Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 15

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2224
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 15   Tue Feb 24, 2015 12:59 pm

“เรามาถึงแล้ว...” แอร่อนพูดขึ้น

ดวงตาของเขามองไปยังข้างหน้าเบื้องหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยเหล่าทหารเหล่ามนุษย์ที่รอคอยกองทัพจากเอลิซาเบ็ธ ดูเหมือนเหล่ามนุษย์พวกนี้ก็เห็นทัพของเอลิซาเบ็ธแล้วเหมือนกัน แต่พวกเขายังไม่ขยับแต่ยืนตรงและมองมายังทัพของเหล่าเอลฟ์ ดูเหมือนพวกเขาเองก็ยังคงรอดูการเคลื่อนไหวของศัตรู แอร่อนที่นั่งอยู่บนหลังม้า ภาพในหัวของเขานั้นเต็มไปด้วยศึกสงครามเมื่อหลายเดือนก่อน ค่ำคืนแห่งความปราชัย แอร่อนกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่อยากให้ความพ่ายแพ้มาเยือนเขาอีก แร่อนยกดาบขึ้นก่อนจะตะโกน “บุก!!” สิ้นเสียงของเขาเหล่าทหารชาวเอลฟ์ก็วิ่งนำหน้าของชายในชุดแดงไป หากทว่าแม้เหล่าเอลฟ์จะยกพลแล้วแต่เหล่ามนุษย์ก็ไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

เหล่าชนเผ่าหูแหลมวิ่งชนเข้ากับอะไรบางอย่าง เหล่าเอลฟ์เซออกมาเล็กน้อยจากกระแทกครั้งนี้ทำให้เหล่าทหารของอาณาจักรเอลิซาเบ็ธเปิดช่องว่างให้ลูกธนูลอยเข้ามาก่อนจะปักเข้าร่างของชาวเอลฟ์ เหล่ากลุ่มชนที่โดนธนูเสียบเข้าบนร่างก็ล้มลงไปบน เหล่าทหารแถวต่อๆไปก็รีบพุ่งมาอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิม พวกเขาเซออกไปและโดนธนูปักเข้าไป พวกเขาล้มลงไปอีก แอร่อนที่ยืนอยู่เริ่มรู้แล้วว่าข้างหน้ามีอะไรผิดปกติ แอร่อนตะโกนให้กองทัพถอยลงมาก่อน คงไม่มีประโยชน์ถ้าจะเสียทหารโดยไม่จำเป็น เหล่าทหารถอยกลับไปตามคำสั่ง พลธนูยิงไล่หลังไป แต่ธนูนั้นก็ไม่ได้ปักโดนแผ่นหลังของทหารที่กำลังถอยหนี เมื่อเหล่ามนุษย์เห็นเหล่าเอลฟ์เริ่มวิ่งหนี พวกเขาก็เริ่มวิ่งตามพร้อมกับอาวุธในมือ

เหล่าเอลฟ์บางคนหันกลับไปสู้ พวกเขาแกว่งดาบ แม้เหล่าทหารบางคนของเหล่ามนุษย์จะล้มลงไป แต่ด้วยจำนวนที่น้อยกว่าผนวกกับบาดแผลในศึกก่อนหน้านี้ทำให้เหล่าชนเผ่าหูแหลมพวกนี้ไม่สามารถต่อกรกับมนุษย์ได้ พวกเขาล้มลงไปกับพื้น ก่อนจะถูกเหล่ามนุษย์ใช้ดาบปักซ้ำเข้าไปอีกครั้ง เลือดนั้นนองไปบนพื้น เมื่อเหล่าทหารดึงดาบออกมานั้น คมดาบก็เปื้อนไปด้วยเลือดของเหล่าเอลฟ์ เดนนิสและบอนนี่ควบม้ามาก็จะตรงไปยังแอร่อนที่มองสถานการณ์อยู่ เดนนิสรีบกระโดดลงมาจากม้าก่อนจะเดินตรงไปยังชายผมสีขาว

“แอร่อน...ข้างหน้าเราชนอะไรบางอย่าง เจ้าพอรู้ไหมว่าจะเป็นอะไร?” เดนนิสที่ขึ้นไปอยู่แนวหน้าเมื่อครู่นี้วิ่งกลับมา

แอร่อนจับคางซักพักก่อนจะคิด เขานึกถึงความเป็นไปได้ทุกอย่าง ก่อนที่เขาจะนึกออกและลดมือลงมาจากคางของเขา

“เป็นไปได้ว่าแกเร็ธอาจจะร่ายมนต์สะกดของพวกดาร์คเอลฟ์ไว้ทำให้เราเจาะไม่เข้า”
“แล้วเราควรจะทำเช่นไร?” เดนนิสถาม

แอร่อนยืนคิดอยู่ชั่วครู่ จะยกทัพอ้อมทางอื่นก็คงไม่ได้เพราะ ประตูเมืองทางอื่นก็คงถูกจัดระบบแบบนี้เช่นเดียวกัน กล่าวก็คือถ้าหากจะอ้อมไปก็คงจะเจอม่านพลังงานแบบเดียวกัน ถ้าจะรอก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะตอนนี้ทัพของมนุษย์ก็เริ่มบีบเข้ามาช้าๆ เท่าที่เดนนิสเรียนมาวิธีการที่จะทำลายม่านพลังงานมีสามวิธี หนึ่งคือโจมตีไปเรื่อยๆจนกว่าการม่านพลังงานจะถูกทำลาย แต่วิธีนี้คงเป็นวิธีที่นี่โง่เง่าที่สุด เพราะกว่าที่จะทำสำเร็จ เหล่าทหารคงตายหมดเสียก่อน สองคือทำลายสมาธิของผู้ร่ายคาถา แต่คำถามคืออะไรที่จะทำลายสมาธิพวกเขาได้ ซึ่งต่อให้ทำลายสมาธิไปแล้ว พวกเขาก็มีเวลาเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นที่จะบุกทะลวงกองทัพของเหล่ามนุษย์ได้ และอย่างที่สามคือสังหารเหล่าจอมเวทย์ แต่ปัญหาคือใครจะเข้าไปสังหารคนเหล่านั้น แอร่อนจับคางคิดโดยที่เดนนิสยังคงรอฟังอยู่

“เดนนิส เจ้ากับบอนนี่พาทหารส่วนหนึ่งบุกทะลวงเข้าไป ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น เป้าหมายของเข้าคือผ่านประตูเท่านั้น” แอร่อนพูด

เดนนิสกับบอนนี่ได้ยินก็งงๆ แต่ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไร เขาพยักหน้าก่อนจะเริ่มนำทหารส่วนหนึ่งวิ่งตรงเข้าไปยังประตูเมือง เมื่อทั้งสองเริ่มเข้าใกล้ไปยังประตูเมืองและเข้าไปใกล้ม่านพลังงานที่คอยดีดร่างของศัตรูอออกมา แอร่อนที่ยืนอยู่ก็สั่งให้ทหารจุดพลุขึ้นมา ชาวเอลฟ์ได้ยินก็จุดพลุขึ้นไป พลุสีฟ้าพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เหล่าทหารทั้งเอลฟ์และมนุษย์ต่างมองไปที่สัญญาณพลุ หากทว่าพวกเขาก็ต่างดูกันไม่ออกว่าสัญญาณนี้มีไว้ทำไม หากทว่าแม้พลุจะถูกจุดขึ้นแต่เหล่าทหารของเดนนิสและบอนนี่ก็ไม่ได้หยุด เมื่อเหล่ามนุษย์รู้ตัว มันก็ช้าเกินไปเสียแล้ว เหล่ากองทัพของแผ่นดินเอลิซาเบ็ธส่วนหนึ่งหลุดเข้าไปแล้ว

แอร่อนรีบกระโดดขึ้นหลังม้าก่อนจะเตรียมจะนำทัพของเขาบุกไปยังประตูหลัก แอร่อนเหลือบมองไปยังบนกำแพงเมืองเขารอให้ทัพของชายผมสีทรายและราชินีโจรสลัดไปถึงตัว ส่วนในระหว่างนี้เขาก็คุมทัพของเขาให้ไปถึงตัวกำแพงเมือง แอร่อนแกว่งดาบของเขาใส่เหล่ามนุษย์ ดาบนั้นเปิดปากแผลของศัตรูก่อนที่จะทำให้เลือดนั้นไหลออกมาจากหน้าท้อง แอร่อนจัดการยกเท้าก่อนจะดันร่างของศัตรูไปที่พื้น แอร่อนหันกลับมาก่อนจะใช้ดาบแทง ชายผมขาวดึงดาบออกมา เลือดนั้นกระเซ็นออกมาก่อนจะติดมายังใบหน้าของแอร่อน เขาเหลือบมองไปยังบนกำแพงเมือง เขายังเห็นเหล่าดาร์คเอลฟ์ร่ายคาถาอยู่

“เก๊ง!!”

เสียงดาบดังขึ้นมา แอร่อนหันไปตามเสียงก่อนจะเจอแดริลที่รับดาบของศัตรู เขารีบใช้ดาบที่อยู่ในมือฟันเข้าไปที่หน้าท้องของศัตรู ศัตรูของเขาล้มลงไป แดริลลุกขึ้นมาก่อนจะหันมามองชายในชุดสีแดง แอร่อนโค้งเพื่อแสดงการขอบคุณ แดริลพยักหน้าเช่นเดียวกันก่อนจะหันไปใช้ดาบของเขาฟันไปยังศัตรู ทัพของเหล่าเอลิซาเบ็ธเคลื่อนไปอย่างช้าๆ อาจจะเพราะด้วยกำลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความเหนื่อยล้าก็ได้ แอร่อนยังคงเหลือบมองไปยังที่เดิม เขาบ่นเบาๆว่าเมื่อไหร่ “เดนนิสจะไปถึง” หากทว่าไม่นานนัก เขาก็เห็นเหล่าดาร์คเอลฟ์หันหลังกลับไป ก่อนที่เหล่าดาร์คเอลฟ์พวกนั้นจะล้มลง เพราะดาบของเดนนิสและกระสุนปืนของบอนนี่

ม่านกระจกถูกทำลายลง เหล่ามนุษย์เริ่มแตกตื่น เพราะแผนการของเขาถูกทำลาย เหล่าทหารจากเอลิซาเบ็ธคำรามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยกำลังใจก่อนจะเคลื่อนทัพไปยังประตูเมืองช้าๆ แม้พวกเขาจะบาดเจ็บแต่เขาก็ยังออกแรงสู้ต่อไป บนพื้นหญ้าที่ถูกแสงแดดอาบมานั้น เต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณของทหารทั้งสองฝ่าย ไม่นานนักทัพของเอลิซาเบ็ธก็ก้าวผ่านประตูเมือง เมื่อแอร่อนก้าวผ่านประตูเมืองมา เขาก็พบกับอัศวินในชุดเกราะสีขาวและโจรสลัดที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นยืนรอเขาอยู่ มันเป็นเรื่องดีที่แม่ทัพคนสำคัญของเอลิซาเบ็ธยังอยู่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แอร่อนอดเป็นกังวลไม่ได้คือ “สหายหน้าหวาน” ของเขา ตามที่คุยกันก่อนหน้านี้ อัลเลนจะต้องกลับมาร่วมทัพหลังจากที่ทัพของเอลิซาเบ็ธผ่านประตูเมืองมาได้ แต่ถึงตอนนี้ก็ไร้ซึ่งวี่แววของชายผมสีเงิน

“เดนนิส เจ้ากับบอนนี่ไปตามหาอัลเลน ส่วนข้าจะนำทัพเข้าไปยังปราสาทเอง”
“ถ้าหากเจ้าเจออัลเลน แล้วเจ้าก็นำทัพของเจ้ามาสมบทบข้าที่ปราสาท” แอร่อนออกคำสั่ง

เดนนิสพยักหน้าเช่นเดิมก่อนจะออกคำสั่งไปยังทหารของตัวเองพร้อมกับชี้ทิศทางที่เขาจะไป เมื่อเหล่าทหารได้รับคำสั่งพวกเขาก็ออกวิ่งไปยังทิศทางตามที่เดนนิสสั่ง แอร่อนมองเหล่าทหารพวกนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันมองไปยังปราสาทที่ตั้งอยู่กลางเมือง แอร่อนกำหมัดแน่นก่อนจะสั่งทหารให้เคลื่อนทัพไปยังปราสาทที่เต็มไปด้วยความหลังของเขา ทุกๆก้าวที่เขาก้าวไป มันทำให้ร่างของเขาเข้าใกล้กับปราสาทหินนี้เรื่อยๆ ภาพความทรงจำวัยเด็กนั้นย้อนกลับมาเรื่อยๆ ภาพที่เขาต้องทรมานกับการที่เขาต้องถูกลงโทษเมื่อคะแนนสอบของเขาไม่ดี บาดแผลที่อยู่เต็มหลังแผ่นหลังและหัวใจอันบอบบางของเขา

ในที่สุดเขาก็มาถึงยังหน้าปราสาท ไม่ต่างจากที่เขาคิด เบื้องหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยทหารที่รออยู่ พวกเขายังไม่ขยับทั้งนั้น ดวงตาของเหล่าทหารแดนฮามินนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เปลวเพลิงแห่งการต่อสู้ของพวกเขานั้นลุกโชน พวกเขาเองก็ต่างมีเป้าหมายที่จะสู้เพื่อกลับไปหาคนที่เขารัก เช่นเดียวกันกับเหล่าเอลฟ์ พวกเขาเองก็มีเป้าหมายไม่ต่างจากมนุษย์ แม้พวกเขาจะมีชาติพันธุ์ที่ต่างกัน แต่พวกเขาก็ต่างมีเป้าหมายในการต่อสู้เดียวกัน นั่นก็คือการที่มีชีวิตรอด แอร่อนคำรามก่อนจะตรงเข้าไป เหล่ามนุษย์เมื่อเห็นชายในชุดสีเลือดตรงเข้ามา เขาก็เคลื่อนตัวพร้อมกับคำรามเช่นเดียวกัน การปะทะเกิดขึ้น เสียงดาบกระทบกันนั้นดึงกึงก้องไปทั่ว เช่นเดียวกันกับเสียงร้องของเหล่าทหารที่ถูกสังหารดังประกอบกันไป แม้ทหารฝั่งเอลิซาเบ็ธจะน้อยกว่าแต่ดูเหมือนจะกลับกลายเป็นฝั่งของเอลิซาเบ็ธที่ได้เปรียบ ไม่นานนักพวกเขาก็คว้าชัยในศึกนี้ เหล่าศัตรูต่างนอนราบไปกับพื้น ไม่บาดเจ็บก็ตาย แอร่อนหายใจก่อนจะมองไปที่ทหารของเขา ยังมีทหารหลายนายที่ยังยืนได้ หากทว่าเขากวาดสายตาไปก่อนจะเห็นแดริลที่นั่งหลังพิงกับบ้านหลังหนึ่งอยู่ เขาเอามือกุมหน้าท้องของเขา แม้มือของเขาจะปิดแผลของเขาแล้ว แต่เลือดนั้นก็ยังไหลออกมา แอร่อนรีบตรงไป แดริลเห็นแอร่อนวิ่งมาก็เงยหน้าก่อนจะยิ้มให้และพูด

“โทษที...ดูเหมือน นายจะต้องเข้าไปลุยในปราสาทคนเดียวแล้วล่ะ?”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ? เจ้าโดนอะไรมา” แอร่อนถาม
“ข้าไม่ได้ระวังน่ะ เลยโดนแทงกลับมา แต่ไม่เป็นไร ไม่โดนจุดสำคัญอะไรเท่าไหร่” ชายในหมวกฝางพูด
“งั้นหรือ...ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไปพักก่อนละกัน”

ชายผมขาวหันไปก่อนจะตะโกนสั่งให้ทหารสองคนพยุงร่างของแดริลไป เขาเดินไปอย่างช้าๆ แอร่อนรวบรวมทหารที่ยังสู้ได้ที่เหลือก่อนจะมุ่งตรงเข้าไปในปราสาท ภายในนั้นไร้ซึ่งผู้คน ทุกอย่างเงียบสงัด แอร่อนสัมผัสได้ว่าในนี้ต้องมีกับดับแน่ๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะเดินเข้าไปในกับดักที่พ่อของเขาเตรียมไว้ เขาเดินไปยังห้องโถงที่มีระเบียง มันเป็นสถานที่พ่อของเขายืนประจำ เขายืนอยู่หน้าประตู เขาเอื้อมมือช้าๆ ไปจับลูกบิดเตรียมจะเปิดประตู หากทว่าในวินาทีที่เขาจับลูกบิด เขาก็รู้สึกได้ว่ามีพลังงานอะไรบางอย่างลอยตัดหน้าเขา เขารีบหันหลังกลับไปก่อนจะเห็นเหล่าทหารของเขาที่นอนเป็นร่างไร้วิญญาณกับพื้น หน้าท้องของแต่ละคนนั้นถูกเปิดออก ดวงตาของแอร่อนนั้นเบิกโพลนด้วยความสะพรึง ท่ามกลางเหล่าผู้ตายนั้นก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาคือชายผิวสีเทา ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรวยแตกร้าว ดวงตาของเขาเป็นสีเดียวกันกับสีนภา แอร่อนกำดาบแน่น เขารู้ดีว่าชายคนนี้คือใคร

“ไม่ต้องห่วง...ข้าไม่ได้มาสู้กับเจ้า ข้าแค่มาทำให้มั่นใจว่าการต่อสู้ของเจ้ากับท่านแกเร็ธจะไม่มีคนมายุ่ง” นูลพูด

แอร่อนไม่ได้พูดอะไร นูลยิ้มก่อนจะหายไปช้าๆ ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน แอร่อนหันกลับไปก่อนจะเปิดประตูช้าๆ เมื่อเปิดประตูมานั้นเขาก็เห็นพ่อของเขาที่สวมชุดเกราะพร้อม บนแผ่นหลังของเขามีดาบอยู่ มันเป็นดาบเล่มเดิมที่ พ่อของเขาเอาชนะเขาได้เมื่อหลายเดือนก่อน เสียงเท้าของแอร่อนที่เหยียบพื้นกระเบื้องนั้นทำให้พ่อของเขาหันมา ผู้เป็นลูกจ้องดวงตาของพ่อของเขา ผู้บุกรุกสัมผัสได้ถึงแรงกดดันและแรงอาฆาตที่ออกมาจากสายตาของผู้เป็นบิดา มือไม้ของเขานั้นสั่นกลัวไปหมด เขาเริ่มหายใจไม่ค่อยสะดวกเพราะแรงกดดันที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยพ่อของเขา

“ข้าขอชื่นชมในตัวเจ้าจริงๆ แอร่อน” พ่อของเขาพูดขึ้นมา
“เจ้าสามารถเอาตัวรอดจากกบฏได้ และเจ้าก็ยังสามารถยึดเมืองของข้าได้หลายเมือง”
“รวมถึงแผนการที่เจ้าพยายามให้สหายของเจ้าพยายามจะชักชวนทหารของข้าให้ก่อกบฏ”

แอร่อนได้ยินประโยคนี้ก็ทำให้เขาต้องสะพรึง นั่นแปลว่าแกเร็ธรู้ถึงแผนของเขาแล้วงั้นหรือ?

=====

ในขณะเดียวกัน เดนนิสและบอนนี่ที่นำทัพเพื่อตามหาสหายของพวกเขา พวกเขาค้นหาทุกที่ แต่ดูเหมือนพวกเขาจะหาไม่เจอ เมื่อเขาหามาถึงจุดหนึ่งของเมืองเขาก็เจอกลุ่มทหารที่ยืนรอพวกเขาอยู่ เหล่าทัพของเอลิซาเบ็ธหยุด เดนนิสดึงดาบออกมาจากฝักดาบ เช่นเดียวกันกับบอนนี่ที่ถือดาบและหยิบปืนที่เสียบไว้ออกมา เหล่าทหารแห่งอาณาจักรฮามินมองหน้ากันก่อนที่พวกเขาจะปล่อยดาบและยกมือขึ้น ดาบนั้นลอยช้าๆก่อนจะตกลงไปยังพื้น เสียงเหล็กที่ตกกระทบพื้นกับดังอย่างต่อเนื่อง หากทว่าเมื่อดาบทุกเล่มตกทุกพื้นนั้น ร่างของเหล่าทหารฮามินก็ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง พวกเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนที่พวกเขาจะล้มลงไปกับพื้น เมื่อพวกเขาล้มลงไป เปลวเพลิงนั้นก็ถูกดับลง เบื้องหลังของทหารพวกนั้นมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ ชายคนนั้นเป็นชายที่ร่างของเป็นสีดำทั้งร่าง เขาสวมหน้ากากที่เป็นรูปหัวกะโหลก คงพูดได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เดนนิสและบอนนี่เผชิญหน้ากับเด๊ดท่ามกลางดวงตะวัน ข้างหลังของเด๊ดนั้นเต็มไปด้วยร่างเงาของเขา บอนนี่และเดนนิสจ้องไปที่เด๊ด เดนนิสรู้เลยว่าเหล่าทหารที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผานั้นคือทหารที่อัลเลนไปแอบคุยมาด้วย ดูเหมือนเหล่ามนุษย์จะรู้แผนการของเขาดี เดนนิสกับบอนนี่มองไปที่กองทัพของเด๊ด เขาหยิบมีดออกมาก่อนจะพุ่งตรงมาพร้อมกับมีดของเขา โดยเป้าหมายของเด๊ดมีอย่างเดียว คือปลิดชีพพวกเขา

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 15
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: