Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Blood Princess : 1

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ฟ้ามืด
Mid Card
Mid Card


จำนวนข้อความ : 483
Join date : 30/04/2013
Age : 23
ที่อยู่ : μ's

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Blood Princess : 1   Sat Jun 11, 2016 11:38 pm

กริ๊งงง!!

ปั่ป! คาวาอิ ไม ใช้ฝ่ามือตบเข้าที่นาฬิกาปลุกของเธอบนหัวเตียง

หลังจากที่มุดตัวออกจากผ้าห่มได้ เธอก็มองไปรอบๆห้องนอนของตัวเอง

(ยังมืดอยู่เลย ตั้งนาฬิกาปลุกผิดหรอเนี่ย?)

เธอคิดแบบนั้นเมื่อเห็นว่าในห้องยังมืดอยู่ ด้วยความขี้เซาเธอจึงทิ้งตัวกลับไปนอนบนเตียงอีกครั้ง แต่ในขณะที่กำลังจะลงไปนอนต่อนั้น

“เอ๊ะ?”

เธอเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนหัวเตียงบอกเวลาว่าเป็นแปดโมงเช้า?

ตอนแรกไมคิดว่าตาฝาดจึงขยี้ตาแล้วดูอีกครั้ง... เวลาแปดโมงเช้าจริงๆ ไม่มีทางดูผิดแน่ แล้วทำไมถึงยังมืดอยู่กันล่ะ?

แต่นั่นไม่ทำให้ตกใจเท่ากับภาพที่เธอเห็นผ่านหน้าต่างซึ่งถูกเปิดผ้าม่านไว้ ซึ่งทำให้เธอพบว่าท้องฟ้านั้นไม่ได้มืดแต่อย่างใด

มันกลับเป็นสีแดงเข้มประดุจดั่งโลหิต

ไม่ใช่สีแดงส้มที่แสดงให้เห็นถึงเวลาเย็น แต่มันเป็นสีแดงที่เข้มจนดูน่ากลัว

ด้วยความตกใจ ไมจึงลุกพรวดขึ้นจากเตียง พลางร้องตะโกน

“พ่อคะ? แม่คะ? เกิดอะไรขึ้นข้างนอก!?”

ไม่มีเสียงขานรับใดๆ

ไมจึงตัดสินใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ถอดชุดนอนแล้วสุ่มหยิบชุดในตู้มาสวมลวกๆ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องนอนของตัวเอง

“พ่อคะ? แม่คะ?”

ไมตะโกนเรียกซ้ำอีกครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย วันนี้เป็นวันอาทิตย์ พ่อแม่ของเธอน่าจะอยู่ที่บ้าน หรือพวกท่านจะเดินออกไปดูท้องฟ้าสีแปลกๆข้างนอกกันนะ?

จริงๆมันอาจจะเป็นแค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติบางอย่างที่ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงแบบนั้นก็ได้ เธออาจจะตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ไม่รู้ทำไมในใจของไมถึงคิดว่ามันจะมีเรื่องน่ากลัวบางอย่างเกิดขึ้น อีกทั้งตอนนี้ บ้านของเธอนั้นปิดไฟมืดทั้งบ้าน มันดูผิดปกติ

หลังจากที่เดินไปรอบๆบ้านก็ไม่พบพ่อแม่ของเธอ พวกท่านไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอจึงแวะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย แล้วเดินออกจากบ้านเพื่อตามหาพ่อแม่ รวมทั้งไปดูด้วยตัวเองว่าข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้น

วินาทีแรกที่ไมออกมา จู่ๆก็มีความรู้สึกเสียวสันหลังวาบที่ทำให้เธอขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก

มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าที่ๆเธอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ที่ๆเธอคุ้นเคย ทั้งๆที่มันเป็นหน้าบ้านของเธอเองแท้ๆ

บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิท ไม่มีใครอยู่แถวนี้แม้แต่คนเดียว ปกติต่อให้เป็นวันหยุดก็น่าจะมีคนเดินผ่านไปมาบ้าง หรืออย่างน้อยๆก็ต้องเห็นเจ้าแมวน้อยนอนอยู่บนขอบกำแพงที่ไมมักชอบไปแหย่เล่นตอนเดินผ่านมัน

แต่นี่ไม่มีใครเลย... ราวกับว่าเป็นเมืองผีสิง

ไมชักเริ่มกลัวขึ้นมา เธอกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่? ทั้งๆที่มั่นใจนักหนาว่าที่นี่มันบ้านของเธอแต่เธอกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เด็กสาวเริ่มวิ่งไปตามถนน หวังว่าจะเจอใครสักคนที่จะบอกเธอได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ไมเริ่มใจชื้นเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้อยู่ แม้ไมจะไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครแต่เธอก็ตัดสินใจทักเขาออกไปแบบไม่คิดอะไรมาก

“เอ่อ... ขอโทษนะคะ มันเกิดอะไรขึ้นหรอคะ? คนอื่นหายไปไหนหมด? แล้วทำไมท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงแบบนี้?”

ไมยิงคำถามทั้งหมดที่เธอสงสัยไปในคราวเดียว ชายที่อยู่ตรงหน้ายังคงหันหลังให้เธอและไม่ตอบอะไรกลับมา ไมคิดว่าเขาไม่ได้ยินเลยพยายามจะเอื้อมมือไปสะกิด

ไมถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นใบหน้าของเขา...

ใบหน้าของชายคนนี้ขาวซีดราวกับศพ ปากของเขาอ้ากว้าง ดวงตาของเขาเป็นสีขาวและไม่มีตาดำ

แต่นั่นยังไม่สยองเท่ากับท่าทางของเขาที่หันมามองเธอ

ขาของเขายังคงยืนอยู่กับที่ แต่ตัวของเขากลับโน้มไปข้างหลังอย่างผิดธรรมชาติ

ใบหน้าของเขาจ้องไมในลักษณะห้อยศีรษะ…

เพียงแค่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว... ไมก็ยังไม่สามารถทำได้

เธอทำได้แต่บังคับขาที่สั่นเทาทั้งสองข้างถอยห่างจากสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวตรงหน้าเท่านั้น

ร่างพิกลพิการของมันเริ่มเดินเข้าหาไม... คงต้องบอกว่ามันกำลังเดินถอยหลังเข้าหาไมในสภาพที่โน้มตัวไปข้างหลังมากกว่า

เพราะไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ไมจึงไม่รู้จริงๆว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

หรือจะร้องเรียกให้ใครมาช่วย... แต่ดูยังไงๆก็ไม่น่าจะมีใครมาช่วยเธอได้ หรือจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด... แต่แค่หันหลังให้กับตัวประหลาดตรงหน้าก็ยังทำไม่ไหว

สุดท้ายไมก็จนมุม เธอถอยจนหลังพิงกำแพง ในขณะที่ตัวประหลาดเริ่มเข้ามาใกล้ทุกที

ไมหลับตา เธอไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้ว…

“กรี๊ดดดดด!!”

สุดท้ายไมก็รวบรวมเสียงแล้วกรีดร้องออกมาจนได้ แม้รู้ว่าคงไม่มีใครมาได้ยินหรอก... แต่เธอทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้

แชะ!!

เสียงนั้นมาพร้อมกับแสงสว่างวาบแล้วหายไป เหมือนเสียงกดชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปและแสงแฟลช

นั่นทำให้ไมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง… ตัวประหลาดตรงหน้าหายไป แล้วแทนที่ด้วยเด็กสาวตัวเล็กผมทวินเทลสีแดงในชุดเสื้อสีขาวกับกระโปรงสีเดียวกับสีผม และมีกล้องโพลารอยล์เก่าๆห้อยคอไว้

หรือนั่นจะเป็นที่มาของเสียงกดชัตเตอร์และแสงแฟลชเมื่อครู่?

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ไมรอดพ้นจากตัวประหลาดที่จะเข้ามาทำร้ายเธอแล้ว

“อะ เอ่อ...”

ด้วยความสับสนอะไรหลายๆอย่าง ทั้งตัวประหลาดเมื่อสักครู่ สถานที่ๆตัวเองอยู่ อีกทั้งกำลังลังเลว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็น ‘คน’ หรือเปล่า ไมจึงไม่รู้จะพูดอะไรก่อน เด็กสาวทวินเทลดูไม่สนใจไมแล้วหยิบรูปถ่ายที่พิมพ์ออกมาจากกล้องโพลารอยล์ก่อนที่จะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ไมเห็นแวบหนึ่งว่ามันเป็นรูปของตัวประหลาดเมื่อกี้นั่นเอง

(เธอใช้กล้องนั่นปราบมันหรอ?)

ไมเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ สักพักเด็กสาวลึกลับตรงหน้าก็หันมามองหน้าเธอแล้วพูดขึ้น

“เธอ... ยังไม่ตายนี่นะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ไมรู้สึกทั้งไม่เข้าใจและแอบหงุดหงิดหน่อยๆเพราะเหมือนแช่งกันยังไงชอบกล พอพูดแบบนั้นเสร็จเด็กสาวทวินเทลก็หันหลังแล้วเดินจากไปทิ้งให้ไมมองตามไปแบบงงๆ แต่สักพักเธอก็หยุดเดินและหันกลับมามองไมอีกครั้ง

สายตานั้นเหมือนส่งสาสน์บอกว่าให้ไมตามเธอไป

----------------------------------------------------

“นี่เราจะไปไหนกันคะ? ที่นี่ที่ไหน? มันเกิดอะไรขึ้น?”

กว่าไมจะกล้าถาม เธอก็เดินตามเด็กสาวปริศนามาได้สักระยะแล้ว

“นี่คุณ?”
“ฉันจะพาเธอหนีจากที่นี่”

ไมต้องพูดย้ำ เธอจึงตอบกลับมา

“แล้วที่นี่ที่ไหนคะ? เดี๋ยวสิ! เพื่อนของฉันล่ะ? เพื่อนของฉันก็น่าจะอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน ไปตามหาเพื่อนของฉันแล้วพาหนีไปด้วยกันเถอะค่ะ”

เด็กสาวปริศนาเหมือนไม่อยากจะพูดอะไรทั้งนั้น เธอก้าวฉับๆแบบไม่สนใจคำถามของไม จนทำให้ไมต้องจับไหล่เธอเพื่อให้หยุด

“เดี๋ยวสิคะ ขอฉันไปตามหาเพื่อนๆของฉันก่อน”
“เพื่อนของเธอตายหมดแล้ว”

เพี๊ยะ!!

ไมตบหน้าเด็กสาวลึกลับอย่างแรง

โดยที่ไมไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับเธอเลยสักนิด

ซึ่งก็เพราะไม่ใช่คนรู้จัก... ไมจึงทำไปแบบนั้น

คนที่ไม่รู้จักมาพูดไม่ดีแบบนี้กับเพื่อนของตัวเอง... ไม่ว่าใครก็ต้องโกรธ

“ขอบคุณนะคะ ที่เมื่อกี้ช่วยฉันไว้ แต่ถ้าคุณไม่คิดอยากจะช่วยฉันตามหาเพื่อนๆของฉันก็อย่าพูดอะไรแบบนี้ ฉันขอออกไปตามหาเอง ขอรบกวนคุณแค่นี้แล้วกันค่ะ”

ไมโค้งตัวขอบคุณ และน่าจะควบขอโทษที่ตบหน้าเด็กสาวลึกลับไปเมื่อสักครู่นี้ด้วย ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบๆ

เด็กสาวลึกลับมองตามเธอไปอย่างเย็นชา ดูสีหน้าไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆทั้งสิ้น และไม่คิดจะเดินตามไปด้วย ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ

----------------------------------------------------

เมื่อแยกตัวออกจากเด็กสาวลึกลับได้ ไมก็เพิ่งจะนึกถึงอิโอริ พี่สาวที่อยู่ข้างบ้าน

ไมใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงบ้านของตัวเองอีกครั้ง พอเดินไปอีกนิดก็จะเป็นบ้านของไซองจิ อิโอริ

เธอรีบกดกริ่งหน้าบ้านของอิโอริทันที พร้อมพยายามจะเปิดประตูรั้วเข้าไปด้วย แต่มันล็อคอยู่

ด้วยความร้อนรน ไมจึงถือวิสาสะกระโดดปีนกำแพงเข้าไปในบ้านของอิโอริ แล้วเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เธอแปลกใจนิดๆที่ประตูบ้านกลับไม่ล็อค แต่นั่นไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น

“พี่อิโอริ!!”

ไมตะโกนเข้าไปในบ้านทันที

เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีใครตอบรับเธอมาเลย ปกติอิโอริอาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนอยู่ที่นี่

ภายในบ้านของอิโอรินั้นมืดสนิทไม่ต่างจากบ้านของไมเลย เธอพยายามจะกดเปิดสวิทช์ไฟแต่ก็ไม่ติด ไฟดับงั้นหรือ? เรื่องนั้นไม่สำคัญ ตอนนี้ไมสนใจแต่อิโอริเท่านั้น

ไมเดินสำรวจตามห้องต่างๆ ปากก็เรียกชื่ออิโอริไปด้วย ชั้นแรกนั้นว่างเปล่า เธอจึงขึ้นไปชั้นสอง

เธอยิ้มกว้างทันทีเมื่อเจออิโอริยืนอยู่บนทางเดินของชั้นสอง

“พี่อิโอริ!! ปลอดภัยใช่ไหมคะ?”

ไมพุ่งเข้าไปกอดอิโอริแบบไม่คิดอะไรทันที น้ำตาของเธอไหลออกมาด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง

จากนั้นอิโอริก็ค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมา

แล้วคว้าที่รอบคอของไม...

ก่อนที่จะบีบเต็มแรง

(เอ๊ะ?)

ไมรีบผละตัวออกมาจากอิโอริตามสัญชาตญาณ แต่มือของอิโอริที่คว้ารอบคอของเธอไม่ได้หลุดตามไปด้วย ไมพยายามที่จะแกะมือของเธอออกด้วยความตกใจและมีคำถามมากมายในหัว

คำถามพวกนั้นแทบจะเฉลยออกมาทั้งหมดเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของอิโอริที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ปากของเธออ้ากว้างและส่งเสียงร้องโหยหวนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ดวงตาของเธอกลายเป็นสีขาว

เหมือนตัวประหลาดที่ไมเจอตอนแรกไม่มีผิด

ไมหายใจไม่ออก พูดอะไรไม่ได้ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอตกอยู่ในสภาพนี้ และครั้งนี้เธอไม่น่าจะโชคดีเหมือนครั้งแรก...

สายตาของไมเริ่มพร่ามัว บางทีนี่คงจะเป็นจุดจบของเธอ

ไมหลับตาลง แต่ครั้งนี้เธอคงจะไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอีก

แชะ

ไมได้ยินเสียงกดชัตเตอร์ที่มาพร้อมกับแสงแฟลชอีกครั้ง

ทำให้มือที่บีบรอบคอเธอนั้นค่อยๆถูกคลายออก

ไมทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที ส่วนอิโอริก็อันตรธานหายไปจากตรงนั้น พร้อมทั้งการกลับมาของคนที่ช่วยเหลือเธอไว้ก่อนหน้านี้

เด็กสาวผมทวินเทลสีแดงนั่นเอง

“ฉันบอกแล้วไง”

เด็กสาวลึกลับหยิบรูปถ่ายที่ถูกพิมพ์ออกมาจากกล้องแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเหมือนครั้งแรกที่ได้ช่วยไมไว้ ส่วนไมที่เพิ่งรอดชีวิตมาหมาดๆก็ค่อยๆทำให้จังหวะหายใจของตัวเองกลับมาเป็นปกติ

(เจอแบบนี้ถ้าเป็นคุเรฮะจังคงแย่แน่ๆ... เอ๊ะ? คุเรฮะจัง!?)

ไมรีบลุกขึ้นพรวดแล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของเด็กสาวลึกลับทันที

“ฉันต้องไปช่วยคุเรฮะจัง เธอเป็นคนขี้กลัว ถ้าเจอแบบนี้อาจจะสติแตกอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้”

เธอเขย่าร่างของเด็กสาวลึกลับเบาๆ แล้วกล่าวขอร้องจนแทบจะคุกเข่าลงไป

“ขอร้องเถอะค่ะ ช่วยเพื่อนของฉันที ฉันขอร้อง”

สายตาวิงวอนของไมทำให้เด็กสาวลึกลับเริ่มเข้าใจความรู้สึกของไม เธอส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนใจ แล้วตอบกลับไปสั้นๆ

“ก็ได้...”
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Blood Princess : 1
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: