Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Blood Princess : 3

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ฟ้ามืด
Mid Card
Mid Card


จำนวนข้อความ : 484
Join date : 30/04/2013
Age : 23
ที่อยู่ : μ's

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Blood Princess : 3   Tue Jun 21, 2016 12:55 am

ฟึ่บ!!

“กรี๊ดดดด!!”

เมย์ฟาดดาบไม้เข้ามาพร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคุเรฮะที่ดังขึ้น

ทุกคนต่างก็อยู่ห่างจากคุเรฮะมากจึงไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยได้ทัน...

แต่ว่าดาบไม้นั้นก็กลับหยุดกลางอากาศ

ตัวดาบอยู่ห่างจากใบหน้าของคุเรฮะเพียงแค่ไม่ถึงคืบ

คุเรฮะที่เบือนหน้าหลับตาและใช้มือทั้งสองข้างกุมศีรษะด้วยความหวาดกลัวเริ่มค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อไม่รู้สึกว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บหรืออะไร

“คุณอันโด?”

เสียงเรียกของเมย์ทำให้คุเรฮะหันกลับไปมองเธออีกครั้ง

ก็พบว่าเมย์ยังคงดูปลอดภัยดี เธอไม่ได้ดูเหมือนวิญญาณร้ายที่ไมเคยเจอหรือแม้กระทั่งมีบาดแผลใดๆ

“ขอโทษที ฉันนึกว่าเป็นเจ้าพวกผีบ้านั่นน่ะ ขอโทษจริงๆ”

เมย์กล่าวขอโทษและค่อยๆลดดาบลงช้าๆ พอรู้ว่าไม่มีใครเป็นอะไรไปทุกคนต่างก็ดูโล่งใจและยินดีโดยเฉพาะคุเรฮะที่เดินเข้าไปจับไม้จับมือของเมย์ด้วยความดีใจที่เธอปลอดภัย

“ฉันเกือบทำเธอตายซะแล้ว ขอโทษจริงๆนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เมย์จังน่ะเป็นกัปตันชมรมเคนโด้ไม่ใช่หรอ? ถ้าเรื่องใช้ดาบไม่น่ามีปัญหาอยู่แล้ว”

คุเรฮะยิ้ม

“ว่าแต่คุณคิซากุระก็เจอผีพวกนั้นเหมือนกันหรอ?”

ไมถามขึ้น

“ใช่ จู่ๆทุกคนในบ้านฉันก็หายไปหมด พอได้ยินเสียงประตูเปิดก็นึกว่าเป็นคนที่บ้าน แต่พอชะโงกหน้าออกไปดูกลับเป็นตัวอะไรไม่รู้เดินเข้ามา ฉันเลยหยิบดาบไม้มาป้องกันตัวแต่เจอพวกเธอซะก่อน”
“งั้นหรอ? พวกเราจะไปหาเพื่อนๆในกลุ่มกันน่ะ ดูเหมือนกลุ่มพวกเราน่าจะติดอยู่ที่นี่กันหมดแน่ๆ”
“ต่อไปก็บ้านของเจ้าริกุใช่ไหม? รีบไปกันเถอะ”

เมื่อมาโคโตะพูดจบทุกคนก็เตรียมพร้อมออกตามหาเพื่อนๆที่เหลืออีกครั้ง

ในขณะที่คุเรฮะหันไปทางเมย์ก็พบว่าจู่ๆสีหน้าเธอก็ดุดันขึ้นมากะทันหัน

พร้อมฟาดฟันดาบไม้กลับไปข้างหลังเหมือนกับว่าตรงนั้นมีอะไรบางอย่างจนทุกคนต่างหันไปมอง

ร่างของชายผิดขาวซีดที่โน้มตัวไปด้านหลังอย่างผิดธรรมชาติค่อยๆขยับตัวเข้ามาใกล้เมย์

นั่นคือวิญญาณตัวเดียวกับที่ไมเจอในตอนแรก... มันถูกอากิกำจัดไปแล้วมิใช่หรือ?

เมย์พยายามใช้ดาบไม้ในมือฟันเข้าใส่วิญญาณตัวนั้น แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับดาบตัดผ่านอากาศเปล่าๆ อย่างที่ใครๆเขาว่ากันว่ามนุษย์ไม่สามารถสัมผัสกับวิญญาณได้

“ดาบไม้นั่นทำอะไรผีบ้านั่นไม่ได้หรอก!”

ไมตะโกนเตือน เมย์เริ่มถูกวิญญาณตัวนั้นใช้มือพยายามล้วงเข้าไปในปากของเธอเหมือนจะดึงอวัยวะอะไรสักอย่างในร่างกายออกมา บางทีมันอาจจะพยายามกระชากวิญญาณของเมย์ออกมาก็ได้ ทั้งไม คุเรฮะ และมาโคโตะจึงต่างเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

“อากิจังรออะไรอยู่!? รีบๆถ่ายรูปใส่มันเหมือนตอนนั้นสิ!”

ทางอากิกลับไม่ได้หยิบกล้องโพลารอยล์ปราบวิญญาณขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปใส่มันให้หายไปเหมือนตอนแรก แต่ล้วงไปในกระเป๋าเสื้อแทน แล้วหยิบรูปถ่ายใบนึงขึ้นมา

รูปถ่ายของวิญญาณตัวนี้ที่ถ่ายไว้ตอนช่วยไมนั่นเอง

เธอค่อยๆหยิบซองไม้ขีดไฟจากกระเป๋ากระโปรงแล้วจุดมันด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่จะใช้มันเผารูปถ่ายใบนั้น

ทันทีที่เปลวเพลิงบนหัวไม้ขีดเริ่มสัมผัสกับรูปถ่าย เจ้าวิญญาณที่ทำร้ายเมย์ก็ถอยออกไปพร้อมทั้งร้องด้วยความทรมานราวกับร่างกายถูกแผดเผายังไงยังงั้น ร่างของมันค่อยๆสลายหายไปทีละนิดเช่นเดียวกับเปลวเพลิงที่ค่อยๆเผาไหม้รูปถ่ายจนเป็นตอตะโก

และแล้วมันก็หายไปอย่างสมบูรณ์

เมย์ทรุดตัวลงไปพร้อมสำลักเหมือนจะอาเจียน คุเรฮะเลยพยายามเข้าไปลูบหลังของเธอเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

“เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ? ผีตัวนั้นเธอฆ่ามันไปแล้วไม่ใช่หรออากิจัง? ทำไมมันถึงกลับมาได้? แล้วทำไมเผารูปแล้วมันถึง...”
“ขอโทษทีนะ ฉันจะบอกเฉพาะในสิ่งที่เธอจำเป็นต้องรู้”

อากิรีบพูดตัดบทไม

“เธอมีความลับอะไรปิดบังอยู่หรือเปล่า?”

มาโคโตะถามบ้าง อากิไม่ตอบอะไรแล้วเดินออกจากบ้านของเมย์ไปเงียบๆ ท่ามกลางความฉงนของทั้งไมและมาโคโตะ

“ไม่คิดว่าเธอดูแปลกๆหรอคุณคาวาอิ?”
“ฉันก็คิดเหมือนกัน เธอดูแปลกๆตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอครั้งแรกแล้ว แต่เอาเถอะ อากิจังน่ะเป็นคนเดียวที่รู้ทางออกจากที่นี่ ถ้างั้นไม่ต้องไปสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆดีกว่า รีบไปหาพวกที่เหลือเถอะ”

ทั้งคุเรฮะและเมย์ก็ต่างพร้อมที่จะออกตามหาเพื่อนๆแล้วเช่นกัน ทุกคนจึงออกจากบ้านของเมย์และเห็นอากิที่ออกไปก่อนหน้านี้มองสำรวจไปรอบๆเหมือนกำลังเฝ้าระวัง

คราวนี้มาโคโตะเป็นคนนำทางบ้าง เพราะเขารู้จักบ้านของริกุ หลังจากที่เดินไปได้สักพัก จู่ๆเมย์ก็ตั้งดาบขึ้นมาพร้อมฟันไปที่บางสิ่งบางอย่างเมื่อตอนที่อยู่ในบ้าน ทุกคนก็หันไปมองเพราะคิดว่าจะเจอวิญญาณอีกครั้ง

แต่คราวนี้ไม่ใช่ ดาบนั้นไปจ่อที่คอหอยของเด็กหนุ่มผมทองที่ทุกคนต่างคุ้นหน้า เขามาพร้อมกับเด็กหนุ่มอีกคนที่ถือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอยู่ในมือ ทั้งสองนั้นกำลังเดินออกมาจากมุมมืดกำแพงแห่งหนึ่ง

อิโนะอุเอะ ริกุ กับมาซาโอะ ซานาดะนั่นเอง

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนๆ ฉันเองๆ”

ริกุรีบพูดขึ้นอย่างลนลานเพราะถูกดาบไม้จ่อเข้าที่คอ

“คะ คุณคิซากุระสินะ? เอาดาบไม้ลงก่อนเถอะ”

สงสัยตอนแรกเมย์คงจะคิดว่าเขาเป็นพวกวิญญาณถึงทำไปแบบนั้น เธอจึงรีบลดดาบลงแล้วกล่าวขอโทษขอโพยยกใหญ่เพราะนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่เกือบจะทำให้เพื่อนตัวเองต้องบาดเจ็บ

“โย่ มาโคโตะ แล้วก็คุณคาวาอิกับคุณอันโดด้วย ดีจริงๆที่พวกนายปลอดภัย”

ริกุยกมือทักทาย

“ระหว่างเดินมาเจอผีบ้าอะไรไม่รู้เพ่นพ่านไปมาด้วย แล้วเจ้ามาซาโอะนี่ก็จริงๆเลย จะเซลฟี่กับผีซะงั้น บรรยากาศแบบนี้ยังมีอารมณ์ถ่ายอีก แถมยังบ่นมาตลอดทางว่าไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต”
“ก็ผมอยากจะไลฟ์สดลงโซเชี่ยลนี่นา โอกาสแบบนี้ไม่มีง่ายๆนะ ที่จะมาเจอผีตัวเป็นๆแบบนี้”

ซานาดะพูดในขณะที่ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆ

“แล้วเด็กผู้หญิงคนนี้ใครน่ะ?”

ริกุถามพร้อมกับส่งสายตาไปทางอากิเหมือนสนใจนิดๆ

“ไว้หารุ่นพี่อายุคาวะกับรุ่นพี่คาบาเนะเจอก่อนแล้วจะแนะนำเธอให้รู้จักทีเดียวแล้วกันนะ”

ไมตอบ

“โอเค ถ้างั้นก็ไปตามหากันเลย”

ริกุพูดพร้อมกำหมัดขึ้นฟ้าอย่างกระตือรือร้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาอยากจะไปตามหาชินสุเกะกับอารุนะจริงๆหรือแค่อยากรู้จักกับอากิกันแน่

----------------------------------------------------

“แฮ่ก! แฮ่ก!”

ชินสุเกะกับอารุนะวิ่งหนีวิญญาณเด็กหนุ่มผูกคอจนหายใจหอบ

ทั้งๆที่เจ้าวิญญาณตัวนั้นก็ไม่ได้เคลื่อนไหวเร็วเลยสักนิด แต่มันกลับตามไปได้ทุกที่ที่ทั้งสองวิ่งไป จนชินสุเกะต้องให้อารุนะขึ้นขี่หลังเพราะเธอวิ่งไม่ไหวแล้ว และเมื่อต้องรับน้ำหนักของคนอีกคนพร้อมออกแรงวิ่งไปด้วยก็ยิ่งทำให้พลังงานที่มีหมดเร็วขึ้น

“บ้าเอ้ย... ฉันจะไม่ไหวแล้ว”

ชินสุเกะหยุดวิ่งและต้องจำใจปล่อยอารุนะลงเพราะร่างกายเริ่มหมดแรง วิญญาณเด็กหนุ่มผูกคอก็ลอยช้าๆและเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ดูจากสายตาที่มันมองมาเหมือนจะสนใจทางอารุนะมากกว่า เธอจึงตบหลังของชินสุเกะประมาณว่าให้พาเธอหนีต่อก่อนที่เจ้าวิญญาณจะตามมาทัน

“มันกำลังจะมาแล้วหนีต่อเถอะ!!”

แต่ชินสุเกะดูจะไม่ไหวแล้วจริงๆ อารุนะพยายามจะพยุงตัวเขาขึ้นมาเพื่อให้เดินไหวแต่ก็พยุงไม่ขึ้น วิญญาณเด็กหนุ่มเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เธอเริ่มไม่รู้แล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะหนีไปเลยดีไหม?

วิญญาณเด็กหนุ่มยื่นมือออกมา เหลืออีกแค่ไม่กี่ก้าวมันก็จะสัมผัสตัวของอารุนะได้แล้ว...

แต่ทันใดนั้นชินสุเกะก็มาขวางไว้

วิญญาณตัวนั้นจึงเบนเป้าหมายเป็นชินสุเกะแทน

มันพยายามใช้มือล้วงเข้าไปในปากของเขา ชินสุเกะแม้จะแทบหมดแรงขยับตัวแต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้เขาก็ต้องทำวิถีทางเพื่อให้ตัวเองรอด

ชินสุเกะขัดขืนเต็มที่ แต่ก็อย่างที่รู้กันว่ามนุษย์สัมผัสกับตัววิญญาณไม่ได้ เขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

อารุนะทำได้แต่มองชินสุเกะที่ถูกวิญญาณเด็กหนุ่มทรมานอยู่อย่างนั้น เธอทำท่าจะหันหลังวิ่งแต่อีกใจหนึ่งก็อยากเข้าไปช่วย

เพียงแต่มันไม่มีหนทางที่จะช่วยได้เลย...

แชะ!!

ในขณะที่อารุนะกำลังสองจิตสองใจอยู่นั้น ก็เกิดแสงแฟลชสว่างวาบพร้อมเสียงกดชัตเตอร์ของกล้อง

วิญญาณเด็กหนุ่มยกแขนขึ้นเพื่อพยายามบังแสงแฟลชดังกล่าวก่อนที่จะถอยห่างไป มันหันมาทางอารุนะช้าๆพร้อมส่งสายตาอาฆาตไปทางเธอจนเธอขนลุกซู่ ก่อนที่มันจะค่อยๆหายไป

ปรากฏเด็กสาวผูกผมทวินเทลสีแดงพร้อมกล้องโพลารอยล์คู่ใจและกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ค่อยๆเดินเข้ามา

พวกเขาเหล่านั้นก็คือกลุ่มเพื่อนๆของอารุนะนั่นเอง

“รุ่นพี่อายุคาวะ! รุ่นพี่คาบาเนะ!”

ไมเรียกชื่อของทั้งสองด้วยความยินดีอย่างยิ่ง เพราะนี่เท่ากับว่าเธอเจอกลุ่มเพื่อนๆของเธอครบแล้ว

“รุ่นพี่อายุคาวะปลอดภัยใช่ไหมคะ?”
“ฉันไม่เป็นไร แค่ขาแพลงนิดหน่อย ไปดูชินสุเกะดีกว่า เขาปกป้องฉันไว้ แถมยังช่วยทำแผลให้ด้วย”

ชินสุเกะค่อยๆลุกขึ้นมาหลังจากที่ถูกวิญญาณทำร้ายไปเมื่อสักครู่ ดูสีหน้าของเขาแล้วเหมือนไม่ได้รู้สึกยินดีที่อารุนะยกยอเขาเหมือนเป็นฮีโร่สักเท่าไหร่ และทำท่าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

(เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ยัยนั่นมัน...)

“เฮ้ๆ รุ่นพี่คาบาเนะ เห็นเงียบๆแต่ฟาดเรียบนี่นา! แอบมาเป็นอัศวินช่วยเจ้าหญิงก็ไม่บอก”

ในระหว่างนั้นริกุก็เข้ามากอดคอชินสุเกะพร้อมพูดแซวเหมือนอย่างเคย

“ไหนว่าไม่ชอบรุ่นพี่อายุคาวะไง?”

ริกุกระซิบถามข้างหูชินสุเกะเบาๆ เขาได้แต่หันมามองผู้ถามโดยไม่ได้ตอบอะไรแถมยังมีสีหน้าเคร่งเครียดแปลกๆ ริกุเองก็แปลกใจที่ชินสุเกะทำแบบนั้นแต่ก็ไม่ใส่ใจอะไร แล้วหันไปคุยกับเพื่อนๆตัวเองต่อ

“แบบนี้ทุกคนก็อยู่กันครบแล้ว ขอแนะนำเด็กผู้หญิงคนนี้ เธอชื่ออากิจัง เธอช่วยฉันไว้จากผีพวกนั้นแล้วรู้ทางออกของที่นี่”
“ที่แท้ก็ชื่ออากิจังเองหรอ? ชื่อน่ารัก หน้าตาก็น่ารัก ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อริกุ”

หลังจากที่ได้รู้จักอากิแล้ว ริกุก็ส่งยิ้มหวานพร้อมหยอดใส่เธอแบบขำๆแต่ลึกๆแฝงความเอาจริงไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้พร้อมยื่นมือไปหาเธอ แต่เธอกลับเดินผ่านริกุไปซะเฉยๆแล้วไปคุยกับไมแทนจนเขาหน้าเก้อ

“เพื่อนของเธอมีแค่นี้สินะ”
“อื้ม รีบพาพวกเราหนีจากที่นี่กันเถอะ”
“เดี๋ยวสิ แล้วพี่อิโอริล่ะ?”

คำถามที่ริกุถามขึ้นทำให้ไมหยุดชะงัก

เพราะถ้าไม่นับคุเรฮะกับมาโคโตะแล้ว ทุกคนยังไม่รู้ว่าอิโอริในตอนนี้นั้นเป็นยังไง แต่ไมก็ฝืนยิ้มแล้วตอบกลับไป

“พี่อิโอริบอกว่าเดี๋ยวจะตามมาน่ะ ไม่ต้องห่วงล่วงหน้าไปก่อนได้เลย”
“งั้นหรอกหรอ?”

ริกุก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถามอะไรต่อ เขาหันกลับไปคุยกับกลุ่มเพื่อนตัวเองต่อ ระหว่างนั้นคุเรฮะและมาโคโตะที่รู้เรื่องของอิโอริก็เดินเข้ามาหาไม

“ไมจัง ทำไมไม่บอกความจริงไปล่ะ”
“นั่นสิ คุณคาวาอิโกหกทุกคนทำไม?”

ทั้งสองถามไมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ทุกคนได้ยิน ไมที่ฝืนยิ้มอยู่นานเริ่มหุบยิ้มลง

“ทุกคนกำลังดีใจที่เพื่อนๆปลอดภัยดี ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เวลาที่ควรบอกน่ะ”

ไมตอบ

“อีกอย่าง ฉันก็ยังมีความหวังเล็กๆอยู่นะว่าพี่อิโอริจะกลับมา”

คุเรฮะจับไหล่ไมเบาๆเป็นการปลอบใจเธอที่ดูจะไม่ละทิ้งความหวังแม้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ควรจะสนใจมากที่สุดในตอนนี้ น่าจะเป็นการหาทางหนีรอดไปจากที่นี่มากกว่า

“สรุปแล้วพวกเรามาอยู่ที่ได้ยังไงกันนะ?”

ในระหว่างนั้นมาโคโตะก็เปิดประเด็นขึ้นมา

“บางที อาจจะเกี่ยวกับพิธีกรรมเจ้าหญิงเลือดก็ได้...”

ชินสุเกะตั้งสมมติฐาน

“มีแต่พวกเราที่เคยทำพิธีมาอยู่ที่นี่ ไม่เห็นเจอคนอื่นเลยสักคน นอกจากพวกวิญญาณพวกนั้น”

แม้จะเป็นการคาดเดาแบบง่ายๆแต่ดูเหมือนทุกคนน่าจะมีความเห็นตรงกันจึงไม่มีใครแย้งขึ้นมา เพราะในความทรงจำของแต่ละคนก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่นั้น ทุกคนได้ร่วมกันทำพิธีเจ้าหญิงเลือดก่อนที่จะกลับบ้านในตอนไปเที่ยวช่วงปิดเทอมฤดูร้อน สมมติฐานของชินสุเกะจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูง

“เอ่อ ทุกคนครับ มาดูนี่สิครับ”

จู่ๆซานาดะก็พูดขึ้นมา

“อะไร? แกจะให้พวกเราดูรูปเซลฟี่ของแกหรือไง? แบบนั้นฉันไม่ดูหรอกนะเฟ้ย”
“ใจเย็นๆก่อนครับรุ่นพี่อิโนะอุเอะ มาดูก่อนครับ คือผมถ่ายรูปติดอะไรบางอย่างแปลกๆได้”

สีหน้าของซานาดะค่อนข้างจริงจัง และดูเหมือนจะแฝงความหวาดกลัวเอาไว้นิดๆ ดูท่าทางคงจะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ทุกคนจึงยอมเดินเข้าไปหาซานาดะ ซึ่งได้โชว์หน้าจอสมาร์ทโฟนของเขาให้ดู

“ช่วงที่เดินสำรวจที่นี่ผมถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆมาเล่นๆ พอมาดูอีกทีกลับเจออะไรแปลกๆในทุกๆรูปที่ผมถ่าย ลองดูดีๆสิครับ”

ซานาดะเลื่อนรูปแต่ละรูปทุกคนดู บ้างก็เป็นรูปของสภาพแวดล้อมโดยรอบในที่ๆพวกเขาอยู่ บ้างก็เป็นรูปที่ซานาดะถ่ายกลุ่มเพื่อนๆ บ้างก็เป็นรูปเซลฟี่ของตัวซานาดะที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าสนใจ

แต่ทุกรูปนั้น ต่างติดภาพของชายประหลาด เขาสวมชุดสีดำและสวมหน้ากากสีขาวที่ถูกขีดเป็นรอยยิ้มกว้างที่ปากดูน่าขนลุก จ้องมองมาที่พวกเขา...
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Blood Princess : 3
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: