Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Shining in the Darkness : EP 20

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2224
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Shining in the Darkness : EP 20   Sat Jan 02, 2016 2:44 pm

โดเมนิกนั่งอยู่ใกล้ๆกับกองไฟ เปลวเพลิงนั้นสร้างความอบอุ่นและสร้างแสงสว่างขึ้นรอบๆพื้นที่ เนื้อตัวของเขานั้นมอมแมมไปด้วยดินโคลน อากาศนั้นหนาวเหน็บ เขามองไปอีกด้านของกองไฟ เขาเห็นโรซารี่นอนอยู่บนพื้น ร่างของเธอนั้นถูกคุมด้วยผ้าคลุมของเธอ โดเมนิกมองใบหน้าอันงดงามของหญิงผมสีขาว ใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวด เธอกำลังทุกข์ทรมาน เธอกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวด ดอกไม้บนดวงตาของเธอนั้นเริ่มเหี่ยวเฉาลงทุกๆวินาทีที่และเขาก็รู้ว่าเมื่อใดที่ดอกไม้ดอกนี้ตาย มันจะเกิดอะไรขึ้น

“เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงนะ?” โดเมนิกตั้งคำถามขึ้นพลางก้มลงมองบนพื้นดินที่เย็นยะเยือก

=====

“กรุกๆ” เสียงล้อรถเกวียนนั้นดังขึ้น

ฟาร์เรลล์ขับเกวียนโดยมีมาร์คนั่งข้างๆ พอพูดถึงเกวียนทีไรโดเมนิกมักจะมีประสบการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นบ่อยๆ ทุกครั้งที่โดเมนิกได้นั่งบนเกวียนมันต้องเกิดเรื่องร้ายๆเสมอๆ แต่ถึงอย่างนั้นการได้นั่งเกวียนมันก็สบายกว่าการเดินบนทางเท้าเป็นไหนๆ เหลือเพียงหาตัวชายที่ชื่อลูเซี่ยน แล้วกลับไปหาท่านอเล็กซิมัส แล้วทุกอย่างจะได้จบลงเสียที ข้างๆโดเมนิกนั้นคือไคแรนต้าที่นั่งอยู่ด้วย เธอนั่งติดกับโดเมนิก ติดชนิดที่ว่าแขนของทั้งสองสัมผัสกันอยู่ บนตักของโดเมนิกนั้นมีหนังสือเล่มนึงวางอยู่ หญิงหางม้าชะโงกหน้าเข้าไปยังหนังสือที่วางไว้ เธอใช้มือของเธอชี้ไปยังตัวอักษรที่อยู่บนหนังสือก่อนจะเอ่ยปากถาม

“คำนี้อ่านว่าอะไรหรือ” เธอถามด้วยความสงสัย
“อ่อ คำนี้อ่านว่าอัศวินน่ะ แล้วคำต่อไปเจ้าอ่านออกรึเปล่า?” โดเมนิกถามต่อ
“เอ่อ...เอ่อ...” ไคแรนต้าพยายามนึก
“อ่านว่าแห่งน่ะ” ชายผมขาวอ่านให้ฟัง
“โฮ่ๆ แบบนี้นี่เอง” เธอกอดอกของตัวเองพลางพยักหน้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเข้าใจ

ในขณะที่โดเมนิกและไคแรนต้ากำลังท่องเข้าไปในโลกของตัวอักษร ก็มีสายตาคู่นึงที่มองมายังทั้งสอง มันมาจากดวงตาสีเหลือง เธอมองด้วยความไม่พอใจ ซักพักเธอก็ลุกจากฝั่งของเธอก่อนจะไปเบียดนั่งข้างๆของโดเมนิก เธอชะโงกหน้ามาก่อนจะชี้ยังตัวอักษรตัวนึงบนหนังสือ

“ท่านโดเมนิกเจ้าคะ คำนี้อ่านว่าชัยชนะรึเปล่าเจ้าคะ?”
“ใช่ ทำไมหรือ?” โดเมนิกถามสาวหูจิ้งจอกด้วยสายตาฉงน
“เปล่าค่ะ ดิชั้นคิดว่าคำง่ายๆขนาดนี้น่าจะไม่มีใครอ่านออก ถ้าจะมีใครอ่านไม่ออกดิชั้นว่าคนๆนั้นน่าจะเป็นคนที่สมองกลวงไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ” โดโรธีพูดพลางมองหน้าของไคแรนต้าที่นั่งอีกข้าง

“เจ้าว่าข้าหรือ?!” ผู้ถูกต่อว่าพูดน้ำเสียงโกรธกริ้ว
“ร้อนตัวหรือเจ้าคะ?” หญิงหูจิ้งจอกพูดด้วยน้ำเสียงยียวน
“เจ้า...” ไคแรนต้ากำหมัดแน่น

แต่ท้ายที่สุดเธอก็คลายหมัดออกก่อนจะนั่งเงียบๆ ส่วนโดโรธีก็ยิ้ม รอยยิ้มของเธอนั้นถ้าหากจะให้ตีความหมาย ก็คงประมาณว่า “ภารกิจสำเร็จ” ล้อเกวียนก็ยังคงหมุนต่อไปเฉกเช่นเวลา จากท้องฟ้าที่สว่างไสวเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าที่มืดมิด อากาศที่อบอุ่นกลับกลายเป็นสายลมที่หนาวเหน็บ เหล่าคณะเดินทางตั้งแคมป์ไว้กลางป่า แสงไฟนั้นส่องสว่างไปทั่วป่า ทุกคนนั่งล้อมกองไฟ ทุกอย่างนั้นเงียบสงัด มีเพียงแต่เสียงของเปลวเพลิงที่ดังไปทั่วท้องฟ้า โดเมนิกนั่งแหงนมองท้องฟ้า คืนนี้นั้นไม่มีดวงดาวให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

“แกร่ก” เสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้นจากพุ่มไม้

ทุกคนต่างหยิบอาวุธของตัวเองขึ้นมาก่อนจะมองไปทางเดียวกัน เสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะมีชายคนนึงปรากฏออกมาจากพุ่มไม้ สภาพของเขานั้นเรียกว่าปางตายก็ว่าได้ บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ไม่ใช่แค่รอยแผลแต่ใบหน้าของเขาก็มีรอยไหม้อยู่ด้วย เขามองมายังพวกโดเมนิกด้วยสายตาที่อ่อนล้า ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกับพื้น เหล่านักเดินทางต่างรีบพยุงร่างของเขาไปนั่งพิงกับต้นไม้ ก่อนที่จะเริ่มปฐมพยาบาลเขา


“เดี๋ยว...ข้าว่าข้าจำหน้าเจ้าได้ เจ้ามาจากป้อมของชาลตั้นนี่? เกิดอะไรขึ้น?” โดเมนิกถาม

เขามองหน้าของพวกโดเมนิก เขาจำชายผมขาวคนนี้ได้เหมือนกัน จริงๆคนในป้อมปราการนั้นจำชายคนนี้ได้กันหมดทุกคนแหละ เพราะมันคงไม่มีใครกล้าและบ้าที่จะกล้าเดินเข้ามาในป้อมนั้นในฐานะอาชญกรและเข้ามาโดยไม่ได้มีอาวุธอะไร ชายผู้บาดเจ็บคนนี้รวบรวมแรงที่เหลืออยู่จับไหล่ของโดเมนิก

“ท่านชาลตั้นตายแล้ว...อาร์เบอโร่ฆ่าเขา”
“เจ้าว่าไงนะ...” โดเมนิกพูดด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เขารู้แล้วว่าท่านชาลตั้นหันไปร่วมมือกับท่าน” เขาพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“เจ้าหยุดพูดก่อน ไม่งั้นอาการของเจ้าจะแย่ไปกว่านี้” ฟาร์เรลล์พูดในขณะที่ใช้พันแผลพันไปที่รอบๆตัวเขา

ฟาร์เรลล์เงยหน้ามองก่อนที่จะพบว่าเขาตายแล้ว...ชายผมน้ำตาลยื่นมือไปปิดดวงตาของเขา

“เขาตายแล้ว” เสนาธิการของอเล็กซิมัสหันมาพูดกับคนอื่นๆ

เช้าวันใหม่มาเยือน โดเมนิกเล่าถึงความเกี่ยวข้องระหว่างเขากับชาลตั้นให้ฟาร์เรลล์ฟัง รถเกวียนคันเดิมยังคงวิ่งอยู่บนถนนเส้นเดิม พวกเขาฝังร่างของทหารคนนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รถเกวียนในวันนี้เงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น ทุกคนต่างยังคงคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกคนต่างตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น? และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เพราะความเงียบงันนั้นจึงทำให้ทุกคนได้ยินเสียงของใบไม้ที่พริ้วไหวไปตามสายลม รวมถึงเสียงของเกวียนที่ดังก้องกังวานในหูของทุกคน

“ข้าไม่เข้าใจมันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” โดเมนิกพูดขึ้นมา

ทุกสายตามองมายังเสียงทั้งหมด ไม่เว้นแต่ฟาร์เรลล์และมาร์คที่กำลังคุมเกวียนอยู่

“บางทีอาจจะมีใครซักคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ชาลตั้นทำด้วยรึเปล่า?” มาร์คตั้งคำถาม
“ข้าว่าไม่น่านะ ข้ารู้จักชาลตั้นและคนของเขาดี คนของชาลตั้น พวกเขาไม่เคยไม่พอใจการตัดสินใจของชาลตั้น”
“เรียกได้ว่าชาลตั้นเป็นเหมือนพี่ชายคนโตของบ้านละมั้ง” ฟาร์เรลล์ตอบกลับ

“แต่มันก็ไม่แน่นะ บางทีอาจจะมีคนไม่พอใจแล้วแจ้งอาร์เบอโร่ก็ได้” มาร์คลองตั้งประเด็นขึ้นมา
“ก็เป็นไปได้ แต่ก็อาจจะมีอะไรนอกเหนือจากนี้ก็ได้” ฟาร์เรลล์ตอบกลับ
“เจ้าหมายถึง?” ชายผมเขียวถามในสิ่งที่ชายผมน้ำตาลพยายามจะสื่อ

ฟาร์เรลล์ไม่ได้ตอบอะไร แต่เขาก็ยังคงขับเกวียนต่อไป มาร์คอยากจะถามต่อว่าจริงๆแล้วเขากำลังจะพูดว่าอะไร แต่เขาก็รู้จักนิสัยเสนาธิการคนนี้ดี ว่าถ้าหากเขาไม่ต้องการจะพูดอะไร ไม่ว่าจะพยายามล้วงแค่ไหน ถ้าเขาไม่ต้องการจะปริปากพูดถึงมัน เขาก็จะไม่พูดถึงมัน

=====

สายฝนนั้นโปรยปลายลงมาในยามเย็น เม็ดฝนนั้นตกกระทบลงพื้นหญ้าและใบไม้ดังเปาะแปะ สำหรับเหล่าพฤกษาคงชอบสายฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้าแต่หากทว่าพวกโดเมนิกนั้นไม่ชอบมันเสียเท่าไหร่ การที่นอนบนพื้นดินแฉะๆนั้นคงไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เท่าไหร่ ไม่ใช่แค่พื้นที่ไม่น่านอน แต่อากาศนั้นก็เย็นกว่าปกติ มันทำให้โดเมนิกไม่อยากนึกเลยว่าถ้าหากนี่เป็นหน้าหนาวหรือยามหิมะตกมันจะทรมานขนาดไหน หวังว่าเขาจะเจอลูเซี่ยนก่อนที่เหมันต์จะมาเยือน ฝนนั้นยังคงตกอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนจะไม่มีทีท่าที่จะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย นี่ก็ใกล้จะเข้าสู่โลกราตรีแล้วเหล่าคณะเดินทางต่างหยุดก่อนจะนั่งล้อมรอบกันเหมือนเดิม

“คืนนี้จะหยุดตรงไหมนะ?” โดโรธีตั้งคำถามขึ้นพร้อมกับแหงนหน้า
“ข้าเองหวังว่าจะหยุดตกนะ” โดเมนิกตอบกลับพลางแหงนมองผืนนภา
“ข้าจะไปดูละกันว่าแถวๆนี้ว่ามีที่ร่มรึเปล่า” โดเมนิกพูดพลางลุกขึ้นมา
“ดิชั้นไปด้วยเจ้าคะ” โดโรธีลุกจากที่นั่งของเธอ
“ข้าไปด้วย” โรซารี่พูดพร้อมกับลุกขึ้นเช่นเดียวกัน

จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกในรอบสองสามวันรึเปล่าที่โดเมนิกได้ยินเสียงของหญิงผมขาวผู้นี้ ตลอดทางการเดินทางมา เขาไม่ได้ยินเสียงของเธอเลยซักครั้ง แต่ถึงกระนั้นเขาไม่ได้แสดงความเห็นอะไรในจุดนี้ ทั้งสามเดินอยู่ในป่าท่ามกลางสายฝน เสียงฝีเท้าของทั้งสามที่ย่ำลงไปในดินที่แฉะดังขึ้นเป็นระยะๆ ทั้งสามกวาดสายตาไปรอบๆโดยหวังว่าจะหาที่ร่มเจอ การได้นอนใต้ที่ร่มในสภาพอากาศที่เลวร้ายแบบนี้ก็เหมือนกับเป็นพรจากท่านเทพฟอร์จูน

“จะว่าไปพวกเจ้าเข้าใจในสิ่งที่ท่านฟาร์เรลล์พูดรึเปล่า?” โดเมนิกเอ่ยปากถามหญิงทั้งสองคนที่เดินนำหน้าเขา
“ดิชั้นก็ไม่มั่นใจเหมือนกันเท่าไหร่...มันดูตีความได้หลายแบบเหลือเกิน” โดโรธีตอบโดเมนิก
“แล้วเจ้าคิดว่ายังไง?” โดเมนิกถามต่อ

ไม่ทันที่หญิงหูจิ้งจอกจะได้ตอบ โรซารี่ที่เดินนำหน้าก็ตะโกนขึ้นมา

“ข้าเจอถ้ำ”

คำพูดนี้ทำให้โดเมนิกและโดโรธีเร่งฝีเท้าขึ้นมา ทั้งสองยืนเคียงข้างโรซารี่ สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นคือปากถ้ำ มันทำให้สีหน้าของโดเมนิกและโดโรธีนั้นเต็มไปด้วยความยินดี ทั้งสามรีบตรงเข้าไป แต่ก่อนที่จะเข้าไปพวกเขาก็หยุดอยู่หน้าปากถ้ำ

“โดโรธีเจ้ารออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวข้ากับโดเมนิกจะเข้าไปสำรวจก่อน ถ้ามีอะไร เจ้าไปตามท่านฟาร์เรลล์หรือท่านมาร์คมานะ”

โรซารี่พูดจบก็เดินนำหน้าไป โดเมนิกมองหน้าของโดโรธี สีหน้าของเธอนั้นบ่งบอกว่าเธอไม่ค่อยพอใจกับการที่ต้องอยู่แยกกับชายที่ตัวเองรัก โดเมนิกยิ้มให้ก่อนจะลูบศีรษะของเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำที่มืดมิด เสียงฝีเท้าของทั้งสองนั้นดังกึกก้องไปทั่วถ้ำ ไม่รู้ว่าทำไม แต่ถ้ำที่สองเดินอยู่นั้นไม่ได้มืดมากนัก บางทีอาจจะมีช่องที่ทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาก็ได้ ทั้งสองยังคงเดินต่อไป หวังว่าภายในนี้จะไม่มีอะไร ซึ่งก็โชคดี ดูเหมือนในถ้ำนี้จะไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายและน่าจะใช้เป็นที่พักในคืนนี้ได้

“จริงๆ...ข้าว่าข้าเข้าใจในสิ่งที่ท่านฟาร์เรลล์พูดนะ”

คำพูดประโยคนี้ทำให้โดเมนิกที่กำลังจะหันหลังกลับออกไปจากถ้ำหยุดก่อนจะมองหน้าของเธอ

“ข้าคิดว่า...”

ไม่ทันที่โรซารี่พูดจบก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา โดเมนิกพยายามจะทรงตัวแต่เขาก็ล้มลงไป เช่นเดียวกันกับโรซารี่ที่ล้มลงไปเช่นเดียวกัน แผ่นดินไหวนั้นรุนแรงมาก เมื่อเขารู้ตัวอีกที พวกเขาก็ได้ยินเสียงแผ่นดินที่แยกออก แผ่นดินที่พวกเขานั่งอยู่นั้นแยกออกจากฝืนดิน โดเมนิกและโรซารี่พยายามเอื้อมมือจับที่ยึด แต่หากทว่ามันห่างจากตัวพวกเขาออกไปค่อนข้างมาก เมื่อพวกเขารู้ตัวอีกที พวกเขาก็กำลังจมดิ่งลงไปในความมืดมิด

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Shining in the Darkness : EP 20
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: