Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Neferpitou
Moderators
Moderators


จำนวนข้อความ : 349
Join date : 05/12/2012
Age : 20
ที่อยู่ : The Facility of Banned Organizer

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 3:53 pm

สตอร์มโฮล์ม... เมืองหลวงแห่งดินแดนเอสซิโอนิค สถานที่ๆ ผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมากว ว่ากันว่านี่คือที่ๆ รู้สึกปลอดภัยที่สุดจากอันตรายทั้งหลายแหล่ในทวีปทางตะวันออก เช้านี้เป็นเช้าที่อากาศสดใส สภาพอากาศเป็นใจแก่การละเล่นภายนอก ชาวเมืองต่างพากันค้าขาย ทำงาน ผู้ที่ว่างจากภาระหน้าที่ก็จะใช้เวลานั้นในการพักผ่อน บ้างก็ดื่มเบียร์ที่โรงเหล้ากันจนเมากลิ้งไม่ว่าจะชนชั้นธรรมดาหรือเหล่าผู้กล้าล่าผจญ เด็กๆ พากันเดินออกไปข้างนอก เล่นซ่อนหาหรือกิจกรรมอื่นๆ ตามประสาพวกเขา เป็นวันที่สงบสุขวันหนึ่งเหมือนกับทุกๆ วัน

  ใจกลางของเมืองหลวงนี้ถูกปลูกสร้างด้วยปราสาทมหึมา พื้นที่ของมันสามารถสร้างเป็นหมู่บ้านได้หลายครัวเรือน สำหรับผู้คนแล้วปราสาทแห่งนี้คือความหวัง มันคือกองกำลังปกป้องความสงบสุขแห่งดินแดนเอสซิโอนิคจากภัยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ขนาดไหนก็ตามที กองกำลังนี้ถูกเรียกว่า "สตอร์ม ครูเซเดอร์" มีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการต่อต้านการจราจลของเหล่ากลุ่มคนปริศนาที่ใช้พลังแปลกประหลาดในการสร้างความเดือดร้อน พลังเหล่านี้นั้นต่างจากพลังธาตุทั่วไปในโลกอย่างสิ้นเชิง ตามตำราหนังสือมีพลังธาตุหลักอยู่สี่ชนิด กำเนิดมาพร้อมกับเทพแห่งธาตุเหล่านั้น ดิน น้ำ ลมและไฟ แต่พลังธาตุของกลุ่มปริศนาเหล่านี้นั้นแตกต่างออกไป มันมีพลังแห่งความชั่ว ความโกลาหลและความตาย มันถูกเรียกว่าพลังแห่งบาป หากกล่าวคือพลังธาตุนั้นมีไว้เพื่อรักษาสมดุลของดวงดาวนี้ พลังนี้ก็ไม่ต่างกับสิ่งที่มีไว้เพื่อการทำลายล้าง และเหล่าผู้ใช้พลังเหล่านี้นั้นต้องมีจิตใจที่โหดเหี้ยมอํามหิตโดยสันดาน มิเช่นนั้นแล้วหากไม่สามารถควบคุมแห่งความตายนี้ได้ก็จะทำให้ผู้ใช้ปราณนั้นลมปราณแตกซ่านและวิปลาสในที่สุด แต่กลับกันผู้ใช้พลังเหล่านี้กลับมีความวิปลาสอยู่ในตัวอยู่แล้ว จึงไม่มีผลอันใดที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อพวกเขาได้

 สงครามระหว่างกองทัพสตอร์ม ครูเซเดอร์และผู้ใช้พลังบาปนั้นยาวนานมาตั้งแต่อดีต บ้างก็ว่านานมากว่าร้อยปีหรือไม่เป็นที่แน่ชัด เพราะผู้ที่รอดจากสงครามในครั้งนั้นมีเพียงหยิบมือเท่านั้น ในสงครามครั้งนั้นมนุษย์ที่มีสัจธรรมต้องประจัญหน้ากับเหล่าปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของ "ไซอาลอท ไฟร์วอกเกอร์" ผู้ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการสร้างหายนะแห่งดวงดาวโพรโตเนี่ยน ไซอาลอทนั้นคือมารเพลิงไร้จิตใจ มันสามารถฆ่าล้างทุกสิ่งด้วยเพลิงโลกันต์ที่มอดไหม้ได้แม้แต่กำแพงแห่งทวยเทพ ว่ากันว่ามารเพลิงตนนี้สามารถใช้แค่เท้าเหยียบลงสู่แดนสวรรค์ก็สามารถแหวกฟ้าทำลายเทพได้ในพริบตา หากที่ได้ยินมาจากคนทั่วไปนั้น กองทัพมนุษย์แทบจะไม่มีหวังในกำชัยในสงครามครั้งนี้ได้เลย แต่ว่าก็มีนักปราชญ์เฒ่าผู้หนึ่ง ผู้ทรงหยั่งรู้ถึงอนาคตและภัยพิบัต เขามีนามว่า "โคลริม เคลย์ทิวล์" ผู้ที่ถูกเหล่ามนุษย์ขนานนามว่าเทพตนสุดท้าย เพราะชายชราผู้นี้มีปราณอันแข็งกล้าและเป็นผู้เดียวที่สามารถต่อกรกับเพลิงแห่งความตายได้ บ้างก็ถูกเรียกว่าเทพตนสุดท้ายจากแดนสวรรค์ ไม่มีใครรู้ที่มาที่แท้จริงของชายแก่ผู้นี้ แต่หากเพียงว่าเขาคือหนึ่งในชนเผ่าดาคาลที่แทบจะสูญพันธุ์ไปกว่าพันปีก่อน ในสงครามเมื่ออดีตครั้งนี้ โคลริมได้รวมรวบกองกำลังต่อต้านปีศาจแห่งบาปกว่าแสน ก่อตั้งกองทัพแห่งโคลริม การต่อสู้ในครั้งนี้ถูกดำเนินไปหลายเดือนโดยไม่มีการหยุดพักเลยสักนิด

 จนเมื่อวันหนึ่งโคลริมประจักษ์ว่าหากสงครามยังดำเนินต่อไปเหล่ามนุษย์ก็จะเป็นฝ่ายปราชัย เนื่องด้วยกองกำลังที่ลดหายไปวันแล้ววันเล่าหากการถูกสังหารโดยอสูรกาย แต่กลับกันเหล่ามารพวกนั้นสามารถก่อเกิดได้ทุกวัน วนเวียนไปมาจนไม่สามารถหยุดยั้งได้ เมื่อเวลาผ่านไปแรมเดือน ไม่มีผู้กล้าตนไหนที่จะสามารถหยุดยั้งการก่อเกิดที่ไร้สิ้นสุดของมารร้ายได้ โคลริมจึงครุ่นคิดถึงสิ่งเดียวที่จะสามารถกำจัดภัยร้ายนี้ได้ตลอดกาลคือการกำจัดต้นตอนั่นคือไซอาลอทซะ แต่การจะทำอย่างงั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก มนุษย์ได้พยายามจะสังหารมารเพลิงตนนี้ด้วยวิธีการที่ตนเองสามารถคิดได้แทบทุกอย่างแล้ว แต่แผนการเหล่านั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าแถมยังเป็นการทำให้มารเพลิงตนนี้แข็งแกร่งขึ้นมาทุกครั้งเมื่อได้รับการโจมตีอีกตะหาก เพราะเพลิงแห่งไซอาลอทนั้นสามารถดูดกลืนปราณทุกอย่างได้ นั่นจึงไม่ต่างกับว่าการโจมตีทุกครั้งเป็นการป้อนอาหารให้ปีศาจเพื่อให้มันแข็งแรงขึ้นทุกวันๆ เท่านั้น หากเมื่อการทำลายไม่สามารถลบล้างเพลิงแห่งความตายนี้ได้ แล้วสิ่งใดกันที่จะสามารถลบล้างมารตนนี้ให้หายไปจากโพรโตเนี่ยนได้ล่ะ หากแม้นแต่โคลริมเองก็มิอาจจะสะบั้นเศียรอสูรตนนี้ได้แล้วโลกนี้จะสงบสุขได้เช่นไร

 หากหายนะไม่สามารถล้มหายนะได้มันก็มีเพียงวิธีเดียวที่สามารถทำได้นั่นคือสันติธรรม แต่หาใช่การสวามิภักดิ์ยอมแพ้ต่อกองทัพปีศาจแต่เป็นการสร้างพันธนาการให้แก่ไซอาลอทจนมิอาจลืมตาดูโลกได้อีกต่อไป การที่จะจับกุมหัวหน้าแห่งปีศาจนั้นหาใช่เรื่องง่ายและผู้ใช้ปราณนั้นต้องมีความแข็งแกร่งที่เทียบทัดกับมารเพลิงด้วยเช่นกัน ในดินแดนแห่งนี้ก็เหลือเพียงชายคนเดียวเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับไซอาลอทได้นั่นคือโคลริม และนั่นก็ถือเป็นต้นกำเนิดฉากจบของสงครามนี้ ไซอาลอทพ่ายต่อโคลริมและถูกฝังลืมในดินแดนทับทิมที่ไม่มีใครสามารถย่างก้าวเข้าไปได้ มันคือสถานที่ๆ มีแหลมหินชูร่างอยู่ทั่วดินแดนที่เกิดจากปราณที่ไหลรั่วจนทำให้ผืนดินมีปฏิกริยาก่อเกิดแหลมหินพวกนั้น และภายในดินแดนนั้นก็มีปราณแห่งไซอาลอทรั่วไหวจนไม่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้าไปสามารถตายได้ในพริบตา เพราะฉะนั้นแล้วคนธรรมดาก็มิอาจจะเดินเล่นในนั้นได้ หลังจากที่สงครามจบลง โคลริมก็เสียชีวิตลงหลังจากนั้นได้ไม่นาน ก่อนตายเขาได้ให้คำมั่นแก่มนุษย์และกองทัพแห่งโคลริมว่าสงครามมันอาจจะยังมิจบก็ได้ และตัวเขาก็มิอาจจะเฝ้ารอจนถึงวันนั้น ด้วยความชราภาพและร่างกายที่แทบจะใช้งานไม่ได้เนื่องจากการต่อสู้

 หลังจากที่โคลริมสิ้นใจ กองทัพแห่งโคลริมก็สร้างโลกใหม่ในดินแดนเอสซิโอนิค เหล่ามารร้ายที่อยู่ภายใต้คำบัญชาแห่งไซอาลอทก็สลายไปไม่ก็หลบซ่อนจนเหลือเป็นเหล่าหมอผีปีศาจในปัจจุบัน มนุษย์ทั้งหลายก็ต่างใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขอีกครั้ง แต่จากคำสั่งเสียของโคลริมจึงได้มีการก่อตั้งสตอร์ม ครูเซเดอร์เพื่อปกป้องมิให้ใครสามารถปลุกไซอาลอทให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

 กลับมายังปัจจุบันที่แสนสงบสุข ณ ปราสาทแห่งสตอร์มโฮล์ม ในห้องนอนสุดหรูขนาดใหญ่สำหรับหนึ่งเดียวที่ปกครองทั่วหล้าแห่งเอสซิโอนิค ผู้ที่ถูกเรียกว่าราชาแห่งราชา มันเป็นเวลาช่วงสายเห็นจะได้แต่เหมือนว่าราชาผู้นี้จะตื่นได้นานพอควรแล้ว เขามองออกไปนอกกระจกสู่ทิวทัศน์ของเมืองตน แต่สายตาของเขาหาได้จดจ้องไปทางนั้นแม้แต่น้อย ที่ไกลออกไปจากเมืองทางตะวันตกของสตอร์มโฮล์มสามารถมองเห็นแหลมหินที่สูงเหยียดฟ้า มันเป็นแหลมหินสีแดงดั่งทับทิมที่ประดับไว้บนดินแดนแห่งนั้น สถานที่แห่งคงจะเป็นดินแดนทับทิมที่ฝังร่างของมารร้ายไซอาลอทเอาไว้ ที่แห่งนั้นถูกเรียกว่าเบรสซึ่ง สปริง สถานที่ๆ เคยเป็นป่าอุดมสมบูรณ์แต่กลับกลายเป็นดินแดนรกร้างที่แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลยสักนิด ชายผู้นั้นมองไปยังหินแหลมนั้นโดยไม่กระพริบตาเลยสักนิด

“แอ๊ดดด!” เสียงประตูห้องของราชาดังขึ้นจากการที่มีคนเปิดประตูเข้ามา ดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วคนเป็นผู้อาศัยในปราสาทนี้เช่นกัน ราชาหันไปมองด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆ

“เจ้าทำให้ข้าตกใจหมดเลยนะ... เซรดริก” ราชาผู้เป็นใหญ่กล่าว
“ขออภัยด้วยขอรับฝ่าบาท” เขาคนนั้นตอบรับก่อนที่จะเดินเข้าไปหาราชาผู้นั้น “แต่นี่มันก็สิบโมงกว่าแล้ว กระผมเลยนำอาหารมาให้ขอรับ”
“ข้าคงไม่ค่อยมีอารมณ์ที่จะกินตอนนี้หรอกนะ” เขาตอบกลับแก่ผู้ที่เป็นข้ารับใช้ ดูเหมือนว่าในตอนนี้เขาไม่อยากที่จะกินอะไรเลย เขาหันกลับไปที่หน้าต่างนั้นอีกครั้งก่อนที่จะมองไปยังหินแหลมรูปเดิม
“มันส่องประกายอีกแล้วหรอขอรับ... ดาบของท่านน่ะ”
“ใช่” ราชาพูดขึ้นก่อนที่จะมองไปที่ดาบของเขาที่พิงอยู่ที่กำแพงห้อง “นี่มันก็ครั้งที่ห้าแล้วนะสำหรับวันนี้ มันดูถี่ผิดปกติ”
“อ่อหรอครับ”

 หลังจากที่เซรดริกตอบกลับคำกล่าวของราชา เขาก็มองไปที่ดาบเล่มนั้นเช่นกัน มันเป็นดาบที่มีรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างพิเศษ มันถูกแกะสลักอย่างสวยงามตามขอบดาบ ที่แก่นใจกลางของดาบเล่มนั้นจะมีเหมือนผลึกสีฟ้าอ่อนที่มีแสงอ่อนๆ ระยิบระยับ แต่มันไม่ได้ส่องประกายอย่างที่กล่าว แต่ไม่นานนักแสงนั่นก็สว่างขึ้นมาอย่างชัดเจนต่อหน้าของผู้ที่พยายามจะสังเกตมัน

“แสงนั่น.. มันหมายความว่ายังไงกันขอรับ?” เซรดริกถาม
“ดาบเล่มนี้มันเคยสะบั้นชิ้นส่วนของร่างกายแห่งมารเพลิง... ท่านโคลริมเคยกล่าวต่อข้าว่าเมื่อดาบสัมผัสกับปราณแห่งเพลิงของมารร้ายนั่น ทำให้ปราณที่ดูดกลืนไหลเข้าสู่ดาบและอาศัยเป็นปรสิต หากแสงนี้ผุดออกมาจากดาบเมื่อไหร่นั่นหมายความว่าปราณที่สถิตอยู่ในดาบกำลังเรียกหาแหล่งปราณที่แท้จริงของมัน” ราชาผู้นั้นตอบ
“มันกำลังเรียกหาไซอาลอท?”
“ใช่” เขาตอบก่อนที่จะหยิบดาบขึ้นมา “มันส่องแสงตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ข้ารู้สึกกังวลถึงมันอยู่ตลอด”

“เจ้าคงยังไม่ค่อยคุ้นเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่สินะ” ราชาเอ่ยถาม
“กระผมยังเล็กอยู่เลยเมื่อสงครามครั้งนั้นเกิดขึ้นน่ะขอรับ”
“ก็จริง...”

  ราชาผู้นั้นหันกลับไปมองหน้าต่างบานใหญ่นั่นอีกครั้งพร้อมกับมือที่กำดาบเล่มนั้นไว้อย่างเหนียวแน่น ราวกับว่าตนจะไม่ยอมให้สิ่งที่ตนกำลังคิดอยู่เกิดขึ้นได้แน่ หากนั่นเป็นสัญญาณการตื่นจากพันธนาการของมารเพลิงนั้นสิ่งใดจะสามารถหยุดมันได้อีก โลกในตอนนี้ก็หาได้มีท่านโคลริมอย่างเช่นเมื่อกาลก่อนแล้ว เราไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าถ้ามันตื่นขึ้นมาจริง เราจะทำยังไงต่อไปดี ทุกวันนี้มันมีความเป็นไปได้สูงที่ไซอาลอทจะหวนกลับมาอีกครั้งเนื่องด้วยเหล่าหมอผีแห่งบาปออกมาเพ่นพ่านสู่สาธารณะบ่อยมากครั้ง และอะไรต่างๆ ที่ดูยุ่งเหยิงกว่าเดิม

“เจ้ารู้ไหม... แต่ก่อนนั้นเมื่อท่านราชาคนก่อน เจ้านายของข้า เอลทวอร์นยังคงดำรงตำแหน่งราชาแห่งสตอร์มโฮล์มอยู่ ในห้องนี้หาได้มีหน้าต่างบานใหญ่นี้” ราชากล่าว
“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงสั่งให้คนงานสร้างหน้าต่างมาประดับตรงนี้?”
“กระผมไม่ทราบขอรับ” เขาตอบ
“เจ้าลองมองไปที่หินแหลมนั่นสิ... เจ้าเห็นอะไรบ้าง?”

  ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นแล้วมองออกไปข้างนอกนั่น เขาไม่รู้ว่าจะให้คำตอบกับราชายังไงเพราะสิ่งที่เขาเห็นมันก็เป็นแค่แหลมหินธรรมดาที่เขาเห็นมันทุกวันจากภายนอกเท่านั้น ที่จริงหินนั่นมันก็ดูแปลกอยู่ดีล่ะเพราะลักษณะโครงสร้างมันย่อมไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากฝีมือของมนุษย์แน่

“ผม... ไม่รู้สิขอรับ” เซรดริกกล่าว “ผมหมายถึงผมเห็นแค่แหลมหินธรรมดาเท่านั้นครับฝ่าบาท”
“งั้นลองจับดาบข้าดูสิ”

  ราชายื่นดาบของตนให้แก่ผู้เป็นข้ารับใช้ เขามองมันสักพักก่อนที่จะรับดาบนั้นมา ทันทีที่เขาจับเขารู้สึกอะไรแปลกๆ เหมือนกับปราณอันแรงกล้าทะลักออกมาจากดาบ เขาไม่สามารถมองเห็นปราณนั้นได้เลย และคนอื่นก็ไม่สามารถรู้ถึงได้เช่นกัน ร่างกายของเขาแลดูเหน็ดเหนื่อยเหมือนกับดาบนั้นหนักราวกับภูผา เขาค่อยๆ ทรุดลงไปกับพื้นช้าๆ อย่างทรมาณ

“เจ้าไหวหรือเปล่า?”
“ขอรับฝ่าบาท”

 ผู้เป็นข้ารับใช้กล่าวไปและลุกขึ้นมาด้วยลำแข้งของตน หันกลับไปมองที่แหลมหินนั่นอีกครั้ง เขาเบิกตาออกราวกับเห็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ไม่สิมันดูน่าตกตะลึงเสียมากกว่า

“เจ้าเห็นอะไรบ้าง?” ราชาเอ่ยถามคำถามเดิมอีกครั้ง
“ข้า... ความตาย... พลังที่ข้า... ไม่เคยพบมาก่อนขอรับท่านฝ่าบาท”
“นั่นล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ข้ากังวล” ราชาเอ่ยขึ้น “ดาบเล่มนั้นสามารถทำให้ผู้ถือมองเห็นปราณแห่งความตายนั่น และรู้สึกถึงมันได้”

 ว่าแล้วราชาก็ดึงดาบนั้นกลับมา เมื่อเซรดริกปล่อยดาบเขาก็ทรุดลงไปกับพื้นทันที ราชาคว้าตัวเขาไว้ไม่ให้ล้มลงไปก่อนที่จะพยุงตัวของชายผู้นั้นขึ้น ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้ารับใช้แห่งสตอร์มโฮล์มผู้นี้จะเข้าใจถึงสิ่งที่ราชากล่าวต่อตนแล้ว เขารู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่ประจักษ์ไปเมื่อครู่

“หากมันยังเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่อาจจะกินนอนได้อย่างมีความสุขหรอกเซรดริก” เขากล่าว
“แล้วท่านจะทำยังไงหรือขอรับ?”
“ข้ารู้เพียงแค่ว่ามีสิ่งเดียวที่สามารถหยุดยั้งได้”

 ว่าแล้วราชาก็เดินไปยังชั้นวางหนังสือในห้องของเขา หยิบหนังสือขึ้นเล่มหนึ่งขึ้นมา มันเป็นหนังสือที่ดูเก่าพอสมควร เขาปัดฝุ่นออกก่อนที่จะเปิดมันออก พยายามหาหน้าที่ตนต้องการเหมือนกับกำลังจะให้ข้ารับใช้ของเขาเห็นอะไรสักอย่าง

“นี่ไง” เขาอุทานขึ้น “ถ้าข้าจำไม่ผิด... ในช่วงสงครามเมื่อครั้งนั้นท่านโคลริมเคยบอกข้าว่ามีอีกสิ่งหนึ่งที่มีอานุภาพมากพอที่จะจัดการกับมารเพลิงนั่นได้”
“มันคืออะไรหรอขอรับ?”
“พลังแห่งซินโดร่า..” ราชาตอบ “แต่ข้าไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนน่ะสิ”
“แล้วกัน...”
“ในตอนนี้สิ่งที่พวกเราทำได้คงจะมีแค่พยายามทุกวิถีทางไม่ให้ไซอาลอทตื่นขึ้นมาได้ แต่เราจะต้องไม่ให้ใครรู้ถึงเรื่องนี้เด็ดขาด ข้าไม่อยากให้ชาวบ้านต้องแตกตื่น”
“ตอนนี้ข้าอยากจะทำให้มั่นใจว่าพวกหมอผีปีศาจที่เพ่นพ่านอยู่ข้างนอกนั่นจะไม่อาจไปยุ่งเกี่ยวกับมันได้” ราชาพูดต่อก่อนที่เขาจะเดินไปที่ประตูห้อง

“ท่านจะทำอะไรหรือขอรับ?”
“ข้ามีงานต้องทำ” ราชากล่าว “ถึงกระนั่นนี่ก็สายมากแล้ว ข้าเป็นราชา ย่อมมีหน้าที่ให้ทำอยู่แล้ว”

 เมื่อราชากล่าวจนจบเขาก็เดินออกไปจากห้องตัวเอง เริ่มเดินไปตามทางเดินโล่งที่ดูกว้างขวางสะอาดตาก่อนที่เดินไปยังกลางปราสาท จุดที่ๆ ราชาควรจะอยู่ในเวลาทำการ เมื่อนั้นเขาก็ไปนั่งที่บัลลังก์แห่งสตอร์มโฮล์ม ก่อนที่ให้คำบัญชาแก่เหล่าผู้ข้ารับใช้ที่รอรับการเสด็จของราชาผู้นี้

“จัดเตรียมกองกำลัง...” เขากล่าว
“เพื่อการอันใดขอรับฝ่าบาท?”
“เพื่อจัดการเหล่าหมอผีแห่งบาปให้สูญพันธ์ุ”

______________________________

''Tyvärr, Jag måste döda dig. För kungen...''

Bill Alfenolf's Career Highlight
Former member of the Project-X
BWO Team of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Heel of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Face of the Year 2014
BWO No.10 Grand Slam
BWO Triple Crown
The Man and Only one man who Ended Mike Sanderson's Streak at the Siam Survivor with 4-1
1 Time BWO World Heavyweight Champion
1 Time BWO Xtreme Star Champion
1 Time BWO Deadly Champion (After Debut in BWO 1 Month)
1 Time BWO X-Tag Team Champion (w/ Dave Rollins)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.facebook.com/BillAlfenolf
Neferpitou
Moderators
Moderators


จำนวนข้อความ : 349
Join date : 05/12/2012
Age : 20
ที่อยู่ : The Facility of Banned Organizer

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 3:53 pm


Cataclysm คือนิยายที่ผมเคยทำไปเมื่อต้นปีก่อนแต่เป็นอันต้องยกเลิกไปเพราะว่าไม่มีเวลาในการทำมากนัก (ตอนนั้นขี้เกียจ) ในช่วงนี้ตัวเองสามารถควบคุมเวลาในการทำอะไรต่างๆ ได้มากขึ้นจึงมีประสงค์ที่จะกลับมาทำนิยายเรื่องนี้อีกครั้ง เนื้อเรื่องจะคล้ายคลึงกันกับเมื่อตอนที่ผมเขียนครั้งนั้นแต่อาจมีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่างทั้งทางปัจจัยตัวละครที่มาสมัครและอื่นๆ โดยแผนในการทำคิดจะทำออกมาเป็นสองภาคหากตัวละครที่มาสมัครเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวละครเดิมและตรงตามที่ผมต้องการดำเนินเรื่อง แต่การลงนิยายนี้จะไม่ได้ลงถี่ซะทีเดียว อาจจะสองสัปดาห์หรือสามต่อครั้ง ถามสะดวกอาจเร็วขึ้นตามความต้องการของผมเอง

โครงเรื่องคร่าวๆ
ณ ดวงดาวโพรโทเนี่ยน โลกที่เป็นศูนย์รวมแห่งพลังธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ว่ากันว่าดวงดาวนี้แหละคือต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งจักรวาล แต่ด้วยพลังธาตุที่แข็งแกร่งจนเหลือล้นเหล่านี้ที่ได้รวมอยู่กับมนุษย์ในยุคหลัง ๆ มันได้หลอมรวมเข้ากับจิตใจพวกเขาเป็นหนึ่ง แต่หากรู้ไม่ว่าในร่างกายของมนุษย์ทุกคนย่อมมีพลังที่ไหลรั่วออกมาเป็นพลังแห่งความเกียจชัง ความชั่ว ความอิจฉาริษยาและนานาก็ได้ก่อเกิดเป็นมารที่ตั้งตนที่จะทำลายล้างโพรโตเนี่ยนแห่งนี้ นาม ''ไซอาลอท''

และเมื่อมารตนนี้ได้ถือกำเนิด เหล่ามนุษย์ที่หยั่งรู้ถึงภัยพิบัติที่จะตามมาก็ได้หาวิธีต้านรับ ซึ่งมีเหล่าผู้กล้ามากมายที่หมายปองที่จะหยุดยั้งวันสิ้นโลกนี้ เพื่อความสงบสุขของโลกอีกครั้ง

โดยเนื้อเรื่องที่จะเกิดขึ้นจะอยู่ภายในดินแดนทางตะวันออกหรือเอสซิโอนิค

The Continental of Aceonic (Eastern Kingdom)

ดินแดนทางด้านตะวันออกของดวงดาวโพรโตเนี่ยน ''เอสซิโอนิก'' คือดินแดนปราการสุดท้ายที่มารร้ายไซอาลอทจะเดินทางมาเพื่อเปิดพลังแห่งบาปผ่านทางหอคอยแห่งซินโดร่า ว่ากันว่าหากคาถานี้ถูกใช้งานจนสมบูรณ์ ดวงดาวแห่งนี้จะถึงกาลอวสาน ภัยพิบัติทั้งดิน น้ำ ลม ไฟที่ใช้ปกป้องดวงดาวจะหวนกลับเป็นการมาทำลายโพรโตเนี่ยนเสียเอง


ซึ่งการบรรยายถึงภูมิประเทศของดินแดนต่าง ๆ จะบรรยายไปพร้อมกับการดำเนินเรื่องนี้

ปล. ณ ดินแดน เอสซิโอนิก มีเพียงมนุษย์เท่านั้นนะครัช.... ไม่มีเผ่าอื่น
-----------------------

พลังธาตุปกติ
พลังธาตุหลัก ๆ ของดวงดาวโพรโตเนี่ยนนั้นแบ่งออกเป็น 4 ธาตุหลักคือ : ดิน (Earth) , น้ำ (Water) , ลม (Air) , ไฟ (Fire)

และพลังธาตุย่อยถูกแบ่งออกจากธาตุหลักเป็น 2 ธาตุในทุก ๆ พลังธาตุหลัก
ดินถูกแบ่งออกเป็น : เหล็ก (Metal) , ไม้ (Wood)
น้ำถูกแบ่งออกเป็น : น้ำแข็ง (Frost), พิษ (Toxic)
ลมถูกแบ่งออกเป็น : หมอก (Mist), เสียง (Sonic)
ไฟถูกแบ่งออกเป็น : สายฟ้า (Lightning), แสง (Light)

พลังธาตุในตัวมนุษย์ทั่วไปทุกคนจะมีอยู่ด้วยกัน 1 ธาตุที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ผู้คนนั้น ๆ จะสามารถเป็นธาตุหลักหรือย่อยก็ได้ ส่วนผู้คนได้รับการฝึกมานานก็อาจจะกำเนิดพลังธาตุที่สองหรือสามขึ้นมากับตัวก็ได้ ซึ่งการจะเรียนธาตุต่อ ๆ ไปให้ชำนาญจำเป็นต้องฝึกผ่านตามตาราง


ตัวอย่างเช่นหากคนผู้นั้นเกิดมาพร้อมกับพลังธาตุแสง การที่จะชำนาญการใช้ธาตุลมนั้นจำเป็นต้องเชี่ยวชาญธาตุไฟเสียก่อน อีกทั้งนี้คน ๆ นั้นจะไม่สามารถเรียนธาตุสายฟ้าได้ หากไม่ใช่ว่าเป็นสายเลือดพิเศษ กล่าวคือต่อให้ชำนาญได้ทั้งหมดก็ยังสามารถใช้ได้เพียง 11 ธาตุเท่านั้น (อีกตัวอย่างคือถ้าหากคนนั้นคือน้ำแข็ง ก็จะไม่สามารถสำเร็จวิชาพิษได้นั่นเอง) แต่ทั้งนี้ก็มีบางคนที่ใช้วิธีการใช้พลังจากอาวุธแทน ซึ่งจะสามารถทำให้ใช้ธาตุได้อย่างครบถ้วน เช่นหากคน ๆ นั้นมีพลังธาตุเป็นน้ำแข็ง หากจะใช้ความสามารถพิษได้ก็จำเป็นจะต้องสำเร็จพลังธาตุหลักซึ่งนั่นคือธาตุน้ำ แล้วใช้ความสามารถในการแปรคุณสมบัติธาตุผ่านทางอาวุธออกมาเป็นธาตุพิษได้ ทั้งนี้การจะทำแบบนั้นได้อาวุธชิ้นนั้นต้องถูกสลักพลังคุณสมบัติธาตุนั้น ๆ เช่นกัน

พลังธาตุพิเศษ
และก็จะมีพลังธาตุที่จะมีเฉพาะพวกเลือดพิเศษเท่านั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 อย่างคือ
พลังบาป (Unholy) : พลังไสยศาสตร์ซึ่งจะมีเฉพาะเหล่าหมอผีปีศาจ (Unholy Sanctum เท่านั้นหรือง่าย ๆ คือพวกตัวร้ายนั่นเอง)
เลือด (Blood) : พลังธาตุที่หายากที่สุดในพลังทั้งหมด การที่จะมีพลังนี้ต้องเป็น The Chosen One เท่านั้น และว่ากันว่าพลังเลือดนี้ถือเป็นพลังธาตุที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นกัน
วอยด์ (Void) : พลังธาตุที่มีความสามารถในการคุมประตูมิติและกาลเวลา ผู้ที่มีพลังเหล่านี้โดยมากมีเลือดจากเทพแห่งนิรันดร์ปะปนอยู่

ทั้งนี้เหล่าผู้คนที่มีพลังธาตุพิเศษจะไม่สามารถเรียนพลังธาตุปกติได้เลย กล่าวคือผู้คนนั้น ๆ สามารถมีพลังธาตุได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น (ส่วนข้อมูลและขีดจำกัดอื่น ๆ จะอธิบายในเนื้อเรื่องอีกทีครับ)

'# ที่สำคัญสำหรับเหล่าผู้ที่เลือกสายพิเศษ เหล่าคนพวกนี้ถือเป็นพวกหายากในโลกนี้ แน่นอนว่ามันย่อมมีทั้งคนชอบและกลัวในเวลาเดียวกัน เพราะงั้นกลุ่มคนที่กลัวจึงหาวิธีต่อต้านและบ้างก็เป็นอันสำเร็จผล กล่าวโดยง่ายคือกลุ่มคนที่มีพลังพิเศษถึงแม้พลังจะแข็งแกร่งมากก็ตามที แต่ก็มีผลเสียคือถูกแก้ทางได้โดยง่าย และมุมมองจากสังคมโดยรอบจะแตกต่างไปจากธาตุอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้การแก้ทางของพลังธาตุพิเศษเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เหมือนกันเพราะมันจำเป็นต้องใช้เงื่อนไขและวัตถุดิบด้วย

---------------------------

ใบสมัคร

รูป : (ไม่จำกัดว่าจะเป็นการ์ตูน, หนัง, อนิเมชั่น 3D)
ชื่อ :
อายุ :
สถานที่เกิด : (ขอให้เป็นในดินแดน เอสซิโอนิกนะครับ)
ประวัติ : (อย่าเว่อร์จนเกินไป)
คาแรกเตอร์ :
อาวุธ :
พลังธาตุ : (เลือกได้อย่างมาก 2 พลังเท่านั้นและพลังทั้งสองต้องตรงตามการเดินเส้นของตารางด้วย)
กระบวนท่า : (กระบวนท่าปกติพร้อมชื่อและการอธิบาย 4 ท่าและไม้ตายอีก 1 ท่า)

---------------------------

ตัวอย่างการสมัคร

รูป : Bolvar Fordragon (Dragon Soul, The New Lich King Form)



ชื่อ : Zaelot Firewalker (ไซอาลอท ไฟร์วอร์กเกอร์)
อายุ : ไม่สามารถคำนวนได้
สถานที่เกิด : Firewalker Crater
ประวัติ : (บลา ๆ จะอธิบายในเรื่องเอา)
คาแรกเตอร์ : (เช่นเดียวกับประวัติ)
อาวุธ : -
พลังธาตุ : ไฟ (Fire), พลังบาป (Unholy) (เหตุที่มี Unholy เพราะเป็นผู้ถือกำเนิดพลังแห่งบาป)
กระบวนท่า :
The Eternity Blast - การปล่อยพลังเพลิงออกจากร่างกายเป็นดั่งการยิงลูกเพลิงออกไป
Inferno Quake - ปล่อยพลังเพลิงลงไปผืนดินจำนวนมหาศาลเพื่อก่อเกิดระเบิดขนาดยักษ์ขึ้นที่ผืนดิน
Consuming Soul - การแตะต้องคู่ต่อสู้ด้วยมือข้างใดก็ตามและดูดเอาวิญญาณมาสามารถคร่าชีวิตคน ๆ นั้นได้ในพริบตา (การใช้จำเป็นต้องมีเงื่อนไขอยู่)
Breathing of Death - การปล่อยลมหายใจออกเป็นไอร้อนและเกิดเป็นเพลิง (ง่าย ๆ คือการพ่นไฟ)
Cataclysm (ไม้ตาย) - การใช้พลังทั้งหมดระเบิดตัวออกซึ่งมีพลังทำลายที่รุนแรงมากที่สุดในกระบวนท่าทั้งหมด

'# ทั้งนี้บางส่วนในการสมัครของตัวละครตัวนี้เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นนะครับ

-------------------------------

ตัวละครหลัก

รูป : Anduin Wrynn


ชื่อ : Nelrion Preston (เนลเรี่ยน เพรสตัน)

อายุ : 21 ปี

สถานที่เกิด : ไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ปัจจุบันอาศัยที่บ้านหลังเล็ก ๆ ชานเมืองของแดน Windfield Forest

ประวัติ : เด็กหนุ่มที่ไม่ทราบประวัติในช่วงวัยแรกเกิดอย่างแน่ชัด โดยตัวเขาเป็นผู้ที่ไร้บ้านเกิด พ่อแม่ หรือผู้ปกครองทางสายเลือดใด ๆ เขาถูกเก็บมาเลี้ยงโดยชายมีอายุผู้หนึ่ง หลังจากที่เขาเติบโตจนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ชายผู้นั้นได้ถึงแก่กรรมและได้สานต่องาน ๆ หนึ่งกับเพรสตัน นั่นคือการศึกษาประวัติศาสตรแห่งพลังธาตุจนเข้าถึงแก่นแท้ของมันและเผยแผ่ความรู้ต่อเหล่าผู้คนแห่งเอสซิโอนิก โดยมากแล้วเขาจะใช้เวลาอยู่กับการอ่านตำรา นิทานหรือตำนาน ที่บ้างก็ว่ามันเป็นแค่เรื่องหลอกเด็กเท่านั้น

คาแรกเตอร์ : เป็นชายผู้ที่ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับงานที่ตัวเองได้รับจากชายผู้มีบุญคุณผู้นั้น นอกจากนั้นแล้วจะให้ความสำคัญที่น้อยลงไป ดูภายนอกจะเป็นเหมือนพวกที่เหนื่อยหน่าย ขี้เกียจและไม่สนใจโลกภายนอกสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยตัวเขาเป็นพวกที่ทำงานจนไม่ได้รับการพักผ่อนที่ดี แต่ถึงแบบนั้นแล้วเขาก็ดูเป็นคนที่ตั้งใจ ฉลาด และผูกมิตรดีอยู่พอตัวเลยทีเดียว แต่หัวของเขาจะเป็นพวกที่ไม่ทันโลกสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยหมกตัวอยู่ในบ้านมาเป็นเวลานานและตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ถึงจะผูกมิตรเก่งในระดับหนึ่งก็ตามทีแต่นิสัยตัวเองก็ยังเป็นพวกขี้รำคาญอยู่เช่นกัน เขามักจะหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้งถ้าได้รับการรบกวนจากใคร เวลาไหนที่ไม่พอใจอะไรก็จะไม่แสดงอาการโมโหออกมาอย่างเด่นชัด แต่กลับจะแสดงอาการเหนื่อยหน่ายราวกับจะเป็นจะตายเสียมากกว่า

อาวุธ : มีดสั้น (ไม่เกี่ยงว่าเป็นมีดสั้นแบบไหน แต่โดยปกติแล้วมักจะใช้มีดสั้น 2 เล่มเสียมากกว่า)
มีดเล่มแรก Frostfury (มีด Dagger จาก World of Warcraft ชื่อจริง ๆ คือ Bloodsipper)


มีดเล่มที่สอง Icecrown Claw (มีด Dagger จาก World of Warcraft ชื่อจริง ๆ คือ Twinblade of Mastery)


โดยเขามีความสามารถพิเศษในการรวมมีดทั้งสองและแปลงสภาพกลายเป็นดาบหนึ่งเล่มได้

ดาบ Canister Blade (เป็นดาบของ Lich King ใน World of Warcraft ชื่อจริง ๆ คือ Frostmourne)



พลังธาตุ : Frost
กระบวนท่า :
- Frost Talon : ดึงพลังออร่าน้ำแข็งออกมาเป็นพลังงานคลุมทั่วมีดสั้น (หรือดาบ) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธที่ถือ และยังยืดความยาวออกมาได้ขนาดหนึ่งด้วย
- Obilterate Strike : ซึมออร่าเข้าไปทั่วทั้งร่างกายรวมทั้งรวมร่างกับมีดสั้นทั้งสอง (หรือดาบ) เพื่อสร้างกงเล็บขนาดแหลมที่มือทั้งสอง ใช้ในยามสู้กันตัวต่อตัวโดยมาก มีพลังทำลายที่ค่อนข้างสูง
- Brain Shock : เป็นท่าที่ปล่อยพลังออร่าอ่อน ๆ ที่สามารถมองเห็นได้โดยยากกระทบตัวศัตรูเพื่อสร้างความเสียหายให้กับสมอง มีผลทำให้ร่างกายศัตรูหยุดชะงักสักระยะ (ขี้นอยู่กับความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอของศัตรูด้วย)
- Sinester Orbital Downpour : สร้างห่าฝนน้ำแข็งจำนวนมากเพื่อจัดการศัตรูในรัศมีของกระบวนท่า เน้นการใช้งานในการต่อสู้แบบหลายบุคคล

Finisher : Remorseless Throne : สร้างเขตแดนนั้นเป็นพื้นที่น้ำแข็ง โดยรอบของพื้นที่จะมีพายุหิมะรุนแรง ส่งผลทำให้ศัตรูถูกแช่แข็งได้ ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอของศัตรู หากถ้าคู่ต่อสู้อ่อนแอจะส่งผลให้คนผู้นั้นถูกแช่แข็งผนึกไปชั่วชีวิตได้

-------------------------------

รูป : Diablo 3 Male Barbarian



ชื่อ : Kolrim of Khadal (โคลริมแห่งคาดาล), Kolrim Khaytil (โคลริม เคลย์ทิวล์)
อายุ : 64 ปี
สถานที่เกิด : The Land of Khadal (Western Kingdom)
ประวัติ : ชายชราที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทพแห่งมหาศึกสงครามแห่งอสูรกาย เขาคือแกนหลักสำคัญและหัวหน้ากองทัพแห่งโคล ริมที่ตั้งมาจากชื่อของเขา ว่ากันว่าชายผู้นี้ไม่ได้เกิดอยู่ในดินแดนเอสซิโอนิคแต่เป็นดินแดนทางตอนตะวันตก ถิ่นที่ชนเผ่าคาดาลอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงแม้อายุเขาจะมากแต่เขาก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนักสู้ที่้เก่งที่สุด พลังของเขาสามารถต่อกรได้แม้กระทั่งมารเพลิงไซอาลอท แต่ในสงครามครั้งสุดท้ายเขาได้เสียชีวิตลงพร้อมกับลูกสาวของเขาจากการห่ำหั่นกับมารเพลิง

คาแรกเตอร์ : ชายผู้ที่ดิบเถื่อนในการต่อสู้ แต่เป็นหนึ่งในผู้ที่วางแผนทุกอย่างๆ รอบคอบ เขาเป็นผู้ชั้นเชิงในการต่อสู้และการใช้ชีวิต ค่อนข้างรักลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองที่มีอยู่ ทั้งชีวิตเขาอยากจะเห็นโพรโตเนี่ยนที่สงบสุขอย่างที่จริงสักครั้งแต่โชคร้ายที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ในโลกปัจจุบันเขากลายเป็นตำนานที่มีผู้คนเคารพนับถือแต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เชื่อในเรื่องของเขา ซ้ำยังบอกว่าเป็นเรื่องโกหกอีกตะหาก

อาวุธ : ขวานบาบาเรี่ยนแห่งคาดาล (Barbarian Death Axe)


พลังธาตุ : Earth, Wood

รูป : King Varian Wrynn


ชื่อ : Cronos Maltheal (โครนอส มาลว์เตล)

อายุ : 43 ปี

สถานที่เกิด : Azcathus

ประวัติ : หนึ่งในนักสู้ช่วงมหาศึกสงครามแห่งอสูรกาย เขาคือผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นและเข้ารับตำแหน่งราชาแทนเอลทวอร์น ผู้ซึ่งจะเป็นราชาอยู่แล้ว ปัจจุบันเขาเป็นราชาแห่งดินแดนเอสซิโอนิคโดยอยู่ในเมืองหลวงสตอร์มโฮล์ม

อาวุธ : The Argent Crusader (จาก WoW ชื่อจริงคือ Replica Lions Fang)


พลังธาตุ : Fire, Light (Lighting as special element from the Elthawn's Sword)

รูป : Illidan Stormrage



ชื่อ : Bael of the Unholy Sanctum (เบลแห่งถ้ำแห่งบาป)

อายุ : ไม่ทราบ

สถานที่เกิด : Shattered Fjord

ประวัติ : เบลคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไซอาลอทจากพลังแห่งบาปที่มารเพลิงเป็นคนคิดค้นขึ้นมา ว่ากันว่าเบลคือศูนย์กลางแห่งพลังบาปที่กระจายออกไปทั่วทั้งโลก พลังของเบลนั้นไม่สามารถคำนวณหรือหยั่งถึงได้ เนื่องด้วยความเป็นธาตุพลังพิเศษจึงทำให้เขาเป็นหนึ่งในชายที่น่ากลัวที่สุด

อาวุธ : ร่างกายที่สามารถเปล่งปราณออกมาเป็นรูปใดๆ ก็ได้

พลังธาตุ : Unholy

______________________________

''Tyvärr, Jag måste döda dig. För kungen...''

Bill Alfenolf's Career Highlight
Former member of the Project-X
BWO Team of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Heel of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Face of the Year 2014
BWO No.10 Grand Slam
BWO Triple Crown
The Man and Only one man who Ended Mike Sanderson's Streak at the Siam Survivor with 4-1
1 Time BWO World Heavyweight Champion
1 Time BWO Xtreme Star Champion
1 Time BWO Deadly Champion (After Debut in BWO 1 Month)
1 Time BWO X-Tag Team Champion (w/ Dave Rollins)


แก้ไขล่าสุดโดย Neferpitou เมื่อ Tue Nov 29, 2016 6:00 pm, ทั้งหมด 6 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.facebook.com/BillAlfenolf
ฟ้ามืด
Mid Card
Mid Card


จำนวนข้อความ : 484
Join date : 30/04/2013
Age : 23
ที่อยู่ : μ's

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 4:31 pm

รูป : Velguirie (Deception IV)



ชื่อ : Sharon (ชารอน)
อายุ : ประมาณ 20-25
สถานที่เกิด : ไม่ทราบสถานที่เกิด แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ Kol' Rim

ประวัติ : ความเป็นมาที่แท้จริงของเธอนั้นไม่มีใครทราบ อยู่ๆเธอก็ปรากฏตัวขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะอัศวินสาวโรคจิต เพราะเธอมีพฤติกรรมชอบดื่มเลือดจากศัตรู ไม่ว่าจะระหว่างต่อสู้ หรือหลังจากเข่นฆ่าศัตรูได้แล้ว เธอจะกรีดเลือดของคู่ต่อสู้ใส่แก้วและดื่มมันอย่างมีรสนิยมราวกับเป็นเครื่องดื่มชั้นยอด จนมีคนขนานนามว่าเธอเป็นแวมไพร์ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการสร้างคลื่นเสียงเพื่อรบกวนศัตรู (เหมือนค้างคาว) ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่าเธออาจจะเป็นแวมไพร์จริงๆ แต่บางทีอาจจะเป็นแค่พฤติกรรมเลียนแบบเท่านั้น ทุกวันนี้ยังไม่มีใครทราบว่าเธอมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ทำไม

คาแรกเตอร์ : แม้จะเป็นอัศวินโรคจิต แต่ถึงกระนั้นเธอก็เป็นคนที่สุภาพ เวลาพูดจาจะไพเราะ ใช้สรรพนามแทนคนอื่นว่า "ท่าน" เสมอ ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู หรือแม้กระทั่งอยู่ในระหว่างการต่อสู้อันดุเดือด เธอก็ยังสุภาพเช่นกัน เรียกได้ว่าแทบไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะแสดงพฤติกรรมหยาบคายให้เห็น พูดง่ายๆคือมีความเป็นกุลสตรี นอกจากเธอจะมีพฤติกรรมชอบดื่มเลือดจากศัตรูแล้ว เธอยังชอบทรมานคู่ต่อสู้ด้วยแส้ซึ่งเป็นอาวุธของเธออีกด้วย (เจ้าแม่ S ซาดิสม์ดีๆนี่เอง)

อาวุธ : แส้หนัง Soul Whip ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นแส้หนามได้

Soul Whip ในรูปแบบปกติ



Soul Whip เมื่อเปลี่ยนเป็นแส้หนาม



พลังธาตุ : ลม / เสียง

กระบวนท่า :
-Sonic Wave (สร้างคลื่นเสียงรบกวนศัตรู ทำให้ศัตรูหยุดชะงัก)
-Whip Tornado (ฟาดแส้ลงพื้นทำให้เกิดแรงพายุอันมหาศาล)
-Blood Sucker (ฟาดแส้พันศัตรูไว้ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแส้หนาม และแส้นั้นจะบีบรัดคู่ต่อสู้จนเลือดไหลมาตามแส้ จากนั้นชารอนจะดื่มเลือดที่มาจากแส้นั้น ซึ่งจะทำให้เธอมีพลังมากขึ้น)
-Air Pressure (ฟาดแส้เป็นตัว X และจะเกิดแรงแหวกอากาศกระแทกศัตรูจนกระเด็นออกไป)

ไม้ตาย : Symphony of Dead (สร้างพายุคลื่นเสียงซึ่งมีความรุนแรงมหาศาล ส่งผลทำให้แก้วหูคู่ต่อสู้แตกจนตาย)


แก้ไขล่าสุดโดย ฟ้ามืด เมื่อ Wed Aug 03, 2016 11:45 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
LionLugo
[Head] Deadzone
[Head] Deadzone


จำนวนข้อความ : 569
Join date : 11/08/2012
Age : 18

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 6:09 pm

รูป : Dante (DmC)



ชื่อ : Artanis Hilmonith
อายุ : Unknown
สถานที่เกิด : Unknown

ประวัติ : Unknown
คาแรกเตอร์ : ชายหนุ่มมาดกวนวาจาจัดจ้าน เป็นคนที่มีความมั่นใจเกินร้อย ทำอะไรเกินร้อยในทางที่เขาคิดว่าถูกต้อง ในหัวของเขาไม่มีแม้แต่คำว่า "ยอมแพ้" ในหัวของเขาเลยแม้แต่น้อย พร้อมที่จะสู้กับคู่ต่อสู้ทุกคนที่เผชิญหน้าของเขา ไม่เป็นคนเดินเข้าหาทำความรู้จักกับใครก่อน เพราะว่าเขาก็มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองอยู่พอตัวถึงจะเป็นคนกวน ๆ ก็เถอะ แต่ถ้าใครพร้อมเปิดใจทำความรู้จักกับเขา เขาก็พร้อมที่จะเปิดใจเช่นกัน ..

ในเวลาต่อสู้ เมื่อถึงเวลาที่เขาโกรธใครเกินขีดจำกัดของตัวเอง หรือเวลาที่เขาต้องการพลังของเขาจริง ๆ เขาจะมีความสามารถปล่อยพลังในส่วนก้นบึ้งของตนเองออกมาโดยในที่นี้เรียกกันว่า "Devil Trigger" ในร่างกายของเขาเหมือนมีไฟลุกขึ้นมาในร่างกายหัวกลายเป็นสีขาว ความสามารถของเขาจะเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่าตัว บรรยายโดยรอบรัศมีของเขาจะกลายเป็นสีขาวแล้วมีไฟล้อมรอบเหมือนว่า ตรงนี้คือเวทีของเขาแล้ว..


(ภาพประกอบ)

*** ยังไม่พอเขายังมีพลังที่มากกว่า "Devil Trigger" เมื่อไฟในรัศมีมารวมที่ตัวของเขา เขาจะกลายเป็นอสูรร้ายที่มีพลังมากกว่าเยอะมากกว่า Devil Trigger อยู่พอสมควร ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง ทุกๆ อย่าง แต่พลังนี้ใช้ไม่ได้นานนัก เขาจะกลับมาเป็นร่างเดิม


(ภาพประกอบ)

อาวุธ : Ivory & Ebony


Dominion


Artanis


พลังธาตุ : Fire (ไฟ)
กระบวนท่า :

- Fire-Edge Nexus(ฟันดาบโดยใช้ดาบคาตานะที่เป็นชื่อของเขาแบบรัวๆ ก่อนจะพุ่งผ่านคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วก่อนจะเก็บดาบลงอย่างเท่ห์)
- Inferno Meltstorm(ไขว้ปืนเป็นตัว X แล้วยิงขึ้นฟ้าทำให้ตกลงมาเป็นฝนดาวตก)
- Vocanic Wave(เป็นการรวบรวมพลังเข้าไปที่ดาบใหญ่หรือ Dominion แล้วปล่อยคลื่นพลังไฟออกมาจากดาบ)
- Firewall Intersection(ปล่อยพลังเพลิงลงไปผืนดินจำนวนมหาศาลเพื่อก่อเกิดระเบิดขนาดยักษ์ขึ้นที่ผืนดินแล้วขึ้นมาเป้นกำแพงไฟโดยครอสเป็นรูปตัว X)

ท่าไม้ตาย

- Firefly Meteoroid (ลอยขึ้นไปบนฟ้ารวบรวมพลังเพลิงที่ฝ่ามือเป็นก้อนพลังใหญ่ แล้วปล่อยไปสู่เป้าหมาย (พลังอาจรุนแรงจนทำลายได้เมืองนึง)

______________________________

''The Lion''
Franklin Lugo

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
CrimsonCageJr.
Rookies
Rookies


จำนวนข้อความ : 121
Join date : 30/05/2013
Age : 19

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 7:45 pm

รูป : Gravelord Nito (The Wraith King)


ชื่อ : The Seer / Valkenhein D. Larkshiel [หรือ Volk / โวล์ค]
อายุ : ในตอนที่หายตัวไปก็ครบ 25 ปีบริบูรณ์ ปัจจุบันไม่ทราบแน่ชัด
สถานที่เกิด : บ้านเกิดคือ Azcathus แต่ปัจจุบันอยู่ในมิติของวอยด์

ประวัติ : ในอดีตของเขายังคงเป็นปริศนา ส่วนในปัจจุบัน เขาคือผู้คุมประตูมิติของวอยด์ เสมือนว่าตัวเขาเองคือวอยด์ระดับสูง คอยจัดการสิ่งแปลกปลอมและดูดกลืนพลังชีวิตพวกมันเพื่อนำมาเป็นพลังของตัวเอง หากเทียบกับวอยด์ระดับสูงสุดแล้ว เดอะ เซียร์ ก็คงเป็นเหมือนตัวสะสมพลังงานที่รอวันมีอำนาจ เทียบกับการมีตัวตนของ Valkenhein D. Larkshiel (วัลเคนไฮน์ ดิ ลาคเชียล) ชื่อจริงๆของตนแล้ว การเป็น The Seer ก็คือสิ่งที่ลบล้างตัวตนเก่า เพื่อการเดินทางของวอยด์ในร่างนี้ ถึงแม้ว่าความทรงจำของโวล์คนั้น จะไม่กลับคืนมาเลยอย่างชั่วนิรันดร์..

คาแรกเตอร์ : สิ่งมีชีวิตในรูปร่างนักรบผู้สง่างาม หากแต่ความจริงแล้วข้างในตัวตนนี้ว่างเปล่า มีความต้องการบางอยู่อยู่ภายใต้ความคิดของเขา ซึ่งเดอะเซียร์ก็ทำตามความต้องการนั้น ถึงแม้จะไม่สำเร็จในทันที แต่ขาก็ค่อยๆเดินหน้าไปอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งความรู้สึกในทุกๆรูปแบบ ไม่ว่าจะโลภ รัก เกลียด หลง มีเพียง "ความต้องการ" ที่ไร้ความรู้สึกอยู่ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ยอมตกอยู่ใต้อาณัติใคร และจะทำการฟาดฟันทุกอย่างที่ขวางทางให้หายไปเป็นจุลอย่างไร้ความรู้สึก

อาวุธ : ดาบยักษ์ตามภาพ มีนามของมันว่า "Deovinur (เดเออวิเนอร์)"
พลังธาตุ : Void
กระบวนท่า :

- Riftwalk (หายตัวเข้ามิติในระยะสั้นๆ แล้วโผล่ออกมาฟาดฟันศัตรู ใช้ต่อเนื่องได้)
- Distortion (บิดเบือนการโจมตี หรือบิดเบือนมิติ)
- Blade of the Devourer (แทงดาบลงบนสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของ และทำการดูดพลังงานออกมาใช้ ทำให้สิ่งที่ถูกดูดพลังออกมาเกิดการเน่าสลาย)
- Dead Silent (โผล่ร่างออกมาในจุดที่คาดไม่ถึง ซึ่งทำให้ศัตรูไม่สามารถรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ได้ ข้อเสียก็คือไม่สามารถจู่โจมได้ในทันที โอกาสหลบพอสมควร)

ไม้ตาย : Decadence (ฟาดดาบออกเป็นวงกว้าง ทำให้ทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้าดาบเน่าเสียและเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
PazzRazzGUN
Mid Card
Mid Card


จำนวนข้อความ : 200
Join date : 29/05/2013
Age : 18
ที่อยู่ : 72/281 Suratthani , Thailand

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 9:22 pm

รูป : Frosted Ezreal (League of Legends)


ชื่อ : Boltah Hemerson (Nickname : Bolt) / โบลทาห์ เฮเมอร์สัน (ชื่อเล่น : โบลท์)

อายุ : 26

สถานที่เกิด : Sindora Scream (ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง Stormholme)

ประวัติ : ชายผู้ว่ากันว่าเร็วที่สุดในเอสซิโอนิค ในอดีตเขาคือเด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตจากมหาศึกสงครามแห่งอสูรกาย ในตอนนั้น โบลท์ ยังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง สงครามครั้งนั้นทำให้เขาสูญเสียครอบครัวไปจนหมด ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็น่าจะเป็นหนึ่งในเหยื่อจากสงครามครั้งนั้น แต่เรื่องของโชคชะตา มันกลับทำให้เขาได้พบกับ โครนอส มาลเทล ผู้ที่ช่วยชีวิตของเขารอดพ้นความตาย แม้สงครามครั้งนั้นโครนอสจะได้ช่วยเหลือคนบริสุทธิ์มากมายทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่หนึ่งในนั้นคือการช่วยชีวิตโบลท์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล จากเด็กที่เศร้าโศกและถอดใจกับชีวิตหลังการตายของพ่อแม่ กลายเป็นคนที่มีความหวัง และเชื่อว่ามนุษย์ก็สามารถสู้กับมารร้ายและพวกอสุรกายได้ เขานับถือโครนอสเป็นแบบอย่างและแรงบัลดาลใจ ตั้งใจที่จะเก่งเหมือนโครนอส และเมื่อทราบว่าโครนอสได้รับตำแหน่งเป็นราชาแห่งดินแดนเอสซิโอนิค โบลท์จึงตัดสินใจถึงเป้าหมายในชีวิต เขาฝึกฝนอย่างหนักเพื่อหวังจะเข้าสตอร์มโฮล์มไปเป็นทหาร เขามีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นทหารเอกคู่ใจของโครนอส วีรบุรุษที่เขาเคารพรัก เขาอาศัยอยู่ที่ ซินโดร่า ทาวเวอร์ และคอยปกป้อง ซินโดร่า สกรีม จากเหล่าหมอผี เขาเปรียบเสมือนวีรบุรุษของคนที่นั่นจนได้ฉายาเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเอสซิโอนิคว่า "สายฟ้าสีทองแห่งซินโดร่า" และตอนนี้ทั้งฝีมือและชื่อเสียงของเขามีมากพอแล้ว ที่จะจากบ้านเกิดของเขามายัง สตอร์มโฮล์ม เพื่อทำตามความฝัน

คาแรกเตอร์ : จงรักภักดีต่อราชา นับถือและเคารพ โครนอส มาลเทล เป็นอย่างมาก พร้อมรับใช้และเสียสละเพื่อโครนอส เขาอยากที่จะเดินรอยตามฮีโร่ของเขา นั่นคือสิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากตัวเขา โบลท์เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ยึดติดในความคิดของตัวเอง หยิ่งยะโส แต่ไม่โอหัง สายแขวะ ปากร้ายแต่จริงใจ เขาไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใครเว้นแต่ฮีโร่ของเขา ข้อเสียทุกข้อของเขาจะหายไปชั่วขณะหากอยู่ต่อหน้าโครนอส เป็นคนมีความพยายามและใจสู้อยู่เสมอ ความเร็วเป็นเลิศ ชอบช่วยเหลือคน เขาเป็นคนพูดไม่เก่ง ปากเสีย แต่เชื่อว่าการช่วยเหลือคือการสื่อสารทางใจถึงเจตนาได้ดีที่สุด และสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รู้จักกับโครนอสอีกด้วย เข้าเชื่อว่าพลังสายฟ้าของเขาจะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปจากโครนอสได้ นอกจากเขาอยากที่จะเก่งเหมือนโครนอสแล้ว เป้าหมายอีกอย่างในชีวิตเขาคือการปราบเหล่าหมอผี มารร้าย และอสุรกาย เพื่อแก้แค้นให้ครอบครัวของเขา ทั้งหมดนี่คือ 2 เหตุผลที่ทำให้เขายังมีไฟในการดำรงชีวิตอยู่ได้

อาวุธ : Zeu-Sword (ดาบที่ในเวลาปกตินอกเหนือการใช้งานจะมีเพียงด้ามจับธรรมดา แต่เวลาจะใช้จะปล่อยสายฟ้าให้แล่นเข้าสู่ด้ามจับ และพุ่งออกมาเป็นดาบสายฟ้า เรียกได้ว่าเป็นอาวุธเฉพาะของผู้ใช้พลังธาตุสายฟ้า)


พลังธาตุ : สายฟ้า (Lightning)

กระบวนท่า :
- Quaker (รวมพลังไว้ที่ Zeu-Sword แล้วฟาดลงมาสู่พื้น สร้างพลังทำลายล้างรุนแรงเป็นทางยาว)
- Minostrike (ล็อคตำแหน่งเป้าหมาย และปล่อยฟ้าผ่าลงมาสู่พื้น ไม่จำกัดเรื่องระยะทาง แต่ต้องรู้ตำแหน่งอย่างละเอียดยิบ)
- T-Dash (พุ่งด้วยความเร็วเหนือสายฟ้าชั่วขณะ ในระหว่างเคลื่อนที่ เขาจะมองเห็นทุกอย่างช้าลงเป็นภาพสโลว์ แต่เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ)
- Shordin (สร้างฟ้าแลบรุนแรง ทำให้เหยื่อตาบอดและเป็นอัมพาตชั่วคราวในระยะเวลาสั้นๆ)

ท่าไม้ตาย
- Golden Lightning (การปลดปล่อยพลังทั้งหมดเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของพลังธาตุสายฟ้า สายฟ้าของเขาจะเปลี่ยนจากสีฟ้าครามเป็นสีเหลืองทอง เขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งกับสายฟ้า สายฟ้าสีทองจะปกคลุมทั่วร่างกายและส่องแสงสว่าง เพิ่มทั้งพลังสายฟ้า ความเร็ว ให้ทะลุเกินขีดจำกัด นอกจากนี้เมื่ออยู่ในร่างนี้กระบวนท่าทั้ง 4 ของเขาจะมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น แต่ของดีมักราคาแพง เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายหลังใช้งานมันรุนแรงขึ้นตามเวลาที่ใช้งาน)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
HANARYUU
Rookies
Rookies


จำนวนข้อความ : 191
Join date : 21/12/2012

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 9:53 pm

รูป :  
ชื่อ : ลูเซียส (ผู้นำพาแสงสว่าง)
อายุ : 17 ปี
สถานที่เกิด : เมืองเล็กๆของหมอผีชั้นต่ำที่อยู่ในอาณาเขต Shattered Fjord
ประวัติ : เด็กที่เกิดมาจากพ่อและแม่ที่เป็นหมอผีต่ำซึ่งได้ทำพิธีกรรมหวังจะให้บุตรที่กำลังจะเกิดในคืนเดือนมืดของตนมีพลังแห่งบาปอันแก่กล้า โดยรวมมือกับหมอผีทีเหลืออีก 64 คน รวมเป็น 66 ทำพิธีลับอัญเชิญวิญญาณส่วนหนึ่งของ “ Bael of the Unholy Sanctum”  มาสิ่งสู่ในตัวเด็กเพื่อมอบพลังอันมหาศาลให้แก่ทารกที่กำลังจะลืมตาดูโลก
พิธีแห่งบาปนั้น ถูกจัดขึ้นในคืนเดือนมืด เป็นค่ำคืนที่มืดมิดในเมืองเล็กๆในดินแดนของ Unholy Sanctum เสียงสวดทำพิธีจากบรรดาหมอผีทั้ง 66 คนดังระงมไปทั่ว เพื่อหวังที่จะอัญเชิญวิญญาณแห่งบาปเข้ามาสิงสถิตในร่างของทารกที่เกิดในคืนเดือนมืด
แต่พิธีก็ต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อทารกคนนั้นได้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก พลังแห่งบาปในตัวทารกนั้นมากมายมหาศาลเกินที่เหล่าหมอผีชั้นต่ำจะรับไหว ทำให้พลังปราณแตกซ่านย้อนเข้าตัวจนเสียชีวิตอย่างทรมาน รวมถึงผู้คนจำนวนหลายร้อยที่อยู่ในหมู่บ้านก็ถูกพลังแห่งบาปกลืนกินจนหมดสิ้น
ทารกผู้เกิดมาท่ามกลางกองซากศพและความตายได้ถือกำเนิดขึ้นมา และได้รับพลังส่วนหนึ่งซึ่งมาจากความสงสารของ Bael ที่ไว้ชีวิตทารกน้อย และมอบพลังให้กับเด็กน้อยในคืนแห่งการนองเลือดครั้งนั้น
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ เมืองที่ถูกใช้ทำพิธีก็ถูกกองทัพที่นำโดยราชาโครนอสในวัยหนุ่มมากวาดล้าง แต่เมื่อมาถึงโครนอสก็ต้องตกใจเมื่อพบกับซากศพจำนวนหลายร้อยที่สภาพราวกับโดนสูบวิญญาณออกจากร่าง และพบกับเด็กน้อยอายุ 1 สัปดาห์ที่ส่งเสียงร้องดังไปทั่ว กำลังนอนจมอยู่บนจุดที่มีซากศพของเหล่าหมอผีจำนวนมาก โดยร่างกายสมบูรณ์ ไม่มีรอยขีดข่วนแม้จะผ่านมา 1 อาทิตย์แล้วก็ตาม
ภาพที่เห็นดูประหลาดอย่างมาก เหล่าเสนาธิการต่างให้ความเห็นให้ฆ่าเด็กทารกคนนี้ทิ้งซะ เพราะสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความมืดในตัวเด็กที่หลับใหลอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นความสงสารหรือเวทนากันแน่ ที่ทำให้ราชาโครนอสตัดสินใจเก็บเด็กคนนี้มาเลี้ยงดู ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับเหล่าเสนาธิการ หรือขุนนางในภายหลังอย่างมาก แต่ด้วยสัญชาติญาณบางอย่างของราชาหนุ่มคนนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้มีความจำเป็นในอนาคตอย่างแน่นอน และได้ตั้งชื่อให้กับเด็กน้อยว่า “ลูเซียส” หรือผู้นำพาแสงสว่างนั่นเอง
หลังจากนั้นลูเซียสก็ถูกเลี้ยงดูราวกับเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งแรกๆเด็กน้อยก็ยังควบคุมพลังไม่ได้ และมักจะปล่อยพลังแห่งความมืดออกมาทำร้ายคนรอบข้างโดยไม่ได้ตั้งใจเสมอ จนทำให้มีคนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และแน่นอนเหล่าขุนนางต่างลงความเห็นให้นำเด็กคนนี้ไปประหารทิ้งเพราะเพียงแค่ 3 ขวบ ก็สามารถปล่อยพลังแห่งความมืดในระดับที่หมอผีชั้นกลางสามารถทำได้ด้วยซ้ำ ซึ่งเกินระดับเด็ก 3 ขวบไปมาก โดยโครนอสก็จนปัญญา แต่ก็ไม่อยากฆ่าเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องทิ้ง จึงทำการสอนด้วยตัวเอง
พลังของลูเซียสทำร้ายโครนอสอยู่หลายครั้ง แต่ราชาหนุ่มก็ยังไม่ละความพยายาม ยังพยายามสอนโครนอส พยายามดึงเด็กน้อยเข้ามาในด้านสว่างทุกวิถีทาง จนหลายปีผ่านไป ความพยายามของโครนอสก็ประสบผล

ลูเซียสสามารถควบคุมพลังของตัวเองได้โดยไม่เสียสติในวัย 11 ปี พร้อมๆกับได้รับความรู้และวิชาขแนงต่างๆจากโครนอสที่เป็นเหมือนอาจารย์และพ่อ และเด็กหนุ่มก็ค้นพบในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบก็คือการอ่านหนังสือ

เด็กหนุ่มโปรดปรานการอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก และยิ่งอ่านมากเท่าไหร ลูเซียสก็สามารถควบคุมตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น เด็กหนุ่มสามารถควบคุมตัวเองได้ และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ

และแน่นอนว่าการที่ราชาเก็บลูเซียสมาเลี้ยงนั้นเป็นความลับสุดยอด ตลอดหลายปีไม่มีใครรู้ มีเพียงเหล่าขุนนางชั้นสูงเท่านั้นที่รู้และยังต่อต้านอีกด้วย

แต่ในที่สุด 17 ปีผ่านไป ลูเซียสสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีค่าพอที่จะมีชีวิตอยู่ เขาสามารถควบคุมตนเองรวมถึงพลังอันมหาศาลในตัวได้ รวมถึงความหัวไวของเด็กหนุ่มที่เรียนรู้เรื่องต่างๆได้รวดเร็ว ทำให้เหล่าขุนนางค่อยๆยอมรับเด็กหนุ่ม และโครนอสจึงตัดสินใจมอบหน้าที่ให้กับเด็กหนุ่มที่ตนเลี้ยงมากับมือผู้นี้

คาแรกเตอร์ :เด็กหนุ่มสวมแว่นดูคงแก่เรียนผู้อ่อนโยนต่อทุกๆคนที่พบเจอ เขาทำงานเป็นบรรณารักษ์อยู่ที่หอสมุดของเมืองหลวงสตอร์มโฮม และเป็นที่รักของชาวเมืองส่วนใหญ่ ซึ่งจริงๆแล้วงานจริงๆของเด็กหนุ่มก็คือการเป็นสายลับของราชวังที่ซ่อนตัวเพื่อดูแลความเรียบร้อยอยู่ในเมืองโดยมีอาชีพบรรณารักษ์บังหน้าเท่านั้น (แต่จริงๆก็ชอบนะ เป็นหนอนหนังสือตัวยงเลยทีเดียว)
ลูเซียสเป็นเด็กวัยรุ่นรูปร่างบอบบางดูอ่อนแอ สูงเพียงแค่ 170 กว่าๆเท่านั้น แถมด้วยความที่สวมแว่นดูคงแก่เรียน และทำงานในหอสมุด เขามักจะถูกกลุ่มวัยรุ่นรุ่นราวคราวเดียวกันหยอกล้อหรือแกล้งเสมอๆ แต่เขาก็ไม่เคยใส่ใจ และมักจะโต้ตอบอย่างสุภาพเท่านั้น ทำให้เป็นที่รักของชาวเมืองโดยเฉพาะกลุ่มหญิงรุ่นป้า หรือหญิงสาวที่ชื่นชอบความเนี้ยบและน่ารักของลูเซียส

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาคือหน่วยสืบราชการลับที่ส่งรายงานให้แก่ราชวังถึงความผิดปกติ ด้วยความสามารถของพลัง Unholy ในตัวเขา ซึ่งมีความสามารถพิเศษกว่าพลัง Unholy ของคนอื่นทั่วไป โดยเขาสามารถค้นหาตำแหน่ง และรับรู้ตำแหน่งของผู้มีความสามารถในธาตุของ Unholy ได้ ในรัศมี 2 กิโลเมตรรอบตัว และความพิเศษอีกอย่าง เขาเป็นผู้ใช้พลัง Unholy คนเดียวที่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้ตลอดเวลา และกดความมืดในจิตใจได้อย่างหมดจด ซึ่งเป็นผลจากการฝึกมาตลอดหลาย 10 ปีผ่านทางราชสำนัก รวมถึงการควบคุมพลังแห่งความมืดอันเหนือชั้นที่ทำได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งกว่าหมอผีชั้นสูงบางคน และความสามารถในการตีหน้าซื่อหรือเรียกง่ายๆว่าตอแหลระดับออสการ์ที่หาใครเปรียบได้ยาก ทำให้ได้รับหน้าที่สายลับและควบตำแหน่งองครักษ์ของราชาโครนอสอีกด้วย เพราะสามารถรับรู้ตำแหน่งของ Unholy ที่อยู่ใกล้ๆได้ รวมถึงฝีมือการต่อสู้ที่หาใครเปรียบได้ยากอีกด้วย

เด็กหนุ่มรู้อดีตของตัวเองจากปากของโครนอส และเกลียดอดีตนั้นอย่างมาก ลูเซียสเกลียดความมืดดำในจิตใจของตนเองมาโดยตลอด และพยายามต่อสู้กับมันตั้งแต่ยังเด็ก จนตอนนี้สามารถกดมันไว้ในจิตใต้สำนึกได้ แต่มันก็ยังอยู่ครบถ้วน ไม่หายไป ทั้งความบ้าคลั่ง ความกระหายเลือด ที่ยังอยู่ข้างในลึกๆ ซึ่งก่อนที่เด็กหนุ่มจะถูกปล่อยออกมานอกวัง ก็ได้เคยทดสอบพลังแบบเต็มที่ของตนเองแล้ว

ลูเซียสเวลาสู้นั้นจะมีขีดจำกัดที่สามารถครองสติไม่ถูกด้านมืดครอบงำอยู่ที่ 10 นาทีเท่านั้น ถ้าเกินไปจากนี้ด้านมืดจะค่อยๆออกมาครอบงำ ความบ้าคลั่งจะเข้ามาแทนที่ความสุขุมเยือกเย็น เขาจะเปลี่ยนเป็นปีศาจที่กระหายเลือดที่สู้เพื่อความต้องการหลังจากนั้นภายใน 3 นาที และถ้าจะหยุดเขา ก็ต้องใช้ยอดฝีมือระดับโครนอสอัดให้หมอบ หรือใช้เวทย์แสงระดับสูงในการลบล้างความมืดแทนเท่านั้น

อาวุธ : พลังความมืดที่มาในรูปแบบของเมือกสีดำที่รู้จักกันในชื่อของหนึ่งในพลังสาย Unholy ที่มีพลังมากที่สุดหรือ “สสารมืด”  แต่ลูเซียสเรียกมันว่า “ดูบาร์น” (สีดำ) ซึ่งเจ้าสิ่งนี้มีรูปร่างลักษณะเหมือนโคลนเหนียวๆ แต่เป็นสีดำสนิท และสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจนึก (ลอยได้ด้วย) รวมถึงเปลี่ยนเป็นอาวุธต่างๆหรือเกราะให้ผู้ใช้ และถ้าแทรกซึมเข้าไปในตัวของเจ้านาย จะทำให้มีพลังกายอันมหาศาล และสามารถรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งลูเซียสสามารถใช้มันได้อย่างใจนึก ทั้งการเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่เข็มเล็กๆนับพันเล่ม หรือ ชุดเกราะพร้อมปีกขนาดใหญ่

--- อธิบายเพิ่มเติม “สสารมืด” ---
-เป็นหนึ่งในพลังที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดของ Bael เพราะความสามารถในการพัฒนาตัวเองที่มาจากการสูบวิญญาณและกัดกินซากศพ ยิ่งกินมากเท่าไหร ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น
-สสารมืดเป็นพลังที่มีความต้องการในตนเอง ซึ่งก็คือความตระกละในการกินซากศพเพื่อเพิ่มพลัง
-การพัฒนาของสสารมืดก็คือ ยิ่งกินก็ยิ่งมีจำนวนมาก คือแรกๆอาจจะมีจำนวนเท่าก้อนดินก้อนเดียว แต่ยิ่งกินก็ยิ่งใหญ่ขึ้น มีจำนวนมากขึ้น ใช้ประโยชน์อื่นๆได้มากขึ้น รวมถึงความสามารถในการรักษาผู้ใช้และความทนทานต่ออาวุธและพลังของธาตุต่างๆที่จะยิ่งป้องกันได้มากขึ้นตามซากศพและวิญญาณที่มันกินไป
-การควบคุมอารมณ์ประมาณทรายของกาอาระแต่เป็นเมือกๆสีดำ


พลังธาตุ : Unholy
กระบวนท่า : (กระบวนท่าปกติพร้อมชื่อและการอธิบาย 4 ท่าและไม้ตายอีก 1 ท่า
1.Black Bullet Shooting
ควบคุมดูบาร์นให้แปลสภาพเป็นรูปร่างเหมือนกระสุนปืนนับ100นัด ก่อนจะบังคับให้โจมตีเป้าหมายพร้อมๆกัน (ถ้าเป็นในโหมดคลั่ง พอกระสุนฝังเข้าไปในตัวศัตรูแล้ว จะบังคับให้กระสุนระเบิดออกอีกที หรือไม่ก็กลายสภาพเป็นหนาม แทงทะลุเหยื่อออกมาจากด้านในและฉีกร่างเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม)
2.Unholy Armor
รวมร่างเข้ากับดูบาร์นและให้ดูบาร์นกลายสภาพเป็นชุดเกราะที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ เส้นประสาตต่างๆ ทำให้ประสาทสัมผัสเฉียบคมขึ้นและได้รับพละกำลังมหาศาล รวมถึงความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ แต่ถ้ารวมร่างนานๆ ดูบาร์นจะกัดกินผู้ใช้จากด้านใน และจะทำให้ด้านมืดของลูเซียสแสดงออกมาได้รวดเร็วขึ้น

3. Devour
ใช้ดูบาร์นกลืนกินพลังที่ถูกส่งมาของคู่ต่อสู้ (ยกเว้นธาตุแสง) และส่งพลังปราณนั้นกลับไปโดยเปลี่ยนสภาพพลังนั้นเป็นปราณความมืดที่มีความรุนแรงเท่ากับพลังที่ถูกส่งมาในตอนแรก หรือสามารถเปลี่ยนเป็นปราณความมืดและเพิ่มพลังให้กับตัวเองก็ได้ (ถ้าในโหมดคลั่งจะใช้ดูบาร์นกัดกินคู่ต่อสู้และดูดพลังมาเป็นของตัวเองอย่างไม่ลังเล)

4.Immortal Healing (Passive)
ความสามารถในการรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะแผลแบบไหน และมีประสิทธิภาพในการรักษาในระดับนรกถึงขนาดสามารถต่อแขนต่อขาได้ หรือใช้ดูบาร์นกลายสภาพเป็นแขนเทียมหรือขาเทียมที่มีพลังมหาศาลยิ่งกว่าเดิม


ท่าไม้ตาย :: Berserk Mode

เมื่อพ้นสิบนาทีที่สู้ด้วยการวางแผน สู้เพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่าง สู้ด้วยความใจเย็นและสุขุม เมื่อสิบนาทีนั้นหมดไป ก็ถึงคราวของปีศาจออกโรง
ดูบาร์นจะผสานกับร่างของลูเซียสเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ลูเซียสกลายเป็นปีศาจที่แท้จริง เมื่ออยู่ในร่างนี้ สัญชาติญาณดิบของ Unholy จะถูกแสดงออกมา และความสามรถทุกอย่างจะถูกเพิ่มอย่างทวีคูณเพื่อล่าเหยื่อ
โดยธรรมชาติของพลัง สสารมืด เป็นพลังที่ตระกละ และจะพัฒนาความสามารถได้เมื่อ “กิน” ซึ่งเมื่อสสารมืดรวมร่างเขากับลูเซียสโดยสมบูรณ์ เขาจะฆ่าทุกสิ่งที่ขวางหน้า และกินพวกมันซะ เพิ่มพลังให้กับสสารมืด และยิ่งฆ่ามากเท่าไหร ก็จะยิ่งห่างไกลความเป็นมนุษย์ไปมากเท่านั้น

เพิ่มเติม ::
-ลูเซียสนั้นเพิ่มพลังสสารมืดโดยให้มันกินซากศพที่ตายในสมรภูมิรบหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
-มีพลังในการรับรู้ถึงผู้ใช้พลัง Unholy ในรัศมี 2 กิโลเมตร ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการตามล่าเหล่า Unholy
-นับถือโครนอสเหมือนพ่อ มักจะเรียกว่าท่านเสมอ
-คนที่หยุดลูเซียสเวลาคลั่งมีไม่กี่คนเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือโครนอส
-รู้จักกับเนลเรี่ยน เพลสตั้น เพราะชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน (ทีเหลือผู้แต่งจัดการได้เลยครับ)
-มักจะพกหนังสือติดตัวไว้อ่านเสมอ

***สำคัญมากกกก****
-เกลียดพลังของตัวเองเข้าไส้ เกลียดแบบมากกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เกลียดการที่จะต้องอาศัยพลังจากซากศพ เคยลองฆ่าตัวตายดูหลายรอบตอนเด็กๆ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะดูบาร์นหรือสสารมืดคอยปกป้องอยู่
-แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นUnholy ยกเว้นราชาและขุนนางชั้นสูง
-ด้านมืดจะค่อยๆออกมาหลังจากสิบนาทีแรก แต่ก็ยังสามารถหยุดเขาได้อยู่ โดยอาการคือจะเริ่มพูดจากับตัวเอง พูดจาไม่เป็นภาษา และจะคลั่งไปเลยเมื่อถึงนาทีที่ 5 หลังจาก 10 นาทีแรก และเมื่อนั้นคือเวลาแห่งการฆ่าและกินของสสารมืด
-เป็น Unholy คนเดียวที่อยู๋ด้านสว่างได้ เป็นเพราะการฝึกฝนการอบรมมาตั้งแต่อายุไม่ถึงขวบ แต่ก็มีด้านมืดที่อันตรายสุดๆเพราะเป็นหนึ่งในพลังขั้นสุดยอดของ Bael
-มักจะพยายามจบการต่อสู้ก่อนที่ด้านมืดจะฉายออกมา คือจะไม่พิรี้พิไร ถ้าจบได้ก็จบ แล้วก็จะพยายามไม่ฆ่า เพราะถือว่าตัวเองฆ่ามามากพอแล้ว
-รักสงบ จบนะจ้ะ อิอิ


แก้ไขล่าสุดโดย HANARYUU เมื่อ Wed Aug 03, 2016 3:55 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
DanielsoN
Xiao Mei's Husband
Xiao Mei's Husband


จำนวนข้อความ : 2221
Join date : 19/09/2010
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Tue Aug 02, 2016 11:53 pm

รูป :

Mozu

ชื่อ : Madeira
อายุ : 16
สถานที่เกิด : Emerald Terrace
ประวัติ : เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ อยู่กับครอบครัวธรรมดาๆ พ่อของแม่เธอนั้นเป็นชาวนา เช่นเดียวกันกับตัวเธอที่เป็นชาวนาเหมือนกัน ดูๆแล้วเธอเป็นคนที่ธรรมดา "มาก" มากถึงมากที่สุด เธอสามารถควบคุมต้นไม้ได้ แต่ไม่ได้มากนัก เธอสามารถสั่งให้ต้นไม้โต (เป็นต้นกล้า) หรือพื้นฟูต้นไม้ที่เสียหาย (แต่ขนาดหักสองท่อนก็ไม่ไหว) แต่สิ่งนึงที่ตัว Madeira ไม่รู้นั้นคือ จริงๆเธอมีพลังรุนแรงมาก รุนแรงมากถึงมากที่สุด และไม่ใช่แค่รุนแรง แต่เธอไม่สามารถควบคุมพลังของเธอได้ ซึ่งพลังในส่วนนี้ของเธอนั้นจะปรากฏขึ้นมาเมื่อเธอกลัวถึงขีดสุด แต่พลังของเธอนั้นยังไม่เคยถูกใช้และก็ยังไม่มีใครรู้ว่าตัวเธอนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งแฝงอยู่

คาแรกเตอร์ : เธอเป็นคนอ่อนโยน และเธอเป็นที่รักของทุกคนที่รู้จักเธอ เธอเป็นคนยิ้มง่ายและเป็นคนที่เป็นมิตรชอบช่วยเหลือคนอื่น เวลาไปไหนต่อไปเธอก็มักจะทักทายคนอยู่เรื่อยๆ แต่ไงก็ตามเธอเป็นคนที่ขี้กลัว และในขณะเดียวกันเธอก็เป็นคนที่เสียกำลังใจง่ายมาก มีอะไรนิดๆหน่อยเธอก็มักจะเสียกำลังใจ และรู้สึกท้อแท้

อาวุธ : -
พลังธาตุ : ไม้
กระบวนท่า : (ท่าทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเธออยู่ในสภาพที่เธอปลดปล่อยพลังออกมา)
- เธอจะถูกต้นไม้กลืนกิน ในจังหวะนั้นเธอจะหมดสติและถูกจิตใต้สามัญสำนึกเข้ามาแทนที่ ต้นไม้ที่กลืนกินร่างของเธอนั้นจะเป็นต้นไม้ที่คงทนมาก และเป็นต้นไม้ที่สูงมาก
- สั่งให้ทหารไม้ขึ้นมา โดยทหารไม้พวกนี้จะเกิดจากการรวมเศษไม้ ซึ่งก็ไม่ได้แข็งแกร่งไรนัก แต่ใช้จำนวนเข้าว่า
- สร้างกรงไม้ (ที่ค่อนข้างคงทน) และขังศัตรู
- ยกรากของตัวเองขึ้นมาก่อนจะกวาดเป็นทางยาว ด้วยขนาดต้นไม้ที่ใหญ่จึงทำให้มีรากขนาดใหญ่ ถ้าหากโดนฟาดก็คงเจ็บหนัก

______________________________




英国で産まれた帰国子女の金剛デース!ヨロシクオネガイシマース!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
jeckcrows
Jobber
Jobber


จำนวนข้อความ : 56
Join date : 22/11/2014

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Wed Aug 03, 2016 3:25 pm

รูป :

ชื่อ : Uranus (ยูเรนัส ไม่มีนามสกุล)

อายุ : 21

สถานที่เกิด : ไม่ทราบ แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ใกล้เขตชายแดน Firewalker Crater

ประวัติ : "เจ้าคือสายเลือดแห่งโครนอส และเจ้าจะเป็นผู้ทำลายล้างโครนอส"เขาได้ยินคำพูดนี้จากปากของชายแก่ที่รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวที่เก็บเขามาเลี้ยง นั่นคือสิ่งเดียวที่เขารู้เกี่ยวกับตัวของเขา เดิมที่หน้าตาของเขาไม่ได้เป็นเช่นนี้หน้าตาเขาเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไป แต่วันหนึ่งชายแก่ที่เก็บเขามาเลี้ยงได้พลักเขาเข้าใส่ก้อนพลังงานที่เขาไม่รู้จัก จนธรรมให้ผมเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวและสีของดวงตาเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

คาแรกเตอร์ : เป็นคนที่มีสองบุคลิก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเอาแน่เอานอนไม่ได้ บุคลิกแรกเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ใจดีรักสงบร่างเริง รักความยุติธรรม บุคลิกที่สองนั้นมีความโหดเหี้ยมอำมหิตเป็นอย่างมากเขาจะทำลายล้างทุกอย่างไม่ให้เหลือลมหายใจ ทั้งสองบุคลิกมักจะขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา

อาวุธ : เคียว ชื่อ โครนอส (cronos)



พลังธาตุ : Light (สายฟ้าสีดำเนืองจากร่างกายโดนพลังด้านมืดครอบงำ)

กระบวนท่า :

-ฺ Black Lightning Scythe : ห่อหุ้มพลังสายฟ้าสีดำเอาไว้ที่เคียวเพื่อเพิ่มพลังโจมตี
- mirage of Soul : สร้างร่างแยกออกมาจากพลังสายฟ้า เพื่อล่อลวงศัตรู
- Black lightning master : เพิ่มพลังความเร็วของตัวเองเสมือนสายฟ้า เเละเร็วกว่าสายฟ้าทั่วไป
- ฺBlack Lightning Chain : พันธนาการศัตรู ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาตชั่วคราว (ขึ้นอยู่กับความามารถของศัตรู)

- Justice Black Lightning (ท่าไม้ตาย) : สร้างดาบขึ้นจากสายฟ้าสีดำนับพันเล่มเพื่อโจมตีใส่ศัตรู (เมื่อใช้ท่านี้เเล้วจะทำให้สูญเสียพลังชีวิตไปจำนวนหนึ่ง จึงไม่ได้มีโอกาสใช้บ่อย)


แก้ไขล่าสุดโดย jeckcrows เมื่อ Wed Aug 10, 2016 9:50 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Jussaateen
Jobber
Jobber


จำนวนข้อความ : 30
Join date : 14/06/2015
Age : 13

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Wed Aug 03, 2016 6:49 pm

ใบสมัคร

รูป : Guts



ชื่อ : คาร์เอล เรอุล
อายุ : 34
สถานที่เกิด : Shatter Fjord (ปัจจุบันก็เพนจรไปเรื่อยๆทุกที่แล้วแต่คนเขียนครับ ถถถ)
ประวัติ : อดีตทหารรับจ้างใน Shatter Fjord เมื่อ 10 ปีก่อนซึ่งมีชื่อเสียงในฉายา "ดาบยักษ์" เนื่องจากเขาถือดาบที่มีขนาดสูงพอๆกับตัวเขาเองนั่นเอง ซึ่งฉายาเป็นที่หวาดปลัวต่อพวกทหารคนอื่นๆก็จริง แต่ไม่ใช่กับพวกปีศาจ วันหนึ่งกลุ่มทหารรับจ้างของเขาถูกพวกปีศาจเป็นร้อยตัวดักโจมตี ทั้งกองทัพสูญสิ้นเพราะมีเวลาเตรียมอาวุธให้พร้อม ต่างตายลงทีละคน ทีละคน เหลือเพียง คาร์เอลทีรอดมาได้แต่ก็ต้องแลกกับแขนซ้ายของตนไป คาร์เอลจึงมีความเคียดแค้นต่อพวกปีศาจเป็นอย่างมาก (กลุ่มทหารรับจ้างนี้เหมือนว่าโตมาด้วยกันเหมือนเป็นครอบครัวเลยก็ว่าได้) หากเจอเมื่อไหร่เขาจะสะบั้นแหลกให้เละ ปัจจุบันเขากลายเป็นนักล่าปีศาจที่มีชื่อเสียงอยู่พอตัวที่เดินทางไปทั่วทุกที่ในแอซิโอนิก

คาแรกเตอร์ : ไม่ไว้ใจใครและไม่คิดตะมีความสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น เป็นพวกนิ่งๆเงียบๆ ไม่ชอบเปิดบทสนทนานัก และเวลาพูดจะตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม มีภาพลักษณืที่ดูน่าเกรงขามจนหลายๆคนกลัว แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนดีและไม่โหดถึงขนาดที่คนอื่นมอง บางครั้งก็มีแอบใจดีกับเด็กบ้างเหมือนกัน เวลาพูดถึงปีศาจจะเรียกมันว่า "สวะ" เนื่องด้วยเป็นคนที่เกลียดปีศาจมาก วางแผนเรื่องการต่อสู้ได้ดี และเป็นเหมือนปีศาจในยามต่อสู้เพราะเขาจะไม่ปราณีทุกชีวิตที่เขาถือว่าอันตรายไม่เว้นแต่มนุษย์ด้วยกัน ไม่มีวันยอมแพ้ในการต่อสู้ระดับที่กระดูกทั้งสองข้างหักก็จะยังหาทางลุกขึ้นมาตะบันหน้าศัตรูให้ได้ ไม่เชื่อในพระเจ้าแม้แต่น้อยนิดโดยมีอุดมคติว่าถ้าพระเจ้าเห็นแก่ตัว ไม่สามารถช่วยทุกชีวิตได้ก็อย่ามีเลย

อาวุธ : Dragonslayer Sword ดาบยักษ์ที่สร้างจากเหล็กที่กว่าเกล็ดมังกรแทบจะไม่มีอะไรที่มันตัดไม่ได้เลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนันด้วยขนาดของมันก็ยากที่จะขยับมันอย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต่ด้วยกำลังของคาร์เอลทำให้สามารถใช้มันอย่างคล่องแคล่วและดูง่ายดายไม่แพ้ดาบเล่มอื่น



มีแขนเทียมจากเหล็กซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นปืนกลขนาดเล็กและเป็นปืนสลิงยิงตะขอได้



The Living Death (ชื่อเกราะ) เป็นอาวุธไพ่ตายของคาร์เอล โดยเขาจะสวมใส่เกราะนี้ในยามจำเป็นเท่านั้น เพราะหากใส่เกราะนี้นานไปอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่งเสียสติได้ เพราะเกราะนี้สร้างจากปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดตัวหนึ่งโดยในปัจจุบันยังคงมีชีวิตอยู่ในเกราะนี้ ซึ่งเกราะนี้สามารถป้องกันการโจมตีทุกชนิดได้จนหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มากพอจะหยุดแรงกระแทกภายในได้ ฉะนั้นหากโจมตีแรงมากพอก็สามารถทำให้กระดูกแขนขาของผู้สวมใส่เกราะหักได้เช่นกัน



พลังธาตุ : เหล็ก (ทำให้สามารถเหวี่ยงดาบเหล็กยักษ์ได้ง่ายขึ้น คาร์เอลไม่ใช่ทำอย่างอื่นเพราะใช้ไม่เป็น ถถถ)
กระบวนท่า :
-"Close to hell" ใช้แขนเทียมเปลี่ยนเป็นปืนยิงตะขอดึงศัตรูมาใกล้ๆแล้วใช้ดาบยักษ์ฟันให้ราบ
-"Killing Machine" พุ่งไปฟาดฟันร่างของคู่ต่อสู้ไม่ยั้งจนกว่าจะเหน็ดเหนื่อย
-"Circle of Madness" ขว้างดาบของตนเองไปสุดกำลัง แต่ช้าพอให้คู่ต่อสู้แล้วหลบไป ก่อนที่จะใช้ปืนยิงสลิงดึงดาบกลับมา เหวี่ยงรอบร่างของตนเป็นวงกว้าง
-"The Left Trap" เมื่อคู่ต่อสู้อยู่ด้านใกล้มากพอ จะหลบการโจมตีของคู่ต่อสู้แล้วใช้จังหวะเปลี่ยนแขนเทียมเป็นปืนกลแล้วยิงในระยะเผาขน

ท่าไม้ตาย : "Unstoppable" ใช้ตอนสวมเกราะ โดยจะกระโดดขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่จะกระโดดม้วนลงมาฟาดฟันดาบลงไปบนพื้น เกิดแรงสั่นสะเทือนมากพอให้คู่ต่อสู้เสียการทรงตัว โดยในจังหวะนั้นจะพุ่งไปอีกครั้งด้วยความเร็วสูงก่อนจะใช้ดาบฟันร่างจนกว่าจะขาดเป็นสองท่อน


แก้ไขล่าสุดโดย Jussaateen เมื่อ Thu Aug 04, 2016 6:11 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง (Reason for editing : แก้คำผิด lol)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
BreakITdown
Jobber
Jobber


จำนวนข้อความ : 8
Join date : 25/06/2016
ที่อยู่ : World Without God

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Sun Aug 07, 2016 9:36 pm

รูป : Jaqen H'ghar (Game of Thrones)



(เป็นหน้าตาที่ผ่านการแปลงโฉมมา หน้าจริงจะเป็นหน้าที่ถูกไฟไหม้)

ชื่อ : Isaac Adler (ชื่อจริง) , Kastor Graveth (ชื่อปลอม)

อายุ : 22

สถานที่เกิด : เกิดที่ Moonshade แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ Matalius

ประวัติ : Isaac เป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับน้องชายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ด้วยความที่ตัวเขานั้นไม่มีพ่อและแม่ทำให้เขาต้องมีชีวิตที่ลำบาก และมักจะโดนเด็กในหมู่บ้านกลั่นแกล้งอยู่เสมอจนเขากลายเป็นเด็กที่เก็บกด เมื่อเขาโดนแกล้งแล้วเขาโกรธเขามักจะไปลงที่น้องชายของเขาอยู่เสมอ จนวันหนึ่งเขาได้หมดความอดทนเขาจึงได้ทำพิธี Dark Sacrament เพื่อบูชาเทพเออคิลเราส์ซึ่งเทพแห่งการฆาตกรรม ซึ่งเขาได้เอามีดปาดคอน้องชายของเขาเพื่อเป็นเครื่องสังเวยแก่เทพเออคิลเราส์เพื่อให้เทพเออคิลเราส์ส่งนักฆ่ามาหาเขา เมื่อเวลาผ่านไปในขณะที่เขากำลังนอนอยู่นั้นก็มีชายปริศนาที่ใส่ผ้าคลุมและหน้ากากสีดำมายืนตรงหน้าเขา ที่เอวของเขามีมีดคู่สีแดงอยู่ ซึ่ง Isaac ก็มั่นใจว่าคนๆนั้นคือนักฆ่าอย่างแน่นอน Isaac จึงได้ขอให้ชายคนนั้นฆ่าเด็กในหมู่บ้านให้หมด โดยมีจานที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูล Adler เป็นข้อแลกเปลี่ยน แต่ว่าชายนักฆ่าคนนั้นส่ายหัวอย่างเงียบๆ เพื่อเป็นการแสดงออกว่าค่าจ้างนั้นต่ำเกินไป Isaac จึงบอกว่าจะยกบ้านหลังนี้ให้บวกกับของใช้ในบ้านหลังนี้ด้วยแต่ว่าต้องฆ่าเด็กทุกคนในหมู่บ้านก่อน นักฆ่าตกลงก่อนที่จะเดินออกจากบ้านไป ผ่านไปครึ่งชั่วโมงนักฆ่าคนนั้นก็กลับมา พร้อมกับชี้ไปทางแม่น้ำของหมู่บ้าน เมื่อ Isaac ไปดูก็พบศพเด็กทั้งหมู่บ้านลอยอืดอยู่ในน้ำ Isaac ก็เลยยกบ้านให้ตามสัญญาและเนื่องจากต่อจากนี้ไปเขาจะไม่มีบ้านอยู่แล้ว เขาก็เลยตัดสินตามนักฆ่าคนนั้นไปด้วย โดยเขาบอกว่าอยากจะเป็นนักฆ่าเหมือนกัน ชายหนุ่มนักฆ่าคนนั้นก็ไม่ได้สนใจแต่ก็พา Isaac มาที่ฐานทัพลับของสมาคมนักฆ่า "Blades in the dark"

        เมื่อ Isaac ไปถึงที่นั่นเขาก็พบกับสังคมใหม่คนที่นั่นต้อนรับเขาเป็นอย่างดี ซึ่งแม้ว่าคนที่นั่นจะดูไม่คล้ายคนเท่าไหร่เช่น บางคนก็มีเกล็ดกิ้งก่า บางคนก็กลายเป็นหมาป่ายามพระจันทร์เต็มดวง บางคนก็ดื่มเลือดแทนน้ำ และบางคนก็ยังมีรสนิยมแปลกๆเช่น เลี้ยงแมงมุมขนาดยักษ์ตัวเท่าฝาบ้าน เก็บหัวของคนที่ไปฆ่ามาเป็นคอลเลคชั่น แช่ในอ่างอาบนำที่เต็มไปด้วยเครื่องในคน แม้ว่ารสนิยมพวกนี้จะดูแปลกๆแต่นั่นกลับทำให้ Isaac รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากขึ้นไปอีก และเขาก็ได้เจอกับเพื่อนสนิทของเขาสองคนคือ นาเซีย ซึ่งเป็นชายที่มีผิวเข้มซึ่งเป็นคนคอยรับงานจากมารดาแห่งรัตติกาลแล้วนำมาแจกจ่ายให้คนในสมาคมตามความเหมาะสมของงาน นอกจากนี้แล้วยังเป็นคนที่มีเส้นสายเยอะมากมีตาและหูอยู่ทุกที่จนคนในสมาคมมักจะพูดกันว่าไม่มีอะไรที่นาเซียไม่รู้ และอีกคนนึงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงชื่อ ลีอานน่า ซึ่งเธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่มีวันแก่เนื่องจากเธอได้รับพรจากเทพเออคิลเราส์ และเขายังได้พบกับมารดาแห่งรัตติกาลซึ่งเธอเป็นศพที่พูดได้และเธอก็จะเป็นคนที่รับสารจากเทพเออคิลเราส์แล้วมาส่งต่อให้นาเซียอีกที โดยจะมีคนคอยดูแลและรักษาศพเป็นอย่างดีด้วย เมื่อได้เป็นสมาชิกสมาคมอย่างเป็นทางการแล้วเขาก็เริ่มงานทันที ตอนแรกๆเขาก็เริ่มจากฆ่าเด็กหรือคนแก่ก่อน

          พอเขาโตขึ้นเรื่อยๆเขาก็เริ่มที่จะลอบฆ่าพวกนักรบทหารผ่านศึกได้ ด้วยตัวเขานั้นมีความสามารถที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการแปลงโฉมโดยว่ากันว่าเขาออกไปฆ่าคนด้วยหน้าตาที่ไม่เคยซ้ำกันเลยและยังเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ยาพิษในการลอบสังหารอีกด้วย แต่อยู่มาวันหนึ่งมีชายคนหนึ่งได้ทำพิธีเรียกนักฆ่าโดยเมื่อนักฆ่าไปถึงแล้วชายคนนั้นได้ทำข้อเสนอให้ฆ่าล้างตระกูล Blackstar ตระกูลชนชั้นสูงชื่อดังในเขต Western Lightmiles โดยแลกกับจำนวน 30 ล้านเหรียญทอง ซึ่งจัดว่าเป็นข้อเสนอที่ทำให้สะเทือนกันทั้งสมาคม ซึ่งตอนแรกก็ไม่มีคนที่จะอาสารับงาน แต่สุดท้ายคนที่อาสารับก็คือ Isaac Adler นักฆ่าที่หนุ่มที่สุดในสมาคม โดยเขาได้วางแผนไว้ว่าเร็วๆนี้ลูกสาวของตระกูล Blackstar จะแต่งงานกับผู้ชายจากตระกูล Westwood Isaac เลยได้วางแผนที่จะเปลี่ยนงานแต่งงานให้เป็นงานศพ โดยตัวเขานั้นได้ปลอมตัวและแปลงโฉมเป็นลอร์ดแห่งตระกูลหนึ่งที่มาจากต่างแดนชื่อ Kastor Graveth แล้วไปร่วมงานด้วย โดยให้เพื่อนๆของเขาปลอมตัวเป็นนักดนตรีไปแฝงตัวในงาน โดยในขณะที่งานกำลังดำเนินไปด้วยดีจนถึงตอนกล่าวขอบคุณแขก นักดนตรีได้บรรเลงเพลง Death Ceremony เพื่อส่งสัญญาว่าโศกนาฎกรรมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น นาเซียเพื่อนของ Isaac ได้หยิบมีดที่เขาแอบเอาเข้ามา แล้วนำมาปาดคอคู่บ่าวสาวจากข้างหลังขณะที่กล่าวขอบคุณอยู่และขณะที่แขกในงานเริ่มรู้ตัว เหล่านักดนตรีที่ปลอมตัวมาก็เอาหน้าไม้ที่เตรียมมา มากระหน่ำยิงใส่แขกในงานซึ่งเป็นคนของตระกูล Blackstar และ Westwood ซะส่วนใหญ่ ซึ่งคนที่ไม่อยู่ในงานนั้นมีแค่ Derek Westwood ลูกชายคนโตของตระกูลเท่านั้น และในขณะที่กำลังวุ่นวายนั้น Isaac ที่นั่งนิ่งอยู่นานได้อาศัยจังหวะนั้นหยิบมีผ่าเค้กไปเสียบหน้าอกของ Kieron Blackstar ผู้นำตระกูล Blackstar จนเสียชีวิต เมื่อแขกในงานตายหมดพวกก็กลับไปที่ฐานลับแล้วก็รอรับเงิน แต่ในขณะที่จะกลับนั้นได้มีทหารจำนวนมากของตระกูล Westwood มาปิดล้อมเอาไว้ โดยผู้ที่นำกองกำลังทหารมานั่นก็คือ Derek Westwood ที่ไม่ได้มาร่วมงานนั่นเอง โดย Derek กล่าวว่าตัวเขานั้นรู้แผนการหมดแล้วว่าพวกนักฆ่าต้องการอะไรและ Kieron Blackstar ที่ตายในงานก็เป็นตัวปลอมด้วย หลังจากกล่าวเสร็จ Derek ก็สั่งทหารโจมตีเหล่านักฆ่า เหล่านักฆ่าที่ฝึกมาเพื่อลอบฆ่าอย่างเดียวเมื่อต้องมาสู้กับทหารเกราะหนักๆเข้าก็เลยทำให้คนต้องล้มตายไปหลายคน แต่ด้วยความที่ Isaac นั้นปลอมตัวมาพวกทหารเลยไม่สงสัย Isaac ก็เลยหนีไปได้

          เมื่อเขากลับไปที่ฐานลับนั้น ปรากฎว่าฐานลับนั้นถูกทหารจากตระกูล Westwood และ Darkstar โจมตีฐานและเผาทุกอย่างในนั้น นักฆ่าทุกคนถูกฆ่าตายเกือบหมด พอ Isaac พยายามจะเข้าไปช่วยก็โดนระเบิดไฟปาใส่หน้าจนต้องโดดลงไปในน้ำบวกกับฤทธิ์ของบาดแผลทำให้สลบไป เมื่อเขาตื่นมาอีกทีก็ต้องพบกับสิ่งที่สยองขวัญที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา ไฟที่ไหม้ในฐานนั้นดับหมดแล้ว พร้อมศพทหารนับร้อยคนที่บ้างคนก็ถูกกระชากไส้ บางคนก็คอขาด บางคนก็มีมันสมองกระเด็นออกมาอยู่ข้างนอกศีรษะ และก็บุคคลที่นั่งอยู่บนกองศพนั้น นั่นก็คือมารดาแห่งรัตติกาล ว่ากันว่านี่อาจจะเป็นความช่วยเหลือจากเทพเออคิลเราส์ก็เป็นได้ แต่ในขณะเดียวกันนั้นใบหน้าของ Isaac ก็เต็มไปด้วยรอยไหม้อันหน้ารังเกียจผมอันมีสเน่ห์ของเขาก็ไหม้ไปพร้อมกัน ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยหนังหน้าปลอมๆและผมปลอมๆ ซึ่งคนที่รอดในตอนนั้นก็มีแค่เพื่อนสนิทของ 2 คน และสมาชิกคนอื่นๆอีกซึ่งแต่ละคนได้รับบาดเจ็บกันทั้งนั้น ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้นเทพเออคิลเราส์ก็ได้ปรากฎขึ้นและตั้งให้ Isaac Adler เป็นหัวหน้าสมาคมคนใหม่ ซึ่งก็ไม่มีใครขัดข้อง พร้อมกับมอบพลังธาตุ "พิษ" ให้แก่ Isaac Adler และยังบอกที่อยู่ของ Kieron Blackstar ตัวจริง และที่อยู่ของ Derek Westwood ให้ด้วย และ Isaac ก็ได้แยกกันออกเป็นสองกลุ่มโดยกลุ่มนึงนำโดยนาเซียและสมาชิกที่เหลืออยู่ไปฆ่า Derek Westwood และกลุ่มนึงนำโดย Isaac โดยในขณะนั้น Kieron Blackstar นั้นกำลังที่จะนั่งเรือหนีไปอีกดินแดนนึง แต่ว่า Isaac ก็แฝงตัวขึ้นเรือไปทันและใช้พลังธาตุที่เขามานั้นจัดการทหารบทเรือและบุกเข้าไปในห้องของ Kieron Blackstar เมื่อ Kieron รู้ตัวว่าตัวเองไม่รอดแน่ๆก็เลยยอมให้ Isaac ฆ่าแต่โดยดี โดยเขาเสนอข้อเสนอให้แก่ Isaac ด้วยการให้ไปฆ่าคนที่ว่าจ้างให้มาฆ่าตัวเขาแลกกับเขาจะยกสมบัติทั้งหมดบนเรื่อให้ Isaac ทั้งหมด ซึ่ง Isaac ก็ตกลงและฆ่า Kieron และนั่นก็เป็นจุดจบของตระกูล Blackstar ในขณะที่ Isaac กำลังขนสมบัติอยู่นั้นนาเซียและสมาชิกที่เหลือก็ได้เอาเรือมารับซึ่งพวกเขาก็มาพร้อมกับหัวของ Derek Westwood ด้วย หลังจากขนของเสร็จ Isaac ก็ได้เดินทางไปรับเงินจากผู้ว่าจ้างคนนั้นซึ่งค่าจ้างก็คือ 30 ล้านเหรียญทอง ซึ่งหลังจาก Isaac รับเงินเรียบร้อยแล้ว เขาก็ฆ่าผู้ว่าจ้างตามที่เขาได้สัญญากับ Kieron Blackstar เอาไว้ หลังจบเหตุการณ์ดังกล่าวไปสมาคมนักฆ่าก็ได้เงินมาก้อนโตเลยทีเดียว Isaac ก็เลยตัดสินใจย้ายฐานไปที่ใหม่และเคลื่อนศพมารดาแห่งรัตติกาลไปด้วย โดยพวกเขาได้ย้ายไปที่ Matalius ด้วยความที่เขามีเงินมหาศาลบวกกับเส้นสายที่มากมายของนาเซียเลยทำให้สมาคมสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในระยะเวลาอันสั้น และสมาคม Blades in the dark ภายใต้การดูแลของหัวหน้าคนใหม่อย่าง Isaac ก็พร้อมที่จะทำให้ทุกคนในดินแดนแห่งนี้ได้หวาดกลัวอีกครั้ง

คาแรกเตอร์ : ตัว Isaac นั้นถ้ามองจากภายนอกเขาจะดูเหมือนเป็นคนปกติธรรมดา แต่จริงๆข้างใจเขานั้น เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมและชอบทรมานคนเล่น ชอบที่จะเห็นคนอื่นกรีดร้อง ภายนอกนั้นเขาจะทำตัวที่ดูเป็นมิตรมากแต่ที่ทำอย่างงั้นเพราะต้องการที่จะล้วงข้อมูลของอีกผ่ายเท่านั้นเอง อาวุธที่สำคัญอีกอย่างนึงของเขาก็คือ "รอยยิ้ม" เขามักจะยิ้มให้ทุกคนอยู่เสมอแต่หารู้ไม่ว่ารอยยิ้มนั่นคือรอยยิ้มจอมปลอมที่สร้างมาเพื่อทำให้คนรอบข้างตายใจเท่านั้นเอง สิ่งเดียวบนโลกนี้ที่ Isaac ไม่เคยทำร้ายนั้นก็คือผู้หญิง แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็เป็นที่ไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีมักลอบกัดผู้อื่นตอนทีเผลอ มักจะทำทุกอย่างที่ตัวเองทำแล้วตัวเองละสมาคมได้ประโยชน์ และพร้อมที่จะทรยศทุกคนเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย และยังเป็นคนเจ้าชู้ชอบแย่งแฟนชาวบ้านอีกด้วย และมักจะโกหกตนอื่นว่าตนเองนั้นเป็นลอร์ดจากต่างแดนและหลอกเอาผลประโยชน์จากผู้อื่นด้วยวิธีนั้นอยู่บ่อยๆครั้ง

อาวุธ : Alda and Arkin



ดาบคู่ที่มีไว้แค่ประดับเอวเฉยๆซึ่งถ้าไม่จนมุมจริงๆก็แทบจะไม่ใช้ดาบเลย ซึ่งทั้งสองด้ามนั้นเป็นไปด้วยพิษนานาชนิดที่เรียกได้ว่าแค่โดนบาดก็ไปอีกโลกนึงได้เลย


Blade of Woe



มีดของขวัญจากเทพเออคิลเราส์ซึ่งอาบด้วยธาตุไฟซึ่งเวลาใช้มีดนี้แทงใครนั้นมักจะมีไฟลุกขึ้นที่แผลนั้น แต่ถ้าเวลาใช้ลอบสังหารแบบเงียบๆไปจะไม่ติด Isaac มักใช่มีดเล่มนี้ในการลอบสังหาร

พลังธาตุ : Toxic (พิษ)

กระบวนท่า :

The Cure for Madness : ทำให้เปลี่ยนสถานะของตัวเองให้กลายเป็นของเหลวพิษซึ่งมักจะใช้ในการหลบหนี ซึ่งใครแตะตัวเขาขณะที่ตัวเขาเป็นพิษอยู่นั้น คนๆนั้นจะติดพิษ

Recipe for Disaster : สร้างปีศาจพิษขนาดยักษ์ขึ้นมา แล้วก็ปล่อยพิษให้ลามไปเรื่อยๆ

Bound Until Death : ยิงเมือกพิษใส่เป้าหมายซึ่งเมือกนั้นจะทำให้คนนั้นขยับไม่ได้แถมยีงทำให้ติดพิษซึ่งเมือกนี้จะคลายออกก็ต่อเมื่อเป้าหมายตายแล้ว

Death Incarnate : ยิงกระสุนพิษออกจากร่างกายของเขา ซึ่งกระสุนนั้นเต็มไปด้วยแรงดันและพิษที่รุนแรงมาก

ท่าไม้ตาย :

Hail Er'Kilraus ! : สร้างมังกรพิษสามหัวขนาดยักษ์ขึ้นมาพร้อมกับอัญเชิญเทพเออคิลเราส์ที่มีธาตุไฟให้มาอยู่ในมังกรตัวนั้น เมื่อพลังไฟกับพลังพิษรวมกันแล้วมังกรตัวก็จะพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายซึ่งจะสร้างความเสียหายแบบทะลุเกราะ และมังกรตัวนี้ยังพ่นไฟที่ผสมกับพิษด้วย

ปล. เขียนเยอะไปก็ขออภัยด้วยนะครับ ถถถ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Harley's Rules
Jobber
Jobber


จำนวนข้อความ : 7
Join date : 24/09/2016

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Sat Sep 24, 2016 2:36 am

รูป : Harley Quinn จะ Comic หรือ Cinematic ก็ได้





ชื่อ : Laugny
อายุ : ??? เห็นหน้าเด็กๆหุ่นเอ๊กๆแบบนี้แต่เธออยู่คู่กับ  ดวงดาวโพรโทเนี่ยน มาตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นเลยทีเดียว
สถานที่เกิด : ???
ประวัติ : Laugny นั้นคือ ปีศาจแห่งเสียงหัวเราะ เธอคือ กุนซือ และ ฝ่ายเสนาธิการคนสำคัญของ ไซลาออท ไฟวอร์คเกอร์ และเป็นผู้วางกลยุทธ ในการทำสงครามกับ โคลริม หลายครั้งหลายครา และ ถือเป็น ฝ่ายปีศาจซึ่งมีพลังสูงมากพอสมควร และนอกจากนี้ยังมีสติปัญญาอันเฉียบแหลม และ เล่ต์เหลี่ยมแพรพราว ในการปั่นหัวคน เล่นกับจิตวิทยา และการล้างสมอง ล่อลวงฝ่ายตรงข้าม เธอนั้นมักไม่ลงแรงลงมือเอง จะใช้ลูกน้องเสียมากกว่า เพราะส่วนใหญ่เธอจะเป็นคนคอยบงการอยู่เบื้องหลัง แต่หลังตาก ไซลาออท พ่ายแพ้ต่อ โคลริม เธอก็หายตัวไปปลีกตัวไปอยู่นอก เอสซิโอนิก ตั้งอาณาจักรเล็กๆเรียกว่า Laugny's Land มีกองทัพขนาดย่อมๆ ซึ่งเรียกว่าพวก Thugmask ก็คือพวกปีศาจระดับล่างๆที่ยังหลงเหลืออยู่และเข้าร่วมกับเธอ คอยก่อกวน มนุษย์และปั่นป่วน กองกำลังสตอร์ม ครูเซเดอร์ เป็นระยะๆประปรายๆ จนประจักษ์ได้ว่าต้องช่วยนายตนอีกครั้งจึงกลับมา!!

คาแรกเตอร์ :

- อย่างที่บอกไปเธอคือ ปีศาจแห่งเสียงหัวเราะ สื่อถึง ความเป็นจริงของมนุษย์ที่ทำตัวเป็นคนดีเปลือกนอกพยายามจะโชว์ให้คนอื่นเห็นแต่เรื่องดี ความจริงก็มีความเลวซ่อนอยู่ เธอจึงเป็นตัวแทนของสันดานดิบมนุษย์ทุกคนบนดาวดวงนี้ ยิ้มรับกับทุกสิ่งทุกอย่างแม้จะดีหรือเลว ก็ยิ้มและมีความสุขเพราะมันคือความจริง

- เธอเป็น คนอารมร์ขัน??? หัวเราะและค่อนข้างยิ้มง่าย อาจจะดูจิตหลุดๆนิดหน่อย ก็ไม่หน่อยอ่ะ เยอะเลย 55+

- แต่เธอเป็นคนที่ ฉลาดแหลกหลัม เชี่ยวชาญกลยุทธในการทำสงครามมาก ใช่กองทัพ Thugmask ขนาดเล็กๆของเธอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จู่โจมจุดยุทธศาสตร์ ทำสงครามกองโจรกับ สตอร์ม ครุเซเดอร์ หลายครั้ง จนทำเอาปวดกบาลเลยทีเดียว

- มีเล่ต์เหลี่ยม แพรวพราว และ เก่งด้านจิตวิยทา + ศาสตร์มืด ทำให้เธอมักปั่นหัวคน ล้างสมองคนอื่น เล่นกับจริยธรรม ศีลธรรม กับคนอื่น เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง กับกองกำลัง Thugmask ของเธอ

-ชอบเล่นกับเรื่อง ศีลธรรมและจริยธรรมของมนุษย์ เปลี่ยนดีให้เป็นคนชั่ว ทำให้คนชั่วเกิดความเกลียดชังกันเอง หรือ ทำให้กลุ่มหรือทีมแตกแยก นี่แหละความสนุกสุดเหวี่ยงเธอ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ

- มีความสุขตลอดเวลา และกลัวไม่เป็นอีกด้วย โดนทำอะไรจะขำจะยิ้มไว้ก่อน ขำได้ตลอดเวลาไม่รู้เป็นอะไร

- มีวาทศิลป์ในการพูดเป็นเลิศ เวลาพูดถึงแม้จะติดขำ หยอดมุข นู่น มุขนี่ แต่ฟังแล้วดูมีเหตุผล และมีน้ำหนัก สามารถปลุกระดมเหล่าปีศาจให้คล้อยตามได้ และคำพูดของเะอเพียงไม่กี่คำ + พลัง Unholy ก้สามารถปั่นหัวมนุษย์หรือล้างสมอง มนุษย์คนหนึ่งได้ง่ายๆ

- แต่เธอก็ยังเป็นผู้หญิง ซึ่งชอบแต่งตัว แต่งหน้าทาปาก ทำตัว sexy รั่วๆ บ้าๆนิดๆ ก็ไม่นิดน่ะ และบางครั้งก็ใช้เสน่ต์ของเธอให้เป็นประโยชน์

- ส่วนใหญ่จะบัญชาการ อยู่เบื้องหลัง จะส่งพวก Thungmask ไปลุยซะมากกว่า และถ้ารู้ตัวว่าเพลี้ยงพล่ำก็จะถอย กลับ ไปบ้าดีเดือดรู้ว่า เวลาไหนควรสู้ควรถอย

อาวุธ :





Holocaust Bats ไม้เบสบอลแห่งหายนะ ของนี้ เธอได้มาจากมิติ อื่น เนื่องจากมีพวกปีศาจพลัง Void มอบให้เธอ โดยอาวุธชนิดนี้มีพลังอำนาจทำลายล้างสูงมากกกก ถ้าโดนทุบทีถึงขั้นแผ่นดินแยกเลยทีเดียว





Unholy Revolver อาวุธอีกอย่างของเธอจากต่างมิติเช่นกัน โดยเป็นอาวุะระยะไกลและมีอำนาจพลังทำลายล้างสูงเช่นกัน โดนยิงที แรงพอๆกับ หัวจรวดมิสไวน์ เลยทีเดียว



พลังธาตุ : Unholy

กระบวนท่า :

Happy's Mind (ใช้ไม้เบสบอลที่อัดพลัง Unholy เข้าเต็มไม้ฟาดเข้ากลางบาล โดนแล้วถ้าเป็นพวกระดับพลัง ธรรมดาๆจะสลายเป็นผุยผงแน่นอน)

Kiss from Angel (จูบเข้าที่ปากอย่างดูดดึง ด้วยเสน่ต์และเวทมนตร์ของเธอจะทำให้หลงลืมสติไปช่วยขณะเลยทีเดียว)

Dark Hole Hit (กระหน่ำฟาดด้วยไม้เบสบอลไม่ยั้ง และจบลงโดยฟาดลงพื้นจะทำให้รัศมีเกือบกว่า 2 ตารางกิดลเมตร วอดวายเลยทีเดียว)

Phantom Launcher (ใช้ Revolver ยิงใส่.... ถ้าเป้นพวกธรรมดาโดนแล้วจะทะลุทะลวงไปโดนอีก 100 คนเลยทีเดียว เพราะมันแรงระดับ มิสไซน์ ถ้าพวกเทพๆก็เจ็บหนักอยู่ หรือ แล้วแต่คนเขียนจะให้มันทนได้ก็แล้วแต่ 55+)



ท่าไม้ตาย


Sky Drive Crusader (ใช้ไม้เบสบอลฟาดเข้าเต็มคางคู่ต่อสู้แบบเสยขุึ้น!! คู่ต่อสู้จะลอยขึ้นฟ้า เธอจะกระโดดตามขึ้นไปฟาดกระหน่ำคู่ต่อสู้ไม่ยั้ง จนธาตุภายในแหลกเหลว หลังจากนั้นคู่ต่อสู้จะร่วงตกลงพื้นด้วยความอ่อนแรง เธอก็ดิ่งพสุธราลงมาฟาดเข้าคู่ต่อสู้ที่นอนอยู่บนพื้นอย่างรุนแรงจนแผ่นดินแยก!!! พวกพลังสูงๆเจอท่านี้ก็จอด)


************ กองกำลัง Thugmask ของ Laugny จะสวมหน้ากากตัวตลกเป็น Symbol *****************








[NPC] เบ้!!!


รูป : Ghost Rider






ชื่อ : Hot Head หรือ HH
อายุ : 49
สถานที่เกิด : ???
ประวัติ : อดีตแต่ก่อนนั้นเขาคือทหารคนหนึ่งของกองกำลง สตอร์ม ครูเซเดอร์ แต่ด้วยนิสัยการรบแบบบ้าระห่ำ ไม่ค่อยห่วงลูกน้อง และความหัวร้อนหัวรุนแรงทำให้บางครั้งเขาก้ทำเกินกว่าเหตุ จนสุดท้ายจึงทำให้ถูกปลด เขาแค้นใจมากและออกจากอาณาจักร มาฝักใฝ่กับฝ่ายมืด จนสุดท้ายเขาไปร่วมมือกับ Laugny's Land อาณาจักรของ Laungny เขานั้นฝึกบำเพ็ญเพียรจนกล้าแข็งในพลัง ธาตุไฟ จนศีรษะอันโล้นเลี่ยนลุกเป็นไฟไหม้จนเหลือแต่กะโหลกอย่างที่เห็น!!! และเขาก็ได้เป็นลูกน้องมือดีของ Laugny คนหนึ่ง และด้วยความติดตลกของ Laugny และนิสัย หัวร้อน ดุดัน บ้าระห่ำของ Steve เลยทำให้ Laugny เปลี่ยนชื่อเขาเป็น Hot Head!!!!

คาแรกเตอร์ :

- Hot Head นั้นคือ ขุนพลเพลิง พี่แกก็หัวร้อนสมชื่อจริงๆ เขาคือมือขวาของ Laugny ที่มีฝีมือการต่อสู้ระยะประชิดยอดเยี่ยมเลยคนหนึ่ง!! มีความดุดันในการต่อสู้ สู้แล้วจะสู้ถึงที่สุด!! ต่อยให้ตาย อัดให้เละ ลุยให้แหลก เอาให้ตายไปข้างถึงจะเลิก

- เป็นคนที่มีความโหดเหี้ยม อำหมิต

- ถึงแม้จะมีตัวคนเดียวก็หากลัว บุกเข้าไปซัดกับพวก สตอร์ม ครูเสเดอร์ จนล้มตายไปหลายคน บุกเข้ากลางค่าย บุกไปปล้นสะดมภ์ และเป้นแนวหน้าในการโจมตีเสมอ

-  กล้าหาญ บ้าระห่ำ ดุดัน ทำ ตัวถ่อยๆ เถื่อนๆ ขวางโลกไม่แคร์สื่อ บางครั้งอาจจะเข้ากับพวก Thugmask ไม่ได้ จึงชอบฉายเดี่ยวมากกว่า

- คนพูดจาตรงๆแบบขวานผ่าซาก มักพูดคำหยาบ หรือ สบถออกมาบ่อยๆ บางครั้งอาจจะกรวนตีน Laugny ด้วย

- ถ้ารู้ว่าต้องต่อกรกับคนหมู่มากหรือโดนรุม เขาจะสร้างสถานการณ์ให้วุ่นวายที่สุดเพื่อทำให้ตัวเองได้เปรียบ



อาวุธ :





โซ่เพลิง อาวุธของ Hot Head โซ่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังเพลิงระดับไฟนรก เผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้เพียงพริบตา


พลังธาตุ : ไฟ
กระบวนท่า :


- Fire Punch เอาโซ่มาพันที่มือแล้วรัวต่อยใส่หน้าไม่ยั้ง จนกว่าหน้าจะแหกหน้าไหม้เลยทีเดียว
- Shave Form Hell ใช้โซ่ที่เป็นเพลิงฟาดหรือแทงทะลุฝั่งตรงข้ามด้วยความร้อนของมันสามารถตัดหรือทะลุหินหรือเพชรได้ง่ายๆเลยทีเดียว
- Bondage Flame ใช้โซ่เพลิงรัดตัวคู่ต่อสู้ขนแน่นหลังจากนั้นค่อยบีบเรื่อยๆอย่่างอำหมิตจนตัวไหม้ะาตุในร่างกายแหลกแหลวคากองเพลิง
- Atomic Flame Breath ง่ายๆครับพ่นไฟรัศมีการทำลายล้งค่อนข้างสูง


ท่าไม้ตาย

- Soul Reaper ใช้โซ่หมุนๆๆควงๆๆจนเกิดเป็นพายุเพลิงขนาดมหึมาเผาผลาญสิ่งมีชีวิต ด้วยเพลิงร้อนระดับไฟนรก ใครอยู่ใกล้กว่ารัศมี 1 ตารางกิโลเมตรตายเรียบ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Ice Age
The Dictator
The Dictator


จำนวนข้อความ : 1747
Join date : 29/12/2010
Age : 20
ที่อยู่ : ในใจของใครหลายๆคน :D

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร   Mon Oct 24, 2016 3:52 pm

ใบสมัคร

รูป : Vergil (Davil May Cry)



ชื่อ : Wrath
อายุ : 17
สถานที่เกิด : Fortunalis
ประวัติ : Unknown

คาแรกเตอร์ : The Lone Wolf ผู้เย่อหยิ่ง จิตใจและความคิดของเขาก่อตัวขึ้นจากความเคียดแค้นต่อผู้คน !! เขาเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตและคิดจะต่อต้านเขา !! มีความอำมหิตเข้าขั้นบ้าคลั่ง เขาชอบที่จะทำลายและบดขยี้เหยื่อของเขาเฉกเช่นการเอาเท้าขยี้มดตัวนึง บ้าพลังและมีความอหังการเป็นที่สุด !! ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ส่วนตัวทั้งสิ้น !! ไม่สนใจในเหตุและผล สำหรับเขาผู้ชนะคือผู้ที่ถูกเลือก !! และความพ่ายแพ้หมายถึงความตายสถานเดียว เป้าหมายของเขาคือการนั่งบนบัลลังค์ของพระเจ้าแล้วก้มลงมองทุกอย่างอยู่ภายใต้เท้าของเขา !!

อาวุธ : tender hands & 10,000 Cold Nights



พลังธาตุ : Void
กระบวนท่า :
- Death Rain (สร้างฝนดาบจำนานมหาศาลให้ตกลงมารอบตัวเขา ซึ่งดาบที่สร้างขึ้นมานั้นเขาสามารถหยิบจับมาใช้ได้ทั้งหมด หนำซ้ำยังสามารถระเบิดมันออกเพื่อสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับคู่ต่อสู้ด้วย)
- Mirror Blade (หายตัวไปในชั่วพริบตา ก่อนจะโผล่ออกมาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่งใกล้ตัวของศัตรู ก่อนที่จะใช้ดาบเสียบเข้าไปที่ร่างของศัตรู)
- Rewind Spirit (ย้อนเวลากลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น) #ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาตัวเองก่อนที่จะบาดเจ็บหรือใช้อ่านการเคลื่อนที่ของศัตรู ก่อนที่จะใช้มันในการต่อสู้
- Revolving's Move (พุ่งเข้าไปต่อยหรือแตะไปที่ร่างกายของคู่ต่อสู้ จากนั้นก็เร่งเวลาของสิ่งที่เขาแตะอยู่
#ตัวอย่างเช่นถ้าแตะที่ไปกระดูดส่วนใดแล้วเร่งเวลา อายุของกระดูกส่วนนั้นจะมากกว่าปกติ อาทิเช่นอายุ 20 แต่เหมือนมีกระดูกที่ใช้งานมาเป็น 100 ปี ซึ่งนั่นนำมาซึ่งการอ่อนสมรรถภาพและความเปราะบางของร่างกาย)

Finisher Move :  Voidraid - หยุดเวลารอบตัวของเขา

______________________________
Still The Best



Character : The Undefeated "Tornado" Age

1 Time Death Zone General Manager
1 Time BWO Bloody Champion
1 Time BWO Xtreme Rookie Champion [Release]
1 Time BWO Xtreme Tag Team Champion (w/ Kevin Zendora)
1 Time TMW World Tag Team Champion (w/ Dave Rollins) [Current]
IWO Champion Briefcase 2014 Winner
1 Time XOF World Heavyweight Champion [First & Last]

BWO Overrated Of The Year 2012
BWO Roleplayer Of The Year 2012
BWO Group Of The Year 2012 (New Wave)
BWO Match Of The Year 2013 ("Tornado" Age vs Mike Sanderson)
BWO Team Of The Year 2013 (Project X)
BWO Roleplayer Of The Year 2013
BWO Heel Of The Year 2013 (Project X)
IWO Match Of The Year 2013 ("Tornado" Age vs Harrison Morgan)

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Cataclysm: The Endless Hellfire Prologue + รับสมัคร
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: