Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Shining in the Darkness : EP 15

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2227
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Shining in the Darkness : EP 15   Tue Dec 01, 2015 7:12 pm

“และนี่ก็คือเรื่องของชาลตั้นทั้งหมดที่ข้ารู้นั่นแหละ” เอวาเจลีนพูดขึ้นมา

โดเมนิกและโดโรธีที่นั่งอยู่บนโซฟาฟังแล้วก็ได้แต่มองหน้ากัน ทั้งสองได้แต่เงียบหลังจากฟังเรื่องนี้แล้ว พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไร มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ใครจะไปรู้ล่ะว่าสาเหตุที่หนึ่งในผู้กล้าอย่างโบนีต้าจะต้องมาจบชีวิตลงนั้น จะมาจากศรของสหายของเธออย่างชาลตั้น

“แล้วท่านรู้ได้ยังไง?” โดโรธีตั้งคำถามกับเรื่องที่หญิงผมดำเล่าขึ้นมา
“อเล็กซิมัสเล่าให้ข้าฟังน่ะ...ข้าก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุหรืออะไร” หญิงผมดำพูดพลางจิบชา
“ข้าไม่คิดว่ามันจะอุบัติเหตุ แต่ในขณะเดียวกัน ใช่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นไม่ได้” เอวาเจลีนเสริม

“จะว่าไปในเมื่อท่านมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ทำไม ท่านไม่กระจายข่าวนี้ไปล่ะ?” โดเมนิกตั้งคำถามบ้าง
“ตอนแรกๆข้าก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้นอยู่ แต่อเล็กซิมัสห้ามข้าไว้” หญิงผมสีดำตอบ
“ดูเหมือนเขาคงไม่ต้องการทำให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟกระมั้ง”

ทั้งสองได้ยินแล้วก็เงียบ

“เอาเถอะ ถ้าเจ้าจะไปหาชาลตั้นที่ป้อมปราการของเขาล่ะก็ บางทีข้อมูลพวกนี้เจ้าอาจจะได้ใช้ก็ได้”

-----

โดเมนิกและโดโรธีนั่งในห้องทำงานของชาลตั้น ทั้งสองนั่งบนเก้าอี้ไม้ มันเป็นเก้าอี้ไม้ที่นั่งแล้วไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก และหากดูจากรูปร่างภายนอกแล้ว มันก็ทำให้ผู้นั่งรู้สึกกังวลว่าเก้าอี้ที่พวกเขานั่งอยู่นั้นจะหักลงรึเปล่า ในห้องนั้นไม่มีใครอื่นเลยนอกจากชายผมสีดำหยิกศกที่นั่งอยู่ตรงข้ามของเขา ดวงตาของชายคนนี้นั้นจับจ้องมายังแขกทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวเอง ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังแต่ในขณะเดียวกันนั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้ ทั้งสองฝ่ายได้แต่มองหน้ากันและไม่ได้พูดอะไร ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายนั้นปริปากและเปล่งเสียงขึ้นมาก่อน ทุกท่านเคยเล่นเกมจ้องตาไหม? เชื่อว่าเคย สภาพของคนในห้องตอนนี้ก็ไม่ค่อยต่างอะไรกันนัก ราวกับว่าใครพูดก่อนคนนั้นจะเป็นฝ่ายแพ้อะไรอย่างงั้น

“พวกเจ้าต้องการอะไร?” ชาลตั้นเป็นฝ่ายเปล่งเสียงขึ้นมาก่อน
“อย่างที่ข้าได้พูดไว้ ข้าต้องการให้ท่านปล่อยสหายของข้า” โดเมนิกตอบกลับ

ชายผมดำได้ยินแล้วก็นั่งแอ่นหลังลงไปที่เก้าอี้ของเขา เขาไม่ได้ตอบอะไรทันที เขามองเข้าไปยังดวงตาของโดเมนิกและโดโรธี

“ข้าขอถามเจ้าก่อน ความลับที่เจ้าได้นี่ เจ้าได้มาจากใคร?” ชาลตั้นเอ่ยปากถาม
“ข้าคงบอกท่านไม่ได้” โดเมนิกตอบกลับ
“งั้นหรือ...”
“แต่หากท่านถามแบบนี้ แสดงว่านั่นเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่?” โดโรธีถามแทรกขึ้นมา

ผู้ถูกถามไม่ได้ตอบ บางทีความเงียบงันนั่นแหละคือคำตอบว่าเรื่องที่ผู้มาเยือนทั้งสองได้ยินมาจากปากของเอวาเจลีนนั้นเป็นเรื่องจริง เขาได้แต่ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ของเขา ก่อนที่เขาจะนั่งลงไปบนโต๊ะของเขาแทน มันทำให้ชายผมดำนี้เข้าใกล้แขกผู้มาเยือนทั้งสองกว่าเดิม ไม่รู้ที่เขาทำไป เพื่อที่จะแสดงความเป็นมิตรกับทั้งสองหรือจะพยายามข่มขู่กันแน่ แต่ถ้าให้เดา ก็คงเป็นการข่มขู่นั่นแหละ

“แต่เจ้ารู้ไหมว่าความลับทำอะไรข้าไม่ได้...เพราะต่อให้คนไม่พอใจข้ายังไง ก็ไม่มีใครคิดจะเดินทางมาที่นี่เพื่อประท้วงข้าหรอก เจ้าว่าไหม?” ชายผมหยิกเอ่ยปากถาม
“ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำไมท่านไม่ฆ่าข้าล่ะ?” โดเมนิกตั้งคำถามกลับ

ชาลตั้นลุกขึ้นจากโต๊ะของเขาก่อนจะกลับไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมของเขา ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมา

“ข้าถือคติน่ะ ว่าถ้าหากใครมาหาข้าโดยที่ไม่ได้มีเจตนาจะต่อสู้ล่ะก็ ข้าก็จะไม่ทำร้ายเขากลับ”
“แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าก็คงรู้ใช่ไหมว่า ข้าปล่อยเจ้าออกจากห้องนี้ไม่ได้?”
“ดังนั้นแล้ว...ถ้าหากเจ้าหมดธุระแล้วล่ะก็ข้าคงต้องให้ทหารพาตัวพวกเจ้าไปยังคุก”

คำพูดประโยคนี้กระตุ้นให้โดเมนิกต้องคิดอะไรบางอย่าง เขาต้องคิดหาทางออกที่จะไม่ทำให้เขาและโดโรธีจะต้องเจอชะตากรรมเดียวกันกับ แน่นอนว่าห้องนี้มีหน้าต่าง แต่ถ้าหากเลือกทางนั้นเป็นทางออก อย่างแรกพวกเขาต้องสามารถเอาชีวิตรอดจากความสูงได้และอย่างที่สองต่อให้รอดพ้นจากความสูงไปได้ พวกเขาก็ต้องภาวนาว่าเหล่าอัศวินของชาลตั้นจะไม่ใช้ดาบและธนูเสียบเข้าที่ร่างของทั้งสอง ดังนั้นถ้าหากจะออกไป คงจะต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อให้ชาลตั้นยอมปล่อยตัวสหายของเขาโดยที่พวกเขาเองก็ไม่ต้องถูกของมีคมเสียบเข้าที่ร่างของตัวเอง ชาลตั้นเดินไปยังประตูห้อง เสียงฝีเท้าของเขาที่ย่ำลงฝืนไม้ดังขึ้น เขาเอื้อมมือไปช้าๆก่อนจะเตรียมเปิดประตูห้อง

“เดี๋ยวก่อน ท่านชาลตั้น!!” โดโรธีตะโกนขึ้น

เสียงของสาวหูจิ้งจอกคนนี้ ทำให้ชายผมดำหยุดลง เขาหันกลับมามอง

“ท่านโดเมนิกมีอะไรจะพูดด้วยค่ะ” หญิงหูจิ้งจอกพูดต่อ

ประโยคนี้มันทำให้ชายผมหยิกจับจ้องไปที่โดเมนิก ชายที่ถูกจับจ้องนั้นหันไปมองหญิงผมสีชมพูที่กำลังมองเขาเช่นเดียวกัน สายตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอกุมมือของโดเมนิกไว้แน่น ราวกับว่าเธอกำลังตั้งความหวังทุกอย่างไว้กับชายผมขาวคนนี้ สายตาของชาลตั้นที่มองมายังโดเมนิก ชายผมขาวมองเข้าไปในนัยน์ตาสีดำของเขา สายตาของเขากำลังพูดอยู่ว่า “เจ้าต้องการจะพูดอะไร?”

“ท่านชาลตั้นรู้หรือเปล่าว่าเพราะเหตุใดท่านอเล็กซิมัสถึงกำลังรวบรวมกำลังมาต่อสู้กับพวกท่าน” โดเมนิกเอ่ยปากถาม
“ทำไมหรือ?” ชายผมสีดำเอ่ยปากถาม
“ข้าว่าท่านนั่งก่อนดีกว่า...เรื่องที่ข้าจะเล่านั้นมันค่อนข้างยาว” โดเมนิกพูด

ชาลตั้นไม่ได้เอ่ยปากอะไร ก่อนที่จะเดินไปยังที่นั่งของเขา ดูเหมือนเขาจะถ่วงเวลาสำเร็จ เมื่อชาลตั้นนั่งลงบนเก้าอี้ของเขา เขาก็มองมายังชายผมขาว เขาไม่ได้พูดอะไรเช่นเคย แต่ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นว่าเขากำลังรอฟังในสิ่งที่โดเมนิกกำลังจะเอ่ยปากพูดออกมา ชายผมขาวสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเริ่มเล่า เขาเริ่มเล่าตั้งแต่เขาเจอกับอเล็กซิมัสครั้งแรก ซึ่งเอาจริงๆมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอะไรเท่าไหร่ แต่เพื่อให้เรื่องที่เขาเล่าดูยาว เขาจึงเอาเนื้อหาส่วนนี้ใส่ไปด้วย เวลาผ่านไปเรื่อยๆก่อนที่ในที่สุดเรื่องที่เขาเล่าก็จบลง

“เป็นเรื่องที่สนใจนะโดเมนิก...แต่โดเมนิก ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าเจ้าตั้งใจจะถ่วงเวลาข้า”
“น่าเสียดาย แผนของเจ้าใช้ไม่ได้หรอก”

สมแล้วที่เป็นถึงระดับผู้กล้า...ไม่ซิ ต่อให้ไม่ใช่ผู้กล้าก็มองออกถึงเจตนาของชายผมขาวคนนี้ เขาต้องคิดอะไรใหม่ขึ้นมา ในหัวของโดเมนิกนั้นตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมด เขาแทบคิดอะไรไม่ออกเลย มือไม้ของเขานั้นสั่นไปด้วยความกลัว เขาพยายามจะสงบสติอารมณ์ เมื่อเขาสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เขาก็สูดหายใจเข้าก่อนจะเงยหน้าไปมองชายผมหยิกที่วางมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะไม้ของเขา

“ท่านชาลตั้น...ท่านคิดว่าท่านอาร์เบอโร่รู้ไหมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากการบันดาลโทสะของท่าน” โดเมนิกเอ่ยปากถาม
“ข้าคิดว่ามันไม่รู้หรอก...ถ้าหากมันรู้ ตอนนี้ข้าคงไม่นั่งคุยกับเจ้าแบบนี้หรอก”
“อาร์เบโร่เห็นเป็นคนเงียบๆแบบนั้น แต่เอาจริงๆมันเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าหากมีใครไปทำอะไรให้มันไม่พอใจ” ชาลตั้นพูดพลางหันออกไปนอกหน้าต่าง
“แล้วถ้าจริงๆเขารู้แต่เพียงแค่รอเวลาล่ะ?” โดเมนิกตั้งคำถามกลับ

ชายผมดำได้ยินคำถามนี้แล้วก็หันมายังโดเมนิกอีกครั้ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความฉงนว่าแขกของเขาต้องการจะพูดอะไร

“นี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้น...ข้าว่าข้ารู้ว่าเหตุผลที่อาร์เบโร่ต้องการจะฆ่าท่านอเล็กซิมัส”

ชาลตั้นได้ยินที่ชายผมสีดำคนนี้พูดแล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะของเขานั้นดังกึกก้องไปทั่วห้อง เขาพยายามจะกลั้นหัวเราะของเขา ไม่นานนักเสียงหัวเราะของชาลตั้นก็หยุดลง เขามองไปยังหน้าของโดเมนิกอีกครั้ง สีหน้าของคู่สนทนาของเขานั้นจริงจัง ดูเหมือนสิ่งที่ชายผมขาวพูดมะกี้จะไม่ใช่แค่มุขตลกที่ทำให้ชาลตั้นหัวเราะเท่านั้น ชายผมดำกระแอ่มก่อนจะโต้ตอบสิ่งที่โดเมนิกพูด

“ข้าว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วรึเปล่า? อาร์เบอโร่ต้องการฆ่าอเล็กซิมัส เพราะความสงบสุขยังไงล่ะ”
“จะมีเหตุผลอื่นอีกหรือ?” ชาลตั้นตั้งคำถามกลับ
“ข้าว่ามี...”
“ถ้างั้นเจ้าลองพูดมาซิ”

“ข้าคิดว่าอาร์เบอโร่ต้องการจะฆ่าอเล็กซิมัสเพื่อที่จะปกครองอาณาจักรนี้อย่างเด็ดขาด” โดเมนิกเริ่มอธิบาย
“ทุกๆวันนี้อาร์เบอโร่ก็ปกครองแผ่นดินนี้อย่างเด็ดขาดอยู่แล้วนี่...เจ้ากำลังหมายความว่าอะไร?” ชาลตั้นถามอีก
“โดโรธี..บนโลกนี้มีเวทย์มนต์ที่สามารถคืนชีพใครก็ได้หรือเปล่า?” ชายผมขาวหันไปถามหญิงผมสีชมพูที่นั่งข้างๆตัวเอง

ผู้ถูกถามเอานิ้วของตัวเองแตะไปที่คางของตัวเอง เธอมองเพดานก่อนจะคิด เธอลดนิ้วของเธอลงก่อนจะหันมายังผู้ถาม

“ดิชั้นไม่เคยเห็นกับตาตัวเองหรอกเจ้าค่ะ...แต่ดิชั้นเคยได้ยินมาว่าบนโลกนี้มีคนที่ทำแบบนั้นได้อยู่”
“เท่าที่ดิชั้นได้ยินมาอีกคือคนนั้นๆจะรับชุบชีวิต เมื่อได้เงินที่มากพอ ซึ่งเงินตรงนั้นก็ไม่ใช่จำนวนๆน้อยเลยเจ้าค่ะ” โดโรธีเสริม

“แล้วทำยังไงล่ะถึงจะได้เงินมากๆ? ก็รีดไถจากประชาชนยังไงล่ะ”
“แล้วแบบนี้ประชาชนจะยอมหรือ? ไม่ซิ แล้วผู้กล้าคนอื่นๆล่ะจะยอมหรือ? ข้าล่ะไม่ยอมคนนึง” ชาลตั้นเอ่ยขึ้นมา
“ถ้าเกิดสงครามขึ้นท่านคงต้องไปร่วมรบกับอาร์เบอโร่ใช่ไหม?” โดเมนิกเอ่ยปากถาม

ชาลตั้นไม่ได้ตอบด้วยคำพูดแต่เขาตอบกลับมาด้วยการพยักหน้า

“ในตอนนั้น...ท่านอาจจะถูกลอบสังหาร แล้วอาร์เบอโร่อาจจะใช้ข้ออ้างว่าท่านโดนพวกอสูรสังหารท่านก็ได้”
“อาร์เบอโร่จะได้ทั้งฆ่าทั้งเพื่อแก้แค้นและฆ่าท่านเพื่อให้แผนของตัวเองได้ผล”
“ข้าเชื่อว่าไอเดนคงเห็นดีเห็นงามกับแผนของอาร์เบอโร่อยู่แล้ว ส่วนวัลดัสก็คงไม่สนอะไรกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่” โดเมนิกพูดต่อ

“แล้วประชาชนล่ะ?” ชาลตั้นถามต่อ
“ถ้าให้ดิชั้นพูด ดิชั้นว่าตอนนั้นก็คงกลัวกันหมดแล้วมั้งเจ้าคะ ถ้ามีคนจะลุกขึ้นมา ดิชั้นเชื่อว่าอาร์เบอโร่ก็พร้อมจะสังหารคนพวกนั้นจนเกือบหมด” โดโรธีแทรกขึ้นมา

ชาลตั้นเงียบไปพักนึงหลังจากได้ยินคำตอบของเขา สีหน้าของเขาเริ่มแสดงให้เห็นถึงความกลัวและความกังวล เขาก้มหน้าลงมองบนโต๊ะของเขา เขาเงยหน้ามองขึ้นมาก่อนจะเห็นโดเมนิกและโดโรธีมองเขาอยู่ แต่ไม่ทันที่ชาลตั้นจะได้พูดโดเมนิกก็พูดขึ้นมา

“ท่านชาลตั้นต้องเชื่อพวกเรา...ท่านก็รู้นี่ว่าท่านอเล็กซิมัสเป็นคนรักความสันติสุขขนาดไหน”
“ร่วมกับพวกเรา และพวกเราจะสร้างสันติสุขที่แท้จริงขึ้นมา”

=====

ณ ห้องคุมขังที่เต็มไปด้วยความชื้นและความเงียบสงัด หญิงผมสีขาวนอนอยู่บนพื้นที่เย็นยะเยือก เธอมองเพดานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ร่างกายของเธอนั้นมอมแมมด้วยไปด้วยดิน แต่ถึงแม้ว่าเนื้อตัวของเธอจะมอมแมมแต่เสื้อผ้าของเธอนั้นไม่มีรอยฉีกขาดแต่อย่างใด เสียงตะโกนโวกเวกของมาร์คนั้นหายไป เหลือเพียงแต่ความเงียบงัน เธอรู้ว่าเขายังอยู่ในห้องขังข้างๆห้องของเธอ แต่เธอไม่รู้ว่าสภาพของเขาตอนนี้เป็นเช่นไร นี่กี่วันแล้วนะ? โรซารี่ตั้งคำถาม น่าจะเกือบสัปดาห์ได้แล้ว เกือบสัปดาห์แล้วที่เธอต้องถูกตีกรอบอยู่ในกรงขังเล็กๆแห่งนี้

“กึก กึก กึก”

เสียงฝีเท้าดังขึ้นมา โรซารี่นั้นลุกขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนที่เธอจะเห็นชาลตั้นเดินอยู่หน้ากรง ข้างหลังของชาลตั้นนั้นมีทหารอยู่ด้วย เขาเดินมาก่อนจะใช้กุญแจไขประตูและเปิดออกมา

“เจ้าต้องการอะไรอีก? ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีอะไรจะบอกเจ้า” โรซารี่พูดกับชาลตั้นที่ยืนอยู่หน้าเธอ
“เจ้าเป็นอิสระแล้ว” ชายผมดำพูด

โรซารี่ทำหน้าฉงน ชาลตั้นไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินออกจากห้องขังก่อนจะเดินไปห้องข้างๆเพื่อไขมาร์คออกมาจากห้องขังอันสุดแสนจะสกปรกแห่งนี้ โรซารี่ลุกขึ้นมาจากพื้นก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องขัง เธอเดินก้าวขึ้นบันไดอย่างช้าๆ นี่ก็นานแล้วที่หญิงผมขาวคนนี้ไม่ได้ขยับกล้ามเนื้อนานขนาดนี้ เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูก่อนจะเห็นโดเมนิกและโดโรธียืนอยู่ โดเมนิกและโดโรธีเห็นโรซารี่แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เช่นเดียวกันกับโรซารี่ เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอดีใจที่ได้เจอกับโดเมนิกขนาดนี้

=====

รถเกวียนของทั้งสี่เริ่มเคลื่อนไปอีกครั้ง ชายผมดำที่หยิกศกยืนอยู่บนกำแพงเมือง เขามองลงไปโดยไม่ละสายตา ในที่สุดรถเกวียนก็หายไปในพงไพร ชายผมดำคนนี้ก็หันมาก่อนจะเห็นทหารของตัวเองยืนอยู่ เหล่าทหารพวกนั้นต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาที่แน่วแน่ ชาลตั้นดึงดาบของตัวเองก่อนจะชูขึ้นเหนือศีรษะของตัวเอง

“พี่น้องของข้า...จากนี้ไปเราไม่ได้สู้เพื่อเหล่าผู้กล้า”
“แต่เราจะสู้เพื่อความยุติธรรม”

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Shining in the Darkness : EP 15
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: