Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Day 1 : EP 4

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Day 1 : EP 4   Mon Jun 13, 2016 11:48 am

วันที่ 34

ผมมองหน้าท้องของตัวเอง ผมเห็นเลือด ผมถูกยิง แต่แม้ผมจะถูกยิง ผมกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เมื่อผมมองดีๆ นั่นไม่ใช่เลือดจากตัวผม แต่มันเป็นเลือดของชายที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับผม ผมแงหนหน้ามองขึ้นไปก่อนจะเห็นดาบของเคนเนธที่เสียบตรงเข้าที่คอของชายที่ถือปืน เคนเนธดึงดาบออก เลือดนั้นกระเซ็นไปติดกำแพง ชายอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆชายที่ถูกดาบเสียบเข้าที่คอ พยายามจะปลดเซฟตี้ปืนเพื่อยิงชายคนนี้ แต่เคนเนธนั้นไวกว่าเขาใช้ดาบของเขาฟันเข้าไปยังร่างของชายอีกคนอย่างรวดเร็ว ชายทั้งสามคนนั้นล้มลงไปกับพื้น เลือดนั้นไหลท่วมพื้น ผมได้แต่ยืนนิ่งมองเหล่าซากศพพวกนั้น เคนเนธนั้นเดินไปหยิบกระเป๋าของเหล่าคนเหล่านั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาเปิดกระเป๋าก่อนจะดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง ผมไม่รู้หรอกว่ามันมีอะไรบ้าง เพราะผมไม่กล้าว่าเดินไปใกล้ๆเลือดที่นองอยู่บนพื้น ผมเห็นเคนเนธพยักหน้า เขาหยิบกระเป๋าของอีกคนก่อนจะพยักหน้าเช่นเคย เขาส่งกระเป๋ามาให้ผมและโรเซ็ตต้าที่ยืนอยู่ข้างหลังผม ผมรับไว้ มันเป็นกระเป๋าที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก ดูเหมือนข้างในจะมีอะไรพอสมควรเลยทีเดียว บนกระเป๋านั้นยังมีคราบเลือดติดอยู่ ผมมองด้วยสายตาขยะแขยง ผมถือมันไว้ แม้มันจะหนัก แต่ผมก็สามารถถือมันไว้ได้ ผมพยายามไม่มองไปที่รอยเลือด เคนเนธเดินกลับมาพร้อมกับของติดมืออีกนิดๆหน่อย

“วันนี้แค่นี้น่าจะพอแล้วล่ะ กลับกันเถอะ” เคนเนธพูดก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนรถ

ผมเหลือบมองร่างไร้วิญญาณพวกนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ผมหันกลับไปก่อนจะขึ้นรถตามเคนเนธและโรซารี่ เคนเนธสตาร์ทเครื่องก่อนจะขับออกไป หลังรถนั้นมีของมากมายวางข้างๆผม ทั้งน้ำมัน ทั้งกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเสบียงอาหารและเครื่องใช้อื่นๆ ร่างของผมถูกเบียดด้วยของเหล่านั้น ในขณะที่รถวิ่งบนท้องทะเลทรายนั้น ความรู้สึกหวาดกลัวมะกี้ยังคงอยู่ภาพของดาบของเคนเนธที่เสียบเข้าคอของคนเหล่านั้นยังตราตึงในใจ ผมรู้สึกกลัวแต่ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกถึงความเศร้าหมอง ผมพยายามจะหาทางออกที่ดีที่สุด ผมพยายามจะหาทางที่ทุกคนได้ผลประโยชน์ แต่ดูเหมือนคนเหล่านั้นไม่ต้องการที่จะแบ่งผลประโยชน์อะไร แต่พวกเขาต้องการผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว

“โลกนี้ไม่ต้องการฮีโร่หรอกนะ แมท” เคนเนธพูดพลางขับรถของเขา

ผมอยากจะอ้าปากเพื่อโต้ตอบเขา แต่หากทว่าผมไม่สามารถทำได้ ผมเถียงเขาไม่ออกซักคำ ผมได้แต่กำหมัดแน่น ผมเชื่อว่าโลกของเรายังต้องการฮีโร่ และผมเชื่อว่าฮีโร่นั่นแหละสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ ตลอดทางนั้นเต็มไปด้วยความเงียบ แม้แต่โรซารี่นั้นก็ยังไม่ปริปากซักคำ

=====

วันที่ 35

ผมนั่งอยู่ในโถงของบ้าน ผมนั่งแหงนหน้ามองเพดาน วันนี้ไม่ได้งานอะไร มันไม่เกิดขึ้นบ่อยนักที่ผมจะได้พักและนั่งอยู่เฉยๆ ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองล่ะมั้งที่ผมได้พักผ่อนอยู่เฉยๆ เมื่อวานผมได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในปั้มให้วลาดและมาร์ฟัง ทั้งสองไม่ได้ออกความเห็นอะไร นอกจากพยักหน้าให้กับผม ในขณะที่ผมกำลังปล่อยให้เวลานั้นล่องลอยไปอย่างช้าๆนั้นผมก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรกระทบกับขาของผม ผมหันไปมองก่อนจะเห็นลูกบอล ผมหยิบมันขึ้นมา ก่อนที่ผมจะหันไปตามทิศทางที่มันไหลมา ผมเห็นเคธที่มองผมอยู่

“ของเธอหรอ?” ผมเอ่ยปากถาม

เธอพยักหน้าให้ผม ผมยื่นบอลคืนให้กับเธอ เธอรับไว้ก่อนจะมองหน้าของผม

“ว่าแต่ ซีน ล่ะ?” ผมเอ่ยปากถามถึงพ่อของเธอ
“คุณพ่อออกไปเดินเวรค่ะ”
“อย่างงี้นี่เอง...แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ สบายดีไหม?” ผมเอ่ยปากถามต่อ

“สบายดีค่ะ ถึงหนูจะคิดถึงโลกที่หนูเคยอยู่ก็เถอะ” เคธตอบ
“หนูจะได้ไปโรงเรียนไปเจอกับเพื่อน ไปกินไอศรีมอร่อยๆหลังเลิกเรียน นั่งดูหนังกับแม่ของหนู มันเป็นช่วงเวลาที่หนูสนุกมาก”
“ผมก็คิดถึงเหมือนกัน ต้องบอกว่าใครๆก็คิดถึงช่วงเวลาแบบนี้ละมั้ง”
“แล้วคุณแมททำอะไรบ้างในโลกก่อนหน้านี้บ้าง?” เด็กสาวถามผมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ปกติผมเขียนนิยายน่ะ ส่วนใหญ่ก็อยู่แต่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นแหละ เทียบกับของเคธแล้ว ชีวิตผมไม่ไดมีอะไรมากขนาดนั้นอ่ะนะ” ผมพูดพลางหัวเราะแห้งๆ

“หนูสงสัยว่าเป็นนักเขียนนิยายยากไหมคะ?” เธอเอ่ยปากถาม
“จะบอกว่ายากไหม มันเป็นงานที่สนุกนะ แต่ผมว่ามันก็เป็นงานที่ต้องแข่งขันสูงแหละ”
“ผมต้องแข่งกับตัวเอง แข่งขันกับเวลา และผมก็ต้องหวังว่าสิ่งที่ผมเขียนจะถูกใจคนอ่าน”

“แล้วโตขึ้นเคธอยากเป็นอะไรหรอ? อยากเป็นนักมวยปล้ำเหมือนซีนรึเปล่า?”
“ไม่มีทางค่ะ อาชีพที่ต้องเจ็บตัวแบบนั้น หนูไม่เอาด้วยหรอก”

ผมฟังแล้วก็หัวเราะกับคำพูดของเธอ ถ้าหากซีนได้ยินเขาจะทำสีหน้ายังไงนะ? อาจจะดีใจก็ได้ละมั้ง เพราะลูกไม่จำเป็นต้องทำอาชีพที่ขายความเจ็บปวดเพื่อความสุขของคนดู หรือบางทีอาจจะเสียใจที่ไม่มีคนสานต่อ “ตำนาน” ของตัวเอง

“หนูอยากเป็นนักบินอวกาศค่ะ” เธอตอบด้วยแววตามุ่งมั่น
“เห...ทำไมล่ะ?” ผมเอ่ยปากถาม
“ตอนเด็กๆแม่ของหนูชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกับอวกาศให้หนูฟังค่ะ แล้วมันทำให้หนูอยากจะออกไปสำรวจโลกข้างนอกนั้น”
“หนูอยากรู้ว่ามันมีอะไรที่ พวกเรายังไม่เคยเจอบ้าง” เคธตอบกับผม

มันเป็นคำพูดที่ดูยิ่งใหญ่มากสำหรับสาวน้อยคนนี้ ผมฟังแล้วผมก็อมยิ้มไปกับเธอด้วย

“คุณแมท...หนูจะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบปกติรึเปล่า?” หญิงสาวผมน้ำตาลเอ่ยปากถามผม
“แน่นอนซิ มันต้องกลับมา” ผมตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมกับลูบหัวของเคธ

มันเป็นคำตอบที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นรึเปล่า ผมไม่รู้ว่าเราต้องอยู่ในโลกที่แห้งแร้งแบบนี้อีกนานขนาดไหน อาจจะอีกหลายเดือน อาจจะเป็นปี หรืออาจจะอีกหลายปีก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากจะเชื่อว่าโลกของเราจะกลับมาได้ ความอุดมสมบูรณ์ที่ถูกพรากจากโลกนี้ไปจะกลับมาอีกครั้ง พื้นนั้นจะถูกย้อมด้วยสีเขียวจากต้นหญ้าที่เติบโตขึ้นอีกครั้ง ผมอยากจะเห็นกรอบของความถูกต้องถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งนึง แต่ถึงอย่างนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และผมจะยังมีชีวิตที่จะได้เห็นสิ่งเหล่านั้นรึเปล่า?

=====
วันที่ 36

ผมยืนอยู่ในห้องเก็บเสบียงซึ่งมันอยู่ชั้นใต้ดิน ในมือของผมนั้นถือกระดาษและปากกาอยู่ด้วย ถ้าสงสัยว่าผมทำอะไรอยู่ ผมกำลังนั่งนับว่าเราเหลือเสบียงอะไรเท่าไหร่ และคราวหน้าถ้าเราออกหาทรัพยากร เราจะได้รู้ว่าเราต้องการอะไรเป็นพิเศษ ผมใช้นิ้วซ้ายของผมนับจำนวนของมัน เมื่อผมได้จำนวนของมันแล้ว ผมก็จดมันลงไปบนกระดาษ ผมนับต่อไปเรื่อยๆ ดูเหมือนเราจะยังเหลือเสบียงอีกมาพอสมควร และเรายังคงอยู่ได้อีกพักใหญ่ ผมมองออกไปยังช่องเล็กๆ แสงนั้นส่องผ่านทางช่องเล็กๆช่องนั้น ผมมองไปยังช่องเล็กๆนั้นก่อนจะเห็นแสงสีส้ม ส่วนใหญ่งานเช็คเสบียงนั้นจะเกิดขึ้นตอนเย็น ถามว่าทำไมตอนเย็น? เพราะตอนเย็นนั้นคือตอนที่เราจะไม่ใช้เสบียงอะไรทั้งนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอาหารอะไรอีกแล้ว และก่อนที่ลูเชียโน่จะทำอาหารจะเช็คเสบียงอีกทีเผื่อโดนใครขโมย

ผมใช้เวลาไม่นานในการนักเสบียงทั้งห้อง ผมเดินไปยังห้องของโอลิเวอร์ ผมเคาะประตู เมื่อผมได้รับสัญญาณให้เข้ามา ผมก็ก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ผมเคยมาห้องนอนของโอลิเวอร์มาก่อนแล้ว ดังนั้นแล้วจึงไม่ตกใจกับสภาพห้องที่หรูหรา เตียงที่ยิ่งใหญ่ราวกับเตียงขอราชันย์ พื้นห้องที่ถูกด้วยพรมเปอร์เซีย และมีภาพวาดสีน้ำมันแขวนอยู่ ผมยื่นกระดาษให้กับโอลิเวอร์ ชายผมดำรับไว้ก่อนจะอ่านในสิ่งที่ผมเขียน

“ขอบใจมาก” เขาตอบผม
“จะว่าไป ชั้นได้ยินเรื่องของนายที่ปั้มจากเคนเนธมาแล้ว ชั้นจะบอกอะไรให้นะ”
“ถ้านายอยากจะมีชีวิตรอดล่ะก็ ฟังคำแนะนำของชั้นนะ อย่าทำตัวเป็นฮีโร่เป็นอันขาด”
“โลกนี้ไม่ต้องการฮีโร่...โลกนี้ไม่มีใครสนหรอกว่าใครเป็นคนดีไม่ดี สิ่งเดียวที่ทุกคนสน”
“คือวันนี้เราจะรอดรึเปล่า”

ผมฟังแล้วได้แต่พยักหน้า แม้ว่าผมจะเห็นไม่ตรงกับเขาเท่าไหร่นัก แต่ผมก็ไม่ได้ออกเห็นอะไร

“ปกติแล้วชั้นไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอก แต่ในเมื่อนายอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว”
“ชั้นก็ไม่อยากจะต้องฝังศพนาย เข้าใจนะ”
“เข้าใจครับ ขอบคุณครับที่ตักเตือนครับ”

=====

วันที่ 40

ผมตื่นขึ้นมากลางดึก ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมตื่นมาทำไม ทุกอย่างนั้นมืดไปหมด ไม่มีแสงไฟ ผมมองซ้ายมองขวา ก็ยังเห็นมาร์และวลาดยังอยู่บนเตียงของตัวเอง ไม่รู้อะไรดลใจผม แต่ผมตัดสินใจเดินออกมาข้างนอกบ้าน อากาศนั้นค่อนข้างเย็น ผมกอดอกของตัวเอง เพื่อให้ร่างกายของตัวเองอุ่นขึ้น ผมมองหน้าขึ้นไปก่อนจะดวงจันทร์ มันเป็นดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว รอบๆนั้นไม่มีดวงดาราคอยล้อมรอบมัน ผมมองไปยังหอคอยไม้ ไม่มีใครอยู่ มันเป็นภาพที่แปลกตาที่ไม่มีแจ็คยืนอยู่บนหอคอยไม้ ผมเหวี่ยงแขนขึ้นไปบนอากาศก่อนจะบิดตัวไปมา ผมลดแขนของผมลงก่อนจะเตรียมหันหลังกลับไปเข้าไปในบ้าน แต่ไม่ทันที่ผมจะเข้าไปในบ้าน ผมก็ถูกแสงจากไฟฉายส่องเข้ามายังหน้าของผม ผมรีบเอามือป้องตาของตัวเองตามสัญชาติญาณ

“ขอบคุณพระเจ้ามีคนอยู่ด้วย” ชายที่ถือไฟฉายพูดขึ้น

เขาเป็นฉายผิวสี เขาเป็นชายที่ไว้ทรงสกรีนเฮ้ด เสื้อผ้าของเขาค่อนข้างโทรม มันเต็มไปด้วยรอยขาด เขาสวมเสื้อโค้ทสีน้ำตาลไว้ด้วย สภาพมันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นัก เขาสวมแว่นอยู่ด้วย แม้แว่นนั้นจะมีรอยแตกก็ตาม แต่เขาก็ยังคงสวมแว่นไว้อยู่ ผมทำท่าจะตะโกนเรียกทุกคนให้ตื่นขึ้นมา แต่เขารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นกลางอากาศก่อนจะพูดขึ้นมา

“ใจเย็นๆ ชั้นไม่ได้จะมาทำร้ายนาย ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอก” เขาพูดกับผม
“ชั้นชื่อ โจ ชั้นหาอาหารให้กับครอบครัวของชั้น นายพอจะมีให้ชั้นไหม?”
“โทษทีนะ..ผมไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังนี้ ผมคงตัดสินใจให้คุณไม่ได้” ผมบอกกับชายผิวสี

เขาไม่ได้พูดอะไรก่อนจะหยิบกระเป๋าตังค์ออกมา ก่อนที่เขาจะหยิบรูปใบนึงออกมาและยื่นให้กับผม ผมรับไว้ มันเป็นรูปของเขากับภรรยาของเขา และลูกชายอีกสองคน ในภาพนั้นทั้งสี่ดูมีความสุขและต่างยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความทุกข์ บรรยากาศข้างหลังนั้นคือทุ่งเขียวขจีและมีเงาของตึกเสียดฟ้าประกอบฉากข้างหลัง ในภาพนี้คงเป็นสวนสาธรณะซักแห่งบนโลกใบนี้

“ช่วยชั้นหน่อยเถอะ ชั้นยังมีเมียกับลูกอีกสองคน” โจพูดกับผมด้วยน้ำเสียงวินวอน
“ผมจะลองดูก็แล้วกันว่าผมทำอะไรให้บ้าง”

ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผมเดินตรงไปยังห้องของโอลิเวอร์ ผมเตรียมจะเคาะประตูเพื่อปลุกชายผมน้ำตาล แต่หากทว่า ผมหยุดและผมนึกอะไรขึ้นได้ ถ้าหากโอลิเวอร์ปฏิเสธที่จะช่วยชายคนนี้ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ และผมก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ผมสูดหายใจลึกๆก่อนจะเดินหันหลังกลับไป ผมเดินตรงไปยังห้องเก็บเสบียง ผมหยิบอาหารกระป่องเท่าที่มือผมหยิบได้ ผมเดินออกจากห้องไปอย่างระมัดระวัง ผมไม่อยากให้กระป๋องนั้นตกลงพื้นและปลุกคนทั้งบ้าน ไม่นานนักผมก็กลับไปยังหน้าบ้านก่อนจะเห็นโจที่ยังยืนหนาวอยู่ ผมยื่นอาหารกระป๋องพวกนั้นให้เขา ดวงตาของเขานั้นเป็นประกายด้วยความสุข

“ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ”
“รีบไปเถอะ ลูกๆนายรออยู่”

เขาเก็บอาหารพวกนั้นเข้ากระเป๋าก่อนจะเดินจากไป ผมได้แต่ยืนมองเงาของเขาให้หายไป ผมไม่รู้หรอกว่าเขาพูดจริงหรือโกหก แต่อย่างน้อยๆ ผมก็น่าจะช่วยให้ใครซักคนมีชีวิตอยู่ได้ไปอีกซักพัก

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Day 1 : EP 4
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: