Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 10

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2219
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 10   Tue Feb 10, 2015 10:15 pm

เสียงเหล่าอาชาและเสียงฝีเท้าของเหล่าทหารดังขึ้นประกอบกับเสียงของเหล่าจักจั่น มันเป็นคืนไร้จันทร์ ไร้ซึ่งแสงจากจันทราที่คอยส่องนำทาง มีเพียงแต่เปลวไฟจากคบเพลิงเท่านั้น แอร่อนกับอัลเลนควบม้าไปอย่างช้าๆด้วยความระมัดระวัง พวกเขาต้องการจะนำทัพนี้ให้เงียบที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะถ้าหากอีกฝ่ายรู้ถึงตัวตนแผนการของพวกเขาต้องเป็นอันล้มเลิกอย่างแน่นอน กองทัพของเอลิซาเบ็ธมาถึงหน้าเมืองท่าที่พวกเขาต้องการ ใกล้ๆกับทะเลนั้นมีประภาคารอยู่ด้วย มันส่องแสงออกมาก่อนจะส่องหมุนไปรอบๆของมัน แอร่อนหันไปทางอัลเลนที่หยิบหน้าไม้ออกมาจากหลังของตัวเองพร้อมกับบรรจุลูกธนูลงไป

“อัลเลน เจ้าจำแผนได้ใช่ไหม?” แอร่อนเอ่ยปากถาม
“ได้...เราจะยึดท่าเรือของพวกมัน จากนั้นเราก็จะส่งสัญญาณให้เดนนิสและบ่อนนี่เข้ามา”
“ที่เหลือข้าก็แค่ช่วยกันสกัดไม่ให้มีเรือลำอื่นเข้ามา แค่นั้นใช่ไหม?” ชายผมสีเงินที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายสตรีทวน

แอร่อนพยักหน้า อัลเลนเห็นสัญญาณก็พยักหน้าเช่นเดียวกัน แอร่อนดึงดาบออกมาจากหลังของตัวเองก่อนจะชี้ไปยังเมือง พร้อมกับตะโกน “บุก” สิ้นเสียงของแอร่อน เขาก็ควบม้านำทัพไป อัลเลนรีบควบม้าตามมาติดๆ เหล่าทหารวิ่งตามพร้อมกับอาวุธในมือ เสียงบุกนั้นดูเหมือนจะทำให้เหล่ามนุษย์รู้ตัวว่าโดนบุกแล้ว เหล่ามนุษย์ลั่นกระดิ่งเพื่อเป็นสัญญาณว่าโดนบุก แต่ถึงแม้สัญญาณจะถูกส่งออกไป แต่ก็มีทหารหลายนายที่ถูกเหล่าเอลฟ์ใช้อาวุธของตนปลิดชีพ แอร่อนควบม้าตรงไปยังประภาคาร เขาแกว่งดาบของเขาฟันเข้าไปที่ร่างของทหารพวกนั้น เหล่าทหารที่เป็นมนุษย์ล้มลงไป เช่นเดียวกันกับอัลเลน เขายิงธนูจากบนหลังม้า น่าแปลกที่ธนูของเขาเข้าไปยิ่งกว่าตอนที่ยืนยิงจากที่สูงเสียอีก อาจจะเพราะมันเป็นระยะใกล้กระมั้ง ไม่นานนักอัลเลนกับแอร่อนก็มาถึงยังท่าเรือ อัลเลนกระโดดลงจากหลังม้า

“เตรียมจุดพลุส่งสัญญาณขึ้นไป” อัลเลนตะโกน

เหล่าทหารรับคำสั่งแล้วก่อนจะยิ่งพลุขึ้นไป พลุสีแดงนั้นลอยขึ้นท้องฟ้าก่อนที่พลุสีแดงจะระเบิดออกมา มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนมาก แอร่อนหันไปก่อนจะตะโกนชื่อของ “แดริล” เมื่อชายที่ชื่อแดริลได้ยินนั้นเขาก็วิ่งตรงมายังแอร่อน ทุกคนเกือบลืมไปแล้วว่าเขามาร่วมศึกนี้ด้วย อาจจะเพราะความจืดจาง แต่ถึงจะจืดจางแค่ไหนแต่อย่างน้อยๆแอร่อนก็ยังจำได้ว่ายังมีชายหมวกฝางอยู่ในทัพของตัวเองด้วย เมื่อแดริลเข้ามาใกล้ๆแอร่อนเขาก็เริ่มเอ่ยปากสั่งชายที่ถือสามดาบ

“เจ้ากับอัลเลนอยู่เฝ้าที่นี่ อย่าให้พวกมันยึดท่าเรือได้ มิเช่นนั้นกำลังเสริมของเราลำบากแน่”
“เข้าใจละ ข้ากับแดริลจะปกป้องที่นี่ไว้เอง” อัลเลนตอบ

แอร่อนพยักหน้าก่อนจะนำทัพส่วนหนึ่งของตัวเองก่อนจะควบม้าตรงไปยังปราสาท ตลอดทางมีทหารพยายามจะหยุดเขาตลอด แต่ไม่ว่ายังไงเหล่าทหารพวกนี้ก็ไร้ความสามารถพอที่จะหยุดเขาได้ แอร่อนควบม้าก่อนจะหยุดหน้าปราสาทเมื่อเห็นทหารจำนวนหนึ่งยืนรอเขาอยู่ แอร่อนมองก่อนจะแสยะยิ้มและควบม้าตรงไป หากทว่าในขณะที่เขาควบม้าอยู่นั้น เขาก็ต้องพุ่งลงจากหลังม้า แขนของเขานั้นกระแทกกับพื้น เขาหันกลับไปก่อนจะเห็นมีดปักเข้าไปยังร่างทหารของเขา ศอกของแอร่อนนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขากวาดสายตาหาว่าใครเป็นคนปามีดเล่นนี้มาก แต่ไม่ทันที่เขาได้ขยับมีดอีกสามดอก แอร่อนกระโดดหลบออกไป มีดนั้นปักที่พื้น เมื่อมีดทั้งสามปักลงไปบนพื้นนั้น เหมือนจะเป็นสัญญาณให้เหล่าทหารแดนมนุษย์วิ่งตรงมา เหล่าชาวเอลฟ์เองก็วิ่งขึ้นไป

แอร่อนเองก็จะวิ่งไปเหมือนกันแต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรจับข้อเท้าเขาอยู่ เขาก้มลงไปก่อนจะเห็นเงาของใครบางจับข้อเท้าของเขา แอร่อนพยายามจะดิ้น เขาพยายามกวาดสายตาว่าใครเป็นต้นเหตุ และเมื่อเขารู้ตัวเขาก็เห็นชายในชุดสีดำพร้อมกับหน้ากากเป็นรูปกะโหลกตรงเข้ามา ในมือทั้งสองข้างของมันถือมีด มันตรงมาพร้อมกับจะตัดศีรษะของแอร่อน ชายผมขาวรีบดึงร่างของทหารแถวนั้นมันเป็นโล่กำบังให้ตัวเอง คมมีดนั้นตัดผ่านคอของทหารคนนี้ เลือดนั้นพุ่งไปยังหน้ากากสีขาวของมัน แอร่อนรีบผลักโล่มนุษย์ (หรือโล่เอลฟ์) ก่อนจะใช้ดาบแทงเข้าไปที่กลางหน้าท้อง หากทว่ามันหายไป ก่อนที่จะโผล่มาข้างหลัง แอร่อนหันกลับไป ชายในชุดสีดำที่ดูกลมกลืนกับแสงไฟก่อนจะใช้มีดแทงเข้าไปที่หัวไหล่ของแอร่อน

ชายผมขาวร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดนั้นไหลออกจากบาดแผลของแอร่อน ไม่ทันที่ชายผมขาวจะได้ขยับเขาก็เจอชายในชุดสีดำนี้กระโดดใช้เท้าสองข้างยันชายในชุดสีเลือด เขาล้มลงไปกับพื้น เมื่อร่างของเขาล้มลงไปเขาก็เจอทหารของศัตรูยกดาบขึ้นพยายามจะแทงตน ลูกชายแห่งตระกูลดาร์คลอร์ดรีบยกดาบขึ้นมาก่อนจะแทงเข้าไปที่คอของทหารคนนั้น ก่อนที่แอร่อนจะลุกขึ้นมา เขามองไปที่ศัตรูของตัวเองที่ยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมา แอร่อนกวาดสายตารอบๆท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด ดวงตาสีมรกตของแอร่อนก็เห็นเงาที่พุ่งตรงมายังตัวเอง ชายหนุ่มผมขาวรีบโยกตัวหลบก่อนที่มันจะถึงตัว ศัตรูของเขาพลาด แอร่อนจัดการยกเท้าก่อนจะถีบเข้าใส่หน้ากากของมัน มันล้มลงไปแต่ก็รีบยืนขึ้นมา

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเจ้ายังไม่ตายน่ะ เด๊ด” แอร่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้อหยัน
“แต่ก็นะ ไม่ว่าเจ้าจะตายหรือไม่ตาย ในวันนี้ฆ่าก็จะข้าเจ้าอยู่ดี”

สิ้นเสียงของชายผมขาว เขาก็วิ่งไปพร้อมกับดาบของเขา แอร่อนแกว่งดาบของเขาเป็นแนวนอน แต่ว่าดาบนั้นมันไม่ได้สัมผัสอะไรเลยนอกจากเงา เมื่อเขารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกมีดของเด๊ดเฉือนแผ่นหลัง แอร่อนร้องด้วยความเจ็บปวด แอร่อนหันกลับไปก่อนจะเห็น เด๊กยกมีดมาและเตรียมจะปักเข้าไปที่ใบหน้าของแอร่อน ชายผมขาวพยายามจะยกดาบขึ้นมากัน แต่ด้วยความเร็วของมัน ดูเหมือนชายผมขาวจะยกดาบมาปัดไม่ทันเสียแล้ว...

=====

ณ ขณะเดียวกันที่ท่าเรือ อัลเลนยังคงยิงลูกธนูจากหน้าไม้ออกไป ลูกธนูนั้นลอยก่อนจะปักเข้าไปที่ร่างของทหารที่พยายามตรงเข้ามา เช่นเดียวกันกับแดริลที่ใช้ดาบทั้งสามดาบฟันเข้าไปยังร่างของศัตรู อัลเลนเหลือบหันไปยังทะเล เขายังไม่เห็นวี่แววของเรือบอนนี่เลยแม้แต่น้อย หรือพวกเขาโดนหักหลังนะ? อัลเลนส่ายหน้าพร้อมกับคิดว่าคงมีอุบัติเหตุอะไรบางอย่างที่ทำให้เหล่าโจรสลัดยังไม่เทียบท่า

“อัลเลน...พวกเดนนิสยังไม่มาอีกเรอะ?” แดริลพูดพลางใช้ดาบของตัวเองฟันไปบนร่างของเหล่าทหารรายล้อมกองทัพของเอลฟ์
“ยัง...มัวทำอะไรอยู่นะ? หรือว่าไม่เห็นสัญญาณของเรา” อัลเลนพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด พร้อมกับยิงธนูออกไป

ลูกธนูนั้นยังคงเข้าเป้าเช่นเคย อัลเลนเอื้อมมือไปด้านหลัง เขาสัมผัสได้ถึงลูกธนูที่เหลืออยู่ดอกสุดท้าย เขาหยิบมันก่อนจะมองไปที่ลูกธนูในมือตัวเอง เขาเหลือบมองไปยังศัตรูที่ยังมีมากมายมหาศาล อัลเลนบรรจุลูกธนูเข้าไปยังหน้าไม้ ก่อนที่เขาจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากเอวที่เรียวบางของตน มันเป็นขวดอะไรซักอย่าง ชายผมสีเงินโยนขวดนั้นตรงไปยังกองทัพของศัตรู หากทว่ามันไม่โดนอะไรเลยนอกจากพื้น เมื่อขวดแตกออก น้ำสีเข้มที่อยู่ข้างในไหลนองเต็มไปทั่วพื้น

“ข้าขอธนูไฟหน่อย!!” อัลเลนตะโกนบอกเหล่าจอมเวทย์

จอมเวทย์ที่อยู่ด้านหลังของการต่อสู้ได้ยินก็เริ่มร่ายคาถา ปลายศรของอัลเลนเริ่มมีเปลวเพลิงลุกขึ้นมา อัลเลนมองไปที่จุดที่ขวดแตกอยู่ก่อนจะยิงธนูออกไป ลูกธนูนั้นลอยไปก่อนที่ของเหลวข้นนั้น เมื่อเปลวไฟสัมผัสกับน้ำดำ ก็ทำให้เกิดแรงระเบิดขึ้น แรงระเบิดนั้นทำให้เกิดควันมหาศาล อัลเลนยกมือบังไม่ให้ฝุ่นเข้าไปที่ดวงตา เมื่อควันเริ่มจางลงไป เขาก็เห็นร่างไร้วิญญาณของทหารนอนอยู่ที่พื้นจำนวนมาก หากทว่าแม้ระเบิดมะกี้จะคร่าชีวิตคนไปได้มากขนาดไหน แต่ดูเหมือนทหารของพวกมนุษย์ก็ยังไม่หมดเสียที อัลเลนกัดริมฝีปากด้วยความเครียด ชายคนหนึ่งเห็นอัลเลนที่ไม่มีอาวุธเหลือแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับดาบในมือของตน อัลเลนยกมือพร้อมกับปิดตาเตรียมรับชะตากรรม หากทว่าเขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด เขาลืมช้าๆขึ้นมาก่อนจะเห็นแดริลที่ใช้ดาบฟันเข้าไปที่หน้าท้องของทหารคนนั้น

“ขอบใจ...” อัลเลนพูดกับแดริล

แดริลหันมาพยักหน้า เขาไม่ได้พูดอะไร อาจจะเพราะคาบดาบอยู่จึงทำให้พูดได้ไม่ถนัด เขาหันกลับไปก่อนจะมองไปยังศัตรูที่รายล้อมเขา ชายที่รอยสักเต็มตัวเตรียมจะขยับ หากทว่าเขาเลือกจะหยุด เพราะเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง อัลเลนก็ได้ยินเช่นเดียวกัน อัลเลนแหงนหน้ามองไปตามเสียง เขาเห็นลูกปืนใหญ่ลอยข้ามหัวตัวเองไป ลูกนั้นลอยตกใส่กลุ่มทหารที่ยืนอยู่ข้างหน้าตัวเอง ลูกระเบิดนั้นทำให้เหล่าทหารของแดนมนุษย์ลอยกันไปคนละทิศคนละทาง อัลเลนและแดริลรวมถึงทหารชาวเอลฟ์คนอื่นๆมองไปยังผืนน้ำ พวกเขาเห็นเงาของเรือลำนึงตรงมา

เพราะแสงไฟจากประภาคารจึงทำให้ธงสัญลักษณ์ของเรือลำที่ยิงปืนใหญ่ออกมา มันเป็นเรือที่รูปโครงกระดูกอยู่ด้วย เรือนั้นแล่นมาช้าๆ ก่อนที่จะเทียบท่า ไม้กระดานนั้นวางพาดลงมาจากเรือและพื้นดิน อัลเลนเห็นเดนนิสและสตรีที่สวมชุดวาบหวิวยืนอยู่ข้างๆ ในมือของเธอนั้นถือปืนกับอีกข้างถือดาบ บอนนี่ชี้ดาบไปยังทหารที่เหลือ เหล่าโจรสลัดพุ่งตรงไปยังทหารพวกนั้น เช่นเดียวกันกับเดนนิสที่พุ่งตรงไปยังทหารเหล่านั้น การต่อสู้นั้นดำเนินได้ไม่นานก่อนที่จะจบลง เดนนิสกับบอนนี่เดินตรงไปหาอัลเลน

“เจ้าไม่เป็นไรนะ?” เดนนิสเอ่ยปากถามอัลเลน
“ไม่เป็นไร เจ้ามาช่วยข้าได้ทันเวลาพอดีจริงๆ” อัลเลนตอบกลับ

บอนนี่มองก่อนจะจับไปมาที่คางตัวเอง

“ที่เดนนิสไม่สนใจข้าเพราะเจ้ารึเปล่านะ?” ราชินีแห่งโจรสลัดเอ่ยปากถามอัลเลน
“เอ่อ...ข้าเป็นผู้ชาย” อัลเลนรีบอธิบายให้ฟัง
“งั้นหรือ?”

บอนนี่เอื้อมมือไปก่อนจะจับตรง “จุดลับ” ของอัลเลน ชายผมสีเงินรีบกระโดดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ หญิงผมสีน้ำตาลมองไปที่มือของตัวเองที่จับไปที่ร่างกายของอัลเลนก่อนจะบ่มพึมพำว่า “ผู้ชายจริงๆด้วยแฮะ” เดนนิสหันมาทางบอนนี่ก่อนจะก้มโค้งให้กับบอนนี่

“ข้าขอบคุณเจ้ามาก ถ้าหากมีอะไรตอบแทนเจ้าได้ ขอเพียงแค่ท่านบอกแล้วข้าจะทำ”
“ฮึ่ม...ถ้างั้นก็...” บอนนี่พูดพลางเลียริมฝีปากตัวเอง
“อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ร่ายกายของข้า” เดนนิสตัดบท

บอนนี่ถอนหายใจด้วยความเซ็งแซ่ เดนนิสพูดจบก็หันไปก่อนจะนำทัพของโจรสลัดส่วนหนึ่งไปยังปราสาท เช่นเดียวกันกับบอนนี่ที่วิ่งตามชาวผมสีทรายไป

=====

ในวินาทีที่ใบมีดนั้นกำลังจะแทงเข้าที่ดวงตาของแอร่อน อยู่ดีๆเด๊ดก็ถอยออกมา เมื่อมันถอยออกไป แอร่อนก็เห็นเข็มอะไรบางอย่างบินตัดหน้าของตัวเอง เข็มนั้นปักไปยังต้นไม้ มันทำให้ต้นไม้ล้มลงไป เสียงต้นไม้ล้มลงไปกับพื้นดินดังกึกก้องไปทั่ว แอร่อนเดินไปหยิบเข็มขึ้นมา เข็มนั้นทำมาจากกระดูกมังกร แอร่อนหันกลับมาก่อนจะเห็นมีดลอยมาทางตรง แต่ไม่ทันที่แอร่อนจะได้ปัดมีดพวกนั้น เข็มจากไหนก็ไม่รู้ก็ลอยมามา เข็มพวกนี้มันแข็งพอที่จะตัดมีดพวกนี้ออกเป็นสองท่อน เด๊ดปรากฏออกมาจากเงาก่อนจะหาคู่ต่อสู้ของตัวเอง เขายืนบนธงของปราสาทที่ยื่นออกมา

“หาอะไรอยู่...หาข้างั้นหรือ?” เสียงของใครบางคนดังขึ้นมา

เด๊ดหันไปตามเสียง ก่อนจะเห็นเข็มลอยมาอีกเช่นเคย เด๊ดรีบกระโดดลงจากธง เข็มที่ถูกทำจากกระดูกมังกรกระแทกเข้าไปยังกระจก กระจกนั้นแตกออกมา เศษกระจกนั้นลอยก่อนจะตกลงไปข้างล่าง ชายทมิฬวิ่งไปบนกำแพงก่อนจะกระโดดลงมาจากเหยียบพื้น เมื่อเขาเหยียบพื้นดินที่เย็นเฉียบ เขาก็แหงนหน้าขึ้นไป ก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งที่มีนัยน์ตาสีแดงพุ่งตรงมาพร้อมกับหมัดของตัวเอง เด๊ดโยนมีดขึ้นไป แต่ไม่ทันที่มีดนั้นจะปักเข้าไปที่ร่างของชายในผ้าคลุม เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเขาปรากฏตัวมาอีกทีเขาก็ยืนอยู่หน้าของแอร่อนที่ยืนมองการต่อสู้อยู่

“ดรากูล...เจ้ามาที่นี่ได้ยังไง?” แอร่อนเอ่ยปากถามด้วยความตกใจ
“องค์ราชินีสั่งข้าให้มาดูน่ะ ถ้าหากไม่มีองค์ราชินีป่านนี้เจ้าก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้” ชายที่ชื่อดรากูลหันมามอง

การที่เขาหันมานั้นทำให้ดวงตาที่แดงก่ำของดรากูล รวมถึงหน้ากากที่ปิดปากที่เห็นถึงฟันของเขา คงต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่แอร่อนได้เห็นใบหน้าของดรากูล

“แอร่อนเจ้านำทหารส่วนหนึ่งบุกเข้าไปในปราสาท เดี๋ยวข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้เจ้าเอง” ดรากูลพูด

แอร่อนพยักหน้าก่อนจะนำทหารส่วนหนึ่งวิ่งไป เด๊ดพยายามจะขวาง แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ขยับ เข็มก็ลอยมาตัดหน้าชายทมิฬ เขาไม่ได้ขยับก่อนจะได้หันมามองดรากูลที่ยืนแสยะยิ้มอยู่ แอร่อนวิ่งนำทัพเข้าไปข้างในปราสาท ภายในนั้นมีทหารอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับแอร่อนเสียเท่าไหร่ เขาต่อสู้ไปเรื่อยๆ และตามหาเจ้าเมืองของเมืองท่านี้ และในที่สุดเขาก็เปิดประตูห้องหนึ่งไป สิ่งที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่เทศมนตรีของเมืองนี้แต่กลับเป็นสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดวงตาของแอร่อนเบิกโพลน เขาเห็นชายที่เขารู้จักดี เขาเป็นชายผมดำที่หมัดผม ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยดำ ดวงตาของเขานั้นขาวโพลน เขาสวมชุดสีดำ มันเป็นเสื้อแขนยาวที่ปิดร่างกายของเขาจนมิดชิด เขาเริ่มท่องคาถาอะไรซักอย่าง ก่อนจะร่าย เหล่าทหารที่ตามหลังเขามาล้มลงไป พร้อมกับดิ้นด้วยความเจ็บปวด

“ไม่ต้องห่วงหรอกแอร่อน...คาถาพวกนี้ไม่ได้ฆ่าคนพวกนั้นหรอก” ชายคนนี้พูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นเฉียบ
“อาจารย์…” แอร่อนพูดด้วยน้ำเสียงตกใจและดวงตาที่เบิกโพลน

ชายที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ก็ยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยปริศนา นี่มันเกิดอะไรขึ้นนะ?

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 10
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: