Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Shining in the Darkness : EP 13

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2225
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Shining in the Darkness : EP 13   Sun Nov 08, 2015 3:34 pm

“เกิดอะไรขึ้น?” เอวาเจลีนพูดกับเบลล่าที่ยังคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ข้าเองก็ไม่รู้...ในขณะที่ข้าสอนท่านโดโรธีทำขนมอยู่ อยู่ดีๆเธอก็ล้มลงไปเจ้าคะ” เบลล่าเล่าให้เจ้านายตัวเองฟัง

หญิงผมสีดำย่อตัวลงไปก่อนจะพลิกร่างของโดโรธี ด้วยความที่ว่าชุดที๋โดโรธีสวมอยู่นั้น เป็นชุดที่เปิดแผ่นหลังอยู่ มันจึงทำให้เห็นรอยดำที่อยู่บนหลังของเธอ และรอยดำนั้นมันกำลังแพร่ตัวของมันไปช้าๆ ดวงตาของเอวาเจลีนนั้นเบิกโพลนด้วยความตกใจ เธอวิ่งออกจากห้องไป ไม่นานนักเธอก็วิ่งกลับมาพร้อมกับยาขวดนึง เธอรีบจับโดโรธีอ้าปากขึ้นก่อนที่เธอจะกรอกยานี้ลงไปในปาก ไม่นานนักยาก็เริ่มออกฤทธิ์ ก่อนที่รอยสีดำนั้นจะหายไปช้าๆ เอวาเจลีนถอนหายใจฟอดนึง ก่อนจะหันมามองหน้าของโดเมนิกที่กำลังจ้องเธออยู่เหมือนกัน

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?” โดเมนิกเอ่ยปากถาม
“เบลล่า...อสูรที่พวกโดเมนิกเจอหน้าตาเป็นเยี่ยงไร?” เอวาเจลีนเมินคำถามของโดเมนิกก่อนจะหันไปถามเบลล่า
“เป็นจิ้งจอกขนสีน้ำเงินเจ้าค่ะ” เบลล่าตอบ

เอวาเจลีนไม่ได้พูดอะไรนอกจากจะจับคางของตัวเองซักพักก่อนที่เธอจะออกคำสั่งให้เบลล่าพยุงร่างของโดโรธีที่อยู่ถูกความเจ็บเข้าครอบงำ พร้อมกับสั่งใหเบลล่านำร่างของเธอไปยังห้องนอนของตนเอง หญิงผมสีแดงพยักหน้าพร้อมกับทำตามคำสั่ง เธอพาสาวหูจิ้งจอกไปยังห้องนอนของเอวาเจลีน เบลล่าอุ้มร่างของโดโรธีก่อนจะวางไว้บนเตียงนุ่มๆของเจ้าของบ้าน มันเป็นห้องไม่ใหญ่มากนัก แต่ถึงจะเป็นห้องที่ไม่ใหญ่ แต่การตกแต่งนั้นเรียกว่าหรูหราอย่างมากที่สุด โดโรธีนั้นหายใจแรง เธอพยายามจะสู้กับความเจ็บปวดนี้อยู่ โดเมนิกหันไปหาเอวาเจลีน ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นอีกครั้ง

“ตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“เจ้าจำอสูรที่ไล่พวกเจ้าได้รึเปล่า?” เอวาเจลีนถามกลับ

ใครจะไปลืมได้ มันเป็นอสูรที่เกือบจะคร่าชีวิตเขาในวันนี้

“ดูเหมือนมันจะเป็นโรคนี้อยู่ด้วย และดูเหมือนโดโรธีจะติดโรคนี้มาด้วย” เอวาเจลีนอธิบายให้ฟัง
“แล้วทำไมข้าถึงไม่ติดโรคนี้ด้วยล่ะ?” โดเมนิกยิงคำถามต่อ
“ดูเหมือนโรคนี้จะติดต่อได้เฉพาะสัตว์กระมั้ง และโดโรธีก็เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์พอดี เลยทำให้ติดโรคนี้ได้” หญิงผมดำเดา

“แล้วโรคนี้รุนแรงขนาดไหน…ถึงตายหรือเปล่า?”
“ข้าเกรงว่าอาจจะถึงตายได้หาก เราไม่รักษาในเร็ววัน” เอวาเจลีนตอบกลับ

ประโยคนี้ทำให้โลกของโดเมนิกเปลี่ยนกลายเป็นสีเทาทั้งหมด เขาพูดไม่ออก ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำเขา กลัวที่จะต้องเสียใครบางคนไป ร่างกายของเขาเริ่มสั่นคลอนด้วยความกลัว ในหัวของเขาตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความกลัวและความกังวล

“แล้วเราจะต้องทำยังไงถึงจะรักษาโดโรธีได้?” ชายผมขาวเอ่ยปากถาม

เอวาเจลีนจับคางของตัวเองก่อนจะยืนคิดอีกครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความเงียบงันที่ไม่นานนัก แต่สำหรับโดเมนิกที่กำลังรอคอยคำตอบนั้นถือว่ามันเป็นเวลาที่นานมาก เหงื่อนั้นเริ่มผุดออกมาจากผิวหนังก่อนจะไหลหยดลงพื้น เขาหวังว่าคำตอบของเธอนั้นจะเป็นคำตอบที่สร้างความหวังและลบความกลัวบางส่วนออกไปใจของเขาได้

“ข้าคิดว่าข้าสามารถปรุงยาเพื่อรักษาได้ แต่ข้ามีปัญหาอย่างนึง”
“ข้าไม่มีวัตถุดิบ...และวัตถุดิบชนิดนี้ไม่ได้หาง่ายๆด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้ล่ะนะ” เอวาเจลีนเอ่ยขึ้นมา
“ท่านกำลังหมายความว่า...?” ชายผมขาวเอ่ยปากถาม

หญิงในชุดโกธิคไม่ได้ตอบ แต่เธอเดินออกจากห้องไป ไม่นานนักเธอก็กลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่ง มันเป็นหนังสือปกสีน้ำตาลและสภาพปกนั้นค่อนข้างเยินพอสมควร ดูเหมือนหนังสือเล่มนี้คงจะเก่าพอสมควร เธอเดินมาหาโดเมนิกก่อนจะเปิดหนังสือในมือของเธอ หน้าที่เธอเปิดให้โดเมนิกดูนั้น เป็นหน้าที่มีรูปดอกไม้ มันเป็นดอกไม้ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ข้างล่างรูปนั้นเต็มไปด้วยคำอธิบายมากมายที่โดเมนิกไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ด้วยภาษาที่ยากและภาษาที่โบราณมันคงยากไม่น้อยที่ ปถุชนอย่างโดเมนิกจะเข้าใจได้

“เบลล่า เจ้าจำวันที่เราไปหาดอกไม้ชนิดนี้ไดหรือเปล่า?” เอวาเจลีนโชว์ดอกไม้ชนิดที่ว่าให้เบลล่าดู
“ข้าจำได้” เธอตอบสั้นๆ
“งั้นก็ดี...เบลล่ากับโดเมนิก พวกเจ้าไปหาดอกไม้ชนิดนี้ ส่วนข้าจะปรุงยาเตรียมไว้ก่อน”

โดเมนิกกับเบลล่าเมื่อได้รับคำสั่งก็พยักหน้า ชายผมขาวหันไปยังโดโรธีนอนอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเธอนั้นพยายามจะต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายนี้อยู่ โดเมนิกกำหมัดแน่น เขารู้ว่าเขาเป็นเพียงไม่กี่คนที่ช่วยเธอได้

-----

ท้องฟ้านั้นไม่ได้แตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเท่าไหร่นัก ดวงตะวันยังคงปรากฏอยู่บนผืนนภา พระอาทิตย์ส่งรังสีความร้อนลงมายังพื้นดิน เบลล่าวิ่งด้วยความรวดเร็ว เธอรู้เส้นทางในป่านี้ดีและแน่นอนว่าตอนนี้เวลาที่จะช่วยชีวิตโดโรธีเหลือไม่มากนัก ดังนั้นทั้งสองต้องรีบแข่งกับเวลา เบลล่าเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว แต่แล้วความเร็วของเธอก็ตกลงก่อนที่จะกลายเป็นไม่มีในที่สุด เธอหยุดก่อนจะหันกลับมาเบื้องหลังของตัวเอง เธอเห็นชายผมขาวที่กำลังหอบอยู่ ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาใช้มือของเขาจับลำต้นของต้นไม้ ถ้าหากเขาปล่อยมือล่ะก็ ร่างกายของเขาต้องลงไปนอนบนพื้นอย่างแน่นอน

“เร็วซิ ท่านโดเมนิก ถ้าหากท่านยังเดินช้าอย่างนี้ล่ะก็ เรากลับไปช่วยท่านโดโรธีไม่ทันแน่ๆ” เบลล่ากระตุ้นโดเมนิก
“ข้ารู้...แต่ตอนนี้ข้าวิ่งไม่ออกเลย ร่างกายของข้ามันหนักอึ้งไปหมด” โดเมนิกพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

เบลล่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินตรงมายังโดเมนิกที่กำลังพักเหนื่อยอยู่ เธอเก็บเคียวไว้ที่หลังของตัวเอง ก่อนจะอุ้มโดเมนิกขึ้น ใบหน้าของโดเมนิกนั้นเต็มไปด้วยความเขินอาย เขาแหงนหน้ามองหน้าของเบลล่าที่กำลังจ้องหน้าของเขาเช่นเดียวกัน เธอไม่ได้พูดอะไร และไม่ทันจะเปิดโอกาสให้โดเมนิกได้พูดอะไร เธอก็เริ่มออกวิ่ง มานั่งนึกๆดูแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แม่อุ้ม ก่อนหน้านี้เขาก็ถูกโรซารี่อุ้มเหมือนกัน มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีอยู่หรอก แต่หากทว่าโดเมนิก ไม่ค่อยชอบความรู้สึกแบบนี้เท่าไหร่ เขาเชื่อว่าเขาควรจะเป็นฝ่ายปกป้องผู้หญิง แต่ตลอดมา เขาเป็นฝ่ายที่ถูกปกป้องมาตลอด โดเมนิกอยากลงเดินตอนนี้เลย แต่ร่างกายของโดเมนิกนั้นไม่เชื่อฟังเท่าไหร่ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงยังที่หมาย

มันเป็นหน้าปากถ้ำขนาดใหญ่ เบลล่าวางโดเมนิกลง หลังจากเวลาผ่านไปได้ซักพักนึง มันก็ทำให้ร่างกายของเขากลับมาปกติอีกครั้ง ความเหนื่อยล้านั้นหายไปหมด เบลล่าเดินนำหน้าชายผมขาวเข้าไปในถ้ำนั้น โชคยังดีที่ตอนนี้ยังเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ปรากฏอยู่ จึงทำให้มีแสงอาทิตย์สอดส่องเข้าไป ถ้าหากไร้ซึ่งแสงล่ะก็คงมองอะไรไม่เห็นในถ้ำแห่งนี้แน่นอน เบลล่ายังคงเดินนำต่อไป เสียงส้นสูงของเธอกระแทกกับพื้นดิน ดังขึ้นเป็นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับเสียงฝีเท้าของโดเมนิกที่ดังสลับกัน

“ตรงนี้แหละ...” เบลล่าหยุด
“ตรงนี้หรือ?” โดเมนิกถามซ้ำ

เธอพยักหน้าก่อนจะเริ่มตามหาดอกไม้ชนิดที่ว่า โดเมนิกได้แต่เกาหัวด้วยความไม่มั่นใจ เหตุคือพื้นที่เขาเหยียบอยู่นั้นลเวนแต่เป็นหิน ไร้ซึ่งดินเลยแม้แต่น้อย ชายผมขาวก็นึกสงสัยว่าจะมีพืชชนิดใดสามารถเติบโตได้บนพื้นแบบนี้รึเปล่า? แต่ถ้าหากเบลล่าพูดเช่นนี้ เขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากค้นหาดอกไม้ชนิดนี้ เขาหยิบหนังสือที่เอวาเจลีนมอบให้ออกมาจากย่ามของเขา ชายผมสีขาวเปิดไปยังหน้าที่เจ้าของหนังสือเล่มนี้คั้นไว้ให้ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าเพื่อหาสิ่งที่เขาต้องการ และเขาเองก็หวังว่าเขาจะเจอในสิ่งที่ตามหา

เวลาเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์อย่างหนึ่ง มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เดินหน้าไปตลอดเวลา และไม่เคยหวนกลับมา ว่ากันว่าเวลาเป็นอย่างเดียวที่แม้แต่ท่านเทพฟอร์จูนไม่สามารถควบคุมได้ หรือจริงๆแล้ว เขาเลือกที่จะไม่สามารถควบคุมมันมากกว่า ไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นทางไหน เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานั้นเป็นสิ่งที่ทรงพลัง ทรงพลังมากพอที่จะทั้งผู้เยี่ยวยาหรือเป็นผู้ทำลายล้าง

“ท่านโดเมนิก...ท่านหาเจอหรือเปล่า?” เบลล่าที่อยู่อีกฝั่งตะโกนถามขึ้นมา
“ไม่เลย...ข้าไม่เจอเลย” โดเมนิกตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดูสิ้นหวัง
“แล้วเจ้าล่ะ?” ชายผมขาวถาม

แต่หากทว่าเธอไม่ได้ตอบโดเมนิก หันไปหาเธอ แต่สิ่งทีเธอกำลังมองอยู่นั้นคืออะไรบางอย่าง ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง โดเมนิกที่กำลังฉงนนั้นก็หันไปในทิศทางเดียวกันกับเธอ เพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่เธอที่มองอยู่นั้นคืออะไร และเมื่อชายผมขาวหันหัวกลับไปนั้น เขาก็เห็นจิ้งจอกขนสีน้ำเงินและมีเล็บแหลมคม มันเป็นรูปร่างที่โดเมนิกจำได้ดี มันคืออสูรกายชนิดเดียวกันกับที่พยายามจะจับเขาไปเป็นมื้อเย็น หากทว่าความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือขนาดของมันที่ใหญ่กว่าที่ตัวที่เขาเจอเมื่อกลางวันอย่างมาก มันมองมายังเบลล่าและโดเมนิก

“โดเมนิกเจ้าไปหาที่หลบก่อน” เบลล่าพูดพลางหยิบเคียวออกมา

โดเมนิกพยักหน้าก่อนจะหลบอยู่หลังก้อนหินอยู่แถวนั้น อสูรตัวนี้ง้างเท้าก่อนจะเตรียมเหยียบเบลล่า แต่หากทว่าเธอหลบได้ เบลล่าใช้เคียวของเธอฟันที่ขาของมัน เคียวนั้นกรีดผิวหนังของมัน มันสร้างบาดแผลให้กับขาของมัน มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันอ้าปากของมัน โดยมันหวังจะใช้เคี้ยวอันแสงคมฉีกร่างของหญิงผมแดง แต่หญิงผมแดงนั้นรวดเร็วพอที่จะหลบได้ เบลล่าใช้เคียวของเธอฟันเข้าไปที่ขาอีกครั้ง เช่นเคยคมเคียวนั้นกรีดผิวหนังของมันให้เป็นแผล แต่ไม่ได้แยกชิ้นส่วนของมันออกจากกัน

“ถ้าเราทำให้มันยืนไม่ได้ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” เบลล่าคิดในใจพลางมองเท้าทั้งสี่ข้างของมัน

แต่หากทว่าเธอไม่ได้มองเลยว่าอสูรตัวนี้กำลังตะวัดหางของมันอยู่ เมื่อเธอรู้ตัวอีกที หางนั้นก็ฟาดใส่หน้าท้องของเธอเต็มๆแล้ว ร่างของเธอนั้นลอยไปก่อนจะกระแทกเข้ากับก้อนหินก้อนหนึ่ง ความเจ็บปวดนั้นไหลทั่วร่างกายของเธอ เคียวที่อยู่ในมือของเธอนั้นหลุดออกจากมือของเธอก่อนตกกระแทกลงพื้น โดเมนิกที่หลบอยู่หลังหินนั้นได้ ยินเสียงอะไรบางอย่างกระแทกกับที่กำบังของเขา ชายผมขาวชะโงกหน้าออกมาก่อนจะเห็นเบลล่าที่นอนเจ็บอยู่หน้าเขา โดเมนิกแหงนหน้าขึ้นไปก่อนจะเห็นอสูรกายตัวนี้เตรียมใช้กรงเล็บของมันเฉือนร่างของเบลล่า

ถ้าหากเขาไม่ทำอะไรซักอย่าง ชีวิตของเบลล่าคงต้องถึงจุดจบแต่เพียงเท่านี้ เขามองไปยังเคียวที่ตกอยู่ใกล้ๆ ร่างกายของเขาสั่นด้วยความกลัว แต่แน่นอนว่าถ้าหากเขาออกไปหยิบเคียวนั้นแล้วใช้ทำอะไรซักอย่าง มันอาจจะช่วยเบลล่าได้ แต่เขาเองก็กลัวว่าถ้าหากเขาออกไป เขาก็คงเป็นเหยื่อของมันเหมือนกัน ในหัวของโดเมนิกเต็มไปด้วยความสับสน เขาสูดหายใจลึกๆก่อนจะวิ่งออกมาจากหินและคว้าเอาเคียวขึ้นมา โดเมนิกออกแรงก่อนจะใช้เคียวในมือของตัวเองปักเข้าไปที่ลำคอของมัน คราบเลือดนั้นกระเซ็นติดหน้าของโดเมนิก ดูเหมือนอสูรตัวนี้จะไม่ได้สังเกตถึงตัวตนของโดเมนิกเลยแม้แต่น้อย เมื่อเคียวนั้นเสียบเข้าที่ลำคอของมัน มันเหลือบมามองโดเมนิก มันพยายามจะทรงตัว แต่ดูเหมือนมันจะทำไม่ได้ มันล้มลงไป มันพยายามจะลุกขึ้นมา แต่หากทว่ามันทำไม่ได้ มันล้มลงไปอีกครั้ง ดวงตาของมันจ้องมาทางโดเมนิกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ดวงตาของมันจะปิดลง

“ขอบคุณมาก...ถ้าหากข้าไม่ได้ท่าน ข้าอาจจะตายไปแล้ว” เบลล่าพูดก่อนจะลุกขึ้นมา

โดเมนิกไม่ได้พูดอะไรนอกจากยังยืนอึ้งในสิ่งที่เขาทำ เบลล่าเดินตรงไปก่อนจะดึงเอาเคียวออกจากลำคอของมัน มันทำให้เลือดไหลลงไปอยู่บนพื้น โดเมนิกมองมือของตัวเอง นี่คือครั้งแรกที่เขาฆ่าอะไรบางอย่าง ถึงแม้มันจะไม่ใช่มนุษย์ แต่มันเป็นความรู้สึกอันสุดแสนจะสะอิดสะเอียนชวนอ้วกอยู่ดี เขาหันไปมองศพของมันอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเห็นอะไรบางอย่าง มันเป็นดอกไม้ชนิดนึงที่อยู่บนหลังของมัน โดเมนิกรีบเดินตรงไปยังดอกไม้ดอกนั้น เขาหยิบสมุดของเขามาดู ก่อนจะมองเทียบกัน

“เจอแล้ว...” โดเมนิกพูดเบาๆ

เบลล่าหันมาก่อนจะมองมายังดอกไม้ที่อยู่บนหลังของอสูรตัวนี้ เธอเดินมาใกล้ๆ ก่อนจะมองดอกไม้เช่นเดียวกันกับโดเมนิก

“เจอแล้ว!!” โดเมนิกพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงดีใจ

-----

“อะ...อือ” โดโรธีลืมตาตื่นขึ้นมา

สิ่งแรกทีเธอเห็นคือเพดาน เธอจำไม่ได้เลยว่าที่นี่คือที่ไหน เธอรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกดทับตักของเธออยู่ โดโรธีลุกขึ้นมานั่งก่อนจะเห็นรอบๆเธอนั้นคือเครื่องเรือนอันสุดแสนจะหรูหรา และเธอก็ได้รู้ว่าอะไรบางอย่างที่นอนอยู่บนตักเธอคืออะไร ซึ่งนั่นก็คือ “ว่าที่” สามีของเธอ ชายผมขาวนั้นนอนหลับอยู่เช่นเดียวกัน ภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้นไหลกลับเข้าหัวของเธอ เธอจำได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อวานบ้าง

“แอ๊ด” เสียงประตูถูกเปิดดังขึ้นมา

โดโรธีหันไปก่อนจะเห็นเอวาเจลีนกับเบลล่าเดินเข้ามา

“ตื่นแล้วหรือ?” เอวาเจลีนพูดกับโดโรธีที่นั่งอยู่บนเตียง

เธอพยักหน้า หญิงผมดำก้มลงไปมองโดเมนิกที่นอนอยู่บนตักของโดโรธี

“รู้ไหมว่าโดเมนิกนั่งเฝ้าเจ้าเกือบทั้งคืนเลย”
“รู้เจ้าค่ะ...และเพราะอย่างงี้แหละ ดิชั้นถึงรักท่านโดเมนิกไงเจ้าคะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Shining in the Darkness : EP 13
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: