Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Bokutoko : Day 3

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ฟ้ามืด
Mid Card
Mid Card


จำนวนข้อความ : 484
Join date : 30/04/2013
Age : 23
ที่อยู่ : μ's

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Bokutoko : Day 3   Fri Jul 31, 2015 7:20 pm

นับตั้งแต่ที่ผมกลายเป็นผู้หญิงมา ยังไม่ทันถึงวันแท้ๆแต่กลับมีเรื่องเข้ามาไม่หยุดหย่อน

และเรื่องที่ผมกำลังเผชิญในตอนนี้ท่าทางจะเรื่องใหญ่มาก

ผมเผชิญหน้ากับเจ้าพวกที่ไล่กระทืบผมเมื่อวานอีกครั้ง ได้ใส่เกียร์หมาอีกรอบล่ะทีนี้ ดีหน่อยที่ว่ารอบนี้ไม่มีใครถืออาวุธมาด้วย

“เฮ้ย! ไม่ใช่มันนี่หว่า”

ขณะที่ผมเตรียมจะออกวิ่ง จู่ๆคนที่ดูเหมือนหัวหน้าของพวกมันก็พูดขึ้น

“ยัยนี่มันผู้หญิงนี่”

หา??

หัวหน้าของพวกมันย่างสามขุมเข้ามา พร้อมๆกับลูกน้องที่เดินตามก้นต้อยๆอย่างพร้อมเพรียงอย่างกับบอยแบนด์ ผมพยายามถอยไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ แต่ผมก็หยุดฝีเท้าโดยอัตโนมัติเมื่อมันเข้ามาประชิดตัว

“ลูกพี่แน่ใจหรอ?”
“เออสิวะ ดูดีๆดิ ผู้หญิงชัดๆ รูปร่างแบบนี้ ถึงหน้าจะคล้ายๆก็เถอะ”
“อืม... จริงด้วยแฮะ”

เมื่อหัวหน้าของพวกมันพูด เหล่าลูกกระจ๊อกก็ต่างเออออตามไปด้วยแบบไม่ขัดข้อง หรือบางทีอาจจะไม่กล้าขัดก็ได้

ผมยังดูเหมือนผู้หญิงอยู่งั้นหรอ? สรุปแค่พันผ้าเอาไว้ก็ยังเอาไม่อยู่จริงๆหรือนี่ แต่ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็ไม่มีใครสังเกตนี่นา

อืม... แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ ผมต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ในเมื่อพวกมันเข้าใจผิดก็แกล้งเนียนไปละกัน

“ทะ... ทักคนผิดใช่ไหมค้า~ งั้นฉะ... ฉันไปก่อนนะ”

เมื่อพูดจบผมแทบจะร้อง แหวะ ออกมาในจินตนาการ นี่ตรูพูดอะไรแบบนั้นออกไปได้ไงฟะเนี่ย... แถมยังดูดัดจริตสุดๆ แต่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้ทำอะไรก็ยอมฟะ

ว่าแล้วผมก็รีบกลับหลังหันแล้วจ้ำอ้าวออกไปจากที่ตรงนี้ให้เร็วที่สุด

แต่แล้วผมก็รู้สึกได้ถึงอุ้งมืออันแข็งแรงที่คว้าไหล่ของผมแล้วกระชากให้หันกลับไปทางเดิม

ตัวผมแทบจะปลิวเลยทีเดียว... แรงเยอะชะมัด ไม่สิ น่าจะเพราะร่างกายผมที่เป็นผู้หญิงคงบอบบางกว่าปกติมากกว่า

“เดี๋ยว... หน้าเธอน่ะคล้ายไอ้หมอนั่นมาก มันมาอัดหนึ่งในพวกของเรา เธอต้องเป็นน้องสาวของมันแน่ๆใช่ไหม? บอกมาซะว่าไอ้บ้านั่นอยู่ไหน?”
“ดะ... เดี๋ยวสิ! พูดเรื่องอะไรกัน...”
“หน้าตัวเมียชัดๆ! ให้น้องสาวใส่ชุดนักเรียนชายสวมรอยเป็นตัวเองให้พวกเราเข้าใจผิดแน่ๆ”

เฮ้ยๆ ไปกันใหญ่แล้ว คนที่เอ็งพูดถึงก็ตรูนี่แหละ... แล้วว่าใครหน้าตัวเมียฟะ!?

อย่างที่เคยกล่าวไว้ แม้ร่างกายของผมจะเป็นผู้หญิงแต่หน้าตาของผมยังคงเหมือนเดิม จะถูกมองว่าเป็นพี่สาวหรือน้องสาวของชายที่ชื่อว่าซากุราอิ อิคุสะ บางทีก็คงไม่แปลกอะไรนัก

แต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้มันไม่ดีแน่ๆ...

“จะบอกหรือไม่บอก!”

มือของมันที่จับหัวไหล่ผมอยู่เริ่มบีบแรงจนผมเผลอร้องออกมาเพื่อที่จะเค้นความจริงจากผมให้ได้ แต่จะให้ผมตอบยังไงในเมื่อคนที่พวกมันตามหาก็คือตัวผมเองนี่แหละ ถ้าให้บอกไปตรงๆว่ากินยาประหลาดเลยกลายเป็นผู้หญิงในสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครเชื่อ หรือต่อให้เจือกเชื่อขึ้นมาก็โดนกระทืบไส้แตกพอดี  และผมก็ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะมาเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

แน่นอนว่าพวกมันก็คงไม่มีอารมณ์มานั่งฟังผมเล่าเรื่องด้วย

แต่แล้วจู่ๆหัวหน้าของพวกมันที่อยู่ตรงหน้าของผมก็แสยะยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย

“ดูดีๆแล้ว ถึงหน้าจะคล้ายไอ้หมอนั่นแต่ก็น่ารักไม่เบาเลยนะ”

โดยไม่ทันตั้งตัว หัวหน้าของพวกมันผลักผมไปติดกับกำแพงที่อยู่ใกล้ๆจนผมร้องเสียงหลง

“หึ... ในเมื่อใช้น้องสาวตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ถ้างั้นก็มาเล่นสนุกกับยัยนี่ซะเลยแล้วกัน”

ผมรู้ชะตากรรมของตัวเองทันทีว่าจะโดนอะไรต่อไป ปกติผมเคยเห็นแต่ในข่าวที่เหยื่อสาวถูกพวกโรคจิตใจหมาลวนลามทางเพศ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอเรื่องพวกนี้เองกับตัว

ชีวิตของผู้หญิงมันเสี่ยงอันตรายขนาดนี้เชียวหรือ?

ตะโกนร้องให้ช่วยดีไหม... หรือจะซัดพวกมันเรียงตัว... ไม่ได้สิ ร่างกายที่เป็นผู้หญิงของผมคงสู้แรงพวกมันไม่ได้แน่ๆ ถึงคราวนี้พวกมันจะไม่ได้ถืออาวุธมาด้วยก็ตาม

สัตว์นรกพวกนั้นช่วยกันกระชากเสื้อนอกของผมจนหลุดออก แล้วพยายามดึงเสื้อเชิ้ตของผมจนกระดุมขาด เผยให้เห็นผ้าที่พันหน้าอกของผมไว้อย่างแน่นหนา

“โห... มีพันผ้าไว้ที่หน้าอกด้วยแฮะ กะให้เนียนสุดๆเลยว่างั้น แต่เกะกะชะมัดเลยน้า”

เมื่อหนึ่งในพวกมันพูดจบก็กระชากผ้าที่พันหน้าอกของผมออกทันที ผลไม้สองลูกที่ถูกพันธนาการอยู่นานออกมาสัมผัสกับโลกภายนอก ราวกับนักโทษที่ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระยังไงยังงั้น

“ใหญ่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย”

เจ้าเดนนรกตัวหัวหน้าไม่รอช้าใช้มือทั้งสองข้างคว้าก้อนเนื้อส่วนเกินของผมอย่างหื่นกระหาย แม้ความรู้สึกที่ถูกสัมผัสจะเหมือนกับตอนที่หมอทาจิบานะเคยทำแบบนี้กับผม แต่ครั้งนี้มันมีความรู้สึกขยะแขยงปนมาด้วย สายตาของเจ้าพวกสมุนซาตานที่ยืนอยู่ด้านหลังของมันมองไปที่หน้าอกของผมอย่างไม่วางตาราวกับอยากจะขยำขยี้มันเต็มแก่

ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย พร้อมน้ำตาที่เริ่มออกมาคลอเบ้า เสียงที่ผมร้องออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ ต้องเรียกว่าแม้แต่ผมเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมร้องอะไรออกไป สมองมันว่างเปล่าไปหมด ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดออกมาหลายอย่าง แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ สติผมใกล้จะหลุดลอย ผมเหมือนเป็นตุ๊กตามีชีวิตที่ให้พวกสัตว์นรกมันย่ำยีสนองกามารมณ์

มีความคิดเพียงอย่างเดียวที่แทรกเข้ามาภายในหัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ...

ใครก็ได้ช่วยด้วย!!

“พวกพี่ชาย ทำอะไรกันอยู่น่ะครับ?”

เสียงนั้นทำให้สติของผมกลับคืนมา เจ้าสัตว์นรกรีบผละมือออกจากหน้าอกของผมพร้อมหันไปทางต้นเสียง เช่นเดียวกับพวกสมุนของมัน ผมใช้แขนทั้งสองข้างของตัวเองโอบรัดหน้าอกเอาไว้โดยอัตโนมัติ ท่าทางแบบนั้นไม่ใช่ท่าทางของผู้ชายเลยสักนิด ผมเริ่มจะแน่ใจแล้วว่าความคิดส่วนหนึ่งของผมน่าจะเริ่มกลายเป็นผู้หญิงตามร่างกายไปด้วยถึงทำไปแบบนั้น

“ยุ่งอะไรด้วยวะ ถ้าอยากทำกับยัยนี่บ้างก็ต่อแถว”

หนึ่งในสัตว์นรกพูด มันพูดเหมือนผมเป็นสิ่งของอย่างนึงเลย

“ไม่หรอกครับ เกรงใจ”

ผมได้เห็นหน้าของผู้ที่ตอนนี้จะเรียกว่าเป็น ‘ฮีโร่’ ก็คงไม่ผิดอะไรนัก เป็นหนุ่มผมสีน้ำตาลรูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดนักเรียน แต่ท่าทางน่าจะอายุมากกว่าผม

“งั้นก็อย่ามายุ่ง”
“คงไม่ได้หรอกนะครับ”
“ทำไม?”
“ก็สิ่งที่พวกพี่ชายทำเนี่ย ดูท่าว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะครับ”

คำพูดของหนุ่มผมน้ำตาลท่าทางจะทำให้พวกสัตว์นรกฉุนมิใช่น้อย

“พูดแบบนี้อยากโดนอัดหรือไง?”

แน่นอนว่าคนอย่างพวกมันต้องเลือกใช้กำลังในการแก้ปัญหาเสมอ จะว่าไปผมก็เป็นเหมือนกันนี่หว่า... แต่การใช้กำลังของผมนั้นมีเหตุผลเสมอ

ผมรู้เลยว่าหนุ่มผมน้ำตาลคนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ในสภาพของผมตอนนี้คงช่วยอะไรไม่ได้

“ใช้กำลังในการตัดสินปัญหา ไม่แมนเลยนะครับ เหมือนพวกไม่มีสมองมากกว่า”

เหมือนฆ่าตัวตายชัดๆ เจ้าหมอนั่นยั่วโมโหพวกมันและดูท่าจะยั่วขึ้นเสียด้วย พวกมันแทบจะเลิกสนใจผมไปเลย ผมเห็นแต่ละคนอยากจะฝากรอยเท้าไว้ที่หน้าของคนที่พูดเต็มแก่ ถ้ากล้าพูดขนาดนั้นน่าจะมั่นใจพอสมควรว่าตัวเองสู้ไหว

“กล้านักนะที่มาพูดแบบนี้ รู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร”
“รู้สิครับ... พวกพี่ชายก็เป็นอาชญากรที่กำลังจะได้ลงข่าวหน้าหนึ่งไง”
“แกว่าไงนะ?”
“คลิปวิดีโอที่พวกพี่ชายกำลังกระทำมิดีมิร้ายกับสาวน้อยในทางเปลี่ยว เห็นทั้งหน้า เห็นทั้งเครื่องแบบนักเรียน ถ้าได้ลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คละก็คงรู้นะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น คิดดูสิครับ คุณพ่อคุณแม่ของพวกพี่ชายจะเสียใจแค่ไหนที่มีลูกเป็นอาชญากร แถมอนาคตก็จะดับวูบไปในชั่วพริบตาเลยนะ”
“แก...”

ผมเห็นพวกเวรนั่นกำหมัดแน่น คงอยากจะตั๊นหน้าคนที่อยู่ตรงหน้าเต็มแก่ แต่ผู้พูดกลับมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ดูเขาไม่เกรงกลัวฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด  แถมยังถือสมาร์ทโฟนในมือบ่งบอกว่าที่พูดนั่นไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ

ว่าแต่ทำไมเจ้าหมอนั่นถึงเรียกผมว่าสาวน้อย... อ่อจริงสิ ตอนนี้ผมโดนกระชากเสื้อจนเห็นหน้าอกหมดแล้ว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะชุดนักเรียนที่เจ้านั่นใส่ไม่ใช่เครื่องแบบโรงเรียนผม

“ถึงพวกพี่ชายจะอัดผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ เผลอๆจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกายอีกหนึ่งกระทง คิดดูดีๆนะครับ ถ้าพวกพี่ๆหยุดและจากไปแต่โดยดี จะไม่มีใครเสียหายนะครับ”

คำพูดฟังดูเรียบๆแต่มีอิทธิพลบางอย่างที่ทำให้พวกเวรนั่นดูเกรงๆเล็กน้อย หัวหน้าของพวกมันกัดฟันกรอด มันเหลือบมามองผมนิดหน่อยทำเอาผมสะดุ้ง แม้จะเห็นสายตาของมันเพียงแวบเดียวแต่ผมพอรู้ความหมายของสายตานั่น ว่าถ้ามันเจอผมอีกรอบล่ะก็คงไม่ปล่อยผมไว้แน่...

อะไรกัน... ทำไมผมถึงกลัวสายตานั่นจนตัวสั่น ผู้ชายน่ากลัวได้ขนาดนี้เชียวหรือ!? ทั้งๆที่ตอนเป็นผู้ชายผมเผชิญหน้ากับพวกเวรนั่นได้อย่างไม่เกรงกลัวเลยแท้ๆ

“ฝากไว้ก่อนเถอะ...”

จากนั้นพวกเดนนรกก็จากไปพร้อมฝากคำพูดเหมือนพวกตัวร้ายที่พ่ายแพ้ต่อพระเอกในมังงะ ผู้มีพระคุณของผมโบกมือพร้อมตะโกนว่า “โชคดีนะครับพี่ๆ” ฟังดูกวนประสาทใช่เล่น ผมพยายามกลัดกระดุมเสื้อที่พอเหลืออยู่เพื่อปกปิดท่อนบนอันเปลือยเปล่า แต่แล้วก็มีเสื้อนอกตัวใหญ่ลงมาคลุมไหล่ของผม

“ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหมครับ?”

ผมเงยหน้าขึ้น ฮีโร่ที่ช่วยเหลือผมไว้สูงกว่าผมสักประมาณสองนิ้วได้ เสื้อนอกนักเรียนที่เขาใส่อยู่หายไป แสดงว่าเสื้อที่คลุมร่างผมอยู่คงจะเป็นของเขา

“แย่จังเลยนะครับ ที่มาเจอคนไม่ดีพวกนั้น ผู้หญิงมาเดินทางเปลี่ยวๆแบบนี้มันอันตรายนะครับ เอ๊ะ... เธอใส่ชุดนักเรียนชายนี่นา”

ผมอ้ำๆอึ้งๆ จะให้เริ่มอธิบายตั้งแต่ตรงไหนดีล่ะ บางทีคงจะถูกขำตั้งแต่ตกตึกไม่ตายแล้วล่ะมั้ง

“อ๋อ... ใส่ไว้เพื่อป้องกันตัวสินะครับ ถ้าใส่ชุดนักเรียนหญิงกระโปรงสั้นๆมันดูล่อตาล่อใจได้ง่าย แต่ขนาดใส่ชุดผู้ชายยังโดนเลย เธอนี่โชคร้ายจริงๆ”

ไม่มีส่วนถูกเลยสักนิด... แต่ก็ช่างเถอะ

“ว่าแต่ เธอชื่ออะไร? เรียนที่ไหน? บ้านอยู่ไหน? ให้ไปส่งไหมครับ”
“อะ... เอ่อ”

ผมโดนยิงคำถามใส่รัวๆ จนไม่รู้ว่าจะตอบคำถามไหนก่อน แต่คนถามเหมือนจะรู้ตัวเลยกระแอมเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นมาใหม่

“ขอโทษที่เสียมารยาท ผมต้องแนะนำตัวก่อนสินะ ผมชื่อชิโมจิ โช เรียน ม.ปลายปีสาม แล้วเธอล่ะ?”

เรียนปีสาม อายุมากกว่าผมจริงๆด้วย ผมมองหน้าเขาที่รอคำตอบจากผมอย่างตั้งใจ แต่จะให้ผมบอกชื่อไปจริงๆหรอ? หรือจะโกหกไปดี? เพราะถ้าบอกชื่อจริงไปก็กลัวว่าจะวุ่นวายหนักกว่าเก่า เพราะคนที่ชื่อซากุราอิ อิคุสะ ในระแวกนี้คงมีแต่ผมนี่แหละ ถ้าเกิดเขาดันไปค้นหาข้อมูลแล้วเจอชื่อผมในโรงเรียนชิบาซากิจะทำยังไงล่ะ? เขาก็ต้องสงสัยว่าทำไมผู้หญิงมาเรียนโรงเรียนชายล้วน แล้วก็ต้องมาสืบจนความลับผมแดงขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไงดี?

แล้วผมก็ตัดสินใจได้ว่าควรจะทำยังไงถึงแม้จะไม่ค่อยอยากทำนักก็ตาม

“ขะ... ขอโทษนะ!!”
“ชื่อโกเม็น*หรอ? ชื่อแปลกดีนะ... เฮ้เดี๋ยว!!”

สุดท้ายผมก็ตัดสินใจวิ่งหนีไปทันที เพราะในใจคิดว่าคงไม่น่าจะเจอหมอนี่เป็นครั้งที่สองหรอกนะ แม้จะได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังมาผมก็ไม่หันหลังกลับ ต้องขอโทษจริงๆนะ อุตส่าห์ช่วยผมไว้แท้ๆ แต่ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ

----------------------------------------------------

หลังจากที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนถึงหอพักจนได้ ผมหายใจหอบ พลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก หวังว่าความวุ่นวายในวันนี้คงจบลงแล้วนะ

ผมจับเสื้อนอกที่คลุมตัวอยู่ให้เข้าที่ เอ๊ะ... เสื้อของคนที่ช่วยผมไว้นี่หว่า ผมรีบร้อนจนลืมเรื่องนี้ไป จะโยนทิ้งก็กระไรอยู่ เก็บๆไว้แล้วกัน

แต่ผมจะพยายามไม่คิดว่า ‘ถ้าเจออีกรอบค่อยคืน’ เพราะผมขอปฏิญาณตนไว้เลยว่าจะพยายามไม่ไปเจอกับเจ้าของเสื้อนอกตัวนี้อีกเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่เพราะผมรังเกียจอะไรเขาหรอกนะ แต่ผมไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้

ผมมองหอพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

เป็นหอพักชั้นเดียวขนาด 1LDK** เหมาะสำหรับตัวคนเดียวอย่างผมเอามากๆ ราคาก็ถือว่าถูก ความจริงก็แอบหวั่นๆว่าจะมีของแถมอย่างพวกผีหลอกวิญญาณหลอนอะไรแบบนี้หรือเปล่า เหมือนที่รายการสยองขวัญยามดึกชอบเอามาเล่า ว่าห้องพักที่เอามาขายถูกๆก็เพราะมีประวัติ แต่เท่าที่อยู่มาก็ไม่เคยเจออะไรผิดปกติ

ผมหยุดชะงักในขณะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปในหอ เมื่อเห็นกล่องพัสดุวางอยู่หน้าประตู ผมลองหยิบขึ้นมาดู บนกล่องไม่มีอะไรเขียนเอาไว้เลย ไม่ว่าจะชื่อผู้ส่งหรือผู้รับ ส่งผิดงั้นหรือ?

ยังไม่ทันที่จะได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ของพัสดุดังกล่าว เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู บนหน้าจอเป็นเบอร์ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในเครื่อง ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกดรับสาย

“อะ... อ่า ฮัลโหล นี่หมอทาจิบานะเองนะคะ”

หืม? คุณหมอหรอ? เอาเบอร์ผมมาจากไหนเนี่ย?

“ขอโทษทีนะคะที่ทำให้ตกใจ ฉันได้เบอร์มาจากกระเป๋าสตางค์ของเธอตอนรักษาตัวน่ะ เห็นกระดาษที่มีชื่อกับเบอร์ของเธออยู่ ขอโทษที่ถือวิสาสะนะ”

คุณหมอคลายความสงสัยในใจของผมราวกับอ่านใจออก ส่วนเหตุผลที่มีเบอร์มือถือของผมอยู่ในกระเป๋าสตางค์ตัวเองนั้น ไว้มีโอกาสผมจะบอกเหตุผลให้ฟังทีหลัง

“ได้พัสดุหรือยังคะ ฉันเป็นคนส่งไปเองแหละ คือฉันได้ที่อยู่มาจากบัตรที่อยู่ในกระเป๋าเธอเหมือนกันน่ะ ขอโทษที่ถือวิสาสะอีกครั้งนะคะ”
“อะ... เอ่อ ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ กล่องนี้สินะครับ ที่ไม่มีชื่อติดอยู่”

ผมพูดพลางเปิดประตูหอพักเข้าไปพร้อมกล่องพัสดุ ระหว่างที่คุยโทรศัพท์กับคุณหมอผมก็ถอดรองเท้านักเรียนออกแล้วเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้ววางกล่องพัสดุไว้บนโต๊ะ

“ในนั้นเป็นเสื้อชั้นในที่ฉันทำออกมาเป็นพิเศษสำหรับเธอโดยเฉพาะ มันจะช่วยปกปิดหน้าอกได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญไม่ทำให้อึดอัดแน่นอน ฉันทดลองดูแล้ว”
“หา? เสื้อชั้นในหรอครับ!?”
“ถ้าใส่ไม่เป็นโทรหาฉันได้ทุกเมื่อที่เบอร์นี้นะคะ แต่ตอนนี้ฉันขอตัวไปวิจัยยาเพิ่มเติมก่อน”
“อ๊ะเดี๋ยว...”

คุณหมอวางสายไปซะแล้ว เสื้อชั้นในผู้หญิงหรอ? นี่ผมต้องใส่ของแบบนั้นจริงๆหรือนี่ ทำไมคุณหมอไม่ทำยาที่ให้หน้าอกมันยุบชั่วคราวอะไรแบบนี้กันนะ แต่จะว่าไป คุณหมอก็ต้องหาทางผลิตยาที่ช่วยทำให้ผมเป็นเหมือนเดิมอยู่ด้วยนี่นา คงไม่ว่างทำแบบนั้นหรอก

ผมค่อยๆแกะกล่องพัสดุออกมา ข้างในเป็นเสื้อชั้นในอย่างที่คุณหมอว่าไว้ ดูแล้วก็เหมือนเสื้อชั้นในผู้หญิงธรรมดา มีหลายตัวและหลายสี ผมลองหยิบตัวสีชมพูขึ้นมาดู ผมเอามันมาทาบหน้าอกโดยไม่รู้ตัว ผมชักจะทำตัวสมหญิงเข้าไปทุกที

เอาเถอะ ไหนๆแล้ว ลองใส่เลยดีกว่า

ผมถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก กระดุมเสื้อหลุดไปหลายเม็ดเพราะโดนกระชากตอนนั้น เอาไว้ค่อยเย็บซ่อมแล้วกัน ก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปในห้องนอนพร้อมเสื้อชั้นใน

ผมเดินไปที่กระจกบานเท่าตัวในห้อง และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นร่างกายของตัวเองแบบชัดเจน

อาจจะฟังดูเพี้ยนถ้าผมจะบอกว่าตอนนี้ผมหน้าแดงก่ำเพราะเห็นร่างเปลือยของตัวเอง อย่าลืมสิว่าผมก็เคยเป็นผู้ชายมาก่อน ตอนนี้ก็เหมือนกับมีผู้หญิงมาแก้ผ้าให้ดูตรงหน้าดีๆนั่นแหละ ว่าแต่มันก็ใหญ่จริงๆนั่นแหละ ควับๆ ผมส่ายหน้าสะบัดความคิดนั่นออกไป คิดแบบนั้นมันก็คนลามกดีๆคนนึงไม่ใช่หรือไง รีบๆลองใส่เสื้อในเถอะ

ว่าแต่มันใส่ยังไงกันล่ะ ผมลองผิดลองถูกไปเรื่อย ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้สินะ อืม... แล้วก็ติดตะขอ อ๊ะ! เสร็จแล้ว จะว่าไป ตอนใส่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ชายโรคจิตที่ชอบเอาชั้นในผู้หญิงมาใส่ยังไงก็ไม่รู้

เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยผมก็ลองมองเงาของตัวเองในกระจก หน้าอกที่ถูกปิดไว้ด้วยชั้นในสีชมพูหวาน แต่มันก็ไม่เห็นจะทำให้หน้าอกของผมดูเล็กลงเลยสักนิด

ผมใส่อะไรผิดไปหรือเปล่านะ ผมหมุนไปรอบๆตัวเพื่อสำรวจตัวเอง ผมเห็นปุ่มกดแปลกๆบนเสื้อชั้นใน ผมจึงลองกดดู จากนั้นผมก็รู้สึกได้ว่าเสื้อชั้นในเริ่มจะบีบตัว เมื่อผมมองไปที่กระจกอีกที ก็พบว่าหน้าอกของผมถูกเสื้อชั้นในบีบเข้าไปทำให้ดูแบนราบกว่าเดิม

มันมีกลไกอย่างนี้นี่เองสินะ เข้าใจละ ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนเอาผ้าพันหน้าอกด้วย ถ้าใส่เสื้อทับไปยังไงก็สังเกตไม่เห็นแน่ๆ

แต่ยังไงก็ขอถอดออกดีกว่า ถึงจะไม่อึดอัดแต่ก็ไม่ชินอยู่ดี ผมกดปุ่มบนเสื้อชั้นในอีกครั้ง มันกลับสู่สภาพเดิมเหมือนตอนแรก จากนั้นผมก็ถอดมันออกแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องนอน

“อิคุสะ อยู่นี่หรือเปล่า?”

เสียงที่คุ้นเคยมาพร้อมประตูห้องนอนของผมที่เปิดออก

ผมสะดุ้งสุดตัวพร้อมหันไป โธ่เอ้ย... เจ้าริโตะเองหรอ? ทำเอาตกอกตกใจหมด ทำไมไม่เคาะประตูก่อนเล่า เนื่องจากริโตะเป็นเพื่อนสนิทของผม และมักจะเข้าๆออกๆหอพักของผมอยู่บ่อยๆ ผมเลยให้กุญแจสำรองกับเจ้าหมอนั้นไว้ ริโตะจึงเข้าออกหอพักของผมได้อย่างสบายๆ

แล้วเจ้าริโตะทำไม่ทำหน้าตาแปลกๆ อย่างกับเจอผีแน่ะ

ทันใดนั้นผมก็นึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไป

ผมลืมไปว่า... ณ ตอนนี้ ลูกแตงโมขนาดย่อมสองลูกของผมไม่ได้มีอะไรปกปิดเอาไว้เพราะเพิ่งถอดชั้นในออกไปหมาดๆ ว่ากันง่ายๆ ผมกำลังเปลือยอกต่อหน้าเพื่อนสนิทของผม เท็นโจอิน ริโตะ

และใช่... ตอนนี้ผมก็คือผู้หญิงดีๆนี่เอง ความรู้สึกของริโตะคงไม่ต่างจากผมที่เห็นร่างเปลือยในสภาพผู้หญิงของตัวเองเป็นครั้งแรกเท่าไหร่ แต่สำหรับมันที่เป็นโรคกลัวผู้หญิงขั้นรุนแรงด้วยแล้ว ความรู้สึกนั้นน่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

เมื่อเริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ใบหน้าผมก็แดงแจ๋จนดูเหมือนระเบิดเวลาที่ใกล้จะระเบิด

หลังจากนั้นหอพักแห่งนี้ก็ดังระงมไปด้วยเสียงกรีดร้องของผม

----------------------------------------------------

*อิคุสะพูดว่า “ขอโทษ” ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นคือ “โกเม็น” (ごめん) ทำให้โชเข้าใจผิดว่าโกเม็นเป็นชื่อของอิคุสะ
**1LDK ตัวย่อของขนาดห้องพัก ตัวเลขข้างหน้าคือจำนวนห้องนอน L คือห้องนั่งเล่น D คือห้องรับประทานอาหาร และ K คือห้องครัว
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Bokutoko : Day 3
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: