อน ในมือของเขามีแผ่นกระดาษที่เป็นแผนที่ของแผ่นดินวอโรเนีย เขาวางมันบนโต๊ะก่อนจะใช้มือลูบมันให้เรียบ แอร่อนใช้มือซ้ายของเขาชี้ไปยังเมืองนึงที่อยู่ติดกับทะเล ก่อนจะเงยหน้าพูด

“ต่อไปเราจะบุกเมืองท่าของอาณาจักรมนุษย์” แอร่อนพูดขึ้นพร้อมชี้ไปยังเมืองนั้น
“ทำไมต้องเมืองท่าล่ะ แอร่อน?” อัลเลนเอ่ยปากถาม
“โดยปกติแล้วพวกเสบียง พวกอาวุธ มักจะมาทางเมืองนี้ ดังนั้นถ้าหากเรา ยึดเมืองนี้ได้ เราก็จะกุมความได้เปรียบได้เยอะ”
“แต่ข้าคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าหากเมืองสำคัญ ขุมกำลังก็ต้องมากไม่ใช่หรือคะ?” ฟลอร่าเอ่ยปากถาม
“ใช่ เพราะงี้ ข้าก็เลยตัดสินใจว่าเราจะบุกตอนกลางคืน” ชายในชุดสีแดงพูด
“ตอนกลางคืนนั้นกองทหารก็จะน้อยลง และวิสัยทัศน์ก็จะไม่ดี ง่ายต่อการที่พวกโจรสลัดจะยกพลขึ้นมา” แอร่อนพูดต่อ
“เดนนิสเจ้ารีบเดินทางไปหาบอนนี่และบอกแผนการให้นางฟัง” ลูกชายแห่งตระกูลดาร์คครอว์หันมาทางพี่ชายของฟลอร่า

เดนนิสได้ยินก็ทำหน้าไม่ค่อยซบอารมณ์เท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร อย่างที่รู้กันเดนนิสเกลียดโจรสลัดขนาดไหน และที่สำคัญเขาไม่อยากจะอยู่ใกล้บอนนี่ด้วย เพราะเสี่ยงที่จะโดนล่อลวงและอื่นๆอีกมาก แอร่อนเองก็รู้ถึงจุดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร กุนซือแห่งอาณาจักรเอลิซาเบ็ธหันมาทางอัลเลนที่นั่งใช้นิ้วชี้ของตัวเองม้วนเส้นผมสีเงินของตัวเองอยู่

“อัลเลน คราวนี้ข้าจะให้งานที่แปลกกับเจ้าหน่อย...ข้าจะให้นำพลธนูตามหลังข้ามา” แอร่อนพูด

อัลเลนได้ยินก็ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย เขาไม่เคยได้รับหน้าที่ให้ไปตะลุยในแนวหน้า เพราะปกติอัลเลนเป็นผู้คุมพลธนูและพลเวทย์ดังนั้นให้ไปลุยในแนวหน้าคงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเสียเท่าไหร่ เพราะทั้งนักธนูและนักเวทย์เรียกได้ว่าอ่อนแอมากเมื่อถูกโจมตีในระยะประชิด

“เจ้าจะให้ข้าทำอะไร? เจ้าคงไม่ให้ข้านำพลธนูไปแนวหน้าแบบไร้เหตุผลหรอกนะ” ชายผมสีเงินเอ่ยปากถาม
“ข้าจะนำเจ้าไปยังท่าเรือ และข้าจะให้เจ้าคุมท่าเรือไว้เพื่อให้กลุ่มโจรสลัดเทียบท่าได้”
“และที่ต้องเป็นพวกเจ้าเพราะข้าอยากให้พวกเจ้าคอยสกัดกองหนุนที่มาจากทางน้ำ” แอร่อนอธิบาย
“เข้าใจละ” อัลเลนพยักหน้า
“ถ้างั้นเราจะเริ่มยกทัพกันไปอีกสองชั่วโมง แยกย้ายได้” พูดจบแอร่อนก็หันหลังกลับไป

เช่นเดียวกันกับเดนนิสที่ลุกขึ้นไป ดูเหมือนเขาต้องรีบเดินทางไปหาบอนนี่ ส่วนอัลเลนก็แยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง แอร่อนเดินไปก่อนจะม้วนแผนที่ในขณะที่เขาม้วนแผนที่อยู่นั้น เขาก็เหลือบมองฟลอร่าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เธอก้มหน้าราวกับคิดอะไรบางอย่าง แอร่อนมองก่อนจะเห็นสีหน้าขององค์ราชินีที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ชายผมขาวก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินไปเก็บแผนที่เข้าในตู้หนังสือที่อยู่ในห้องนี้ เมื่อแอร่อนเก็บแผนที่ไปแล้วก็เดินตรงไปยังเก้าอี้ก่อนจะลากเก้าอี้ไม้ออกมา และนั่งลงไปตรงข้ามกับสาวผมสีทรายที่บนเส้นผมของเธอเป็นดอกไม้นานาพันธุ์ติดอยู่

“องค์ราชินี คิดอะไรอยู่งั้นหรือ?” แอร่อนเอ่ยปากถาม
“ข้ากำลังคิดว่าเส้นทางที่อาณาจักรเอลิซาเบ็ธกำลังเดินไปนั้นเป็นเส้นทางที่ถูกต้องรึเปล่า” องค์ราชินีพูดพลางใช้มือของเธอสะบัดผมของเธอ
“ท่านกำลังหมายความว่าเช่นไรหรือ?” ชายผมสีขาวในชุดสีเลือดถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ตอนนี้เอลิซาเบ็ธนั้นเต็มไปด้วยสงคราม พสกนิกรก็ต่างบาดเจ็บ ต่างล้มตาย ผู้คนมากมายต้องเสียคนรักของตัวเอง..ข้าสงสัยว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องรึเปล่า” ฟลอร่าพูดพลางก้มมองที่พื้น
“ข้าเข้าใจว่าท่านต้องการสันติสุข แต่แผ่นดินนี้สันติสุขไม่ได้เกิดขึ้นเอง เราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง”
“ข้าเองก็ไม่อยากให้พสกนิกรของท่านต้องล้มตายเหมือนกัน หากทว่าสงครามไม่ว่ายังไง ก็ต้องมีผู้เสียสละ เราคงจะสร้างสงครามที่ไร้ซึ่งคนตายไม่ได้หรอก” แอร่อนพูด
“นั่นซินะท่านพูดถูก ข้าคิดอะไรของข้าอยู่นะ ท่านคงว่าข้างี่เง่าใช่ไหม?” ฟลอร่ายิ้มให้กับแอร่อน
“เปล่าเลย ข้ากลับคิดว่าท่านเป็นคนที่มีจิตใจดีงามมาก และข้าก็คิดว่าท่านเป็นผู้นำที่ดีที่สุดที่ข้าเคยเจอมา” แอร่อนตอบ

คำตอบของแอร่อนนั้นทำให้ฟลอร่านั้นยิ้มด้วยความเขินอายก่อนจะก้มหน้าลงไป เพื่อบดบังความเขินอายของเธอ ใบหน้าของเธอนั้นแดง เธอใช้มือทั้งสองข้างของเธอจับไปที่แก้มของตัวเอง แอร่อนเองก็ได้แต่มองแต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ว่าฟลอร่าทำอะไรอยู่ เธอลดมือลงก่อนจะเงยหน้ามาและมองไปที่แอร่อนที่นั่งตรงข้ามตนเอง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“จะว่าไปตั้งแต่ที่ท่านมาที่นี่ ข้ายังไม่เคยพาท่านไปดูรอบๆเมืองเลยนะ”
“สนใจจะให้ข้าพาท่านชมรอบเมืองนี้ไหม?” ฟลอร่าเอ่ยปากเสนอด้วยรอยยิ้ม
“เป็นเกียรติมากครับ” แอร่อนพูดพลางก้มโค้งพลางวางมือของเขาบนอกซ้ายของตัวเอง

ฟลอร่ายิ้มก่อนจะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ตัวเองก่อนจะพูดกับแอร่อน

“ถ้างั้นถ้าข้าพร้อมแล้วข้าจะไปเรียกท่านนะ” เธอพูดจบเธอก็วิ่งออกไปจากห้องวางแผน

=====

ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่าครอบครัวต่างอวยพรให้ทหารที่ออกไปได้รบโชคดี นี่คงไม่ใช่เวลาดีเท่าไหร่ที่จะชมเมือง เพราะบรรยากาศรอบๆนั้นไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยความร่าเริงแต่เป็นบรรยากาศของความกลัวและความโศกเศร้า กลัวที่จะต้องเสียคนรักของตนเอง กลัวที่จะต้องเสียพ่อของตนไป กลัวที่จะต้องเสียคนในครอบครัวของตัวเอง แอร่อนและฟลอร่าเดินตัดผ่านตัวเมือง ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นทั้งสองเลย บนพื้นถนนนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้โรยไปตลอดทาง ดูเหมือนกลีบดอกไม้และใบไม้พวกนี้จะถูกสายลมพัดผ่านมา ไม่ต่างอะไรกับวันแรกที่แอร่อนมาเหยียบที่นี่ เขาก็เห็นสภาพพื้นถนนเป็นเช่นนี้ ทั้งสองยังคงเดินก่อนไป ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดอยู่หน้ารูปปั้นที่ถูกทำจากหินอ่อน มันเป็นรูปปั้นของสตรีคนหนึ่ง เส้นผมของเธอนั้นเป็นเกลียว รอบๆเธอนั้นเต็มไปด้วยเถาวัลย์ รูปปั้นนี้เต็มไปด้วยเหล่าเอลฟ์ที่คุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นรูปนี้ พวกเขาต่างประนมมือและสวดอธิษฐาน

“นางเป็นใครหรือ?” แอร่อนเอ่ยปากถาม
“อ่อ ท่านคือเซร็อตต้า เป็นผู้พิทักษ์ผืนป่าน่ะ...ที่คนไปสวดอธิษฐานกับเธอ เพราะมีความเชื่อว่าท่านสามารถใช้ป่าไม้ปกป้องผู้อื่นได้” ฟลอร่าอธิบายให้ฟัง
“เป็นเทพแห่งเหล่าเอลฟ์งั้นหรือ?” ชายผมสีขาวถาม
“เปล่าคะ แต่ท่านเป็นผู้ที่เคยปกป้องแผ่นดินเอลิซาเบ็ธมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม บรรพบุรุษของพวกเราก็เลยร่วมกันสร้างรูปปั้นรูปนี้เพื่อบูชาท่าน” องค์ราชินีอธิบายต่อ

แอร่อนได้ยินแล้วก็หันกลับไปมองรูปปั้นหินอ่อนของผู้พิทักษ์พงไพร ดูเหมือนรูปปั้นนี้จะเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของเหล่าพสกนิกรแห่งเอลิซาเบ็ธ

“ถ้างั้นเราไปกันต่อดีไหมคะ?” ฟลอร่าเอ่ยปากถาม
“เชิญท่านนำทางข้าเลย” แอร่อนก้มโค้งให้

เธอยิ้มก่อนจะเดินนำต่อไป ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไป ก่อนที่บันไดนี้จะหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ปกติแล้วที่นี่จะมีผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือแม้แต่คนโสดที่ไม่รู้จะทำอะไร แต่เวลานี้สถานที่แห่งนี้เงียบสงัดมีเพียงแต่เสียงของใบไม้ที่ถูกลมพัดไปตามสายลม แอร่อนและฟลอร่าเดินตรงไปยังน้ำพุก่อนจะนั่งลงบนม้านั่งไม้ที่อยู่หน้าน้ำพุ เพราะความเงียบสงัดเสียงน้ำไหลตกกระทบลงจากที่สูงจึงสามารถได้ยินได้อย่างชัดเจน จากตรงที่ทั้งคู่นั่งอยู่นั้นสามารถเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างชัดเจน ฟลอร่าหยิบเอากล่องอะไรบางอย่างที่ถูกด้วยห่อสีชมพูออกมา เธอแกะเงื่อนออกช้าๆ มันปรากฏเป็นข้าวกล่องสองกล่องซ้อนกันอยู่ ฟลอร่ายื่นกล่องด้านบนให้กับแอร่อน ชายผมขาวรับไว้ก่อนจะเปิดกล่องออกมา ข้างในนั้นเป็นแซนวิชจำนวนมากเรียงรายกันอยู่ แอร่อนใช้มือของเขาหยิบแซนวิชชิ้นนึงออกมา เขามองดูเหมือนจะเป็นไส้ปลา ในขณะที่เขาถืออยู่นั้นเขาก็เห็นฟลอร่าจ้องมองตนเองสายตาไม่กระพริบ ราวกับว่ากำลังรอให้ตนเองกัดแซนวิชชิ้นนี้ แอร่อนมองก่อนจะกัดและเริ่มเคี้ยวอย่างช้าๆ

“อร่อยแฮะ...” แอร่อนพูดเบาๆด้วยสีหน้าตกตะลึง
“จริงหรอคะ...ดีใจจัง กลัวจะไม่ถูกปากแอร่อนซะอีก” ฟลอร่าพูดด้วยรอยยิ้ม
“ท่านชอบทำอาหารหรือ?” ชายผมขาวเอ่ยปากถาม สิ้นเสียงของเขา เขากัดแซนวิชชิ้นนี้
“คะ...แม่ของข้าชอบสอนทำอาหารให้ข้ากับท่านพี่เดนนิส แต่ท่านพี่ดูเหมือนจะไม่ชอบเท่าไหร่ ก็เลยเหลือแต่ข้าที่เรียนกับท่านแม่” หญิงผมสีทรายเล่าให้แอร่อนฟัง
“งั้นหรือ...” พูดจบแอร่อนก็กินแซนวิชชิ้นนี้จนหมด

เขาเริ่มหยิบแซนวิชชิ้นที่เหลือในกล่องขึ้นมา ก่อนจะเริ่มกัดชิ้นที่เหลือ ฟลอร่าหยิบแซนวิชของตัวเองเช่นเดียวกันก่อนจะเริ่มกินแซนวิชของตัวเอง ทั้งสองเงียบก่อนจะมองท้องฟ้า นกที่โบยบินไปมา สายลมพัดผ่านอย่างช้าๆ ก้อนเมฆเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ผืนหญ้านั้นถูกแดดอ่อนๆส่องลงมา เหล่าสัตว์น้อยที่วิ่งไปทั่วผืนหญ้า ไม่ว่าจะเป็นกระรอก สุนัข หรือแม้แต่สัตว์บางชนิดที่แอร่อนไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือตัวอะไร แอร่อนนั่งมองสัตว์พวกนี้วิ่งเล่นไปบนผืนหญ้า ดวงตาของแอร่อนจับจ้องไปที่สัตว์พวกนั้น ชายผมขาวเอื้อมมือลงไปหยิบแซนวิชในกล่องหากทว่าเขาไม่สามารถคว้าอะไรได้นอกจากอากาศ แอร่อนก้มมองลงไปก็พบว่าแซนวิชนั้นหมดแล้ว

“กินหมดแล้วหรอคะ...เร็วจัง” ฟลอร่าหันมาพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

แอร่อนพยักหน้า ฟลอร่ายื่นกล่องอาหารของเธอมา ในกล่องนั้นมีแซนวิชอยู่เกือบเต็มกล่อง มีเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นที่ถูกหยิบขึ้นมา แอร่อนก้มโค้งเป็นการขอบคุณก่อนจะหยิบเอาแซนวิชชั้นขึ้นมาเคี้ยวต่อ รสชาตินั้นดูเหมือนจะต่างออกไป เพราะอันนี้มีแต่ผัก ถึงกระนั้นรสชาติของมันนั้นก็ยังยอดเยี่ยมไม่ต่างกับไส้ผัก แอร่อนกินแค่ชิ้นเดียวและอีกสองชิ้นที่เหลือให้ผู้ทำเป็นคนกินเอง เมื่อแซนวิสทั้งสองกล่องหมด ทั้งคู่ก็ได้แต่เงียบ ไม่มีใครรู้เลยว่าทั้งคู่คิดอะไร เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาที่จะเดินทัพแล้วแอร่อนลุกขึ้นมาจากม้านั่งไม้ก่อนเตรียมจะก้าวกลับไปยังปราสาท

“แอร่อน...” เสียงของฟลอร่าตะโกนไล่หลังมา

เสียงของเธอนั้นทำให้ชายในชุดสีเลือดหยุดก่อนจะหันกลับมาหาฟลอร่าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั่ง สายลมนั้นพัดผ่านผมของฟลอร่า เช่นเดียวกันกับเดนนิส รวมถึงใบไม้บนต้นไม้ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม ร่างของแอร่อนนั้นบดบังดวงตะวัน ชายผมสีขาวทำหน้าสงสัยว่าเพราะเหตุใดองค์ราชินีถึงเรียกชื่อของตน

“ชนะให้ได้นะ...แล้วกลับมาหาข้านะ” องค์ราชินีพูดกับลูกชายคนโตแห่งตระกูลดาร์คครอว์
“ข้าสัญญา” แอร่อนพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินลงบันไดไป

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 9
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: