Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Day 1 : EP 3

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Day 1 : EP 3   Thu Jun 09, 2016 12:37 pm

วันที่ 26

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ผมมองไปรอบๆ ผมยังเห็นทุกอย่างนั้นเหมือนเดิม ข้างซ้ายผมนั้นวลาดก็ยังนอนอยู่บนเตียงของเขาและข้างขวาของผมนั้นผมก็เห็นมาร์นอนอยู่ ถ้าว่ากันตามตรงผมไม่เห็นหรอก แต่ผมเห็นเงาของทั้งสองยังอยู่บนเตียงของตัวเองและผมก็จำได้ว่าใครนอนอยู่ฝั่งไหน ผมฝันร้าย ผมเห็นภาพของชายคนนั้นที่โดนยิงอีกแล้ว ผมเห็นภาพของเขามาหลายคืนแล้ว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัว ใบหน้าที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ภาพของร่างไร้วิญญาณที่นอนบนพื้น กลิ่นของเลือดที่ไหลออกมาจากร่างของเขานั้นยังติดอยู่ในจมูกของผม ผมทิ้งตัวลงไปบนหมอนอีกครั้งก่อนจะมองไปยังบนเพดาน ผมพยายามจะปิดตาเพื่อให้ตัวหลับ แต่ด้วยความกลัวที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวผมนั้น มันทำให้ผมไม่สามารถหลับได้ แม้ผมจะเจอเรื่องที่เลวร้ายขนาดไหน แต่ภาพของชายคนนึงฆ่าชายอีกคน มันเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม

=====

วันที่ 27

ผม วลาด และมาร์นั่งอยู่ในห้องอาหาร ข้างหน้าพวกผมนั้นคือจานที่มีไข่กวนและเบคอนวางอยู่ ผมมองจาน มันเป็นอาหารที่ปรุงโดยลูเซียโน่ มันเป็นอาหารที่รสชาติอร่อยนะ หลายๆวันที่ผ่านมาผมตั้งตารอว่าผมจะได้กินอะไรจากฝีมือของเชฟลูเซียโน่ แต่ผมรู้สึกไม่อยากอาหารยังไงก็ไม่รู้ วลาดและมาร์ที่ใช้ส้อมและมีดตัดและจิ้มอาหารในจานก่อนจะเอาเข้าปากเพื่อเคี้ยว ในขณะที่ชายทั้งสองอยู่ที่ตรงข้ามผมกำลังเพลิดเพลินกับอาหารเช้า ผมก็ได้แต่นั่งมองเฉยๆ ผมกินไม่ลง ผมไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหารเท่าไหร่

“เป็นอะไรสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ” วลาดเอ่ยปากถามผมที่นั่งอยู่

มาร์พยักหน้าเห็นด้วย แต่เขาก็ไม่ได้เปิดปากอะไร

“กินไม่ค่อยลงน่ะ” ผมตอบไปตามตรง
“นายไม่ค่อยได้กินอะไรมาสองสามวันแล้วนะ” วลาดพูดกับผม
“เป็นอะไรรึเปล่า?” ชายผมแดงถามต่อ

“ชั้นยังติดตาภาพของคนที่โดนยิงตายอยู่น่ะ...ถามจริงพวกนายไม่กลัวบ้างหรอ?” ผมถามกลับ
“ไม่ล่ะ ชั้นชินแล้ว นี่ก็น่าจะคนที่สี่แล้วมั้งที่โอลิเวอร์ยิงทิ้งน่ะ” ชายผมแดงตอบกลับผม
“สะ สี่แล้ว?” ผมทวนด้วยความตกใจ

“ตอนที่ชั้นมาถึงที่นี่ใหม่ๆ มีกลุ่มคนสามคนพยายามขโมยเสบียงน่ะ ตอนแรกๆโอลิเวอร์ก็ให้อภัยแหละ”
“แต่พอครั้งที่สองเท่านั้นแหละ…”

ชายผมแดงทำท่าเชือดคอ เป็นการบ่งบอกว่าเกิดอะไรขึ้นคนสามคนนั้น

“แล้วมาร์ นายชินกับภาพพวกนี้แล้วหรอ?” ผมเอ่ยปากถามมาร์ที่นั่งกินเบค่อนอยู่

เขาพยักหน้า ดูเหมือนผมจะเป็นคนเดียวที่จะยังไม่ชินกับภาพพวกนี้

“แล้วพวกเรา พอจะช่วยอะไรได้ไหม?” ชายผมแดงเอ่ยปากถามต่อ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็คงหายเองแหละ”

ผมลุกขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากห้องไป ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผมมองไปก่อนจะเห็นชายผมดำที่ร่างสูงกำลังเล่นกับเด็กผมสีน้ำตาล จะว่าไปผมยังไม่เคยเล่าถึงสมาชิกคนอื่นๆในบ้านหลังนี้เลย งั้นก็ขอเริ่มจากพ่อลูกคู่นี้ก่อนแล้วกัน ผู้เป็นพ่อนั้นชื่อ “ซีน วิลสัน” ซีนนั้นเป็นนักมวยปล้ำมาก่อน ผมไม่เคยดูมวยปล้ำ ดังนั้นผมเลยไม่รู้จักเขา แต่ถ้าอ้างอิงจากวลาด เขาบอกว่าซีนนั้นน่าจะเป็นนักมวยปล้ำที่ดีที่สุดในโลกคนนึง มีทุกอย่างที่นักมวยปล้ำต้องการทั้งเทคนิค ความเร็ว พละกำลัง รวมถึงคาริสม่าที่ยอดเยี่ยม วลาดยังบอกผมอีกว่าซีนสามารถสร้างแมทช์ระดับ 5 ดาวได้หลายแมทช์มาแล้วในชีวิต

ส่วนลูกสาวของเขาชื่อเคธ เธออายุ 11 ปี พ่อของเธอกับแม่ของเธอนั้นหย่ากันตั้งแต่ที่เธอยังเล็ก โดยปกติแล้วเคธนั้นอาศัยอยู่กับแม่ของเธอ แต่ช่วงนี้ซีนถูกสั่งให้หายไปจากจอชั่วคราวเพราะอาการบาดเจ็บในบท (วลาดบอกผมมาแบบนี้) ซีนจึงพาเคธไปเที่ยวเพื่อใช้เวลากับลูกสาวของตัวเองที่ไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน และอย่างที่รู้ๆกันว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ทั้งสองติดอยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนกับคนอื่นๆ ผมได้มีโอกาสคุยกับเคธมาบ้างแล้ว เธอเป็นเด็กดี เธอเป็นเด็กที่มีมารยาทและอ่อนโยน เคธนั้นโชคดีที่ยังได้อยู่ที่แบบนี้ แต่มันก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ในโลกภายนอกนั้นยังมีเด็กอยู่อีกกี่คน

ผมมองเคธที่หัวเราะอย่างมีความสุข มันก็ทำให้ผมโล่งใจว่าเคธไม่ต้องเห็นภาพอันโหดร้ายเมื่อสองสามวันก่อน ผมที่อายุ 25 ปีเห็นภาพแบบนั้นยังนอนไม่หลับหลายคืน ผมไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าหากเด็กอายุ 11 ปี ต้องเห็นภาพร่างไร้วิญญาณแบบนั้นมันจะเป็นบาดแผลทางใจกับเธอขนาดไหน ในขณะที่ผมยืนอยู่นั้นผมก็สังเกตเห็นชายผมสีทรายที่ในมือนั้นมีแก้วกาแฟอยู่ด้วย เขามองพ่อลูกคู่นั้นด้วยสายตาที่นิ่งสงบ ผมมองเขา เขาก็มองผมกลับมา

“มีอะไรติดหน้าชั้นเรอะ?” เขาเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่
“เอ่อ เปล่าครับ” ผมตอบกลับ

ส่วนคนๆนี้คือ “แจ็คสัน เฮย์เด็น” หรือเรียกสั้นๆว่า “แจ็ค” เขาเป็นคนที่ช่วยผมกลับมานั่นแหละ ปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครเท่าไหร่นัก และส่วนใหญ่เขาก็มักจะอยู่บนหอคอยไม้นั่น จะเรียกว่านั่นเป็นบ้านอีกหลังของเขาก็ไม่แย่เท่าไหร่นัก เขายังมองเคธและซีนที่เล่นกัน ใบหน้าของเขานั้นนิ่งเฉย ไม่มีรอยยิ้มหรืออะไรทั้งนั้น แต่หากทว่าแม้ใบหน้าของเขาจะไม่ได้แสดงอะไร แต่ดวงตาของเขานั้นแสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยน เขาหันกลับมามองผมอีกครั้ง ชายผมสีทรายไม่ได้พูดอะไร เขาเดินออกไปข้างนอกบ้าน ดูเหมือนเขาจะไปประจำการที่หอคอยของเขาแล้ว

“เป็นอะไรหรอคะ เห็นช่วงนี้สีหน้าดูไม่ดีเลย” เสียงของผู้หญิงอีกคนดังขึ้นมา

ผมหันไปก่อนจะเห็น “นางฟ้า” ยืนอยู่ เธอยังสวมชุดตัวเดิมกับที่ผมเจอในวันนั้น ชุดสีขาวกระโปรงสีเขียว สีหน้าของเธอนั้นดูเป็นห่วงผมไม่น้อย

“ผมนอนไม่หลับ กินอะไรก็ไม่ค่อยลงน่ะ” ผมตอบเธอกลับไปตรงๆ
“เพราะเรื่องเมื่อสองสามวันก่อนรึเปล่าคะ?” ไอริสเอ่ยปากถาม

ผมพยักหน้าตอบกลับไป

“ชั้นเข้าใจค่ะ ว่าการที่เห็นคนตายต่อหน้ามันเป็นภาพที่ลืมยาก...แต่ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่นะ”
“ถ้าคุณไม่กิน คุณนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายของคุณจะอ่อนแอนะ”
“คุณต้องแข็งแรงเข้าไว้ เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไป” หญิงผมสีทรายพูดกับผม
“คุณไอริสนี่เข้มแข็งจังเลยนะครับ จะว่าไปคุณไอริสกลัวบ้างรึเปล่า?” ผมถามกลับ

“กลัวซิ...ถึงชั้นจะไม่ได้มาที่นี่ตั้งแต่แรก แต่นี่ก็ไม่ใช่คนแรกที่ชั้นเห็นคนโดนยิงต่อหน้าต่อตา”
“ครั้งนั้นกับครั้งนี้ไม่ได้ต่างกันเลย ชั้นยังคงรู้สึกสะอิดสะเอียนทุกครั้งที่นึกถึงมัน” หญิงผมสีทราย
“แต่ชั้นก็บอกตัวเองไว้เสมอ ว่าชั้นต้องเข้มแข็งไว้ เพราะถ้าชั้นอ่อนแอชั้นจะช่วยใครได้ไหม จริงไหมล่ะคะ?” เธอพูดกับผมด้วยรอยยิ้ม

“ดังนั้นแล้ว ชั้นว่าคุณแมทก็ควรจะเข้มแข็งเหมือนกัน”
“เพื่อทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้และเพื่อตัวคุณเอง”

เธอพูดจบก็ส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสอง ผมเดินกลับเข้าไปในห้องก่อนจะเห็นเพื่อนของผมสองคนที่ยังคงกินข้าวในจานของตัวเอง ผมลงไปนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะใช้ส้อมและมีดหั่นอาหารในจากก่อนจะตักเข้าปาก อาหารบนจานของผมนั้นยังอยู่ในสภาพเดิมก่อนที่ผมจะออกไปนอกห้อง สหายทั้งสองของผมมองหน้ากันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ผมไม่รู้หรอกว่าผมต้องอาศัยอยู่ในโลกแบบนี้อีกนานขนาดไหน แต่ผมต้องรอดไปให้ได้

=====

วันที่ 33

นี่ก็เดือนนึงแล้วหลังจากที่ผมต้องใช้ชีวิตในโลกแห่งนี้ ผมเริ่มนอนหลับ ผมเริ่มกินข้าวตามปกติ ผมอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ประมาณสัปดาห์นึงได้แล้ว โดยปกติหน้าที่ที่ได้รับก็มักจะเป็นเฝ้าเวร บนหอคอยตอนกลางคืน , เดินลาดตะเวนทั้งกลางวันและกลางคืน , ช่วยลูเซียโน่เก็บผัก ผลไม้ , ทำความสะอาดบ้าน แต่วันนี้ผมได้รับหน้างานที่แปลกออกไปหน่อยนั่นก็คือวันนี้เขาต้องไปออกหาเสบียง จริงๆแล้วการออกหาเสบียงนั้นเป็นเหมือนเวรที่ต้องผลัดๆกันทำ จะมีบางคนได้รับข้อยกเว้น เช่นไอริส เคธ เป็นต้นและในขณะเดียวกันนั้นทุกครั้งที่มีการหาเสบียงเคนเนธจะเป็นคนที่ต้องไปด้วยเสมอ สัปดาห์นึงจะมีการออกหาเสบียงสองถึงสามครั้ง และดูเหมือนเวรวันนี้จะเป็นเวรของผม

ผมนั่งอยู่บนรถ ข้างๆตัวผมนั้นมีกระเป๋าอยู่ด้วย มันเป็นกระเป๋าใบเดิมกับที่ผมหยิบมาจากปั้มน้ำมันนั่นแหละ รถที่ผมนั่งอยู่นั้น มันเป็นรถที่ค่อนข้างแปลก เพราะภายนอกนั้นถูกแต่งใหม่ด้วยเหล็กและอะไรหลายๆอย่าง ถ้าจะพูดว่ามันเหมือนอะไร ก็คงจะพูดว่าเหมือนรถจากหนังแอ็คชั้นเรื่องนึงที่เป็นการสู้กันของกลุ่มสองกลุ่มบนทะเลทรายละมั้ง ในขณะที่ผมกำลังนั่งรอผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูขึ้น หญิงผมสีน้ำตาลเข้ามา ผมของเธอนั้นค่อนข้างสั้น บนหน้าผากของเธอนั้นสวมมีก๊อกเกิ้ลสีส้มอยู่ด้วย เธอเข้ามาบนรถก่อนจะหันกลับมาหาผม

“ไง แมท” เธอเอ่ยทักทายผม
“เอ่อ สวัสดีครับ คุณโรเซ็ตต้า” ผมทักทายเช่นเดียวกัน

เธอชื่อโรเซ็ตต้า น่าจะเป็นคนสุดท้ายที่ผมยังไม่ได้พูดถึงในที่พักพิงแห่งนี้ เธอเป็นคนที่มีคาแร็คเตอร์ค่อนข้างทอมบอยพอสมควร เธอเป็นเหมือนช่างซ่อมประจำบ้าน เธอสามารถซ่อมแซมได้ทุกอย่าง ตั้งแต่โคมไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแม้แต่เครื่องยนต์ ไม่มีอะไรบนโลกที่ยากเกินความสามารถของเธอ เธอเป็นคนที่ค่อนข้างร่าเริง และคนที่สร้างสีสันให้กับบ้านหลังนี้ตลอด โรเซ็ตต้านั้นเป็นเพื่อนสนิทของไอลิส แม้ทั้งสองดูต่างกันคนละขั้วแต่อาจจะเพราะทั้งคู่เป็นผู้หยิงเหมือนกันจึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันก็ได้

“ว่าแต่นายเคยนั่งรถคันนี้รึเปล่า?” โรเซ็ตต้าถามต่อ
“เอ่อ ไม่ครับ”
“รถคันนี้ชั้นแต่งขึ้นมาเองเลยนะ สามารถขับในทะเลทรายได้ดี และกินน้ำมันน้อยด้วย ตั้งแต่ชั้นแต่งรถมานี่น่าจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของชั้นเลยก็ได้” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจ

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไป ไม่นานนักชายที่ชื่อเคนเนธก็เข้ามาในรถ เขาเป็นชายที่ผมยาวประมาณประบ่า เขาเข้ามาโดยไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เขาไม่ได้พูดอะไรกับทั้งผมและโรเซ็ตต้า ในบ้านหลังนี้นั้นมีคนอยู่สามคนที่ผมแทบไม่เคยพูดด้วยเลย หนึ่งคือแจ็ค สองคือโอลิเวอร์ และสามก็คือชายที่ชื่อเคนเนธนี่แหละ เขาคาดเข็มขัดนิรภัย เช่นเดียวกันโรเซ็ตต้าที่ทำแบบเดียวกัน ส่วนผมไม่ได้คาดเพราะมันไม่มี เครื่องยนต์เสียงดังกระฮึ่มถูกสตาร์ตขึ้น วลาดเปิดประตูออกอย่างช้าๆ เมื่อประตูถูกเปิดออกไปนั้น รถคันนี้ก็ออกตัวและวิ่งบนทะเลทรายที่กว้างใหญ่ รถนั้นเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารถคันนี้จะไปไหน แต่เมื่อผมรู้ตัวอีกที รถนั้นก็มาถึงปั้มน้ำมันแห่งนึง แน่นอนว่ามันเป็นคนละที่กับที่ที่ผมเคยอยู่ แต่พอพูดว่าปั้มน้ำมันทีไรนั้น ความทรงจำที่ไม่ค่อยดีก็กลับมาตลอด ผู้โดยสารทั้งสามก้าวออกมาจากรถ

“แล้วเราต้องหาอะไรบ้าง?” ผมเอ่ยปากถาม
“น้ำมันกับพวกเสบียงอาหาร ชั้นจะไปหาน้ำมันนะ” โรเซ็ตต้าพูดจบก็เดินทิ้งทั้งสองไป

ผมกับเคนเนธเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ผมเดินไปตรงโซนอาหาร สภาพนั้นดูเหมือนจะเคยมีคนมาก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีพอเหลือที่ผมจะสามารถนำกลับไปเป็นอาหารได้ ผมเก็บทุกอย่างที่น่าจะนำไปเป็นอาหารได้ ตั้งแต่ขนม อาหารกระป๋อง รวมถึงพวกโซดาและน้ำอัดลมผมก็เก็บมาเหมือนกัน ในขณะที่ผมกำลังไล่เก็บเสบียงอาหารอยู่นั้นมือของผมก็สัมผัสกับมือของใครคนนึง ผมหันไปก่อนจะเห็นคนๆนึงกำลังเอื้อมไปยังอาหารกระป๋องเหมือนกัน ผมกับเขาถอยออกมาก่อนจะยกปืนขึ้นมาทั้งคู่

“ถอยออกไป!!” ชายที่ยืนอยู่ตรงข้ามผมตะโกนขึ้น

เสียงตะโกนของเขานั้นดึงคนที่อยู่แถวนี้มาทั้งหมด เคนเนธกับโรเซ็ตต้าวิ่งมาก่อนจะยืนอยู่ข้างหลังผม เช่นเดียวกันกับทางนั้นที่มีพวกอีกสองคนเหมือนกัน พวกเขานั้นต่างมีอาวุธครบมือ ทางพวกผมก็ต่างเตรียมอาวุธขึ้นมาเหมือนกัน

“ใจเย็นๆ เราจะไม่ทำร้ายพวกนาย” ผมตะโกนบอกฝั่งนู้น
“ลดปืนลงเถอะนะ” ผมบอกกับพวกเขา
“ไม่ ถ้าเราปืนลง นายก็จะยิงพวกเรา พวกนายน่ะลดปืนลง” คนฝั่งนู้นตะโกนมาเหมือนกัน
“แกก็คงทำแบบที่แกพูดเมื่อกี้แหละ ไม่พวกเราจะไม่ลดอาวุธลง” เคนเนธตะโกนกลับไป

“เราแค่ต้องการเสบียง พวกนายถอยไปดีๆแล้วจะไม่มีใครเจ็บตัว” อีกฟากตะโกนไล่พวกผมกลับ
“ไม่ พวกเราก็ต้องการเสบียงเหมือนกัน พวกแกน่ะถอยออกไป” เคนเนธขู่เหมือนกัน

สถานการณ์นั้นดูเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้มันเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดขึ้นทุกเมื่อ ผมลดปืนลงก่อนจะเดินไปข้างหน้า ไม่รู้วินาทีนั้นผมคิดอะไรอยู่ ผมบอกตามตรงว่าผมกลัว กลัวมากด้วย แต่ด้วยอะไรบางอย่างมันทำให้ผมก้าวเท้าออกไปข้างหน้า เหล่าผู้รอดชีวิตที่อยู่อีกฟาก พวกเขายิ่งกำอาวุธแน่นยิ่งกว่าเดิม

“ทำไมเราไม่แบ่งกันล่ะ? นายเอาส่วนของนายไป และเราก็เอาส่วนของนายไป แบบนี้ก็ได้นี่”
“วิน-วิน ทั้งคู่ แบบนี้เป็นไง?” ผมเอ่ยปากถาม

ชายอีกสามคนมองหน้ากัน ก่อนที่ชายที่ยืนอยู่หน้าสุดจะตอบผมกลับมา

“ไม่”

เขาปลดเซฟตี้ปืนก่อนจะเล็งมาทางผม นิ้วของเขาอยู่ที่ไก เขาเตรียมจะเหนี่ยวไก ผมเห็นทุกอย่างช้าลง แต่แม้ผมเห็นทุกอย่างช้าลง ผมก็ไม่สามารถขยับได้ ผมกลัว ผมมองปากกระบอกปืน เมื่อไหร่ที่กระสุนนั้นลอยออกมาจากปากกระบอกปืน ชีวิตของผมก็คงจะจบลงเช่นเดียวกัน

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Day 1 : EP 3
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: