Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bell of Rebellion : Episode 16

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2219
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bell of Rebellion : Episode 16   Fri Feb 27, 2015 9:36 am

เสียงเหล็กที่ปะทะเข้าหากันนั้นดึงกึงก้องไปทั่วเมือง เดนนิสกวัดแกว่งดาบตัดเงาของเด๊ดที่พยายามเข้าหาตน เมื่อเงาทมิฬถูกคมดาบผ่าไปนั้น มันก็สลายหายไปราวกับมันไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกันกับกระสุนปืนที่ลอยออกมาจากปากกระบอกปืนสีทองของบอนนี่ กระสุนนั้นลอยตัดผ่านร่างของเด๊ด เงานั้นสลายหายไปในอากาศ บอนนี่หันกลับมาก่อนจะเจอเงาของเด๊ดที่ง้างมีด บอนนี่รีบใช้ดาบแทงเข้าไปที่กลางหัวใจของมัน เมื่อคมดาบนั้นแทงทะลุเข้าไป เงาของมันก็สลายไป ไร้ซึ่งคราบเลือด ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง การต่อสู้นั้นดำเนินต่อไป แม้พวกเขาจะฆ่าไปมากเท่าไหร่ แต่ไม่ว่ายังไง พวกมันก็ดูเหมือนมีจำนวนเท่าเดิม ไม่ซิ ต้องพูดว่ามีมากกว่าเดิม เหล่าทหารที่อ่อนล้าแห่งอาณาจักรเอลิซาเบ็ธเริ่มกลายเป็นเหยื่อของนักสังหารเงาผู้นี้ เมื่อรู้ทัพของเหล่าเอลฟ์เริ่มถูกล้อมโดยเงาทมิฬ แผ่นหลังของเดนนิสและบอนนี่ชนติดกัน สายทั้งสองคู่ต่างกวาดไปยังเหล่าศัตรูที่ยืนล้อมพวกเขา

“ไม่ว่ายังไงก็ไม่หมดเลยแฮะ” บอนนี่พูดขึ้นมา
“อ่า...ยิ่งเราข้ามากไปเท่าใด ข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าจำนวนมันมีมากขึ้นเท่านั้น” อัศวินเกราะสีขาวตอบกลับ
“แล้วเราควรทำเช่นไรดี?” สาวโจรสลัดเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“ถ้าเราหาตัวจริงเจอ ทุกอย่างก็น่าจะโอเคนั่นแหละ แต่ปัญหาคือ....”
“ตัวไหนคือตัวจริง” บอนนี่พูดเสริมท้าย

เดนนิสพยักหน้า ทั้งคู่กวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนมันก็เหมือนกันหมด ราวกับหาแกะสีขาวในฝูงแกะสีขาว พวกมันทุกตัวจ้องเหยื่อของมันตาไม่กระพริบ ก่อนที่จะมีเงาของเด๊ดสองสามตัวทะยานออกมาจากฝูงเงา พวกมันพุ่งตรงมาพร้อมกับมีดในมือ ก่อนที่พวกมันทั้งสามจะขว้างมีดออกไปพร้อมๆกัน เดนนิสและบอนนี่ต่างกระโดดหลบออกไป มีดนั้นปักลงไปบนพื้น เมื่อเดนนิสและบอนนี่ออกห่างกัน เหล่าร่างจำแลงของเด๊ดก็ต่างตรงมายังทั้งสอง พวกมันพยายามจะใช้มีดแทงเข้าไปบนร่างของทั้งคู่ แต่ทั้งคู่ใช้อาวุธตัดเงาพวกนั้นก่อนจะกลับมารวมกันใหม่ได้ ทั้งคู่เริ่มหอบด้วยความเหนื่อยล้า เหงื่อเม็ดกลมๆเริ่มผุดออกมาจากผิวหนัง

“ถ้าเป็นแบบนี้เราแพ้แน่ๆ...” เดนนิสพูดพลางมองออกไปยังเหล่าทหารที่กำลังต่อสู้กับเงาตัวอื่นๆ
“เดนนิส ข้ามีไอเดีย...เจ้าสนใจจะลองฟังหน่อยไหม” หญิงผมสีน้ำตาลพูดขึ้นมา
“เจ้าคิดอะไรได้งั้นหรือ?” เดนนิสหันไปถาม
“ข้าสังเกตได้ว่าตัวปลอมนั้นจะไม่หลบการโจมตีของพวกเรา ดังนั้นถ้าหากข้าลุยเข้าไป และข้าฟันตัวไหน และตัวนั้นหลบข้า”
“ตัวนั้นแหละคือตัวจริง…และตอนนั้นข้าจะยิงปืนส่งสัญญาณให้เจ้า” บอนนี่อธิบาย
“แต่แผนการของเจ้าเสี่ยงมากนะ ถ้าหากเจ้าไป เจ้าอาจจะเป็นอันตรายก็ได้”
“ฉะนั้นข้าไปเอง” ชายผมสีทรายพูดพลางเตรียมตรงเข้าไปยังกลุ่มเงา หากทว่าบอนนี่ใช้มือของเธอห้ามไว้
“เจ้าสวมชุดเกราะ เจ้าไม่สามารถขยับตัวได้ตามที่เจ้าต้องการ ได้ดั่งเช่นข้า” ราชินีแห่งท้องทะเลปรามไว้
“ไม่ต้องห่วง ถ้าหากข้ายังไม่ได้นอนกับเจ้า ยังไงข้าก็ยังตายไม่ได้หรอก”

พูดจบบอนนี่ก็วิ่งตรงเข้าไปในฝูงของเด๊ด แม้จะไม่สามารถมองเห็นได้ชัด แต่เดนนิสก็ยังสามารถได้ยินเสียงของเงาที่สูญสลายไปในอากาศอยู่เรื่อยๆ ในที่สุดเสียงปินก็ระเบิดออกมา ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณให้เดนนิสตรงเข้าไปยังจุดนั้น ชายหนุ่มในชุดเกราะสีขาวรีบวิ่งตรงไปยังเสียงปืน ก่อนที่เขาจะเห็นเด๊ดที่ใช้มือของมันปักเข้าไปที่หัวไหล่ของบอนนี่ มือของบอนนี่จับมือของเด๊ดไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่างของมันนั้นขยับไปไหน เดนนิสแกว่งดาบของเขาก่อนจะตัดร่างของเด๊ด เมื่อดาบนั้นกระแทกเข้าไปร่างของเด๊ดนั้นก็ทำให้มันล้มลง บอนนี่ปล่อยมือของตัวเองออก เด๊ดนั้นถอยไปสองสามก้าวก่อนที่ร่างของมันจะสัมผัสลงกับพื้น เมื่อร่างของมันกระแทกกับพื้น เงารอบนั้นก็จางหายไปช้าๆ เหลือเพียงแต่ร่างจริงเท่านั้น เดนนิสเหลือบมองร่างที่มองบนพื้นก่อนจะวิ่งตรงไปยังบอนนี่ที่ดึงมีดออกมาจากหัวไหล่ตัวเอง ก่อนจะโยนมีดไปที่พื้น เธอเอามือกุมหัวไหล่ของตัวเองด้วยความเจ็บปวด เมื่อเดนนิสเข้ามาใกล้ๆงั้นเธอก็แหงนหน้ามองชายผมสีทรายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ

“เจ้าเป็นอะไรไหม?” เดนนิสคุกเข่าลงไปถามอาการของหญิงผมสีน้ำตาล
“ไม่เป็นไร แค่นี้ ทำให้ข้าตายไม่ได้หรอก…ก็อย่างที่ข้าบอก ถ้าหากข้ายังไม่ได้มีอะไรกับเจ้า ข้าตายไม่ได้หรอก”

เดนนิสไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก บอนนี่ที่นั่งอยู่บนพื้นคอนกรีตก็ยิ้มก่อนจะแซวชายที่ตนเองหลงรัก

“เป็นห่วงข้าล่ะซิ”

เดนนิสได้ยินเขาก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะสั่งให้ทหารเริ่มหาตัวอัลเลน ในขณะที่ทหารเริ่มออกหาอัลเลนนั้น เดนนิสก็เหลือบไปมองที่ร่างของเด๊ด เขาก้มลงไปก่อนจะดึงเอาหน้ากากออกมา เมื่อหน้ากากของมันหลุดออกไปนั้น ก็พบแต่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งใบหน้า ไร้ซึ่งโครงกระดูกมีเพียงแต่ความว่างเปล่าเท่านั้นที่อยู่ภายใต้หน้ากากใบนี้ ตีความหมายได้ว่าจริงๆแล้วเด๊ดไม่มีตัวตนหรือนี่ไม่ใช่ร่างจริงของมัน เดนนิสกำหน้ากากของมันก่อนที่หน้ากากของมันจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ชายผมสีทรายรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ร่างจริงของมัน เพราะอย่างที่ดรากูลได้กล่าวไว้ “หน้ากากของเด๊ดนั้นแข็งยิ่งกว่ากระดูกของมังกรเสียอีก”

“ท่านเดนนิสครับ เราเจอตัวท่านอัลเลนแล้ว” ทหารคนหนึ่งวิ่งมารายงานให้เดนนิสฟัง

เดนนิสพยักหน้า เช่นเดียวกันกับบอนนี่ที่ฉีกผ้าคลุมส่วนหนึ่งของตัวเองมาพันปิดแผลตัวเองไว้ ก่อนจะวิ่งตามเดนนิสไป ทั้งคู่มาถึงบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง ทั้งสองเดินเข้าไป ภายในนั้นไร้ซึ่งผู้คน และไร้ซึ่งเครื่องเรือนแต่อย่างใด ทั้งคู่เดินไปยังบันไดไม้ก่อนจะขึ้นไป เมื่อทั้งคู่ขึ้นไปนั้นก็เห็นร่างของอัลเลนที่ถูกเชือกผูกไว้อยู่ ดวงตาของชายผมสีเงินนั้นยังคงเปิดอยู่ เขาไม่สามารถส่งเสียงได้เพราะเขาถูกผ้าปิดปากสีขาวปิดไว้อยู่ เมื่อเขาเห็นสหายของตัวเอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ เดนนิสคุกเข่าลงไปก่อนจะแกะเชือกและแกะผ้าปิดปากออก

“เจ้าไม่เป็นไรนะ อัลเลน?” เดนนิสเอ่ยปากถาม
“ไม่เป็นไร...ข้านึกว่าข้าจะแย่เสียแล้ว ตอนนี้ภายนอกเป็นไงบ้าง?” อัลเลนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า
“เรายังไม่ชนะ แต่ข้าเชื่อว่าแอร่อนต้องชนะได้แน่นอน..” สหายคนสนิทของอัลเลนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

=====

ณ ขณะเดียวกันที่ภายในปราสาท พ่อลูกทั้งสองยังคงต่อสู้กัน ทั้งผนังทั้งพื้นนั้นเต็มไปด้วย รอยขีดข่วนจากดาบ ทั้งสองใช้ดาบปะทะกัน แกเร็ธออกแรงก่อนจะดันแอร่อนไป แอร่อนนั้นลอยไปหลังกระแทกกับกำแพง แกเร็ธยกดาบขึ้นมาก่อนจะแทงเข้าที่ศีรษะของชายผมขาว หากทว่าผู้เป็นลูกหลบได้ ดาบนั้นปักเข้าไปยังกำแพง แอร่อนรีบยกดาบก่อนจะเตรียมฟันเข้าไปยังร่างของแกเร็ธ หากทว่าแกเร็ธเองก็รีบดึงดาบก่อนจะปัดดาบของแอร่อนไป แอร่อนเสียสมดุลแต่เขาก็ตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว เขามองไปรอบๆของพ่อตนเอง ดูเหมือนออร่าสีม่วงนั่นยังไม่ถูกแพร่ออกมา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะพ่อเขาได้

แกเร็ธรีบยกดาบก่อนจะตรงไปยังลูกชายของตัวเอง แอร่อนยกดาบมารับไว้ ผู้เป็นพ่อออกแรงพยายามจะตัดผ่านดาบของแอร่อน แม้เขาจะเป็นชายชราแต่พละกำลังเข้ามากพอที่จะกดแอร่อนลงไปได้ เข่าของแอร่อนนั้นงอลงไป เมื่อแอร่อนงอลงไป ผู้เป็นพ่อก็ง้างหมัดก่อนจะชกเข้าไปเต็มๆหน้า แอร่อนโดนชกไปล้มลงไปนอนกับพื้น แกเร็ธยกดาบขึ้นเตรียมจะสับร่างของแอร่อน หากทว่าแอร่อนกลิ้งหลบไปได้ ดาบนั้นสับลงไปบนพื้น แอร่อนรีบตรงมาพร้อมกับดาบในมือ เขาแกว่งดาบมา หากทว่าแกเร็ธก้มหลบได้ ผู้เป็นพ่อยกเท้าก่อนจะยันลูกชายของเขา แอร่อนที่ถูกยันเซไปยังระเบียงที่พ่อของเขามักจะยืนประจำ เมื่อเขาได้สติเขาก็ถูกพ่อของเขา บีบคอขึ้นมา ก่อนจะยกขึ้นมาเหนือพื้น เท้าของแอร่อนนั้นลอยอยู่กลางอากาศ ชายชราบีบคอของแอร่อน เขาเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก ภาพเริ่มเบลอไปหมด เขาพยายามดิ้น ก่อนที่เขาจะออกแรงใช้เท้าดันพ่อของเขาออก พ่อของเขาถูกดันออกทำให้เท้าของแอร่อนแตะถึงพื้นอีกครั้ง เขารีบหายใจพลางจับคอของเขา แอร่อนลุกขึ้นมาก่อนจะเห็นพ่อของเขายืนอยู่

“ดูเหมือนที่เจ้าจะดิ้นหลุดออกมาได้ เพราะข้ายังไม่ได้ใช้พลังของข้าซินะ” แกเร็ธพูดกับตัวเอง

สิ้นเสียงของเขา เขาก็เริ่มเปล่งเสียงออกมา ออร่าสีม่วงเริ่มปกคลุมร่างกายของชายชรา หากทว่าไม่นานนักแสงสีม่วงก็จางหายไปอย่างช้าๆ ใบหน้าของแกเร็ธนั้นเต็มไปด้วยความตกใจ แอร่อนรีบกุมดาบของเขาก่อนจะวิ่งไปแทงร่างของพ่อของเขา ดาบนั้นแทงทะลุร่างพ่อของเขา แกเร็ธนั้นกระอักเลือด คราบเลือดนั้นลอยไปติดบนใบหน้าของแอร่อน

=====

“จริงๆแล้วมันมีวัตถุดิบที่สามารถดูดซับเวทย์มนต์ของพวกดาร์คเอลฟ์ได้อยู่” อาจารย์ของแอร่อนพูดขึ้นมา

แอร่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามลูกกรงก็ตั้งใจฟัง ว่าแล้วเขาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนจะหยิบสิ่งของที่รูปร่างเหมือนก้อนหินเล็กๆขึ้นๆมา ชายหนุ่มผมขาวได้แต่จ้องด้วยความสงสัย

“มันเป็นอัญมณีที่สามารถดูดซับเวทย์มนต์ดำของนูลได้”

แอร่อนได้ยินแล้วก็ทำสีหน้าที่ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เชนที่นั่งอยู่หลังลูกกรงเห็นสีหน้าของลูกศิษย์ของตัวเองแล้วก็รู้ว่าแอร่อนคิดอะไรอยู่

“แอร่อน ตั้งแต่ที่ข้าเป็นอาจารย์เจ้า ข้าเคยโกหกเจ้ารึเปล่า?” ชายผมดำเอ่ยปากถาม
“ไม่เคย...ข้าแค่ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ท่านยื่นมามันคือก้อนหินรึเปล่า” แอร่อนตอบตรงๆ
“อีกอย่าง ข้าก็ไม่มั่นใจด้วยว่าเพราะเหตุใด เจ้าถึงต้องช่วยข้า” ชายผมขาวพูดต่อ
“ข้าต้องการเห็นลูกศิษย์ของข้าประสบความสำเร็จก็เท่านั้นแหละ” เชนตอบพร้อมกับหลับตาลง

แอร่อนได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไร เขาคว้าอัญมณีที่อยู่ในฝ่ามือของเชน ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

=====

เลือดนั้นหยดลงสู่พื้นห้อง แอร่อนดึงดาบออกมาจากหน้าท้องของแกเร็ธ ชายผมขาวนั้นเซออกไป เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้ หลังของเขานั้นพิงกำแพง ก่อนที่เขาจะลงไปนั่ง คราบเลือดนั้นติดบนกำแพง ดวงตาของเขาเห็นนูลที่ยืนยิ้มพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ร่างของนูลหายไปช้าๆ แกเร็ธพยายามจะเอื้อมมือเพื่อไปคว้าร่างของเขา หากทว่ามันไกลเกินกว่าที่มือของชายชราคนนี้จะเอื้อมถึง ภาพรอบๆนั้นเริ่มมัวไปหมด เขาแหงนหน้ามองลูกชายของเขาที่ยืนมองเขาอยู่ ดาบของเขานั้นมีคราบเลือดของตนติดอยู่ เขาหัวเราะเบาๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ดวงตาของเขาจะปิดลง

”เจ้าชนะข้าแล้ว”

=====

ณ ดินแดนเอลิซาเบ็ธ เหล่าประชาชนต่างกำลังเฉลิมฉลองกับชัยชนะครั้งนี้ เรียกได้ว่ามันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนหน้ากระดาษของอาณาจักรเอลิซาเบ็ธและในหน้าประวัติศาสตร์ของแผ่นดินวอริเนีย ในตอนนี้ดินแดนของมนุษย์ทั้งหมดนั้นล้วนแต่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเหล่าเอลฟ์ ไม่ว่าจะเป็นเดนนิส บอนนี่ แดริล หรือแม้แต่อัลเลน ต่างสนุกสนานไปกับดนตรีและเครื่องดื่มที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ ทุกมุมเมืองเต็มไปด้วยเสียงดนตรีแสะเสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความสุข หากทว่าแอร่อนนั้นยืนอยู่บนระเบียงของราชวัง เขายังคงสวมเสื้อคลุมสีเลือดของเขาอยู่เช่นเดิม เขาเอามือทั้งสองวางพาดไว้บนระเบียงอันเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเห็นเหล่าผู้คนที่กำลังเฉลิมฉลองอยู่ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งเฉย แม้เขาจะชนะ เขาจะแก้แค้นพ่อของเขาสำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความพอใจเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะอะไรกันนะ? แอร่อนเองก็ถามตัวเอง

“แอร่อน..เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือ?” เสียงอันคุ้นหูดังขึ้นมา

แอร่อนหันกลับไปก่อนจะเห็นฟลอร่าที่ยืนข้างๆกับดรากูลอยู่ องค์รักษ์ของฟลอร่านั้นก็ยังถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมสีดำเช่นเดิม เพราะดวงตะวันยังไม่ตกดิน ฟลอร่าเดินมาข้างๆแอร่อนก่อนจะมองลงไปข้างล่าง เธอเห็นทิวทัศน์เดียวกันกับที่ชายผมขาวคนนี้เห็น แอร่อนหันกลับไปมองสิ่งที่องค์ราชินีมองเช่นเดียวกัน ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนี้ แม้เสียงเบื้องล่างจะดังเท่าไหร่ แต่ในจุดนี้นั้นกลับเงียบราวกับไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ฟลอร่าหันไปหาดรากูลก่อนจะพยักหน้าให้ เมื่อดรากูลเห็นสัญญาณก็พยักหน้ากลับก่อนที่เขาจะหายไปอย่างลึกลับ

“ข้าต้องขอบคุณ เจ้าจริงๆที่ช่วยให้เอลิซาเบ็ธมีวันนี้ได้” ฟลอร่ากล่าวขึ้นมา
“ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก...ข้าก็แค่ทำไปเพราะความเกลียดชังที่อยู่ในหัวใจข้า” แอร่อนกล่าว
“งั้นหรือ แต่ถึงกระนั้นเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เจ้าทำนั้น เปลี่ยนแปลงแผ่นดินนี้ขนาดไหน” องค์ราชินีพูดพลางจับเส้นผมของเธอ
“แล้วหลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรต่อหรือ? เจ้าจะกลับไปปกครองแผ่นดินของแดนมนุษย์ใช่หรือไม่?” หญิงสาวผมสีทรายถามต่อ
“เอ่อ ข้ากำลังคิดว่า ข้าจะอยู่ที่นี่ต่อไป เพราะข้าอยู่ที่นี่แล้ว ข้ามีความสุขเหลือเกิน”
“โดยเฉพาะเวลาอยู่กับท่าน” แอร่อนพูดพลางเกาแก้มด้วยความเขินอาย

ฟลอร่าได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มก่อนจะหันมาตอบกลับแอร่อน

“ข้าเองก็เช่นกัน”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bell of Rebellion : Episode 16
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: