Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Gate of Desire : Prince (Robin) 1

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Gate of Desire : Prince (Robin) 1   Sun Feb 21, 2016 8:37 am

“ท่านต้องตามหาประตูแห่งประสงค์” ชายร่างยักษ์ในชุดเกราะพูดกับชายคนหนึ่ง
“เพื่อช่วยพวกเรา”

รอบๆนั้นเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณของผู้คนมากมาย คราบเลือดนั้นกระเซ็นติดไปทั่วทุกแห่ง ไม่ว่าจะบนพื้น บนผนัง หรือแม้แต่บนชุดเกราะของชายร่างยักษ์ก็ตาม ในมือของพี่บึ้มคนนี้นั้นกำดาบเล่มใหญ่อยู่ บนดาบนั้นมีแต่รอบเลือดที่ยังคงสดอยู่ เปลวเพลิงนั้นลุกโชนพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความกลัวที่ดังขึ้นให้ได้ยินเป็นระยะๆ ชายผมสีขาวได้ยินประโยคนี้ก็หันไปมองเบื้องหลังของตัวเอง ทะเลเพลิงนั้นปกคลุมปราสาทหรือก็คือบ้านของเขา เขากำดาบของเขาด้วยความโกรธแค้น ในขณะที่เขามองบ้านของตัวเองมอดไหม้

“ท่านโรบิ้น เราต้องไปกันแล้ว” หญิงผมสีดำที่จูงม้าออกมาพูดขึ้นกับชายผมสีขาว
“อืม” ชายที่ถูกเรียกว่าโรบิ้นตอบพร้อมกับขึ้นไปนั่งบนหลังม้าสีขาว

ม้าตัวนี้เริ่มวิ่งออกไป ชายร่างยักษ์คนนี้ตะโกนไล่หลังไป

“ท่านคือคนเดียวที่จะกอบกู้ตระกูลไอร่อนวิลได้!!”

โรบิ้นหันไปมองก่อนจะพยักหน้า ชายร่างยักษ์คนนี้หันกลับไปก่อนจะมองทหารมากมายที่ต่างวิ่งตรงมาหาเขา ชายร่างยักษ์คนนี้คำรามก่อนจะตะโกนชื่อของตระกูลที่เขารับใช้ดังกึกก้องไปทั่วผืนนภา ก่อนที่เขาจะวิ่งตรงไปพร้อมกับดาบในมือของเขา เขาใช้ดาบของเขาเสียบเข้าไปยังร่างของศัตรูที่อยู่รอบๆเขา แต่แม้เขาจะเก่งขนาดไหนก็ตาม แต่ด้วยจำนวนของเหล่าศัตรูที่มากมายเหลือเกิน มันก็ทำให้ไม่สามารถเอาชนะศึกในครั้งนี้ได้ อาวุธหลายอย่างนั้นเสียบเข้ามายังร่างของเขา ทั้งคมดาบและคมหอกต่างทะลุร่างกายของเขา หยดเลือดจากนักรบคนนี้หยดลงบนพื้นหญ้า เหล่าศัตรูของเขาต่างดึงอาวุธที่เสียบร่างของตัวเองออกพร้อมๆกัน มันทำให้ชายคนนี้ล้มลงไปกับพื้น เขาเห็นธงตระกูลของตัวเองนั้นขาดสะบั้นและนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาเห็น

=====

“ย้าก!!” ชายผมสีขาวตะโกนขึ้นพร้อมกับใช้ดาบไม้ของเขาแกว่งไปยังหญิงผมดำยาวสลวยที่ยืนตรงข้ามกับเขา

เธอรับดาบไม้นั้นไว้ด้วยดาบไม้ของเธอเอง เธอดึงดาบของเธอออกมาก่อนจะหมุนตัวพร้อมกับจะใช้ดาบไม้ตีเข้าไปคอของชายผมสีขาว แต่หากทว่าคู่ต่อสู้ของเธอนั้นรู้ทัน เขาใช้มือของตนจับข้อมือของเธอ ก่อนที่เขาจะออกแรงทุ่มหญิงผมสีดำ ร่างของหญิงผมสีดำนั้นกระแทกกับพื้นหญ้า ดาบไม้ในมือของเธอนั้นหลุดมือก่อนจะกระเด็นออกห่างตัวของเธอไปเล็กน้อย เธอลุกขึ้นมาก่อนจะหาอาวุธของตัวเอง แต่เมื่อเธอเห็นว่าอาวุธของตัวเองนั้นอยู่ที่ใด เธอก็ถูกชายผมสีขาวใช้ดาบไม้จ่อไปที่ลำคอของเธอ มันทำให้หญิงผมดำนั้นยกมือขึ้นเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเธอยอมจำนนแล้ว

“ท่านโรบิ้นนี่พัฒนาขึ้นเยอะจริงๆ ข้าไม่เคยสู้ท่านได้เลย” หญิงผมดำเอ่ยชื่นชมชายที่ชื่อว่าโรบิ้น

ชายผมขาวลดมือลง เมื่อเขาลดมือลง หญิงผมดำก็ลดมือลงของตัวเองเช่นเดียวกัน

“ข้าไม่ได้พัฒนาอะไรหรอกเอเลน่า..แต่เจ้ากำลังต่อให้ข้าต่างหาก”
“ข้าไม่ได้ต่อให้ท่านเสียหน่อย ข้าสู้ท่านไม่ได้จริงๆ” หญิงที่ถูกเรียกว่าเอเลน่าปฏิเสธ
“เมื่อวานข้ายังแพ้เจ้าอยู่เลย แล้ววันนี้ข้าจะชนะเจ้า มันเป็นไปได้หรือ?” โรบิ้นตั้งคำถาม

“ข้าอยู่กับเจ้ามาตั้งแต่เด็ก ข้าไม่เคยชนะเจ้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วอยู่ดีๆข้ามาชนะเจ้าแบบขาดลอย”
“ไม่แปลกไปหน่อยหรือ?” โรบิ้นตั้งคำถาม

“ข้าขอโทษ..ข้าเห็นช่วงนี้ท่านดูเครียดๆ ข้าเลยอยากทำให้ท่านยิ้มได้บ้าง”
“ช่างมันเถอะ” โรบิ้นพูดพลางเก็บดาบไม้ในมือของเขากับที่ตกอยู่ที่พื้นไว้ยังที่ๆมันควรอยู่

“พรุ่งนี้แล้วซินะ..” เอเลน่าพูดขึ้นมาลอยๆ
“อืม พรุ่งนี้แล้วล่ะ” โรบิ้นตอบกลับ
“ถ้างั้นข้าขอตัวล่ะ ข้าต้องไปพบพ่อของข้า” โรบิ้นหันมาพูดก่อนจะก้าวเท้าออกห่างจากตัวหญิงผมสีเข้ม

แต่หากทว่าในขณะที่เขาเดินอยู่นั้น เขาก็หยุดลงก่อนจะหันกลับมายังโรบิ้นที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ชายผมสีขาวนั้นเงียบอยู่ซักพัก เช่นเดียวกันกับเอเลน่าที่จ้องมองเขาเช่นเดียวกัน เธอไม่ได้พูดแต่รอให้ชายที่เป็นทั้งเจ้านายและมิตรสหายของเธอพูด ชายผมสีขาวสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะพูดกับหญิงที่โตกับเขามาตั้งแต่เขายังเยาว์วัย

“นี่เอเลน่า คืนนี้มาเจอกับข้าที่เดิมได้ไหม?”
“ได้ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ

โรบิ้นไม่ได้พูดอะไรนอกจากส่งยิ้มให้เธอ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากสวนของราชวัง เขาเดินไปโถงทางเดินที่ยาวเหยียด ตลอดทางนั้นเหล่าคนใช้และขุนนางที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างก้มโค้งให้กับเขา ไม่แปลกเท่าไหร่นักสำหรับลูกชายคนโตสุดของตระกูลไอร่อนวิลซึ่งถือว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สุดตระกูลหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ เอาจริงๆประวัติศาสตร์มันไม่ได้เกี่ยวอะไรหรอก ที่ทุกคนต่างเคารพเขา เพราะเขามีเชื้อราชวงศ์ ด้วยคำว่าราชวงศ์นั้นจึงทำให้ทุกคนต้องเคารพเขา อาจจะเพราะหน้าที่หรืออาจจะเพราะเคารพในตัวเขาจริงๆก็ได้

ถ้าให้เล่าในปราสาทของตระกูลไอร่อนวิลนั้น มักจะแบ่งเป็นสองพวก พวกแรกคือพวกที่ไม่ชอบโรบิ้น เพราะด้วยความที่โรบิ้นเป็นคนที่มีแนวคิดใหม่ และพยายามลบขนบธรรมเนียมเดิมๆทิ้งออกไป ทำให้เขามักจะถูกพวกอนุรักษ์นิยมต่อต้านอยู่เงียบๆ คนพวกนี้ไม่แสดงให้เห็นชัดๆว่าพวกเขาต่อต้านแต่ถามว่าโรบิ้นรู้ไหม? แน่นอนเขารู้ ส่วนอีกฝั่งก็คือฝั่งที่ตรงข้ามกับฝั่งเมื่อครู่ ก็คือฝั่งที่เห็นชอบกับโรบิ้น คนพวกนี้มองว่าโรบิ้นเป็นคนที่มีอุดมการณ์และน่าจะนำพาให้ตระกูลไอร่อนวิลบินสูงขึ้นกว่าทุกๆวันนี้ แต่ถามว่าคนพวกนี้แสดงออกไหม? เช่นกันพวกเขาก็ไม่แสดงออก

“ก๊อกๆ” โรบิ้นใช้มือก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป

เมื่อเขาเข้าไปนั้นเขาก็เห็นชายผมสีขาว ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นเพราะวัยชรา เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขา บนโต๊ะนั้นมีกระดานหมากรุกอยู่ บนกระดานนั้นยังคงมีหมากอยู่หลายตัว แต่ในขณะเดียวกันข้างๆก็มีหมากวางอยู่ ดูเหมือนเกมนั้นพึ่งเริ่มเท่านั้น ดูเหมือนชายชราคนนี้กำลังเล่นหมากรุกกับตนเองอยู่ ชายแก่คนนี้เงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้น ซึ่งเขาเห็นโรบิ้นที่กำลังเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะนั่งตรงข้ามเขา มันก็ทำให้ชายแก่คนนี้หยุดทำกิจกรรมของเขาก่อนจะมองหน้าแขกที่มาเยือนเขาในเวลานี้

“พรุ่งนี้แล้วซินะ โรบิ้น” ชายแก่คนนี้พูดเหมือนเอเลน่า
“ขอรับ ท่านพ่อ...พรุ่งนี้แล้วที่ข้าจะต้องแต่งงานกับตระกูลคีนส์” โรบิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก

“ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าข้าไม่ใช่ลูกที่ดีต่อท่าน แต่ครั้งนี้ท่านให้ข้าไม่ได้จริงๆหรือ? ข้าไม่อยากแต่งงานกับตระกูลคีนส์” โรบิ้นพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
“โรบิ้น เราคุยเรื่องนี้กันแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากแต่งงานกับลูกสาวของบ้านคีนส์”
“แต่เจ้าก็รู้ว่าตระกูลคีนส์เป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ และหากเราสามารถเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลที่ใหญ่ได้”
“ครอบครัวของเราจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ไม่ดีหรือไง?” ผู้เป็นพ่อถามพร้อมกับเคลื่อนหมากตัวนึงบนกระดานไปด้วย

“แต่ข้าไม่ได้รักลูกสาวของตระกูลคีนส์นี่ ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางชื่ออะไร” โรบิ้นพยายามจะโน้มน้าวให้พ่อตัวเองเปลี่ยนใจ
“ตอนที่ข้าแต่งกับแม่เจ้าข้าก็ไม่รู้ว่านางชื่ออะไร แล้วข้าก็อยู่กับนางจนข้ารักนางไปเอง”
“เจ้าก็คงเหมือนกัน” ชายแก่พูดก่อนจะเคลื่อนหมากต่อ

โรบิ้นได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเขาก่อนจะเดินจากไป

=====

ในที่สุดค่ำคืนก็มาถึง โรบิ้นเดินพร้อมตะเกียงในมือ เพราะนี่คือยามวิกาลมันจึงทำให้ทุกอย่างรอบๆนั้นมืดไปหมด มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงสีน้ำตาลที่อยู่ในมือของโรบิ้นเท่านั้นที่ส่องสว่างและทำให้เขาเห็นพื้นที่รอบๆ เขาเดินออกยังสวนของปราสาทอีกครั้ง โรบิ้นแหงนหน้ามอง ท้องฟ้านั้นมีดวงจันทร์อยู่ มันเป็นคืนที่มีดวงดาราไม่มากนัก โรบิ้นมองตรงไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง มันเป็นต้นไม้ที่มีบ้านไม้ตั้งอยู่ ตลอดทางนั้นมีบันไดปูเป็นทางให้ขึ้นไปถึงบ้านหลังนั้น โรบิ้นเดินขึ้นบันไดไปก่อนจะเปิดประตูไม้เข้าไป เขาก้มตัวลงเพื่อให้เขาสามารถเข้าไปได้ บ้านต้นไม้นี้ถูกสร้างไว้ตั้งแต่โรบิ้นยังเป็นเด็ก โดยปกติบ้านไม้หลังนี้มักจะเป็นที่เล่นของโรบิ้นและเอเลน่าแต่เมื่อทั้งคู่โตขึ้นมันเป็นเหมือนเป็นฐานทัพของทั้งสอง มันไว้ใช้สำหรับพูดคุยเรื่องต่างๆ ประเด็นที่ไม่มีใครกล้าพูดกัน หรือแม้แต่อ่านหนังสือที่ทางอาณาจักรไม่ยอมให้อ่าน โรบิ้นมองไปก่อนจะเห็นเอเลน่านั่งอยู่บนพื้นไม้ ข้างๆตัวนั้นมีตะเกียงเช่นเดียวกัน โรบิ้นใช้ลมดับเปลวเพลิงจากตะเกียงก่อนจะลงไปนั่งข้างๆกับมิตรสหายตัวเอง

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพรุ่งนี้ข้าจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว” โรบิ้นพูดพลางกวาดสายตาไปรอบๆห้องแห่งความทรงจำของเขา
“ข้าไม่อยากไปเลยแม้แต่น้อย” ชายผมขาวแสดงความรู้สึกของตัวเอง
“ข้าเข้าใจแหละ ข้ารู้ว่าท่านต่อต้านการคลุมถุงชน แต่ท่านโรบิ้นลองมองโลกแง่ดีซิ ข้าได้ยินว่าลูกสาวของตระกูลคีนส์สวยมากเลยนะ” เอเลน่าพยายามจะปลอมโรบิ้น

โรบิ้นฟังแล้วก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เขากุมหมัดของเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับพูดกับหญิงผมสีดำยาวสลวยที่นั่งข้างๆกับตน

“จริงๆที่ข้าไม่อยากแต่งงานกับลูกสาวตระกูลคีนส์ ไม่ใช่แค่ว่าข้าไม่เห็นด้วยกับประเพณีของพวกเราหรอก”
“แต่ข้ามีคนที่ข้าชอบอยู่แล้วต่างหาก”
“เจ้าไง” โรบิ้นหันมาพูดกับสหายของตัวเองที่อยู่กันมาเกือบยี่สิบปี

“เอ๊ะ” เอเลน่าได้ยินประโยคนี้หน้าของเธอก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย
“แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าชอบข้ารึเปล่า?” โรบิ้นถามพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาของเอเลน่า
“...ข้าเองก็ชอบท่าน” เอเลน่าพูดออกมาหลังจากที่เธอเงียบอยู่พักนึง

ความเงียบเข้าปกคลุมก่อนที่ทั้งสองจะมองหน้า โรบิ้นกับเอเลน่ายื่นริมฝีปากเข้าหากันก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะประกบกัน โรบิ้นผลักเอเลน่าลงไปกับพื้นไม้ก่อนที่ทั้งสองจะประทับริมฝีปากด้วยกันอีกครั้ง

=====

ชายหญิงทั้งสองคนนองอยู่บนพื้นไม้ด้วยร่างการที่เปลือยเปล่า มีเพียงแต่ผ้าคลุมของเอเลน่าที่คุมร่างของทั้งสองเพื่อปกป้องทั้งสองจากลมหนาว

“ข้าขอโทษท่านจริงๆท่านโรบิ้น...ข้าไม่ควรทำแบบนี้เลย” หญิงผมดำพูดกับชายผมสีขาวที่มองหน้าเธออยู่
“ทำไมเจ้าต้องขอโทษข้าด้วยล่ะ? เจ้าทำให้ข้ามีความสุขมากรู้ไหม?” โรบิ้นตอบกลับพร้อมกับใช้มือของเขาจับใบหน้าของหญิงสาวที่นอนข้างๆตนเอง
“นี่...เราหนีไปด้วยกันไหม? ไปยังที่ๆไม่มีใครรู้จักเรา มีเพียงเราเพียงสองคน” โรบิ้นตั้งคำถาม

เอเลน่าไม่ได้ตอบ แต่ท่านสองได้ยินเสียงระเบิดขึ้นมา ทั้งสองรีบลุกขึ้นก่อนจะแต่งตัวและวิ่งออกไปยังข้างนอกบ้านต้นไม้ตัวเอง ทั้งสองเห็นควันไฟลอยมาจากปราสาท มันทำให้โรบิ้นวิ่งตรงไปพร้อมกับปราสาทที่เป็นบ้านของตัวเองโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเอเลน่าไล่ตามมารึเปล่า แต่หากทว่าเมื่อเขามาถึงยังหน้าปราสาท ประตูไม้นั้นก็ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โรบิ้นพยายามจะหาทางเข้าไปในปราสาทนั่น แต่ว่าไม่ว่ายังไงเกือบทุกทีที่เขานึกออกนั้น เขาไม่สามารถเข้าไปได้ทั้งนั้น คนในครอบครัวของเขานั้นต่างอยู่ในปราสาทหลังนั้น เขาได้ยินเสียงของฝีเท้าคนจำนวนมากตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่ โรบิ้นหันไปช้าๆก่อนจะเห็นเหล่าทหารมากมาย พวกเขามีสัญลักษณ์รูปโลกที่มีดาบปักอยู่ มันเป็นสัญลักษณ์ที่เขารู้จักดี มันเป็นสัญลักษณ์ของ “ราอูล”

เขาได้ยินเสียงของอาชาที่เหยียบลงพื้นดังขึ้น ก่อนที่เขาจะเห็นชายผมสีทรายนั่งอยู่บนม้าสีทมิฬ เขามองมายังโรบิ้นก่อนที่เขาจะยกดาบที่อยู่ในมือของเขาและเตรียมสับเข้าไปยังร่างของโรบิ้น แต่ชายผมสีขาวใช้ดาบของเขารับไว้ได้ แม้จะใช้ดาบรับไว้ได้ เขาก็ใช้แรงของเขาปัดร่างของโรบิ้น มันทำให้โรบิ้นลอยก่อนที่หลังของเขาจะกระแทกเข้ากับกำแพง โรบิ้นนั้นร้องด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะลุกขึ้นมาแต่เขาก็เห็นชายที่ชื่อราอูลที่อยู่บนอาชาสีมืดตรงมาพร้อมกับดาบเล่มเดิน เขาหลบไม่พ้นแน่ๆ ราอูลง้างดาบเตรียมจะคร่าชีวิตของเขา

“ท่านโรบิ้น!!” เอเลน่าตรงไปก่อนจะคว้าร่างของโรบิ้นออกจากดาบของราอูล

ทั้งคู่รีบวิ่งหนีชายผมสีทรายคนนี้ เขามองทั้งสองด้วยสายตาที่ดูถูกราวกับว่าทั้งสองเป็นเหมือนเพียงแมลงที่ต่ำต้อยและไม่ควรจะเสียเวลาด้วย ทั้งสองวิ่งท่ามกลางสมรภูมิที่มอดไหม้ ตลอดทางเขาเห็นผู้คนมากมายนอนเป็นเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณกับพื้น เขารู้จักคนเหล่านั้นเกือบทุกคน พวกเขาเป็นทั้งคนใช้ นักรบ หรือแม้แต่ขุนนาง ไม่ว่ายศพวกเขาจะเป็นอะไรพวกเขาก็ต่างไม่สามารถหนีชะตากรรมเดียวกันได้

“ท่านพ่อ” เอเลน่าตะโกนเมื่อเห็นชายหัวล้านที่ยืนอยู่ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของศัตรู
“เอเลน่า...ท่านโรบิ้น ดีจริงๆที่พวกท่านปลอดภัย” ชายหัวล้านคนนี้แสดงท่าทีด้วยความโล่งอก
“ท่านพ่อ คนอื่นๆล่ะ?” เอเลน่าเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าหวาดกลัว

ชายหัวล้านไม่ได้ตอบ แต่เขาก็รู้ดีว่าในความเงียบงันนั้นคำตอบมันคืออะไร เขากำดาบของเขาแน่นก่อนจะหันไปเพื่อจะพุ่งตรงเข้าไปเพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวของเขา แต่หากทว่าชายหัวล้านคนนี้หยุดความคิดบ้าๆของโรบิ้นไว้

“เอเลน่า ไปหาม้ามา เจ้าพาท่านโรบิ้นหนีไป”
“ท่านโรบิ้น...ท่านต้องตามหาประตูแห่งประสงค์” ชายร่างยักษ์ที่ไม่มีเส้นผมพูดกับชายผมสีขาว

ประตูแห่งประสงค์มันเป็นชื่อที่ชีวิตนี้โรบิ้นเขาได้ยินหลายครั้ง ตอนเด็กๆเขาเคยหลงใหลและค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้มามากมาย แต่แน่นอนเขาเองก็พูดไม่ได้ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือแค่นิทานปรัมปราเท่านั้น บนโลกนี้มีสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้มากมาย แต่ในขณะเดียวกันนั้นสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ มักจะเป็นเพียงแค่เรื่องแต่งเฉยๆไม่ก็ความเข้าใจผิดๆที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ มนุษย์เป็นสิ่งที่มักจะเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว อีกทั้งก็ไม่มีใครเคยพูดว่าตัวเองเคยก้าวเข้าไปในประตูแห่งประสงค์ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า

“ท่านโรบิ้น เราต้องไปกันแล้ว” หญิงผมสีดำที่จูงม้าออกมาพูดขึ้นกับชายผมสีขาว
“อืม” ชายที่ถูกเรียกว่าโรบิ้นตอบพร้อมกับขึ้นไปนั่งบนหลังม้าสีขาว

ม้าตัวนี้เริ่มวิ่งออกไป ชายร่างยักษ์คนนี้ตะโกนไล่หลังไป

“ท่านคือคนเดียวที่จะกอบกู้ตระกูลไอร่อนวิลได้!!”
เขาไม่รู้หรอกว่าประตูแห่งประสงค์มีจริงรึเปล่า แต่สิ่งนึงที่เขารู้คือเขาต้องเสี่ยง เขาต้องตามหาประตูแห่งความประสงค์

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Gate of Desire : Prince (Robin) 1
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: