Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 A.I. : ตอนที่ 1

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ForbiddenOne
Co - Owner
Co - Owner


จำนวนข้อความ : 987
Join date : 29/08/2010
Age : 18

ตั้งหัวข้อเรื่อง: A.I. : ตอนที่ 1   Sat Dec 26, 2015 12:18 pm

ตอนที่ 1

“แฮ่ก.. แฮ่ก.. แฮ่ก..”

เสียงหอบที่เมื่อได้ยินเข้าแล้วก็คงสามารถเดาได้ไม่ยากว่าเจ้าของเสียงดังกล่าวนี้คงมีความรู้สึกไม่พ้นเหนื่อยเป็นแน่แท้ ซึ่งเจ้าของเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นชายหนุ่มที่สูญเสียความทรงจำไปอย่างคาร์ธที่กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะเอนหลังพิงไปกับผนังซากปรักหักพัง เขาพยายามกำหนดลมหายใจของเขาเพื่อทำให้ตัวเองนั้นมีสมาธิและตั้งสติ เพราะตอนนี้สิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ก็ไม่พ้นสิ่งอื่นใดนอกจากหุ่นยนต์หรือตอนนี้กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตของมนุษย์ที่ถูกขนานนามว่า A.I. (ที่ย่อมาจาก Automatic Intruders)ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คาร์ธพยายามชะเง้อแอบมองมาจากหลังซากประหักพังดังกล่าว ก็ต้องพบกับ A.I. ในรูปร่างของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นขนาดยักษ์เป็นทรงคล้ายๆกับรูปทรงหมวกสามเหลี่ยมที่นิยมใส่กันในวันคริสมาสต์หรือเมื่อมีงานเฉลิมฉลองเพียงแต่เหลี่ยมของมันกลายเป็นกลมมนไปหมด สีของทรวดทรงดังกล่าวนั้นเป็นสีน้ำตาลที่มีรอยสีดำทั้งเกิดจากการไหม้หรือควันต่างๆที่มาจับเกาะ แต่สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นก็คือที่บริเวณที่น่าจะเป็นลำตัวหรือท้องของหุ่นยนต์ตัวนี้กลับถูกเปิดออกด้วยประตูทั้งสองข้าง พร้อมกับด้านในที่สามารถสังเกตเห็นได้ว่าเป็นลำกล้องปืนที่ฝังอยู่ด้านในนั้น เป็นอาวุธที่ติดตัวมากับสำหรับหุ่นยนต์ประเภทช่วยเหลืออยู่แล้ว

ซึ่งแน่นอนว่าการที่ชายหนุ่มคนนี้วิ่งตรงมาแล้วหลบไปที่ด้านหลังของซากปรักหักพังนั้นคงหนีไม่พ้นสายตาของ A.I. ดูดฝุ่นตัวนี้ไปได้ เมื่อ A.I. ตัวนี้กำลังค่อยๆคืบคลานเข้ามาด้วยความเร็วที่เสมอต้นเสมอปลายของมัน จนกระทั่งตัวของมันใกล้ที่จะถึงซากกำแพงที่ตั้งขึ้นมาแล้ว คาร์ธจึงตัดสินใจหยิบสิ่งของในย่ามผ้าเก่าๆสีน้ำตาลที่สะพายคล้องแขนขวาอยู่ ซึ่งสิ่งที่เขาหยิบออกมาก็คือกระป๋องอาหารสำเร็จรูปที่ว่างเปล่า แล้วปาออกไปทางซ้ายของ A.I. ตัวดังกล่าว

“แกร๊ง..แกร๊ง..”

เสียงกระทบกับพื้นของกระป๋องดังขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าระดับสติปัญญาของ A.I. ขนาดนี้คงจะไม่หลงกลหลอกเด็กอย่าง มีของโดนปาไปตกอยู่ตรงนั้น ไปดูหน่อยดีกว่า ไม่ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่ามีมนุษย์กำลังซ่อนอยู่หลังซากกำแพงที่อยู่ตรงหน้าของ A.I. ตัวนี้ แต่สิ่งที่คาร์ธหวังนั้นมันไม่ใช่อะไรเลย เพียงแต่เสี้ยววินาทีที่ความสนใจและสายตาของ A.I. ตัวดูดฝุ่นนี้ถูกเบี่ยงเบนไปหากระป๋องอาหารสำเร็จรูปที่บ๋อแบ๋นั้น คารธ์ก็ถีบตัวเองออกมาจากภายใต้ที่กำบังแล้วใช้สิ่งที่อยู่ในมือขวาและมือซ้ายของเขาถือประครองอยู่ก็คือท่อนเหล็กยาวๆที่ปลายนั้นมีมีดพันอยู่ ฟาดไปยังด้านหลังหัวของศัตรูหุ่นยนต์ตรงหน้า

เมื่อการกระแทกเกิดขึ้น ก็ทำให้ A.I. ที่มีอาวุธคือปืนครบครันนั้นหยุดการทำงานลงอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่คาร์ธจะนำท่อนเหล็กที่มีมีดติดพันอยู่ส่วนปลายนั้นกระแทกเต็มแรงไปที่ลำตัวด้านหลังของหุ่นยนต์ จนกระทั่งมันเปิดออกมา ทำให้คาร์ธสามารถยื่นมือเข้าไปดึงส่วนที่เขาต้องการออกมาได้ ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งอื่นมันคือถังพลังงานขนาดย่อม คาร์ธคิดว่าการที่เขาเก็บสิ่งนี้ไว้มันคงจะมีประโยชน์ในอนาคตไม่มากก็น้อย เขาจึงนำถังพลังงานดังกล่าวใส่ยัดลงไปในย่าม ก่อนที่จะผละออกมาจากหุ่น A.I. ตัวนี้

คาร์ธก้าวเดินต่อไปอย่างเรื่อยเปื่อย เสมือนว่าไม่มีจุดหมายปลายทาง แต่ทว่าจริงๆแล้วเขามีสถานที่ที่เขาจะต้องไปเพื่อความอยู่รอดของเขาเอง คาร์ธเดินไปได้ระยะเวลาไม่นานก็จึงหยุดพักลงที่โขดหินก่อนจะหยิบกระติกน้ำที่เหน็บอยู่ตรงเอวขึ้นมาดื่ม ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและคลายเหนื่อยไปได้อยู่บ้าง จริงๆแล้วก็มีอีกหนึ่งอย่างที่เหน็บอยู่ข้างกางเกงยีนส์ตัวเดิมของเขา นั่นก็คือปืนพก 9mm

เวลาผ่านมาได้ 2 ปีแล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ “การปฏิวัติของหุ่นยนต์” หรือ Robot to Rebellion (RtR) ในปลายปีค.ศ. 2051 ซึ่งคาร์ธได้ตื่นขึ้นมาในโรงแรมที่หรูหราแต่ในขณะเดียวกันเขากลับจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อของเขาและความรู้ที่ติดตัวและยังพอจำได้บ้าง ซึ่งในวันนั้นเองเขาได้ถูกทหารจ่าสิบเอก เทมป์ โคเอลโฮมาช่วยเขาเอาไว้ และขับรถไปส่งยังสนามบิน

ในระหว่างการเดินทางนั้นทำให้คาร์ธรู้ว่าจริงๆแล้วเขาตื่นขึ้นมาในเดือนกุมภาพันธ์ปีค.ศ. 2052 ซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์ RtR ได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่สถานการณ์ก็เริ่มเลวร้ายมากขึ้นทุกที หุ่นยนต์ที่มีถิ่นฐานอยู่ทั่วทุกมุมโลกได้ค่อยๆเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนที่จะทำการสังหารมนุษย์ทันที ซึ่งในอังกฤษนั้นกำลังจะเข้าขั้นอันตรายจึงต้องมีการอพยพประชาชนไปที่เกาหลีและญี่ปุ่น

มนุษย์ไม่สามารถต่อกรกับหุ่นยนต์ได้อย่างทันท่วงทีเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว ก็จริงอยู่ที่อาวุธยุทโธปกรณ์ในปัจจุบันนั้นมีอานุภาพเพียงพอที่จะต่อกรกับหุ่นยนต์ได้ แต่ผู้ถือครองอาวุธบนโลกนั้นมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราส่วนปริมาณหุ่นยนต์ แถมบางคนก็มีหุ่นยนต์บอดีการ์ด ประกอบกับการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของหุ่นยนต์ จึงไม่มีการเรียกรวมพลทหารใดๆทั้งสิ้นในบางทวีป ทั่วทั้งโลกจึงตกอยู่ในสถานะตื่นตระหนก

เหล่าประเทศในโซนแอฟริกานั้นถึงแม้จะมีสัดส่วนปริมาณหุ่นยนต์น้อยที่สุดแต่กลับเป็นทวีปแรกที่ถูกทำลายลงจนไม่เหลือซากภายในไม่กี่เดือน เป็นเพราะว่าประเทศเหล่านี้นั้นมีพัฒนาการในทุกๆด้านช้ากว่าประเทศในทวีปอื่นๆ จึงไม่สามารถต้านทานกองทัพหุ่นยนต์ที่บุกมาจากประเทศฝั่งยุโรปได้ทัน ส่วนทวีปอเมริกาทั้งเหนือและใต้เนื่องจากมีสัดส่วนปริมาณหุ่นยนต์มากที่สุดในโลกจึงทำให้ทวีปทั้งสองแทบจะสูญสลายและถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นฐานที่มั่นของหุ่นยนต์เสีย

จึงนับว่าเป็นความโชคดีของประเทศในแถบยุโรปที่เหล่าหุ่นยนต์นั้นเบนเข็มไปยังทวีปแอฟริกามากกว่าทวีปยุโรป แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสียที่ไหนกัน เพราะในเมื่อทวีปยุโรปมีสัดส่วนปริมาณหุ่นยนต์เป็นอันดับสองของโลก ต่อให้หุ่นยนต์จะเบนเข็มไปทวีปแอฟริกา ก็ยังมีอีกส่วนที่พร้อมจะจัดการทวีปยุโรป เพียงแต่เพราะว่าหุ่นยนต์เสียเวลาไปกับการแบ่งกำลัง จึงทำให้พวกเขายังพอมีเวลาในการอพยพอยู่บ้าง

สาเหตุที่ต้องอพยพไปที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีเพราะว่าเกิดจากการที่ญี่ปุ่นและเกาหลีกลายเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งและสองตามลำดับเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีหลายๆด้าน ซึ่งญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรกับเกาหลีอย่างยาวนานและได้มีการแบ่งปันวัฒนธรรมและข้อมูลทางเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ทั้งคู่กลายมาเป็นมหาอำนาจได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีผิวหนังเทียมซึ่งญี่ปุ่นเป็นผู้คิดค้นจึงมีหุ่นยนต์จำนวนน้อยมากๆที่จะมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนคนเพราะด้วยราคาของมันที่สูงมากๆ

ทั้งสองเหมือนกับสามารถคาดเดาได้ว่าอาจจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 โดยต้องต่อสู้กับหุ่นยนต์จึงมีการเตรียมยุทโธปกรณ์ที่เพียงพอต่อการใช้งานอย่างลับๆ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงๆพวกเขาจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที แต่ก็ยังได้รับความเสียหายที่ค่อนข้างจะหนักอยู่ แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าประเทศโดยรอบ

คาร์ธซึ่งได้ยินข้อมูลทั้งหมดนั้นก็แทบอยากจะกลับไปนอนหลับอีกครั้งโดยไม่ต้องรับรู้อะไร แต่การกระทำแบบนั้นก็ไม่ต่างกับการปฎิเสธและหนีความจริง ซึ่งหลังจากนั้นทั้งสองก็มาถึง London City Airport จริงๆทั้งสองจะต้องแยกทางกันตรงนี้ แต่เทมป์เหมือนจะถูกใจในตัวของคาร์ธจึงตัดสินใจนั่งเครื่องบินเที่ยวอพยพคนไปยังรัสเซียด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองควรจะได้ขึ้นรถทัวร์ที่จะพาไปส่งถึงประเทศเกาหลี แต่ก็เกิดเหตุการณ์หุ่นยนต์เข้าโจมตีเสียก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากรวมถึงเทมป์ที่เสียชีวิตลงและมอบปืนพก 9mm ให้คาร์ธที่รอดชีวิตได้อย่างปาฎิหาริย์

เมื่อเสร็จสิ้นการยึดครองยุโรป เหล่าศัตรู A.I. จึงเบนเข็มไปยังทวีปเอเชีย ทวีปเอเชียมีสัดส่วนปริมาณหุ่นยนต์มากเป็นอันดับสามของโลกซึ่งไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับอันดับหนึ่งและอันดับสอง ในระหว่างนั้นจึงมีการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ เปรียบเทียบได้กับสงครามกลางเมือง ทวีปในเอเชียจึงสามารถออกมาตรการมาป้องกันตัวได้อย่างเฉียดฉิว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานได้ จนมนุษย์ที่ยังรอดชีวิตต้องถอยร่นไปยังเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นสถานที่สุดท้าย

แต่ด้วยพลังและอานุภาพยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่นและเกาหลี ผนวกกับการที่มีกองกำลังพอเตรียมพร้อมอยู่ส่วนหนึ่งจึงสามารถโต้กลับเหล่าหุ่นยนต์ได้บางส่วน จึงทำให้เหล่ามนุษย์สามารถยึดครองพื้นที่ทวีปเอเชียคืนมาได้โดยเฉพาะจีนจนถึงมองโกเลียส่วนทางด้านตะวันตกได้ไปถึงจนสุดแค่อินเดียเท่านั้น แต่ก็ยังนับว่าเป็นข่าวดีได้

คาร์ธที่ต้องเดินทางจากรัสเซียไปยังเกาหลีด้วยตัวของเขาเองเพียงคนเดียวด้วยเท้าทั้งสองของเขา และต้องอาศัยเสบียงที่เป็นอาหารสำเร็จรูปไม่ว่าจะมาเป็นในรูปของกระป๋อง ซอง หรือแม้แต่กระทั่งขนมที่เป็นของกินเล่นก็ตาม สัตว์ก็ถูกฆ่าตายกันหมดเพราะหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากสัตว์ อย่างน้อยเขาก็สามารถนำเนื้อนั้นมาทำให้พอสุกแล้วก็กินได้ สำหรับที่อยู่ไปวันๆก็คงไม่พ้นเหล่าซากปรักหักพังทั้งหลายเขาพอจะหวังพึ่งได้บ้าง ซึ่งนับเป็นความโชคดีของพ่อหนุ่มความจำเสื่อมที่เมืองที่เขาอยู่คือวลาดิวอสตอคที่อยู่ใกล้กับเกาหลีมากที่สุด และเป็นส่วนที่มีจำนวนหุ่นยนต์ค่อนข้างน้อยในรัสเซีย ระยะทางที่ใช้ก็จะไม่เยอะมาก แต่การเดินทางของเขาก็ลำบากเพราะต้องเจอกับเหล่า A.I. มันทุกๆวัน นั่นคือชีวิตของเขาในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

กลับมายังปัจจุบัน หลังจากที่คาร์ธได้รำลึกถึงช่วงเวลาที่เขาต้องฝ่าฟันมาตลอด 1 ปี ก็ทำให้เขารู้สึกได้ถึงน้ำที่กำลังจะเอ่อล้นบริเวณดวงตาของเขา แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะกลั้นมันเอาไว้ เพราะยังไงเสียเขายังไม่รู้เลยว่าในอดีตนั้นเขาเป็นใครกันแน่ และเขาจะไม่ยอมถอดใจจนกว่าเขาจะได้รู้ความจริงนั้น คาร์ธดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะก้าวเท้าอันหนักอึ้งต่อไป

เขายังก้าวต่อไปจนกระทั่งเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนที่จะย่อตัวลง แล้วใช้ซากปรักหักพังนั้นเป็นที่กำบังก่อนที่จะชะเง้อตามองขึ้นมาและสังเกตเห็นหุ่นยนต์ที่รูปร่างเหมือนคน แต่ผิวหนังภายนอกนั้นเป็นเหล็กนั่นเอง กำลังยืนคร่อมตัวของใครบางคนอยู่ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นมนุษย์

“นั่นมัน..มนุษย์!?”

คาร์ธกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ A.I. ตัวนั้นจะใช้มือที่ถูกเปลี่ยนกลับเข้าไปในตัวของมัน หลังจากนั้นมีใบมีดออกมาแทนในส่วนของมือ และใช้ใบมีดดังกล่าวแทงเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้ายของมนุษย์ที่โดนคร่อมอยู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดมันส่งมาถึงตัวของคาร์ธ ซึ่งเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยในตอนนี้ เพียงแต่เขาคงไม่ยอมเห็นคนกำลังโดนฆ่าตายอยู่เฉยๆแน่

เขาใช้กระป๋องอาหารสำเร็จรูปอีกครั้ง ปาไปยังตรงที่ A.I. อยู่ ซึ่งทำให้ A.I. ตัวนั้นให้ความสนใจมากับกระป๋องดังกล่าว มันหันมามองก่อนที่จะดึงใบมีดที่แทงเข้าไปตัวมนุษย์ออกมา มันก้าวเท้าเดินมาในทิศทางของซากที่คาร์ธหลบอยู่ คาร์ธใช้หูในการฟังเสียงฝีเท้าของหุ่นยนต์ที่กำลังๆค่อยย่างเท้าเข้ามา ซึ่งในมือขวาของเขาถือกล่องขนมเปล่าอยู่แล้ว พร้อมที่จะใช้วิธีการแบบเดิมที่เขาสามารถเอาชนะ A.I. ตัวดูดฝุ่นเมื่อก่อนหน้านี้ได้

แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น

“ฉึก..!!”
“เห้ย!!”

มีบางสิ่งบางอย่างทะลุออกมาจากซากปรักหักพังที่เขาใช้เป็นที่กำบัง เขาหันหัวไปช้าๆก่อนที่จะเจอกับใบมีดที่ทะลุผ่านออกมาจากฝั่งตรงข้าม นั่นหมายความว่า A.I. ตัวนี้รู้แล้วว่ามีมนุษย์อยู่ข้างหลังที่กำบังอันนี้ ซึ่งเขาจะอยู่เฉยๆนานไม่ได้แล้ว เขาจึงตัดสินใจโยนกล่องเปล่าทิ้ง แล้วกระโดดถีบดันตัวเองขึ้นมาก่อนที่จะใช้ท่อนเหล็กของเขาเล็งฟาดไปที่หัวของ A.I.

แต่ A.I. ตัวนี้มีปฏิกิริยาที่เร็ว มันใช้มือซ้ายที่เปลี่ยนกลายเป็นใบมีดเช่นเดียวกันยกขึ้นมาการโจมตีของคาร์ธได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่คาร์ธจะลงมายืนบนพื้น A.I. ใช้ใบมีดด้านขวาที่ดึงออกมาจากซากกำแพงนั่นแล้ว หวังจะใช้แทงเข้าคาร์ธที่ลงมา แต่คาร์ธก็มีปฏิกิริยาที่เร็วเหมือนกัน ใช้ท่อนเหล็กยาวของเขาบิดมือขึ้นมาและกันใบมีดได้อย่างทันท่วงที แต่ A.I. ตัวนี้ก็ไม่รอช้าใช้ใบมีดซ้ายฟันเข้ามาอีก คาร์ธก็บิดมือขึ้นมาให้ท่อมากันได้ทันอีกครั้ง ดูเหมือนว่าระยะเวลาที่ผ่านมาจะทำให้เขาใช้ท่อนเหล็กนี้จนชำนาญแล้ว

แต่โมเมนตัมก็ยังคงเป็นของตัว A.I. อยู่ดี ที่ทำการบุกโจมตีเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะเริ่มใช้เท้าในการเตะเข้าไปที่ท้องของคาร์ธ ซึ่งถึงแม้ว่าคาร์ธจะใช้ท่อนเหล็กป้องกันได้ทัน แต่ก็กำลังจะเจอกับใบมีดซ้ายของ A.I. ซึ่งทำให้คาร์ธต้องกระโดดหลบออกมา ซึ่งใบมีดนั้นเฉี่ยวหัวไหล่ขวาของคาร์ธไปจนเกิดเป็นรอยแผลเล็กน้อย คาร์ธคราวนี้เป็นฝ่ายโจมตีต่อบ้างใช้ท่อนเหล็กฟาดไปแต่แน่นอนว่า A.I. ตัวนี้เก่งเอามากๆ จึงนำใบมีดขึ้นมากันได้เหมือนเดิม แต่คราวนี้คาร์ธใช้ขาของเขาตวัดไปที่เท้าตัว A.I. จึงทำให้มันเสียหลัก ก่อนที่คาร์ธจะใช้ท่อนเหล็กทุบแทงไปที่ท้องของมัน และทำการตวัดท่อนหวังปิดบัญชีที่คอ

“อะไรกัน..!?”

แต่มันเปลี่ยนใบมีดของมันกลายเป็นมือและจับท่อนเหล็กของคาร์ธเอาไว้ได้ ก่อนที่เจ้าหุ่นยนต์ A.I. มันจะใช้พละกำลังดึงท่อนเหล็กให้หลุดออกไปจากมือของคาร์ธ จึงทำให้ชายหนุ่มเสียหลักจนเจอเข้ากับมือขวาของ A.I. ที่เปลี่ยนกลับมาเป็นมือแล้วต่อยฮุคเข้าไปที่หน้าของคาร์ธทันที ชายหนุ่มโดนหมัดเต็มๆจนเสียหลักไป A.I. ตามมาแล้วใช้กำลังผลักตัวของคาร์ธลงไปกับพื้น ทำให้คาร์ธอยู่ในสภาพเดียวกันกับมนุษย์ที่โดนแทงเมื่อสักครู่นี้

“คงต้องใช้นัดสุดท้ายแล้วล่ะ..!!”

คาร์ธหยิบปืนพก 9mm ที่เหน็บไว้บริเวณเอวแล้วชักขึ้นมา ก่อนที่จะลั่นไกใส่ในระยะเผาขนใส่บริเวณดวงตาขวาของ A.I. ตัวนี้

“ปัง!!”

A.I. กุมตาของตัวเองและทำให้สูญเสียจังหวะในการที่จะกำจัดคาร์ธไป ซึ่งทำให้คาร์ธฉวยโอกาสจังหวะนี้เอง ถีบดันตัวเองออกไปและสามารถกลับไปหยิบท่อนเหล็กของเขาที่ถูกโยนทิ้งไปด้วยน้ำมือของ A.I. ตัวนี้ และสามารถตั้งท่ากลับมาได้พร้อมรับมือกับหุ่นยนต์อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน A.I. ก็หันไปทางคาร์ธด้วยดวงตาที่สัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นของหุ่นยนต์ ซึ่งข้างขวานั้นโบล๋เข้าไปเห็นวงจรข้างในเลยทีเดียว

ทั้งสองฝ่ายต่างยืนประชันหน้ากัน ซึ่งแต่ล่ะฝ่ายต่างมีจิตใจที่จะเข้าห้ำหั่นกันจนกว่าจะมีใครที่ตายกันไปข้างหนึ่ง แต่ทว่า..

“ปังงง!!!”

เสียงปืนที่เขาได้ยินจากระยะไกลดังขึ้นมา และอยู่ดีๆ A.I. ที่อยู่ตรงหน้าของคาร์ธนั้นก็หยุดการทำงานลง ก่อนที่จะล้มลงไปฟุบกับพื้นพร้อมกับความประหลาดใจของคาร์ธ ซึ่งบอกได้เลยว่าตอนนี้อารมณ์ของคาร์ธก็ไม่ต่างอะไรกับงงเป็นไก่ตาแตก เขาพยายามมองไปรอบๆว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนกระทั่งสังเกตเห็นมนุษย์คนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเขาในชุดสีดำแนบเนื้อ เขาสังเกตได้ว่ามนุษย์คนนั้นคือผู้หญิง แต่เอกลักษณ์ของเธอคือการที่มีปืนสไนเปอร์ไรเฟิลขนาดใหญ่สะพายอยู่ด้านหลังของผู้หญิงคนหนึ่ง

คาร์ธด้วยความประหลาดใจจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จนกระทั่งผู้หญิงที่สะพายสไนเปอร์ไรเฟิลนั้นได้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เธอมีดวงตาสีแดงที่ขัดกับผมสีน้ำเงินสั้นของเธอ ด้วยชุดแนบเนื้อนั้นทำให้สังเกตเห็นสัดส่วนธรรมชาติของผู้หญิงได้เป็นอย่างดี แต่มันคงไม่ใช่เรื่องที่จะมาสนใจเรื่องพรรค์นี้ เพื่อกลบความอึดอัดคาร์ธจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาก่อน

“เธอคือ..?”
“ริน เป็นทหารน่ะ”
“พอดีชั้นได้ยินว่ามีทหารของเกาหลีที่มาลาดตระเวนแล้วต้องการความช่วยเหลือน่ะ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันแล้วสินะ”

สายตาของผู้หญิงที่ชื่อรินนั้นหันไปหาทหารหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่พร้อมกับลอยเรือดที่เห็นได้ชัดว่ามีจำนวนมากที่บริเวณหน้าอกซ้ายของเขา หรือก็คือทหารเกาหลีที่รินพยายามจะมาช่วยก็คือคนที่เพิ่งโดน A.I. ตัวนั้นฆ่าตายไปนั่นเอง

“ชั้นพยายามจะช่วยแล้ว.. แต่มันไม่ทันจริงๆ”
“มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอก.. แล้วนายคือ..?”
“คาร์ธน่ะ คาร์ธ วิสซ์แมน”
“แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ ?”
“ผู้อพยพน่ะ.. พอดีรถบัสเที่ยวสุดท้ายถูกกลุ่ม A.I. เข้ามาทำลายจนหมดสิ้น ชั้นเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว..”

คาร์ธพูดขึ้นด้วยสีหน้าที๋โศกเศร้า ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเขาเป็นผู้เหลือรอดคนเดียวและมนุษย์คนอื่นๆนั้นเสียชีวิตหมด แต่มันหมายถึงว่าเทมป์ สหายร่วมการเดินทางของเขาและผู้ช่วยเหลือเขานั้นได้ตายลงไปด้วยนั่นเอง

“ทางเราไม่คิดว่าจะมีใครรอดด้วยซ้ำจากข่าวที่ได้ทราบมา..”
“แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ? นี่มันรัสเซียไม่ใช่เหรอ ?”
“เฮ้อ.. เมื่อกี๊ก็เพิ่งบอกไปไงว่าชั้นมาช่วยทหารเกาหลีที่มาลาดตระเวน”
“หรือว่า..?”

คาร์ธเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและความดีใจที่กำลังจะถูกปล่อยออกมาในไม่ช้านี้ การที่มีทหารเกาหลีมาลาดตระเวนอยู่ในบริเวณนี้นั่นหมายความว่า..

“ตอนนี้เราอยู่ในเขตชายแดนเกาหลีเหนือแล้ว”

______________________________


Best Waifu
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
A.I. : ตอนที่ 1
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: