Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Day 1 : EP 6

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Day 1 : EP 6   Thu Jun 30, 2016 10:30 am

Day 70

มันถึงคราวที่ผมที่ต้องออกหาเสบียงอีกครั้ง ในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมาพวกเราคุมเข้มขึ้นเรื่องการยืนเวร โชคดีที่ตอนนี้พวกเรายังไม่เจออันธพาลที่ว่าและผมหวังว่าพวกเราจะไม่ต้องเจอคนเหล่านั้น วันนี้พวกเราเข้าไปมาอยู่ในเมือง ผมไม่ได้เข้ามาในเมืองมานานขนาดไหนแล้วนะ? คนที่มากับผมในวันนี้นั้นคือเคนเนธและมาร์ พวกเราขับรถไปเรื่อยๆในเมือง มันเป็นคนละเมืองกับที่ผมจากมาก สภาพในเมืองนั้นก็ไม่ต่างกับที่อื่นเท่าไหร่ เต็มไปด้วยซากปะรักหักพัง สถานที่ต่างๆถูกทิ้งร้าง ผมเห็นร่างที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นถนน ผมไม่รู้หรอกว่าเขาตายแล้วรึยัง แต่ผมเชื่อว่านั่นน่าจะเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น พวกเราขับมาเรื่อยๆก่อนจะหยุดอยู่หน้า “อดีต” ห้างสรรพสินค้า มันเป็นห้างสองชั้นที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ แม้โครงมันจะยังคงอยู่ แต่สภาพมันก็โทรมพอๆกับตึกอื่นๆ

ปกติแล้วผมคิดว่าห้างน่าจะเป็นที่แรกๆที่เสบียงหมดก่อน แต่จากวิทยุของโรซารี่นั้น เราได้ยินคนคุยกันว่ายังเหลืออยู่ ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจมาเช็คกัน พวกเราเดินมาช้าๆ ก่อนจะพบว่าประตูหน้านั้นถูกปิดด้วยไม้จำนวนมาก พวกเราคงเข้าทางนี้ไม่ได้ และคงต้องเข้าทางอื่นแทน มาร์กระตุกแขนเสื้อของผมก่อนจะชี้ขึ้นไปบนฟ้า ผมทำหน้างงๆว่าเขากำลังหมายถึงอะไร

“หมายถึงดาดฟ้า?” เคนเนธเอ่ยปากถาม

มาร์พยักหน้ากับคำพูดของเคนเนธ พวกเรานั่งรถของเราขึ้นไปดาดฟ้า ซึ่งมันเป็นลานจอดรถ บนดาดฟ้านั้นยังคงมีรถยนต์มากมายจอดอยู่ พวกผมลงจากรถอีกครั้งก่อนจะเดินตรงไปยังประตูที่จะนำไปสู่ในห้าง มันยังคงล็อคอยู่เช่นเดียวกัน ดูเหมือนทางข้างบนก็เข้าไม่ได้ ผมมองไปยังช่องแอร์ก่อนจะเดินไปหามัน ผมออกแรงดึงฝาช่องแอร์ออก มันหลุดออกมา ผมมองเข้าไปข้างในก่อนจะหันมาตะโกน

“ทางนี้น่าจะเข้าได้นะ”

เคนเนธเดินมาข้างๆผมก่อนจะมองเข้าไปในช่องแอร์ข้างในเหมือนกัน

“เราน่าจะเข้าทางนี้ได้นะ” เคนเนธพูดกับผม

เราสามคนพยักหน้าให้กันก่อนจะมุดเข้าไปในท่อนั้น เคนเนธเป็นคนนำ ผมตามเคนเนธ และมาร์ตามผมอีก มันเป็นท่อที่ค่อนข้างเล็ก เราเคลื่อนที่กันอย่างช้าๆ ก่อนที่ไม่นานนักเราจะมาถึงทางออก พวกเราลงมายังชั้นสองของห้าง เราอยู่ในห้องเครื่องยนต์ ที่นี่มีทุกอย่าง เครื่องจ่ายไฟฟ้า เครื่องปั่นน้ำและอื่นๆอีกมาก ดูเหมือนทุกอย่างยังทำงานอยู่ พวกเราสามคนเดินไปยังประตู พวกเราเปิดประตู ก่อนจะออกไป เมื่อเราออกไปนั้นเราก็เจอภาพที่ตกใจ ไฟนั้นยังติดอยู่เหมือนตามปกติ พวกเราสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมาจากเครื่องปรับอากาศ มันเหมือนกับว่าห้างนี้ยังเปิดให้บริการ แต่ไร้ซึ่งพนักงานหรือลูกค้าก็เท่านั้น พวกผมเดินไปอย่างเรื่อยเปื่อย ก่อนจะมองไปเรื่อยๆ นอกจากเสียงฝีเท้าของพวกเราแล้ว มันก็ไม่มีเสียงอื่นอยู่เลย ใครกันนะที่ยังเป็นทำให้สถานที่แห่งนี้ยังทำงานอยู่ พวกเราออกมายืนอยู่จุดศูนย์กลางของห้าง มันกว้างจนพวกเราไม่รู้ว่าพวกเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

“งั้นเราเริ่มจากร้านอาหารก่อนดีไหม?” ผมเอ่ยปากถาม
“ก็ดี” เคนเนธตอบ

พวกเราเดินเข้าไปในร้านอาหาร มันเป็นร้านอาหารอิตาลี่ ผมรู้ได้จากเมนูหน้าร้านที่ตั้งไว้อยู่เฉยๆ ไฟฟ้านั้นยังเปิดอยู่ พวกเราเดินเข้าไปในครัว ก่อนจะเริ่มหยิบอะไรที่พอหยิบได้ ผมหยิบพวกอาหารแห้งกับเครื่องปรุงบางอย่างเข้ากระเป๋า ช่วงที่ผ่านมาผมได้ยินลูเชียโน่บ่นบ่อยๆว่า “ต้องการเครื่องปรุง” ดังนั้นซอสมะเขือเทศซักสองสามขวด เมื่อพวกเราคิดว่าเสบียงนั้นพอแล้ว พวกเราก็ก้าวเท้าออกจากร้านอาหาร พวกเราเริ่มเดินต่อไป เพื่อจะหาของใช้ที่เราต้องการ คิดว่าเราต้องการอาหารมากกว่านี้และอาจจะต้องเตรียมพวกผ้าห่มด้วย แม้หน้าหนาวจะยังอีกหลายวัน แต่ไหนๆได้มา “ช็อปปิ้ง” การเตรียมตัวล่วงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องแย่

แต่ก่อนที่พวกเราจะเริ่มตามหาผ้าห่มพวกเราเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตแหล่งอาหารชั้นยอดที่สุด ไฟนั้นก็ยังติดอยู่เช่นเดียวกัน พวกเราสามคนเดินอย่างระมัดระวัง พวกเราคิดว่ามีคนอยู่ที่นี่ แต่เราไม่รู้ว่าจะมีคนอยู่มากขนาดไหน พวกเรามาถึงโซนอาหาร อาหารสดนั้นหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งผัก ทั้งเนื้อ หรือผลไม้ก็ตาม ไม่มีเหลือแล้ว แต่โชคยังดีพวกอาหารแห้งนั้นยังเหลืออยู่ พวกเราหยิบอาหารกระป๋องใส่เข้าไปในกระเป๋า ด้วยของก่อนหน้านี้เราจึงใส่มันลงไปได้ไม่มากนัก บางทีถ้าพวกเรามีคนมากกว่านี้และมีกระเป๋าใบใหญ่กว่านี้เราคงจะหยิบอะไรไปได้มากกว่านี้

ต่อมาพวกเราเดินมาถึงร้านขายเฟอร์นิเจอร์ มันเป็นร้านที่อยู่ชั้นสอง ไม่ต่างจากร้านอื่นๆไฟนั้นเปิดอยู่แล้ว พวกเราก้าวเท้าเข้าไป พวกเราเริ่มหยิบผ้าห่มผืนที่เราคิดว่าบางออกมาจากเตียง พวกเราหยิบมากไม่ได้ เพราะว่ากระเป๋าของเรานั้นไม่ได้ใบใหญ่ขนาดนั้น ในขณะที่ผมกำลังเดินมองหาผ้าห่มผืนบางๆอยู่นั้น ผมก็เห็นเตียงตัวนึง รูปร่างมันก็เหมือนเตียงธรรมดานั่นแหละ แต่จุดเดียวที่ต่างออกไปนั้นคือมีคนนอนอยู่ด้วย เธอเป็นผู้หญิงผมสีน้ำตาล ดวงตาชองเธอนั้นปิดอยู่ ผมของเธอนั้นกระจัดกระจาย ผมยืนมองเธอเงียบๆ ผมไม่รู้ผมจะทำยังไงกับเธอดี ปลุกเธอดีไหม? หรือปล่อยไปแบบนี้ดี?

“นายมองอะไรอยู่น่ะ แมท?” เคนเนธตะโกนขึ้นมา

เสียงตะโกนนั้นทำให้หญิงที่นอนบนเตียงนั้นตื่นขึ้นมา ดวงตาของเธอเปิดขึ้นช้าๆ เธอลุกขึ้นมาก่อนจะมองรอบๆ ใบหน้าของเธอนั้นยังคงสะลึมสะลือแต่ไม่นานนัก ใบหน้าของเธอนั้นก็เต็มไปด้วยความกลัว เธอส่งเสียงกรีดร้องออกมา เสียงของเธอนั้นแสบแก้วหูมาก

“ใจเย็นๆ ใจเย็น พวกเราไม่ได้จะมาทำอะไร” ผมพูดกับหญิงผมน้ำตาลที่นั่งอยู่บนเตียง

แต่ดูเหมือนคำพูดของผมนั้นจะไม่เข้าถึงเธอ หญิงผมสีน้ำตาลหยิบปืนออกมาก่อนจะลั่นไก แต่หากทว่าเธอไม่ได้ปลดเซฟตี้ออก ดังนั้นกระสุนจึงไม่ลอยออกมาจากปากกระบอกปืน เธอเริ่มตะโกนเรียกชื่อชายคนนึงขึ้นมา ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนจะชื่อแอนดรูว์ล่ะมั้ง เสียงของเธอนั้นดึงชายคนนึง เขาเป็นชายวัยประมาณ 30 ปลายๆถึง 40 ต้นๆได้ เขาสวมเสื้อเชริต์สีขาวและในมือของเขานั้นก็ถือปืนอยู่ด้วย บนศีรษะของเขานั้นไม่มีเส้นผมอยู่เลยแม้แต่เส้นเดียวหรือเรียกง่ายๆว่าหัวล้านนั่นแหละ เขายกมันขึ้นก่อนจะเล็งมาทางพวกผม แววตาของเขานั้นไร้ซึ่งความสับสน ถ้าหากเขาจะลั่นไก เขาก็คงลั่นไกได้โดยไม่ต้องคิดอะไร

“พวกแกเป็นใคร” ชายหัวล้านคนนี้เอ่ยปากถาม
“พวกเรามาหาเสบียงเฉยๆน่ะ พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนอยู่ที่นี่ด้วย” ผมตอบคำถามของชายคนนี้
“คุณหนู ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” ชายหัวล้านหันกลับไปถามหญิงผมน้ำตาลที่นั่งอยู่บนเตียง
“อื้อ ไม่เป็นไร” เธอตอบกลับสั้นๆ

ผมหันไปเห็นเคนเนธที่เอามือจับดาบคาตานะของเขาไว้ สายตาของเขานั้นจ้องมองไปยังชายที่ถูกเรียกว่าแอนดรูว์ ผมเชื่อว่าถ้าหากชายหัวล้านคนนี้ขยับเพียงนิดเดียวแล้วล่ะก็เคนเนธคงใช้ดาบของเขาฟันร่างของชายหัวล้านคนนี้แน่ๆ ทุกคนในห้องจ้องอีกฝ่ายและรอดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ในขณะที่เราจ้องหน้ากันนั้นเราก็ได้ยินเสียงกระแทกของอะไรบางอย่าง พวกเราทุกคนหยุดสิ่งที่ทำไว้ก่อนจะวิ่งไปทางเดียวกันและนั่นก็คือต้นเสียง พวกเราเห็นรถคันนึงจอดอยู่ รถคันนี้นั้นกระแทกประตูเข้ามา มันเป็นรถกระบะขนาดใหญ่ จำนวนคนนั้นน่าจะประมาณ 8-10 คนได้ พวกเขานั้นอาวุธครบมือ มันทำให้ผมนึกถึงเสียงจากวิทยุของโรเซ็ตต้า เสียงที่พูดถึงอันธพาลที่ไล่ปล้นเสบียงของคนอื่น ผู้บุกรุกมองมาที่พวกเราก่อนจะยิงปืนกราดมาทางชั้นสอง กระสุนนั้นกระแทกกับกระจก มันทำให้กระจกนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ โชคดีที่มันไม่โดนร่างของพวกเรา

“เราต้องหนีกันแล้ว” เคนเนธพูดกับผมและมาร์

เราทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วย พวกเราสามคนรีบลุกขึ้นก่อนจะวิ่งตรงไปยังห้องน้ำที่มีช่องแอร์ที่พาเราเข้ามาในนี้ ในขณะที่พวกเราวิ่งอยู่นั้น พวกเราก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนวิ่งตามมาด้วย พวกเราเหลือบไปพร้อมๆกันก่อนจะเห็นแอนดรูว์และ “คุณหนู” วิ่งตามพวกเรามาด้วย ไม่ใช่แค่เสียงฝีเท้าแต่เสียงของกระสุนปืนก็ดังกึกก้องในห้างแห่งนี้ พวกเราวิ่งไปได้ซักพักนึง เราก็ได้ยินเสียงร้องของใครบางคนขึ้นมา พวกเราหยุดก่อนจะหันกลับไปก่อนจะเห็นแอนดรูว์ลงไปนอนกับพื้น ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เลือดนั้นนองไปทั่วพื้น

“แอนดรูว์!!” หญิงผมน้ำตาลแผดร้องด้วยความตกใจ
“เราไม่มีเวลาแล้ว รีบไปเถอะ” เคนเนธพูดกับผมและมาร์ที่หยุดดูชายหัวล้านที่นอนอยู่บนพื้น
“แต่...” ผมพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง
“อยากตายรึไง!!” เคนเนธตวาดผม
“เดี๋ยวก่อน...อย่างน้อยพาคุณหนูไปด้วย” แอนดรูว์พูดกับพวกผมแม้ร่างกายของเขานั้นจะอ่อนแอแค่ไหนก็ตาม

ผมมองหน้ากับเคนเนธอีกครั้ง ผมส่งสายตาให้เขาประมาณว่า “อย่างน้อยๆก็ช่วยผู้หญิงเถอะ” เคนเนธไม่ได้พูดอะไร ผมไม่รู้ว่าเขาอนุญาตหรือไม่อนุญาตแต่ผมก็คว้าแขนของเด็กผู้หญิงผมน้ำตาลก่อนจะวิ่งตามเคนเนธไป หญิงผมน้ำตาลวิ่งตามผมก็จริง แต่เธอยังมองชายหัวล้านที่ยังนอนอยู่บนพื้น เคนเนธวิ่งไปก่อนจะเจอสมาชิกแก๊งอันธพาลคนนึงอยู่หน้าเขา เขาเตรียมจะชักปืนมายิง แต่ด้วยความเร็วของเคนเนธนั้น ชายที่หมายปองชีวิตพวกเราก็ถูกดาบแทงเข้าไปที่หน้าท้อง เขาล้มลงไป ผมมองเห็นป้ายห้องน้ำ ซึ่งนั่นก็แปลว่าพวกเราใกล้แล้ว เคนเนธวิ่งนำโดยไม่ได้หันมามองพวกเราเลยแม้แต่น้อย

“โอ๊ย...” เสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้นมา

มันเป็นเสียงที่ผมไม่คุ้นหูและมันก็ไม่ใช่เสียงของหญิงผมน้ำตาล ผมมองไปก่อนจะเห็นมาร์ที่ล้มอยู่กับพื้น เขาถูกสมาชิกแก๊งอันธพาลที่ถูกเคนเนธแทงไปก่อนหน้านี้จับข้อเท้าไว้ ผมปล่อยมือออกจากคุณหนูก่อนจะวิ่งไปยังมาร์ ผมพยายามแกะมือออกจากข้อเท้าของมาร์ แต่เขาไม่มีทีท่าจะปล่อย ผมมองไปก่อนจะเห็นมีดที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขา ผมดึงมันออกมาก่อนจะแทงเข้าไปที่คอของอันธพาลคนนี้ เลือดนั้นกระเซ็นติดหน้าผม ผมแทงคอของเขาอีก ผมแทงอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเขาตายแล้ว

มาร์ลุกขึ้นมา มาร์มองหน้าผม ผมมองหน้าของมาร์เหมือนกัน แต่ใบหน้าของมาร์ครั้งนี้ต่างจากเดิมเล็กน้อย ไม่ซิ...ไม่ใช่ใบหน้า แต่เป็นฮู้ดของมาร์ต่างหาก ฮู้ดนั้นล่วงลงมาทำให้ผมเห็นผมของมาร์ มันเป็นผมที่ยาวสลวย ใบหน้าของเขานั้นไม่ใช่ใบหน้าของบุรุษแต่เป็นใบหน้าของสตรี มาร์ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะยกฮู้ดตัวเองขึ้นอีกครั้ง เขาคว้ามือของคุณหนูก่อนจะพาเข้าไปยังห้องน้ำซึ่งเป็นทางออกของพวกเรา ผมมองไปยังร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่บนพื้น ร่างไร้วิญญาณที่โดนผมใช้มีดแทงเข้าไปหลายแผล ผมหายใจหนัก ผมพึ่งฆ่าคนไป ในมือของผมนั้นยังมีมีดที่เปื้อนเลือดอยู่ ผมขว้างมีดทิ้งก่อนจะวิ่งตามคนอื่นๆเข้าไป

ผมออกมาก่อนจะเห็นรถจอดรออยู่แล้ว เคนเนธตะโกนให้ผมรีบขึ้นรถ ผมขึ้นไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เคนเนธจะเหยียบคันเร่ง รถนั้นพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พวกอันธพาลนั้นพยายามยิงปืนมาทางรถของพวกเรา แต่โชคดีพวกเขายิงไม่แม่นและตัวถังของรถนั้นก็แข็งแรงพอที่จะป้องกันกระสุนไว้ได้ ไม่นานนักพวกเราก็ออกห่างจากตัวห้าง ผมนั่งมองมือของผมที่ยังเปื้อนเลือด เช่นเดียวกันกับใบหน้าของผมที่เต็มไปด้วยคราบเลือดเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆในตอนนี้รู้สึกยังไง ผมไม่รู้ว่าคุณหนูที่นั่งข้างๆผมเสียใจขนาดไหน ผมไม่รู้ว่ามาร์นั้นเป็นใคร ผมไม่รู้ว่าเคนเนธรู้สึกอะไร สิ่งเดียวที่ผมรู้ตอนนี้คือ “หัวใจ” ของผม

หัวใจของผมนั้นหนักอึ้ง ผมได้คร่าชีวิตนึงไปแล้ว

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Day 1 : EP 6
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: