Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 12

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2225
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 12   Sun Feb 15, 2015 3:46 pm

ชายผมสีขาวลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อเขาตื่นขึ้นมานั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าใครซักคนจับมือของเขาอยู่ เขาลุกขึ้นมานั่งบนเตียงก่อนจะมองไปยังแขนอันเรียวบางของหญิงผมสีทรายที่จับมือของตนอยู่ เจ้าของมือเรียวบางนั้นคือฟลอร่า เธอนั้นหลับไม่ได้สติ ใบหน้าของเธอนั้นฝุบลงไปบนเตียงที่แอร่อนนอนอยู่ แอร่อนยิ้มก่อนจะลุกขึ้นมาจากเตียง เขายังรู้สึกถึงความหนักอึ้งบนร่างกายของเขา เขาหยิบผ้าห่มของตัวเองก่อนจะห่มไปบนร่างขององค์ราชินี เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเขาก็เห็นชายในผ้าคลุมสีดำยืนที่มุมห้อง ในมือของเขาถือมะเขือเทศอยู่ด้วย เขากัดกินมะเขือเทศก่อนจะหันมามองแอร่อนที่จ้องมองตนเองอยู่ เขารีบยัดมะเขือเทศเข้าปากและเคี้ยวมันก่อนจะกลืนลงไป

“หลับนานดีนี่...รู้ไหมว่าเจ้าทำให้องค์ราชินีลำบากใจขนาดไหน?” ดรากูลเอ่ยปากถาม
“ข้าหลับไปนานขนาดไหน?” แอร่อนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“สามวัน และองค์ราชินีก็เฝ้าดูเจ้าตลอดทั้งสามวัน ท่านทำทุกอย่างตั้งแต่ร่ายคาถาเพื่อรักษาเจ้า จนถึงไปตามหมอที่เก่งที่สุดในอาณาจักรมาเพื่อรักษาเจ้า”
“เจ้าควรจะขอบคุณนางนะ” ชายผมนัยน์ตาสีแดงพูดพลางล้วงมือเข้าไปในมิติและหยิบมะเขือเทศออกมาอีกลูก
“งั้นหรือ...” แอร่อนพูดพลางเหลือบมองไปยังร่างของฟลอร่า

“แล้วคนอื่นๆล่ะ?” ชายที่พึ่งตื่นถามต่อ
“เดนนิสกับบอนนี่ไปเดทกันน่ะ...ส่วนอัลเลน ข้าเองก็ไม่รู้ว่าไปไหน” องค์รักษ์ขององค์ราชินีตอบ

แอร่อนพยักหน้าก่อนจะเดินตรงไปยังที่ประตูห้องของตัวเอง เขาคว้าเอาเสื้อคลุมสีแดงของเขามาใส่ ลูกชายแห่งตระกูลดาร์คครอว์เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูก่อนจะบิดประตู ประตูถูกเปิดออกมาก่อนที่แอร่อนจะก้าวเท้าออกไป หากทว่าเมื่อเท้าข้างขวาของเขาก้าวออกไปแล้วเขาก็หันกลับมาหาดรากูลที่ยืนอยู่ที่มุมห้อง

“ถ้าหากองค์ราชินีพื้นแล้ว ฝากบอกนางด้วยว่า ข้า [ขอบคุณ] ท่านมาก”

พูดจบแอร่อนก็ก้าวเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับใช้มือปิดประตู

=====

ในขณะเดียวกัน ณ ตัวเมือง อัลเลนที่ใส่แว่นและสวมกระโปรงเหมือนสตรี พร้อมกับใส่หมวกเดินตามหลังบอนนี่ที่ควงแขนเดนนิสอยู่เงียบๆ สำหรับชายผมสีเงินตอนนี้เราคงต้องเรียกเขาว่า “คิวปิด อัลเลน” เขาเดินตามชายหญิงที่กำลังออกเดท ก่อนอี่นต้องบอกว่าที่อัลเลนเดินตามนั้นไม่ใช่เพราะความหึงหวงแต่เป็นเพราะบอนนี่ขอร้องให้อัลเลนช่วยให้เดทครั้งนี้สำเร็จดี เพราะว่าจะมีใครรู้เรื่องของเดนนิสดีนอกจากอัลเลน อีกทั้งชายผมสีเงินก็อยากเห็นสหายสนิทตัวเองมีคนรัก ดังนั้นเขาเลยรับหน้าที่เป็นพ่อสื่ออย่างไม่ลังเล เขาเดินตามไปอย่างช้าๆ โดยทิ้งระยะห่างไม่ให้บอนนี่และเดนนิสรู้ บอนนี่แนบตัวเข้าไปยังเดนนิส สีหน้าของเดนนิสแสดงให้เห็นถึงความอึดอัด ชายผมสีทรายเหลือบมองบอนนี่ที่กำลังทำสีหน้ามีความสุขก่อนจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอึดอัด

“บอนนี่...เจ้าใกล้ข้าไปแล้วนะ”
“นี่คือรางวัลของข้านะ ข้าก็ควรจะทำอะไรก็ได้ซิ” บอนนี่พูดโดยปฏิเสธที่จะขยับตัวของเธอ

หน้าอกของเธอนั้นยังกดไปที่แขนของเดนนิส ทั้งสองยังเดินท่ามกลางเมืองเอลิซาเบ็ธที่เต็มไปด้วยสีสัน บนพื้นถนนนั้นเต็มใบไม้จากต้นไม้นานาๆชนิด ตลอดทางนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่ทำกิจกรรมต่างๆนาๆอยู่ ไม่ว่าจะเป็นซื้อขาย พูดคุย หรือกินอาหารกลางวันของตัวเอง รวมถึงเหล่าทหารที่ต่างเดินลาดตะเวนไปทั่วเมือง บอนนี่ชี้ไปที่ร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่ง ทั้งสองก้าวเข้าไปในร้าน มันเป็นร้านเล็กๆที่มีเสื้อผ้ามากมายแขวนอยู่ ราชินีโจรสลัดปล่อยเดนนิสออกก่อนจะไปหยิบขึ้นมาด้วยสายตาที่เป็นประกายก่อนจะเอาเสื้อมาเทียบไว้กับร่างกายของตัวเอง มันเป็นชุดเดรสสีเหลือง มันยาวไปเลยหัวเข่าของเธอ เดนนิสยืนมองจะบอกว่าไม่เข้าก็คงได้ เดนนิสไม่ได้พูดอะไรก่อนจะถอดหมวกโจรสลัดของบอนนี่ออกก่อนจะคว้าหมวกฝางที่มีดอกทานตะวันติดอยู่ด้วยมาวางไว้บนหัวของบอนนี่แทนที่หมวกโจรสลัด

“ข้าว่าแบบนี้ดูเข้ากับเจ้ามากกว่านะ...ดูน่ารักดี ถ้าให้พูดตรงๆ” เดนนิสพูด

ประโยคนี้ทำให้ราชินีโจรสลัดยิ้มไม่หุบเธอถอดหมวกฝางออกก่อนจะยื่นเดรสสีเหลืองนี้ไปให้คนขายชาวเอลฟ์ เดนนิสเดินมาก่อนจะหยิบเงินออกมาจากถุงเงินและยื่นให้ บอนนี่คว้าเสื้อตัวนี้ก่อนจะวิ่งตรงไปยังห้องแต่งตัว ชายผมสีทรายได้แต่ยืนรอ ไม่นานนักเธอก็เดินออกมาพร้อมกับชุดเดรสสีเหลืองและหมวกฝางที่เธอสวมแทนที่หมวกโจรสลัดของเธอ ไม่รู้ว่าทำยังไงแต่หมวกโจรสลัดของเธอหายไปเลย เช่นเดียวกันกับเสื้อโค้ทสีชมพูของเธอ เธออาจจะวางทิ้งไว้ในร้านหรืออะไรก็แล้วแต่ ทั้งคู่เดินออกจากร้านไป ตลอดทางนั้นผู้คนมองทั้งสองตลอดทาง นี่คงเป็นครั้งแรกที่เดนนิสเดินกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่น้องสาวของตัวเอง อัลเลนก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเอง เขาเดินมองจับสายตาทั้งคู่อย่างใกล้ชิด บอนนี่ยังคงใช้หน้าอกของเธอกดลงไปบนแขนของอัศวินในชุดเกราะสีขาว

“จะว่าไปข้าหิวแล้ว พาข้าไปกินอะไรหน่อยซิ?” หญิงผมสีน้ำตาลอ้อน
“ก็ได้ ว่าแต่เจ้าอยากกินอะไรล่ะ?” เดนนิสหันมาถามคู่เดทของตัวเอง

บอนนี่พูดพลางจับคางก่อนจะแหงนหน้านึก เธอหันกลับไปข้างหลักพักนึงก่อนจะเห็นอัลเลนชูป้ายขึ้นมาและเขียนว่า “สตูเนื้อ” บอนนี่หันกลับมาก่อนจะพูด “ข้าอยากกินสตูเนื้อ” เดนนิสพยักหน้าก่อนจะเดินนำไปยังร้านอาหารร้านหนึ่ง มันเป็นร้านเล็กๆ มันเป็นร้านที่มีสองชั้น หน้าร้านนั้นมีป้ายไม้ที่มีตัวอักษรภาษาเอลฟ์สลักอยู่ เดนนิสเอื้อมมือไปก่อนจะเปิดประตูร้าน เมื่อประตูร้านถูกเปิดออก เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นมา ภายในร้านนั้นเป็นร้านเล็กๆ วัสดุในร้านส่วนใหญ่เป็นไม้ พ่อครัวในร้านเห็นทักทายเดนนิส ชายหนุ่มผมสีทรายได้รับคำทักทายก่อนจะลากเอาเก้าอี้ออกมา แอร่อนและบอนนี่นั่งลงไปบนเก้าอี้ ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน บอนนี่ถอดหมวกฝางของเธอออกก่อนจะวางไว้บนตักของตัวเอง

“เดนนิส เจ้ามาที่นี่บ่อยรึเปล่า?” สตรีผมสีน้ำตาลเอ่ยปากถามชายผมสีทราย
“มาบ่อยแหละ...ปกติข้าก็ชอบกินสตูเนื้ออยู่แล้ว” เดนนิสตอบ

บอนนี่พยักหน้าก่อนจะมองออกไปนอกกระจก เธอเห็นอัลเลนที่นั่งอยู่ร้านตรงข้าม มันไม่ไกลเสียเท่าไหร่ ถ้าให้เดาจุดที่อัลเลนนั่งนั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดที่เห็นตำแหน่งที่เดนนิสและบอนนี่อยู่ได้อย่างชัดเจน พ่อครัวเดินมาที่โต๊ะก่อนจะนำสตูเนื้อมาวางไว้ ทั้งคู่เริ่มคว้าช้อนก่อนจะเริ่มกินอาหารบนจาน ทั้งคู่พูดคุยไปด้วย ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อัลเลนที่แอบมองอยู่ก็ยิ้มด้วยความพอใจ ไม่นานนักทั้งสองก็เดินออกมาจากร้านอาหาร อัลเลนลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนจะเดินตามไป เดนนิสและบอนนี่เดินเข้าไปในโรงละครแห่งหนึ่ง อัลเลนย่องตามไปเช่นเคย ชายผมสีทรายและหญิงสีน้ำตาลนั่งอยู่แถวกลางๆของโรงละคร ทุกที่นั่งของโรงละครนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยผู้คน ยังเหลือที่ให้อัลเลนเลือกนั่งอยู่ เขาเลือกนั่งอยู่หลังชายหนุ่มและหญิงสาวคู่นั้นอยู่หลังออกไปประมาณสี่แถวได้ ไฟในโรงละครเริ่มปิดลง ก่อนที่นักแสดงบนเวทีจะเริ่มแสดง

สำหรับละครในสัปดาห์นี้คือเรื่อง “ผู้พิทักษ์โรเซ็ตต้า” เรื่องราวนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ น้ำตาของคนดู อัลเลนที่นั่งสังเกตอยู่ก็เห็นบอนนี่ที่นั่งจ้องหน้าของเดนนิสตาไม่กระพริบ เธอไม่ได้จดจ่ออยู่ที่การแสดงบนเวทีเลยแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปจนการแสดงจบลง คนเริ่มทยอยออกจากโรงละครช้าๆ เดนนิสและบอนนี่ก็เดินออกไป ส่วนอัลเลนก็นั่งหลบหน้าเพื่อไม่ให้สหายของตัวเองเห็น ทั้งคู่ออกจากโรงละครก่อนจะแหงนมองท้องฟ้า ตอนนี้ท้องฟ้านั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้ว

“ข้าอยากไปสวนสาธารณะ...เจ้าพาข้าไปหน่อยได้ไหม” บอนนี่หันหน้ามาถามเดนนิสในขณะที่เธอยังควงแขนเดนนิสเช่นเดิม

เดนนิสพยักหน้าก่อนจะเดินไปทางสวนสาธารณะ ผ่านรูปปั้นของผู้พิทักษ์โรเซ็ตต้า ที่วันนี้ไม่มีชาวเอลฟ์มาสวดมนตร์อวยพร ชายในชุดเกราะสีขาวและหญิงในชุดเดรสสีเหลืองเดินขึ้นบันได เมื่อทั้งคู่ถึงสวนสาธารณะแล้ว ทั้งคู่ก็เดินมานั่งลงบนม้านั่งไม้ วันนี้ผู้คนมากมายต่างนั่งอยู่เต็มสวนสาธารณะไปหมด เสียงน้ำพุนั้นถูกเสียงผู้คนกลบซะสนิท บอนนี่ยังคงนั่งควงแขนของเชื้อพระวงศ์แห่งนครเอลิซาเบ็ธ เดนนิสแหงนหน้ามองเหล่าวิหกที่กำลังโบยบินกลับไปยังที่อยู่ของมัน พวกมันส่งเสียงร้องไปดังกึกก้องไปทั่วผืนนภา

“บอนนี่...ข้าขอถามเจ้าหน่อยได้ไหม ทำเจ้าถึงชอบข้าน่ะ?” เดนนิสถามในขณะที่บอนนี่แนบตัวบนแขนของเดนนิส
“เจ้าหน้าตาดี” ราชินีโจรสลัดตอบสั้นๆ
“นอกจากนี้ล่ะ...ข้าไม่คิดว่าเจ้าคงจะชอบข้าด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้หรอก” ชายผมสีทรายพูด

บอนนี่เงียบไปพักหนึ่ง เธอปล่อยแขนที่คล้องของเดนนิสออกก่อนจะก้มหน้ามองพื้น เดนนิสนั่งมองเธอ บอนนี่เงยหน้าขึ้นก่อนจะสูดหายใจและพูด

“จริงๆแล้ว ข้าถูกเก็บมาเลี้ยงน่ะ” บอนนี่พูดขึ้นมา
“ข้าเกิดมาในครอบครัวเล็กๆ พ่อข้าเป็นนักดนตรี ส่วนแม่ข้าเป็นแม่บ้านธรรมดา”
“ชีวิตของข้าก็มีความสุขดีจนกระทั้งวันหนึ่ง พวกอัศวินบุกมาที่หมู่บ้านข้า”
“พวกมันฆ่าพ่อของข้า และข่มขืนแม่ของข้า...พวกมันจะข่มขืนข้าด้วย แต่ว่าท่านเฮนรี่มาช่วยข้าได้ทัน”
“ท่านเฮนรี่ก็เลยรับเลี้ยงข้าในฐานะลูกบุญธรรม และข้าก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ” บอนนี่เล่าให้ฟัง

น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของบอนนี่ช้าๆ ดูเหมือนเธอจะต้องผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก ดูเหมือนการที่เดนนิสเอ่ยปากถามจะทำให้บอนนี่จะต้องนึกถึงความทรงจำอันแสนจะเจ็บปวด เดนนิสสวมกอดร่างของบอนนี่ไว้ ดูเหมือนบอนนี่จะตกใจเหมือนกัน หากทว่าเธอหลับตาลงและกอดร่างของเดนนิสไว้แน่น น้ำตาของเธอนั้นไหลหยดลงมาบนชุดเกราะสีขาวของชาวผมสีทราย

“ข้าขอโทษด้วยที่ข้าต้องทำให้เจ้าต้องนึกถึงเรื่องน่าเจ็บปวดแบบนี้” เดนนิสพูด
“แต่รู้ไหม...หลังจากนั้น ข้าก็เจออัศวินคนหนึ่ง เขาคนนี้ทำให้มุมมองของข้ากับอัศวินเปลี่ยนไปตลอดกาล” บอนนี่พูดพลางมองหน้าของเดนนิส
“คนๆนั้นก็คือเจ้า” หญิงผมสีน้ำตาลพูดพลางยื่นหน้าไปหาเดนนิส

ริมฝีปากของทั้งสองประกบกัน ชายหนุ่มผมสีทรายตกใจ แต่เขาก็ไม่ได้พยายามจะดันเธอออก บอนนี่แยกริมฝีปากของตัวเองออกจากริมฝีปากของเดนนิส ก่อนที่เธอจะวิ่งลงบันไดหายไป ทิ้งไว้ให้เดนนิสนั่งฉงนอยู่คนเดียว ชายหนุ่มในชุดเกราะสีขาวใช้มือของตัวเองจับริมฝีปากของตัวเอง นั่นคือ “จูบแรก” ของเขา

“อัลเลน...เจ้าออกมาได้แล้ว ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้าตามข้า” เดนนิสพูดออกมา

อัลเลนได้ยินก็เดินมาก่อนจะถอดหมวกออกและถอดแว่นออกก่อนจะเดินมานั่งข้างๆเดนนิส

“ข้าจำไม่ได้เลยว่าข้าเคยเจอนางตั้งแต่เมื่อไหร่...ไม่ว่านึกยังไง ข้าก็นึกไม่ออก” ชายหนุ่มผมสีทรายพูดพลางจับดวงตาข้างขวาของตัวเอง
“งั้นหรือ...” อัลเลนตอบกลับมา

=====

ในขณะเดียวกัน แอร่อนก็กำลังเดินลงบันไดลงไป มันเป็นทางเดินแคบๆ เมื่อเขาลงไป เขาก็เห็นกรงเปล่ามากมาย เพียงแค่กรงเดียวเท่านั้นที่มีคนอยู่ มันเป็นชายผมสีดำที่มีใบหน้ามีรอยดำอยู่ เขานอนอยู่บนฝางที่วางปูไว้บนพื้น ในห้องนี้นั้นไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงแสงจากลูกกรงที่ลอดเข้ามาเท่านั้น เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของแอร่อน อาจารย์คนนี้ก็ลุกขึ้นมานั่ง แอร่อนลงไปนั่งกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ ดวงตาของแอร่อนจ้องมองไปที่อาจารย์ของตัวเอง ชายหนุ่มผมขาวอ้าปากก่อนจะพูดขึ้นมา

“อาจารย์...เร็วๆนี้ข้าจะไปบุกนครของพ่อข้า”
“การบุกครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วเยอะ ข้ามีกองทัพที่แข็งแกร่งขึ้น และมีข้าก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย”
“หากทว่ามีอย่างนึงที่ข้าไม่มั่นใจและข้าต้องการความช่วยเหลือของท่าน” ชายผมขาวพูด
“สิ่งนั้นคืออะไรหรือ?” เชนถามด้วยใบหน้าสงสัย

“ท่านพอบอกได้ไหมว่าข้าจะชนะพ่อข้าและนูลได้อย่างไร”


______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 12
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: