Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 13

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 13   Wed Feb 18, 2015 8:13 am

“เก๊ง เก๊ง เก๊ง”

แอร่อนยืนกอดอกดูดาบของเขาถูกตีด้วยค้อนอยู่ รอบๆเขานั้นเป็นห้องอบไปด้วยพลังงานความร้อนที่มาจากเตาไฟ ชายร่างใหญ่ที่ถือค้อนนั้นยังคงตีดาบของแอร่อนต่อไป ร่างกายของเขานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ บนคอของเขานั้นมีผ้าขนหนูสีขาวพาดไว้อยู่ หัวของเขานั้นมีเส้นผมเบาบาง และชายคนนี้ก็มีหูแหลมยื่นออกมาแสดงให้เห็นว่าเขาเองก็เป็นเอลฟ์เช่นเดียวกันกับช่างตีเหล็กคนอื่นๆในห้องนี้ บนกำแพงนั้นเต็มไปด้วยดาบและโล่ ซึ่งเป็นอาวุธที่เตรียมพร้อมไว้สำเร็จการรบครั้งต่อไป ชายร่างใหญ่นี้หยุดตีดาบก่อนจะหยิบดาบมาและจุ่มลงไปในน้ำ ควันนั้นลอยฟุ้งขึ้นมาจากดาบ เขาหยิบดาบขึ้นมาดูอีกครั้ง คมดาบนั้นสะท้อนใบหน้าของผู้ถือ เขายื่นไปให้กับแอร่อน ซึ่งเจ้าของดาบก็รับไว้ แอร่อนเองก็ยกดาบและมองเช่นเดียวกัน รอยกัดกร่อนของดาบนั้นหายไปหมดแล้ว ราวกับว่าดาบนี้เป็นดาบเล่มใหม่ของเขา แอร่อนเก็บดาบเข้าลงไปฝักดาบที่อยู่ข้างหลังเขาก่อนจะก้มโค้งและเดินออกไป

ในขณะที่เขาเดินออกไปนั้นเขาก็เดินผ่านกลุ่มคนที่กำลังมุงอะไรอยู่ เขาหยุดก่อนจะหันไปมอง ทุกคนต่างกำลังมองประกาศที่แอร่อนพึ่งสั่งให้ประกาศเมื่อครู่นี้ มันเป็นประกาศถึงการบุกเมืองหลวงของอาณาจักรฮามินหรืออาณาจักรของเหล่ามนุษย์ เหล่าเอลฟ์ต่างวิจารณ์กันต่างๆนาๆและพูดคุยกัน หากทว่าเสียงพูดนั้นตีกันมั่วไปหมด จนแอร่อนไม่สามารถตีความได้ว่าเอลฟ์เหล่านี้พูดอะไร ชายผมขาวมองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินกลับไปยังปราสาทของเขา เมื่อเขามาถึงหน้าปราสาท เหล่าทหารชาวเอลฟ์ที่ยืนเวรอยู่ก็ก้มโค้งให้กับเขา ก่อนจะเปิดประตูให้ชายผมขาวเข้ามา เมื่อเขาเข้ามานั้นเขาเห็นทหารหลายคนกำลังฝึกอยู่ โดยทหารพวกนี้มีคนฝึกคือเดนนิส เขายืนกอดอกดูการแกว่งดาบของเหล่าทหารชาวเอลฟ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแดริลด้วย แอร่อนยืนมองซักพักก่อนจะเดินเข้าไปในปราสาท

ย่างก้าวแรกที่เขาเข้าไปในปราสาท เขาเห็นองค์ราชินีนั่งอยู่ ข้างกายขององค์ราชินีนั้นมีอัลเลนและดรากูลที่ยืนอยู่ เช่นเคยดรากูลไม่ได้เปิดเผยใบหน้าของเขา ผ้าคลุมสีดำยังคงปกปิดใบหน้าของเขา เบื้องหน้าขององค์ราชินีนั้นมีพสกนิกรอยู่สองสามคนคุกเข่าอยู่ ดูเหมือนพสกนิกรเหล่านี้กำลังจะมาร้องขออะไรบางอย่าง แอร่อนเดินไปข้างๆอัลเลน ก่อนที่จะกระซิบข้างหูของชายหน้าหวานด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

“อัลเลน....คนพวกนี้มาหาองค์ราชินืทำไมหรือ?”
“คนพวกนี้มาขอให้องค์ราชินีพิจารณาเรื่องการบุกอาณาจักรฮามินน่ะ” อัลเลนตอบกลับ

แอร่อนได้ยินแล้วเขาก็รู้ทันทีว่าองค์ราชินีฟลอร่าจะตอบอะไร และถ้าหากองค์ราชินีตอบอย่างที่เขาคิด แผนการแก้แค้นพ่อของเขาก็จะต้องถูกเลื่อนออกไป ลูกชายผู้เต็มไปด้วยความเครียดแค้นพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่สามารถพูดตัดหน้าองค์ราชินีได้ เขาพยายามจะคิดทำอะไรซักอย่าง แต่ดูเหมือนไม่ว่าคิดยังไงเขาก็คิดไม่ออก

“ข้าต้องขออภัยด้วย แต่ข้าคงไม่สามารถทำตามที่พวกท่านขอได้” องค์ราชินีพูดขึ้นมา
“ข้าเข้าใจว่าพวกท่านเป็นห่วงครอบครัวของเจ้า ข้าเองก็เป็นห่วงพวกท่านเช่นเดียวกัน”
“หากทว่าถ้าหากเราสามารถชนะศึกนี้ได้ ข้ามั่นใจว่าอาณาจักรของเราจะสงบและมั่นคงมากกว่าเดิม”
“ดังนั้นข้าคงจะทำตามที่พวกท่านขอไม่ได้ ยังไงข้าก็ต้องขออภัยด้วย”

ฟลอร่าก้มโค้งเพื่อเป็นการแสดงขอโทษ เหล่าประชาชนแห่งเอลิซาเบ็ธเห็นก็ก้มโค้งกลับด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะลุกและเดินจากไป ไม่ใช่แค่เหล่าประชากรที่ฉงน แต่รวมถึงแอร่อนและอัลเลนเหมือนกัน ฟลอร่าหันมาทางแอร่อนและอัลเลนก่อนจะยิ้มให้ ชายผมสีขาวก็ยิ้มกลับ

“แอร่อน เจ้ามานานแล้วหรือยัง?” ฟลอร่าเอ่ยปากถาม
“ข้าพึ่งมา...องค์ราชินี ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะให้คำตอบต่อพสกนิกรเช่นนี้” แอร่อนพูดออกไปตรงๆ
“ข้าเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะให้คำตอบเช่นนี้เหมือนกัน ตอนแรกๆ ข้าคิดว่าข้าจะเลื่อนการบุกของเรา”
“แต่พอข้านึกถึงหน้าของเจ้า ข้าก็ตอบไปอย่างที่เจ้าได้ยินนี่แหละ” ฟลอร่าพูดพลางยิ้มให้

แอร่อนเองก็ยิ้มกลับ ซักพักหนึ่งก็มีประชากรชาวเอลฟ์เดินเข้ามายังโถงอีก ชายหน้าหวานจับแขนเสื้อของแอร่อนก่อนจะดึงแอร่อนเข้าไปยังห้องหลังบัลลังค์ ด้านหลังนั้นเป็นบันได ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากบันได แอร่อนก็งงๆว่าเพราะเหตุใดสหายหน้าหวานของเขาจึงพาเขามายังที่อโคจรแบบนี้

“แอร่อน ข้าขอถามเจ้าหน่อยได้ไหม? ทำไมแผนการบุกของเจ้าถึงเป็นตอนกลางวันล่ะ?” อัลเลนถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ก่อนหน้าเราบุกตอนกลางคืนไปแล้ว และอีกอย่างตอนที่ข้ากบฏพ่อข้า ข้าก็บุกตอนกลางคืน”
“ดังนั้นข้าคิดว่าพวกมันคงไม่คิดว่าเราจะบุกมาตอนกลางวันหรอก” แอร่อนอธิบาย
“งั้นหรือ...แต่ว่าข้าคิดว่าข้ามีแผนที่ดีกว่านี้นะ” ชายหนุ่มหน้าหวานพูดขึ้น

แอร่อนทำหน้าแสดงความสนใจ อัลเลนเริ่มเล่าถึงแผนการที่ดีกว่าให้ฟัง แอร่อนก็พลางพยักหน้าไปด้วย เมื่อเขาเล่าจบนั้น เขาก็มองหน้าของแอร่อนเพื่อรอรับฟังความคิดเห็นของแผนของเขา ชายหนุ่มจากตระกูลดาร์คครอว์จับคางของตัวเองก่อนจะคิดและวิเคราะห์ในแผนการของชายหน้าหวานนี้ เขาลดมือลงก่อนจะพูดกับอัลเลนที่ยืนกอดอกอยู่ตรงข้ามเขา

“ข้าว่าแผนของเจ้าใช้ได้เลยนะ ถ้างั้นเจ้าก็ดำเนินการแผนของเจ้าเลยละกัน” แอร่อนพูด
“ถ้างั้นข้าจะเริ่มแผนของข้าประมาณช่วงก่อนที่พวกเราจะเดินทัพประมาณสามวัน ตามนี้นะ?” อัลเลนเอ่ยขึ้นมา
“ตกลงตามนั้นก็แล้วกัน” ชายผมขาวพยักหน้า

อัลเลนพยักหน้ากลับเช่นเดียวกันก่อนจะเดินออกจากห้องไป แอร่อนเองก็เดินขึ้นบันไดหลังห้องนี้ไป เขาเดินผ่านทางเดินยาว เขาเดินสวนกับไดแอนที่กำลังวิ่งถือตะกร้าผ้าอยู่ ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความรีบร้อน แอร่อนเห็นก็คิดว่า “อีกไม่นาน นางต้องล้มแน่นอน” และก็เป็นอย่างที่แอร่อนคิด เธอสะดุดก่อนจะล้มลงไป ร่างของเธอฟาดกับพื้น พร้อมกับผ้าที่กระจัดกระจายอยู่หน้าเธอ ไดแอนรีบคุกเข่ามานั่งก่อนจะจัดการเก็บผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้น แอร่อนยังคงก้าวเท้าต่อไป เขามาถึงยังห้องนอนของตัวเอง เขาวางดาบลงไปพิงกับกำแพง พร้อมกับถอดเสื้อโค้ทสีเลือดแขวนไว้กับกำแพง แอร่อนทิ้งตัวลงไปบนเตียงอุ่นๆ เขาเอามือวางพาดไว้บนหน้าผากของตัวเอง หัวใจของเขานั้นเต้นรัวไปหมด ในหัวของเขานั้นคิดอะไรตลอดเวลา แม้นี่จะเหลืออีกหลายวันก่อนที่จะถึงวันยกทัพ แต่เขาก็หยุดคิดถึงสงครามที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ไม่ได้เลย ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนก่อนดูเหมือนจะเป็นบาดแผลที่เปิดกว้างสำหรับแอร่อน

=====

ในที่สุดก็ถึงวันออกเดินทัพ เหล่าทหารต่างมายืนเรียงแถวกันเป็นอย่างระเบียบ เดนนิส บอนนี่ และแอร่อนยืนอยู่หน้าทางออกปราสาท พวกเขาต่างมองไปยังทางเดียวกันนั่นก็คือระเบียงของปราสาท ทุกคนต่างรอคอยให้องค์ราชินีเดินออกมา ไม่นานนักฟลอร่าก็ก้าวเท้าออกมา ทุกสายตาต่างมองมาที่องค์ราชินี เธอมองมาที่เหล่าทหารที่พร้อมจะสู้รบเพื่อแผ่นดิน

“ทุกท่าน...ศึกนี้คงเป็นศึกที่สำคัญ ข้าเชื่อว่าศึกนี้จะเปลี่ยนแปลงซึ่งทุกอย่าง”
“ถ้าหากเราชนะ เราจะเปลี่ยนโฉมหน้าของแผ่นดินวอริเนียไปตลอดกาล แผ่นดินของเราจะมั่นคงขึ้น”
“พวกเราจะปลอดภัยขึ้น พวกดาร์คเอลฟ์ก็จะเลิกรุกรานเรา”
“ลูกหลานของเราก็จะอยู่อย่างปลอดภัยไม่ต้องระแวงว่าศัตรูจะบุกมาเมื่อไหร่”
“มันจะเป็นอนาคตที่งดงามมากสำหรับชาวเอลิซาเบ็ธ และข้าก็อยากให้พวกท่านทุกคนเห็นอนาคตนี้”
“ดังนั้นทุกท่าน...กลับมาให้ได้ กลับมาดูอนาคตที่สดใสของพวกเรา”

สิ้นเสียงอันนุ่มนวลของฟลอร่าก็ทำให้เหล่าอัศวินตะโกนด้วยความฮึกเหิม เหล่าทัพแห่งเอลิซาเบ็ธเริ่มเคลื่อนไปทัพยังอาณาจักรฮามิน ด้วยระยะทางกว่าจะถึงก็คงประมาณมะรืนเช้า ซึ่งเป็นไปตามที่แอร่อนวางไว้ เสียงฝีเท้าของชาวเอลฟ์และเสียงอาชาดังกึกก้องไปทั่วแผ่นดิน ตลอดทางเขาผ่านเหล่าเอลฟ์มากมาย ชาวเอลฟ์เหล่านี้ต่างตะโกนอวยพรให้ทหารที่เป็นเผ่าเดียวกันกับตนคว้าชัยชนะ การเดินทางของพวกเขายังเดินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านแล้วผ่านหมู่บ้านเล่า ดวงตะวันเริ่มเคลื่อนไปช้าๆก่อนจะตกดิน เมื่อตะวันลับจากขอบฟ้านั้น เหล่าทหารก็ตั้งค่ายเพื่อพักแรม พวกเขาตัดไม้ก่อนจะปัดเป็นรั้ว พร้อมกับสร้างหอสังเกตการณ์ไว้เช่นเดียวกัน เหล่าทหารต่างหลับใหลเพื่อที่จะเตรียมพร้อมในการเดินทางในวันต่อมา เช่นเดียวกันกับแอร่อนที่นอนอยู่ในเต้นท์

“ศัตรูบุก!! ศัตรูบุก!!” เสียงของทหารที่ยืนสังเกตการณ์ตะโกนขึ้น

เหล่าทหารที่ต่างหลับใหลอยู่รีบลุกขึ้นมาพร้อมกับหยิบอาวุธของตัวเอง พวกเขาวิ่งออกมาจากป้อม พวกเขาเห็นเหล่าทหารจากแดนมนุษย์ที่ถือคบเพลิงมาด้วย เมื่อเหล่ามนุษย์เห็นพวกเอลฟ์ พวกมันก็คำรามก่อนจะวิ่งตรงไปมายังพวกเอลฟ์ แอร่อนรีบดึงดาบออกมาก่อนจะนำทัพเข้าไปปะทะกับศัตรู เหล่าเอลฟ์ตามมาเช่นเดียวกัน การปะทะกันดำเนินอยู่นาน เมื่อการต่อสู้จบลงนั้น ดวงตะวันก็ขึ้นเสียแล้ว แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทำให้เห็นร่างของทหารของทั้งสองฝ่ายนอนกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด บนหน้าของแอร่อนนั้นเต็มไปด้วยคราบเลือด เช่นเดียวกันกับเดนนิสและบอนนี่รวมถึงแดริลที่ต่างหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เหล่าทหารของเอลิซาเบ็ธล้มตายไปมาก และบ้างก็เหนื่อยล้า เดนนิสเดินไปข้างๆแอร่อนที่มองสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพก่อนจะพูดกับเขา

“เอาไงดีแอร่อน...ทหารเราล้าแล้ว จะพักที่นี่ก่อนหรือเราจะถอยกลับไปที่เอลิซาเบ็ธดี?”

แอร่อนยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขากำลังเหม่อลอยหรือเขากำลังใช้ความคิดอยู่ บอนนี่เดินมาข้างๆเดนนิสก่อนจะรอฟังคำตอบของแอร่อนเช่นเดียวกัน เขากัดริมฝีปาก แอร่อนเอ่ยปากสาปแช่งพ่อของตัวเอง เขารู้เลยว่ากองทัพของเหล่ามนุษย์ที่บุกมาที่นี่มีจุดประสงค์มาแค่คร่าชีวิตเหล่าทหารของเอลิซาเบ็ธ แอร่อนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนที่จะหันหลังกลับไปและพูดกับเดนนิสและบอนนี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว

“เราถอยไม่ได้ ถ้าหากเราถอย แผนของอัลเลนจะเสียหมดทันที”
“เราจะบุกต่อไป....เราจะทำให้พวกฮามินจะต้องชดใช้”

เดนนิสกับบอนนี่มองหน้ากัน แม้พวกเขาจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกทั้งสองเดินไปก่อนจะช่วยพยุงเหล่าทหารที่กำลังบาดเจ็บขึ้นมา พร้อมกับตะโกนให้เหล่าทหารที่ลุกขึ้นมาได้ลุกขึ้นมาจากพื้น พวกเขาออกแรงก่อนจะลุกขึ้นมายืน เหล่าทหารแห่งเอลิซาเบ็ธนั้นหลายนายเต็มไปด้วยบาดแผล ส่วนคนที่ลุกขึ้นมาไม่ได้ก็ต้องให้ทหารที่ลุกขึ้นมาได้ช่วยพยุงขึ้นมา แม้พวกเขาจะเจ็บขนาดไหน แต่ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ พวกเขายังคงต้องเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิรบครั้งนี้ เลือดนั้นไหลนอนไปทั่วพื้นดินที่เย็นเฉียบ เขาไม่รู้เลยว่าเลือดเหล่านี้เป็นเลือดของใครบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะในหัวของเขาตอนนี้มีแต่การแก้แค้น

=====

ณ ขณะเดียวกันที่ระเบียง แกเร็ธยืนอยู่ที่เดิม จุดที่เขายืนเป็นประจำ มือของเขานั้นจับไปที่ระเบียงหินที่เย็นเฉียบ ดวงตาของเขายังคงล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายราวกับว่าเขากำลังรอคอยซักคนให้ปรากฏตัวขึ้นมา ไม่นานนัก “นูล” ก็ปรากฏตัวออกมาเช่นเคย เขารายงานสิ่งทีเกิดขึ้นให้ฟัง แผนทุกอย่างที่เขาวางไว้ แผนของเขาคือการส่งทหารส่วนหนึ่งไป เพื่อไปลดจำนวนของทหารของเอลิซาเบ็ธและสร้างความเหนื่อยล้าให้กับผู้บุกรุกกล่าวก็คือคนพวกนี้ก็ทำหน้าที่เหมือนระเบิดพลีชีพนั่นแหละ เมื่อชายชราผู้เป็นพ่อของแอร่อนได้ยินเขาก็ยิ้ม ทุกๆอย่างเป็นไปตามแผนการของเขา นูลเห็นพันธมิตรของตัวเองยิ้มเขาก็ยิ้มเช่นเดียวกัน ชายชราปล่อยมือออกจากระเบียงก่อนที่เขาจะเหวี่ยงมือทั้งสองขึ้นไป เขามองบนท้องฟ้าก่อนจะพูดขึ้นมา

“แอร่อนเอ๋ย...ไม่ว่าเจ้าจะพยายาม ยังไงเจ้าก็ไม่มีทางชนะข้าได้”
“และนี่ก็จะเป็นจุดจบของเจ้า แอร่อน ดาร์คครอว์”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 13
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: