Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 14

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 14   Thu Feb 19, 2015 1:25 pm

กองทัพของเหล่าเอลิซาเบ็ธยังคงมุ่งหน้าต่อไป แม้ใบหน้าของเหล่าทหารจะแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า พวกเขาจะบาดเจ็บขนาดไหนก็ตาม เหล่าเอลฟ์ที่ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ต้องให้สหายคอยพยุงร่างของพวกเขาขึ้นมา เหล่าเอลฟ์ที่ต้องใช้ผ้าพันแผลพันร่างของตัวเองเพื่อปิดปากแผลของตัวเอง ผ้าพันแผลนั้นโชกไปด้วยเลือด เสียงโอดครวญที่ดังอยู่เป็นระยะๆ หากทว่าสภาพเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของชายผมขาวเลยแม้แต่น้อยเขายังคงควบม้าต่อไปโดยไม่สนอะไรเลยแม้แต่น้อย ราวกับเสียงพวกนี้เป็นเสียงนกเสียงกา เดนนิสควบม้าก่อนจะมาอยู่ข้างๆกับแอร่อนที่ตามองตรงไปข้างหน้า

“แอร่อน...ข้าว่าเราหยุดพักก่อนเถิด เจ้าดูสภาพทหารของเราซิ ถ้าหากเรายังคงฝืนสังขารไป ท้ายที่สุดเราก็แพ้อยู่ดี” เดนนิสเสนอ

หากทว่าแอร่อนไม่ได้ตอบอะไร เขาไม่ได้หันหน้ามาเลยด้วยซ้ำ เดนนิสเรียกชื่อของแอร่อนอีกครั้ง หากทว่าปฏิกิริยาของแม่ทัพนั้นก็ยังคงเช่นเดิม ชายผมสีทรายตะโกนเรียกชื่อของเขาอีกครั้ง และผลก็เหมือนเดิน เชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรเอลิซาเบ็ธพูดอีกครั้ง แต่คราวนี้มันต่างจากเดิม เพราะคราวนี้แอร่อนมีปฏิกิริยาตอบรับแต่ไม่ใช่ด้วยคำพูดแต่เป็นด้วยกำปั้น หมัดของแอร่อนนั้นชกเข้าไป แรงกระแทกนั้นทำให้เดนนิสตกลงมาจากหลังม้า แรงกระแทกของเดนนิสนั้นทำให้ฝุ่นลอยไปทั่ว ไม่ทันที่เดนนิสจะลุกขึ้นมาแอร่อนก็ชกอีกหมัด แดริลต้องรีบวิ่งมาก่อนจะแยกแอร่อนออกจากร่างของเดนนิส ชายผมสีทรายลุกมานั่งก่อนจะกุมแก้มของตัวเอง บอนนี่รีบวิ่งมาข้างๆเดนนิสก่อนจะถามอาการพี่ชายขององค์ราชินี ในขณะที่แดริลก็พยายามจะล็อคตัวของแอร่อนไว้

“เจ้าอย่ามาสั่งข้า!! ข้าเป็นแม่ทัพ ข้ามีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเอง เจ้าไม่ต้องมายุ่ง” แอร่อนต่อว่าเดนนิสด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว

เดนนิสลุกขึ้นมาก่อนจะชกเข้าใส่หน้าของแอร่อนคืน แต่แอร่อนไม่ได้ล้ม เพราะแดริลจับตัวเขาไว้อยู่ เดนนิสชกเพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้นก่อนจะชี้หน้าของแอร่อนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความพิโรธ

“เจ้าเป็นบ้าอะไรของเจ้า เจ้าก็น่าจะรู้นี่ว่าตอนนี้ทัพของเราอ่อนล้าขนาดไหน”
“เราไปรบด้วยสภาพนี้ก็มีแต่ตายกับตายเสียเปล่าๆ” เดนนิสต่อว่า

เดนนิสลดมือลงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มกว่าเมื่อครู่นี้

“ข้ารู้นะว่าเจ้าเกลียดพ่อของเจ้าขนาดไหน แต่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้ากับพ่อเจ้า”
“แต่นี่เป็นเรื่องของอาณาจักรฮามินและอาณาจักรเอลิซาเบ็ธ ดังนั้นข้าก็คงให้เจ้าทำอะไรที่จะส่งผลเสียกับพวกเราไม่ได้หรอก”

พูดจบเดนนิสก็หันกลับไปก่อนจะขึ้นม้าของตัวเอง แดริลปล่อยตัวของแอร่อนก่อนที่ชายในหมวกฝางจะเดินกลับเข้าไปในกองทัพของตัวเอง แอร่อนเองก็กลับขึ้นหลังม้าของตัวเอง ทุกๆคนต่างหยุดและรอให้แอร่อนเคลื่อนที่ ชายผมสีขาวหยิบเอาแผนที่ออกมาก่อนจะกางออก ดูเหมือนใกล้ๆจะมีเมืองตั้งอยู่ แอร่อนมองแล้วก็ม้วนแผนที่เก็บและวางไว้ที่เดิม เขาหันไปก่อนจะเห็นเหล่าทหารที่อ่อนแอและบาดเจ็บยืนมองเขาอยู่

“เราจะไปพักกันที่เมืองข้างหน้ากันก่อนหนึ่งวัน แล้ววันพรุ่งนี้เราค่อยเดินทางกันต่อ”
“แค่หนึ่งวันเท่านั้น เข้าใจนะ?” แอร่อนตะโกนบอกเหล่าทหาร

สิ้นเสียงของแอร่อนเขาก็ควบม้านำทัพออกเดินทางไปยังเป้าหมาย ไม่นานนักพวกเขามาถึงยังเมืองใกล้ๆที่อยู่บนแผนที่ มันเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยทั้งมนุษย์และเอลฟ์ที่อาศัยกันอย่างเท่าเทียม ไร้ซึ่งการกดขี่ ไร้ซึ่งความเกลียดชังแบบเมื่อก่อน เหตุทีเป็นเช่นนี้เพราะการที่อาณาจักรเอลิซาเบ็ธยึดครองได้ทำให้เหล่าเอลฟ์กลับมามีอำนาจ แต่เมื่อเหล่าเอลฟ์มีอำนาจเหนือเหล่ามนุษย์แล้วพวกเขาไม่ได้ทำดั่งเช่นมนุษย์ทำ พวกเขาให้อภัยและอาศัยกับเหล่ามนุษย์อย่างมีความสุข เมื่อทัพของแอร่อนมาถึงนั้นเขาก็ตรงไปอธิบายสถานการณ์ให้กับเทศมนตรีฟัง เมื่อเขาอธิบายสถานการณ์ให้เหล่าเทศมนตรีฟังแล้ว เหล่ากองทัพแห่งเอลิซาเบ็ธก็ออกไปตั้งค่ายกันนอกเมือง เหล่าทีมแพทย์ทำงานและร่ายเวทย์เพื่อรักษาเหล่าทหารที่อ่อนล้ากันอย่างจ้าละหวั่น

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องหนึ่งในโรงแรมที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง มันเป็นโรงแรมเล็กๆที่มีสองชั้น หลังคานั้นเป็นสีน้ำตาล ชั้นสองนั้นมีหน้าต่างอยู่ประมาณสี่บาน แต่ละบานนั้นมีระเบียงเล็กๆที่มีกระถางต้นไม้วางจนเต็ม เดนนิสนั่งอยู่บนเตียงในห้องหนึ่ง เขาไม่ได้สวมชุดเกราะ ชุดเกราะของเขาถูกถอดไว้ในค่ายทหารที่ตั้งอยู่นอกเมือง โดยข้างๆเขามีบอนนี่ที่กำลังทำแผลบนแก้มของเดนนิส โดยแผลนี้เกิดจากกำปั้นของแอร่อน เดนนิสนั่งเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรโดยปล่อยให้ราชินีโจรสลัดทำแผลให้ตน ในขณะที่พี่ชายของฟลอร่านั่งอยู่เฉยๆนั้นเขาก็เหลือบมองไปที่มืออีกข้างของนาง เดนนิสรีบคว้ามือของเธอขึ้นมา บอนนี่ที่ถูกคว้ามือขึ้นมาก็ตกใจ เดนนิสมองไปที่หลังมือของเธอที่มีรอยช้ำ

“เจ้าไปโดนอะไรมา?” ชายผมสีทรายเอ่ยปากถาม
“ข้าโดนทุบที่หลังมือเมื่อคืนน่ะ พวกทหารพยายามจะปลดดาบข้า แต่ตอนนี้มันก็กินลูกตะกั่วไปแล้ว” บอนนี่เล่าให้เดนนิสฟัง
“งั้นหรือ...” เดนนิสพูดเบาๆ

เมื่อเดนนิสรู้ตัวเขาก็รีบปล่อยมือของบอนนี่ลง ใบหน้าของเดนนิสนั้นแดงก่ำราวกับมะเขือเทศ บอนนี่เห็นแบบนี้ก็ยื่นหน้าไปก่อนจะประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปบนริมฝีปากของเดนนิสโดยที่อัศวินคนนี้ไม่ได้ตั้งตัว บอนนี่ใช้มือเรียวบางของเธอลูบไปทั่วร่างกายของเดนนิส เธอมองเข้าไปที่ดวงตาสีฟ้าด้วยสายตาอันยั่วยวนของเธอ

“ไม่ลองมามีอะไรกับข้าหน่อยหรือ...ข้าว่าถ้าเจ้าได้ลองซักครั้งเจ้าจะติดใจนะ”

เดนนิสพยายามจะผลักเธอออกไป แต่ด้วยอะไรบางอย่างทำให้เขาไม่เรี่ยวแรงที่จะผลักราชินีโจรสลัดคนนี้ออกไป บอนนี่กดเดนนิสลงไปบนเตียงก่อนที่เธอจะเริ่มใช้ลิ้นของเธอเลียไปที่คอของเดนนิส ชายหนุ่มผมสีทรายพยายามจะดิ้น แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สำเร็จ บอนนี่ยิ้มพร้อมกับเลียริมฝีปากของตัวเอง เธอเริ่มใช้มือของเธอปลดกระดุมของเดนนิสออกทีละเม็ด ทีละเม็ด แต่เดนนิสจับมือของเธอไว้ไม่ให้เธอถอดกระดุมเสื้อของตนจนหมด บอนนี่ทำหน้าเซ็งๆก่อนจะเลื่อนมือลงไปจับข้างล่างแทน

“ถ้าหากเจ้าไม่ให้ข้าถอดข้างบน ข้าถอดข้างล่างก่อนก็ได้” บอนนี่พูดด้วยสายตาที่หื่นกระหาย
“หรือเจ้าอยากจะให้ข้าถอดก่อนล่ะ” หญิงสีน้ำตาลพูดถอดเสื้อโค้ทลงพื้นก่อนจะเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อจะปลดตะขอของตัวเอง

ชายผมสีทรายพูดไม่ถูก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ใบหน้าของเดนนิสนั้นร้อนฉ่า มือไม้ของชายผมสีทรายเกร็งไปหมด อาจจะบอกได้ว่านี่อาจจะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเดนนิสกับเรื่องแบบนี้

“ก๊อกๆ” เสียงขอคนเคาะประตูไม้ดังขึ้น

สิ้นเสียงเคาะประตู ประตูไม้ก็ถูกเปิดขึ้นก่อนที่จะปรากฏเป็นแอร่อน เมื่อแอร่อนเห็นบอนนี่กับเดนนิสกำลังจะทำอะไรบางอย่าง เขาก็เกาหัวก่อนจะพูดขึ้นมา

“เอ่อ ข้าไม่ได้รบกวนอะไรพวกเจ้าใช่ไหม?”

บอนนี่ลุกขึ้นมาก่อนจะก้มเก็บเสื้อโค้ทของตัวเองก่อนจะสวมและเดินออกไป หากทว่าก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้อง เธอหันมาก่อนจะกระพริบตาให้กับเดนนิสและเดินออกไป ชายผมสีทรายถอนหายใจด้วยความโล่งก่อนจะติดกระดุมที่ถูกบอนนี่ปลดออก แอร่อนเดินไปก่อนจะลากเอาเก้าอี้มาไว้ใกล้ๆกับเตียงของเดนนิส ก่อนที่ชายผมขาวจะนั่งลงไป ทั้งคู่เงียบเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เลยทำให้ทั้งสองไม่รู้จะพูดอะไร

“เดนนิส...ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ข้าประพฤติตัวไม่เหมาะสมแบบเมื้อกี้” แอร่อนก้มโค้ง
“ไม่เป็นไร...เมื่อกี้เจ้าช่วยข้าจากบอนนี่ ก็ถือว่าหายกันแล้ว” เดนนิสตอบกลับ

บทสนทนาจบลงแค่นี้ ทั้งคู่เงียบ ไม่มีใครปริปากพูดซักคำ ความเงียบนั้นทำให้ทั้งสองสามารถได้ยินเสียงของบรรยากาศภายนอก เสียงของเหล่าพ่อค้าที่ต่างตะโกนเพื่อเรียกลูกค้าดังขึ้นมา เสียงของล้อเกวียนที่หมุนไปตามถนนหินดังกรุกๆตลอดเวลา เสียงของเด็กที่ตะโกนวิ่งเล่นกันด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

“แอร่อน เจ้าพอจะบอกข้าได้ไหมว่าแผนของอัลเลนคืออะไร? เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย” เดนนิสเปิดประเด็นขึ้นมา
“เจ้าก็มีสิทธิที่จะรู้ซินะ..ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง”

=====

ณ ขณะเดียวกันที่นครหลวง อัลเลนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบของสตรีเดินอยู่ ทุกสายตาบนท้องถนนมองไปที่เขา เพราะคนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต่างหลงไหลในความงามของเขา (แต่ถึงกระนั้นไม่มีใครรู้ว่าอัลเลนเป็นผู้ชาย) เขาเดินย่ำเท้าไปยังร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เขาใช้มืออันเรียวบางของเขาผลักประตูร้าน เมื่อประตูไม้ถูกเปิดนั้น คนในร้านก็ต่างมองมาที่อัลเลน เขาเดินตรงเข้าไปในร้าน ไม่ต่างกับตอนที่เขายืนอยู่บนถนน ทุกๆคนในร้านต่างมองมาที่ชายผมสีเงินคนนี้ ราวกับว่าเขาเป็นดาวที่ล้อมเหล่าบริวาร เขาเดินตรงก่อนจะตรงไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ติดกับเค้าเตอร์ เธอนั่งลง ข้างๆชายหน้าหวานนั้นเป็นเหล่าทหารของอาณาจักรฮามิน ทหารพวกนั้นจ้องเขาตาเป็นมัน อัลเลนใช้เสียงอันเล็กแหลมของเขาสั่งเครื่องดื่มกับเจ้าของร้าน เมื่อเจ้าของร้านได้รับออเดอร์เขาก็หยิบแก้วออกมาก่อนจะรินเครื่องดื่มตามที่ชายคนนี้สั่ง เมื่อเครื่องดื่มนั้นเกือบจะเต็มแก้วแล้ว เขาก็ไหลแก้วไปทางอัลเลน เขารับเครื่องดื่มของเขาไว้ ก่อนจะจิบอย่างช้าๆ เขาวางเครื่องดิ่มลงบนเค้าเตอร์ไม้ก่อนจะพูดกับบาร์เทนเดอร์

“ท่านได้ยินรึเปล่าว่า ตอนนี้กองทัพแห่งเอลิซาเบ็ธกำลังบุกมาที่นี่”

บาร์เทนเดอร์พยักหน้า อัลเลนหยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะพูดต่อพร้อมกับจิบเครื่อมดื่มของตน

“แล้วท่านรู้ไหมว่าใครเป็นคนนำทัพครั้งนี้...แอร่อน ดาร์คครอว์ ลูกชายของท่านแกเร็ธยังไงล่ะ” อัลเลนพูดต่อ
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้าก็คงคิดว่าลูกชายของท่านแกเร็ธก็คงจะเบื่อกับระบบปกครองแบบนี้แล้ว”
“ข้าเชื่อนะว่าถ้าหากใครมีส่วนช่วยให้แอร่อนชนะศึกครั้งนี้ได้ ข้าว่าคนนั้นๆจะต้องเป็นวีรบุรุษแห่งแผ่นดินวอโรเนียแน่ๆ”
“และข้าก็เผอิญชอบวีรบุรุษเสียด้วย” อัลเลนหันไปขยิบตาให้กับเหล่าอัศวิน

เมื่อเหล่าอัศวินเหล่านั้นเห็นหญิงงาม (หรือชายงาม) กระพริบตาให้กับตน หัวใจของพวกเขาก็เต้นไม่เป็นจังหวะ อัลเลนยกดื่มเครื่องดื่มในแก้วจนหมดก่อนจะหยิบเหรียญเงินออกมาจากถุงผ้าของตัวเองและวางไว้บนโต๊ะ เขาเดินออกไปท่ามกลางสายตาของผู้คนอีกครั้ง เหล่าอัศวินเริ่มพูดคุยกันและเริ่มคิดในสิ่งที่คนแปลกหน้าพูด เมื่ออัลเลนก้าวเท้าออกไป เขาก็หยิบแผนที่เมืองขึ้นมาดู บนแผนที่นั้นมีเครื่องหมาย X อยู่เต็มไปหมด และสถานที่ที่มีเครื่องหมายแบบนี้ล้วนแต่เป็นจุดชุมชนของเมืองเกือบทั้งนั้น เขาเก็บแผนที่ก่อนจะเดินไปยังจุดมุ่งหมายต่อไป

ยามวิกาลมาเยือน เหล่าผู้คนต่างหลับใหล ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของแผ่นดิน เช่นเดียวกันกับอัลเลนที่เดินบนถนนที่เงียบเฉียบ วันนี้เขาก็ทำงานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมของเขา หากทว่าทุกๆครั้งที่เขาย่ำเท้าลงบนพื้นหิน เขาก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้เดินอยู่คนเดียว ชายผมสีเงินเหลือบมองไปข้างหลังก่อนจะเห็นใครบางคนเดินตามตัวเองอยู่ เขาเป็นชายร่างยักษ์ที่ดูมีพละกำลังมหาศาล อัลเลนเริ่มเร่งฝีเท้าขึ้น แต่ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่เร่งฝีเท้า แต่ชายร่างใหญ่นี่ก็เร่งฝีเท้าเหมือนกัน อัลเลนรู้ตัวแล้วว่าเขากำลังถูกไล่ล่า เขาเริ่มวิ่งและหนีชายคนนี้ อัลเลนเหลือบเห็นซอยข้างหน้าก่อนจะรีบวิ่งเข้าไป มันเป็นซอยแคบๆที่เชื่อมไปยังถนนอีกเส้น เขาเอาหลังพิงกับกำแพง ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครอีกแล้ว ดูเหมือนเขาจะหนีพ้นแล้ว...

ทว่าเมื่ออัลเลนมองไปข้างๆตัวเองเขาก็เห็นชายร่างยักษ์คนนี้ยืนอยู่ อัลเลนตกใจ ใบหน้าของชายคนนี้เริ่มลอกออกช้าๆ มือของชายคนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทมิฬ ใบหน้าของเขากลายเป็นโครงกระดูก อัลเลนรู้ทันทีว่าเจ้าของใบหน้านี้คือใคร มันคือใบหน้าของเด๊ด ร่างกายของอัลเลนนั้นแข็งทื่อไปหมด เขาขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เด๊ดยกมือที่ถือมีดขึ้น นัยน์ตาของอัลเลนนั้นสะท้อนเห็นคมมีดที่เตรียมจะปักร่างของตัวเอง

“อ๊าาา”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 14
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: