Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Cataclysm: The Endless Hellfire XXXIII

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Neferpitou
Moderators
Moderators
avatar

จำนวนข้อความ : 466
Join date : 05/12/2012
Age : 21
ที่อยู่ : The Facility of Banned Organizer

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Cataclysm: The Endless Hellfire XXXIII   Mon Jan 30, 2017 1:08 am

Cataclysm: Endless Hellfire
Act XXXIII

------------

  หัตถ์แห่งเพลิง มือแห่งปีศาจ มันกำลังกดลงบนใบหน้าของเหยื่ออย่างแรง ปราณแห่งเพลิงที่อยู่รอบมือนั้น เพลิงลาวาที่หยาดลงออกจากมือแห่งความตายสร้างความทรมาณให้แก่คาสเตอร์ ผ่านไปไม่นานนักกลิ่นไหม้ของการแผดเผาก็เริ่มโชยขึ้นมา ควันดำลอยออกมาจากใบหน้าของเจ้าของแห่งสำนักดาบทมิฬ เขาไม่สามารถขัดขืนกำลังที่เหนือความเป็นมนุษย์ได้ ด้วยแรงของไซอาลอทที่เหนือกว่าเป็นเท่าตัว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่เหยื่อจะสามารถลุกขึ้นมาจากพื้นสู้แรงกดสู่ผืนโลกได้ มารเพลิงหัวเราะเริงร่าพลางใช้กระบวนท่าที่สังหารสมาชิกนักฆ่าทั้งสองไปตอนเมื่อครู่ เขาเริ่มดูดพลังชีวิตของคาสเตอร์ออกมาทีละเล็กทีละน้อย แต่สิ่งที่เพลิงแห่งความตายต้องการจริงๆ คือพลังปราณแห่งบาปของมือขวาที่ตายไปแล้วของตน ที่มันสถิตอยู่ส่วนใดส่วนของภายในกายชายผู้นั้น ไซอาลอทสามารถรู้สึกถึงมันได้ เขาจึงเร่งกระบวนการดูดพลัง มันเริ่มทำให้คาสเตอร์อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ร่างกายที่ขยับดิ้นพล่านไปมา ทุกส่วนที่เหยื่อขยับด้วยความทรมาณ มันเริ่มอ่อนแรงลงและหยุดไปช้าๆ และช้าๆ...

ไม่นานนัก เหยื่อแห่งเพลิงพิโรธได้หยุดขยับกายาแห่งตน นอนนิ่งดั่งว่าตนน้อมรับความตายแม้นดวงตาทั้งสองยังจะคงเบิกโพลงอยู่

“จงอย่าได้หาญกล้าต่อต้านกับความตาย...” มารเพลิงกล่าวมันขึ้นมาเบาๆ

ในลักษณะนี้เขาพูดมันเหมือนกับว่ากำลังพยายามที่จะกล่อมคาสเตอร์ให้หลับอย่างสงบ สู่โลกอีกมิติหนึ่ง หาใช่ความฝันแต่เป็นความมรณา สู่โลกแห่งความทรมาณที่ยมทูตจะลงทัณฑ์ การกระทำนี้เป็นดั่งว่ามารเพลิงคือผู้ส่งแขกลงไปสู่นรก

“แต่ไม่ต้องห่วง เจ้าจะไม่ทรมาณ..”
“เจ้าจะไม่รู้สึกเหมือนกับที่เจ้าเคยทำต่อผู้บริสุทธิ์... ที่เจ้าพรากชีวิตพวกเขาไป”
“จงอย่าได้กลัวความตายคาสเตอร์ จงอย่าได้กลัว”
“เพราะข้านำมันมาให้เจ้าแล้ว”

  สักวาเปล่งออกอย่างแผ่วเบา วาจาดั่งความเมตตาถูกกล่าวขึ้น ไซอาลอทกำลังมอบความตายอันแสนสงบให้คนชายผู้มีบาปผู้นี้ หากแต่ว่าความเป็นจริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ถ้อยคำพูดที่ทำให้มันดูเริศหรู ไม่ว่าจะฆ่ายังไงมันก็ถือว่าไร้ความเมตตาเช่นกัน กระนั้นเองมารเพลิงยังคงกระทำดั่งว่าให้ความตายนี้เงียบสงบ ไม่ให้ผู้ตายรู้ตัว อันที่จริงน่าจะบอกว่าไม่ให้คนที่บริเวณนี้รู้ตัวเสียมากกว่า เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วทั้งเพลิงแห่งความตายและราธเองคงจะมีปัญหาไม่น้อย ที่จะต้องเคลียร์กับนักสู้ นักฆ่าที่อยู่ภายนอกสำนักอยู่นับร้อยเป็นแน่แท้ แม้นว่าทั้งสองจะเหนือกว่าคนพวกนั้นลิบลับก็ตามที แต่ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ บัดนี้ร่างกายของคาสเตอร์เริ่มซูบผอมลง ผิวพรรณเปลี่ยนสีไปดูจืดจาง อีกไม่นานประตูแห่งความตายจะได้ถูกออกแน่ ท่าทางของไซอาลอทแลดูว่าตนเองกำลังรู้สึกสบายที่ได้กลืนกินพลังแห่งชีวิตของมนุษย์ เขาแสดงใบหน้าพึงพอใจ รู้สึกเคลิ้มไปกับชีวิตที่ได้รับมา แต่เมื่อนั้นใบหน้าที่เริงรมย์ก็เริ่มเปลี่ยนไป... มันเริ่มมีเส้นเลือดปูดออกมา มารเพลิงเริ่มกัดฟันราวกับทรมาณ จนเมื่อรู้สึกตัวอีกที

มือข้างนั้นของตนก็ได้หายไปกับตาแล้ว!

  เขาไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าเพราะเหตุใดมันจึงเป็นเช่นนั้น ทำไมมือของเขาถึงหายไปได้ ไม่สิ! มันละลาย... ดั่งว่าถูกกัดกร่อนโดนสารเคมีหรืออะไรสักอย่างที่แรงมาก สายตาของไซอาลอทแสดงความตกใจออกมา เขาไม่เชื่อในสายตากับสิ่งที่เห็น นั่นเพราะร่างของเจ้าของสำนักหาได้มีแผลไหม้หรืออันใดทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ปรากฏนั้นหาใช่ร่างของมนุษย์ด้วยซ้ำ มันเป็นของเหลวสีม่วงสนิทดั่งพิษร้ายแรง มีปราณสีเดียวกันเอ่อล้นออกมาอย่างชัดเจนเช่นว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ของเหลวนั้นมีรูปลักษณ์เหมือนดั่งมนุษย์ สรีระร่างกายคล้ายกับตัวของคาสเตอร์ผู้ใช้พลังพิษมิผิดเพี้ยน ทันใดนั้นเองของเหลวเหล่านั้นก็ทำปฏิกริยาอะไรสักอย่าง มีหนามจำนวนมากพุ่งออกมาจากร่างนั้น จากหนามที่ดูเป็นของเหลวแปลสภาพกลายเป็นของแข็ง พุ่งทะลุร่างของมารเพลิงไปโดยที่ไม่ได้รับผลกระทบอันใดจากความร้อนและร่างกายที่หนาผิดมนุษย์ของเพลิงแห่งความตายเลย มันสร้างบาดแผลให้แก่ปีศาจร้าย สร้างความทรมาณดั่งเช่นที่ตนเพิ่งทำให้กับเหยื่อ เมื่อนั้นของเหลวจึงไหลออกจากจุดนั้น ถอยฉากออกไป รวมตัวจนกลายเป็นร่างของมนุษย์ที่ยืนเตรียมท่าสู้

“ข้ามิได้ต่อต้านความตายไซอาลอท” ชายผู้นั้นกล่าว
“แต่ข้าคือความตาย!”

  ไซอาลอทที่มีบาดแผลรูเหวอะจำนวนมากมองดูบาดแผลของตนเองในระหว่างที่บทพูดของคาสเตอร์ได้เปล่งออก เมื่อนั้นเพลิงหนึ่งเดียวจึงแสยะยิ้ม รู้สึกตลกกับคำพูดของคาสเตอร์ที่กล่าวออกมา สำหรับผู้ที่ทั้งโพรโตเนี่ยนเรียกว่าความตายเช่นนี้ เมื่อได้ยินคนอื่นที่เป็นมนุษย์อ้างตนว่าตัวเองคือความตายที่แท้จริง มันย่อมเป็นเรื่องขบขันสำหรับไซอาลอทอยู่แล้ว เขาถุยโลหิตของตนออกจากปากซึ่งเป็นโลหิตที่ปนไปด้วยเพลิงลาวา เมื่อเลือดนั้นกระทบลงสู่ผืนไม้ซึ่งเป็นโรงฝึกประจำสำนัก มันจึงเกิดรอยไหม้เล็กน้อยและบริเวณนั้นในรัศมีของโลหิตจึงสลายตัวเป็นดั่งธุลี

“แน่นอนว่าเจ้าจะได้เป็นแน่คาสเตอร์”
“ถ้าข้ามอบมันให้กับเจ้า!”

  ทันใดที่คาสเตอร์ได้ยินเช่นนั้น เขารู้ตัวว่าตนเองกำลังจะเข้าสู่การต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตน เมื่อนั้นตนจึงดึงดาบสองเล่มของตนออกมาจากฝักทั้งสองที่อยู่ที่เอวทั้งข้างซ้ายและขวา มันเป็นดาบแฝดเหล็กไหลขนาดยาวเกือบครึ่งตัวของผู้ใช้เลย สำหรับดาบทั้งสองเล่มนี้มีนามว่าอัลด้า และอาร์คินมาจากนามของอดีตนักรบกล้าแฝดชายหญิงในอดีตผู้ซึ่งเคยเป็นเจ้าของดาบ หญิงอัลด้า และชายอาร์คิน ผู้เคยสยบมังกรทองแห่งภูเขาอัลทาลิคเพียงแค่ฉับเดียว ว่ากันว่าดาบเล่มนี้ได้ถูกปราณแห่งพิษสลักลงไปพร้อมกับพิษกว่าร้อยชนิดสะกัดจากดอกไม้ เลือดของสัตว์หรือเซลล์ชีวิตของอะไรก็ตามที่สามารถให้ผลผลิตเป็นพิษได้ ใครก็ตามที่โดนมันแม้แต่เฉือนเดียวอาจจะลงโลงได้เลย ถือว่าเป็นหนึ่งในศาสตราวุธที่ทรงพลังและน่ากลัวที่สุดของโพรโตเนี่ยนเลยทีเดียว จากเรื่องเล่าขานกันมาในวงการของนักฆ่า เขาว่ากันว่าคาสเตอร์แทบจะไม่เคยใช้ดาบเล่มนี้เลยสักครั้งในการต่อสู้ และทุกครั้งที่เขาจะใช้นั้นย่อมเป็นการต่อสู้ระดับมหากาพย์โดยตลอด หนึ่งในการต่อสู้ที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนเมื่อดาบเล่มนี้ได้โลดแล่นคือเมื่อครั้นที่คาสเตอร์ใช้มันในการต่อกรกับอดีตเจ้าของสำนักแห่งนี้โดยมีตำแหน่งเป็นเดิมพัน นั่นจึงถือว่าเมื่อใดก็ตามที่ชายผู้นี้ใช้มัน นั่นคือเขาเอาจริงแล้ว

ไซอาลอทเองก็พอจะเคยได้ยินและเห็นดาบทั้งสองโลดแล่นครั้นสมัยที่อัลด้า และอาร์คินเจ้าของดาบเดิม กระนั้นเขาก็ตกใจไม่น้อยที่จะได้มาเห็นมันอีกครั้งต่อหน้าของตนแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะตกใจก็จริง แต่มันกลับยิ่งเป็นการสร้างความสนุกให้แก่ผู้รักการต่อสู้เช่นมารเพลิงผู้นี้

“อัลด้าและอาร์คิน... กระบี่ในตำนานที่เคยสยบแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่”
“ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นมันอีกครั้ง” มารเพลิงกล่าวขึ้นแสดงความประหลาดใจ
“เป็นเกียรติมากที่จะได้ประลองกับดาบในตำนานทั้งสอง..”
“แต่ข้าคงต้องเอาจริงเหมือนกันล่ะนะ!” ไซอาลอทกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ข่มเสียงของตนลงแสดงถึงความน่ากลัว

  มิใช่แค่ว่าผู้ใช้พลังแห่งพิษที่เอาจริงเท่านั้น หากแต่ว่าปรปักษ์แห่งตนก็แสดงปฏิกริยาในลักษณะเดียวกันออกมา เมื่อนั้นจึงเกิดไอปราณแรงกล้าเอ่อล้นทั่วร่างของความตาย มันแรงพอๆ กับจิตสังหารที่อาฆาตชีวิตของคาสเตอร์ ร่างกายของไซอาลอทเริ่มมีปราณแห่งเพลิงปะทุออกดั่งภูเขาไฟที่ปะทุลาวาเพลิงอันร้อนระอุ ผู้คนในบริเวณนั้นต่างสามารถจับกระแสปราณนั้นได้และรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ทันใดนั้นเองเหล่านักรบแห่งดาบทมิฬจึงรุดตัวเข้ามาในโรงฝึกของสำนัก เห็นหัวหน้าสำนักและเพลิงแห่งความตายยืนจ้องหน้ากันใจกลางโรงฝึกอันกว้างขวาง พวกเขาต่างตกตะลึงที่ได้เห็นนายท่านของตนเองใช้ดาบในตำนานนั้น และหวาดกลัวในพลังมหาศาลของไซอาลอท มันทำให้พวกเขาทั้งหมดรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เศษฝุ่นเท่านั้นเมื่อยืนอยู่ใจกลางสนามรบนั้น แม้นว่าไซอาลอทจะฮึด ชาร์จพลังของตนออกมาจำนวนมากก็ตามที แต่มันก็มิสามารถรักษาบาดแผลที่เกิดจากปราณแห่งพิษได้ดั่งเช่นที่เขาควรจะเป็น ปกติแล้วไม่ว่าการโจมตีใดก็ช่างไซอาลอทจะสามารถฟื้นฟูร่างกายของตนได้ในไม่ช้า แต่ด้วยความที่ถูกโจมตีด้วยคุณสมบัติของธาตุพิษซึ่งคือการกัดกร่อน คล้ายกับพลังแห่งบาป ร่างกายจึงสร้างเซลล์ขึ้นมาไม่ทัน จึงถือว่าคาสเตอร์ได้เปรียบไซอาลอทในด้านนี้

แม้นว่ามือข้างหนึ่งจะละลายไป มันแทบจะไม่มีความหมายเลยที่แขนขวาข้างนั้นจะมีประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นมือข้างที่ไซอาลอทถนัดอีกด้วย จึงถือว่ามารเพลิงเข้าขั้นวิกฤตและเสียเปรียบอย่างสุดๆ หากมองในแง่ของหลักเบื้องต้น แต่หากมองเรื่องด้านพลังปราณและพลกำลังนั้น ไซอาลอทได้เปรียบกว่าหลายเท่าเลยทีเดียว คาสเตอร์รู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เขาสามารถจะทำได้คือการที่ไม่ต่อสู้ซึ่งๆ หน้า แต่ต้องใช้กลยุทธ์เข้าช่วย

“ราธ.. ฆ่าพวกหนอนแมลงนั่นให้หมด!” ไซอาลอทกล่าว
“ข้าจะเด็ดหัวของดาบทมิฬไว้ขึ้นหึ้งบูชา.. แก่พระเจ้าของพวกมันที่ไม่มีจริง!”

  ที่ไซอาลอทกำลังพูดถึงคือเทพแห่งความตาย ผู้ซึ่งเคยอยู่เทวาก่อนที่จะตกสวรรค์ลงมาในช่วงระหว่างสงครามระหว่างเทพพิทักษ์แห่งโพรโตเนี่ยนและวอยด์ได้สิ้นสุดลง ก่อตั้งสมาคมดาบทมิฬ เขาผู้นั้นคือเออร์คิวรัส ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในเทพที่น่ากลัวที่สุดในบรรดาเทพทั้งหมดของดวงดาวแห่งนี้ แต่เทพตนนั้นได้ตายไปด้วยน้ำมือของเพลิงแห่งความตายเอง เช่นนั้นสิ่งที่เขากล่าวออกมาจึงเป็นเหมือนดั่งการเย้ย และมันยิ่งจะเป็นการเย้ยเออร์คิวรัสมากกว่าถ้าหากเขาสามารถเด็ดหัวของคาสเตอร์ ทำลายสำนักดาบทมิฬลง เมื่อนั้นไซอาลอทจึงรีบออกตัวไป ใช้มือข้างเดียวของตนที่มีออกหมัดไปอย่างแรง เร็วพอๆ กับกระสุนปืนใหญ่ พุ่งเข้าไปหาคาสเตอร์เพียงไม่กี่อึดใจ ด้วยความที่มันเป็นการโจมตีแบบเห็นกันจะๆ เช่นนี้ จึงทำให้ผู้ใช้ดาบคู่หลบมันไปได้โดยง่าย และชายผู้นี้ก็อาศัยจังหวะนั้นใช้ดาบของตนเฉือนแขนข้างนั้นของไซอาลอทจนเป็นแผลบาดโดยของมีคมจำนวนมาก แม้นว่าดาบมันจะใหญ่พอควรก็จริง แต่ความเร็วกลับน่าเหลือเชื่อ มันเร็วเสียยิ่งกว่าสายตาของเพลิงพิโรธจะตามทันเสียอีก

แน่นอนว่าบาดแผลที่ไซอาลอทได้รับมามิอาจจะรักษาคืนได้ แถมยังสร้างความเจ็บปวดให้มารเพลิงทุกวินาที ทุกครั้งที่เขาขยับมัน

“นี่ล่ะที่เขาจะเรียกว่าสนุก” ไซอาลอทกล่าวโดยที่ไม่รู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด

  ดั่งว่าผู้ทำลายล้างผู้นี้กำลังเริงรมย์ไปกับความเจ็บปวด เขาเริ่มขยับกายาดั่งเช่นว่าร่างกายของตนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กวาดกงเล็บมังกรของตนไปกระแทกเข้าใส่กับดาบของคาสเตอร์ ชายผู้นั้นใช้คมดาบรับกงเล็บนั้นไว้ก่อนที่จะหวังใช้ดาบอีกเล่มแทงเข้ากลางอก สู่หัวใจเป็นจุดตาย ไซอาลอทรู้ตัวว่าหากตนเองโดยโจมตีเช่นนั้นย่อมไม่ใช่ผลดีเป็นแน่แท้ กระนั้นเองบาดแผลที่เป็นรูทั่วทั้งตัวของเขาก็ผุดออกมาซึ่งลาวาโลหิตที่จับตัวเป็นก้อน พุ่งออกไปรับคมดาบนั้นเอาไว้ แม้ว่าความร้อนระดับที่สามารถละลายเหล็กไหลได้โดยง่ายก็ตามที แต่มันก็ไม่สามารถละลายดาบพิเศษเล่มนี้ได้ คาสเตอร์พยายามจะดึงมันออกมาแต่ไม่เป็นผล เขาสู้แรงของเพลิงโลกันต์ไม่ไหว เพียงชั่วพริบตามารเพลิงจึงออกหมัดกระแทกใส่ใบหน้าของคาสเตอร์เข้าอย่างจัง ร่างกายของชายผู้นั้นปลิวออกไปพร้อมกับดาบทั้งสองเล่ม กระแทกใส่กำแพงของโรงฝึก มันทำให้คาสเตอร์มึนพอควร

  ชายเจ้าของสำนักจับใบหน้าของตนดู พลางครางร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อรู้สึกตัวอีกทีใบหน้าของตนก็เกิดรอยไหม้เช่นกับหมัดของมารเพลิงแล้ว ในครั้งนี้เขามิอาจจะรักษาแผลได้เหมือนครั้งที่แล้วที่โดนบีบใบหน้า เพราะมันเป็นการโจมตีกายภาพโดยตรง เขาจับดาบทั้งสองที่อยู่ใกล้ตัว ลุกขึ้นยืนก่อนที่เห็นปรปักษ์แห่งตนรัวหมัดข้างเดียวดั่งเช่นปืนกลเมื่อมันถูกยิง แม้นว่าเพลิงพิโรธจะเสียสมดุลจากแผลกัดกร่อนที่แขนข้างขวา แต่ความเร็วของหมัดซ้ายก็หาได้เชื่องช้าเลย โชคดีสำหรับคาสเตอร์ที่สามารถหลบมันไปได้ แต่ความเร็วของมนุษย์มิอาจจะเอาชนะไซอาลอทได้ เขาจึงรับหมัดเหล่านั้นเข้าเต็มๆ ร่างกายของคาสเตอร์ปลิวติดเข้ากำแพงแต่ปืนกลหมัดหาได้หยุดลง มันต่อยไปเรื่อยๆ จนกำแพงไม้เริ่มเกิดเป็นเสียงการแตกหัก แตกออกเป็นรูขนาดร่างของมนุษย์และคาสเตอร์ก็ปลิวออกไปตามแรงหมัดของมารเพลิง ร่างของเจ้าของสำนักดิ่งลงเหวในทันทีที่ปลิวออกจากสำนักของตนที่ตั้งบนเทือกเขา กระแทกลงกับผืนดิน ทำให้ร่างของคาสเตอร์มิอาจจะขยับได้ชั่วขณะจากการปวดมึนของศีรษะ เขาสะบัดหน้าเพื่อคืนสติจนกระทั่งเห็นเพลิงแห่งความตายพุ่งลงมาเป็นดั่งดาวตกเพลิงสังหาร

“ตูมมมมมมมมมม!”

  หมัดของไซอาลอทกระแทกลงสู่ผืนดินดั่งเช่นเป็นกิโยตินดาวตกลงทัณฑ์ แต่มันหาได้โจมตีถูกเป้าหมายเลยสักนิด การกระแทกเมื่อครู่ของไซอาลอทสร้างหลุมขนาดยักษ์ แต่หาได้มีโลหิตของศัตรูสาดกระเซ็นเลย มารเพลิงค่อยๆ ลุกขึ้นท่ามกลางฝูงดินควันที่ตนสร้างขึ้น ไม่สามารถจับทิศทางได้ว่าคาสเตอร์อยู่แห่งหนใดกัน เพลิงแห่งความตายยกแขนข้างซ้ายที่ยังใช้งานได้ขึ้นมา เสกลูกบอลเพลิงบนหัตถ์ข้างนั้น ก่อนจะปามันออกไปในทิศทางเบื้องหน้าราวกับไม่รู้ทิศทางของมัน ดูเหมือนว่าการที่เขาทำเช่นนั้นเพื่อที่จะตีฝุ่นออกทำให้ตนมีวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าเดิม แต่มันก็มิเป็นผลอันใดนัก พลังบอลเพลิงนั้นไม่พอที่จะแหวกอากาศเพื่อให้ฝุ่นแยกตัวออกได้ตามที่ไซอาลอทต้องการ เช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจเดินผ่าฝูงควันออกไป เข้าไปในดงฝุ่นดินที่ทำให้ตนเองมองอะไรไม่ค่อยสะดวก แต่เมื่อไซอาลอทสังเกตมันดีๆ แล้วดงควันที่เขากำลังอยู่ภายในนั้นหาใช้ฝุ่นดิน แต่มันเป็นระเบิดควันที่ส่งกลิ่นประหลาดออกมา เหมือนจะเป็นพิษอันใดสักอย่างที่สามารถคร่าสิ่งมีชีวิตออร์แกนิคภายในเวลาอันสั้น

“ฟิ้วววว!” เสียงอะไรสักอย่างดังขึ้นมาเบาๆ เป็นเหมือนการขยับตัวของวัตถุขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว

  มันกระแทกใส่ร่างของไซอาลอทเข้ากลางอก เมื่อนั้นมารเพลิงจึงก้มลงไปดูว่าสิ่งนั้นมันคืออะไรกัน เขาพบว่ามันคือกระสุนอะไรสักอย่างสีม่วงขนาดเล็ก ฝังเข้าไปในร่างของเขา มันไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยสักนิด แทบจะไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำเมื่อมันกระทบใส่ร่างของเพลิงพิโรธ ไม่นานนักกระสุนนั้นก็เริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นดั่งของเหลวและฝังร่างของมารเพลิง ทันใดที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น มันทำให้ไซอาลอทกรีดร้องออกมาอย่างทรมาณ ไม่ทันไรก็มีกระสุนเหล่านั้นพุ่งเข้ามาใส่ร่างกายแต่ละส่วนที่สามารถรับกระสุนนั้นได้ ด้วยความที่ไซอาลอทอยู่ในดงควันเช่นนี้ เขาจึงแทบจะไม่รู้เลยว่าการโจมตีมันมาจากแห่งหนใดกัน เขากวาดสายตาไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากความเจ็บปวดที่ตนเองได้รับมามากขึ้นเรื่อยๆ และกระสุนเหล่านั้นหาได้ถูกสลัดออกไปแม้แต่น้อย แม้ว่าผู้ถูกโจมตีจะพยายามดึงมันออกหรือสะบัดร่างไปก็ตามแต่ เพลิงแห่งความตายเริ่มสู้กับความทรมาณที่ตนได้รับ ลุกขึ้นยืนก่อนที่ร่างกายของเขาจะเปล่งแสงเป็นปราณสีแดงฉานดูน่ากลัว มันสว่างจ้าดั่งเช่นว่าเป็นตะวันขนาดเล็ก ความร้อนนั้นกลับยิ่งสร้างควันมากขึ้น แต่ไซอาลอทดูเหมือนจะไม่สนใจ

  ทั้งฝุ่นควันและควันพิษต่างตลบอบอวน รวมตัวกันเป็นหนึ่งเมื่อมารเพลิงกำลังรวบรวมพลังแห่งตน กระนั้นเองกระสุนพิษแห่งความทุกข์ระทมก็ยังโหมกระหน่ำเข้าจู่โจมแสงปราณสีแดงอยู่ ไซอาลอทเริ่มไม่รู้สึกเจ็บกับพิษที่กัดกินเนื้อหนังของตน ไม่นานนักเหล่าพิษที่จับตัวเกาะร่างของไฟจึงเริ่มระเหยขึ้นไปตามอากาศ ทำให้การโจมตีของคาสเตอร์เริ่มไร้ผลไปในทันที เพลิงพิโรธเหลือบมองไปทางด้านตะวันออกของตน ดั่งว่าตนเองรู้ทิศทางของกระสุนแล้ว ตนหันตัวไปเบื้องหน้าอย่างกับจะรับกระสุนเหล่านั้น แต่แล้วกายาก็เริ่มประกายแสงออกรุนแรงมากขึ้น และกระสุนแห่งเพลิงจึงถูกยิงออกมาจากร่างของปีศาจร้ายอย่างบ้าคลั่ง แรงยิงนั้นทำให้เกิดการแหวกของลมอากาศ พัดฝุ่นควันจะสลายหายไป ปรากฏเป็นบอลเพลิงขนาดเล็กเท่ากระสุนปืนพุ่งไปหาคาสเตอร์ที่ยิงกระสุนพิษออกจากกายาแห่งตนเช่นกัน

   กระสุนสองสีจากคนละฝั่งมากมายดั่งเช่นห่าฝนเข้ากระแทกใส่กันโดยที่แทบจะไม่มีการเล็ดลอดไปถูกเป้าหมายเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนยืนต้านพลังของตนเพื่อที่จะเอาชนะอีกฝ่ายและดูไม่มีทีท่าว่าจะเลิกราโดยง่าย มันยังคงดำเนินเช่นนี้ไปเรื่อย ผ่านมาได้สักครึ่งนาทีแล้วและไม่มีฝ่ายใดที่ดูว่าพลังปราณจะถดถอยไปเลยแม้แต่น้อย แต่หากจะสู้เช่นนี้ต่อไปคนที่จะเสียเปรียบก็มีแต่ตัวของคาสเตอร์เอง เรื่องพลังปราณนั้นไซอาลอทถือว่าถือไพ่เหนือกว่าเป็นไหนๆ แม้นว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก และไม่ได้พักผ่อนเลยตั้งแต่ที่ตนเองตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลเป็นเวลานาน ถือว่าได้นี่คือเฟสที่เขาอ่อนแอที่สุดแต่เขาก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าใครอื่น จากสัมผัสพลังที่รู้สึกได้ คาสเตอร์รู้ซึ้งดีว่าหากประลองเช่นนี้ต่อไปเขาจะกลายเป็นผู้ที่ถูกลูกปราณเพลิงแห่งความตายนั้นซัดจนร่างไหม้เกรียมเป็นแน่ แต่หากจะหยุดวิชาของตนกลางคันก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะในช่วงเวลาที่เขาหยุดนั้น มันจะไม่มีอะไรปกป้องเขาจากบอลเพลิงเลย ด้วยความที่ช่วงเวลามันสั้นไปเกินกว่าที่จะสามารถหลบได้ เขาจึงต้องหาวิธีอื่นในการรับมือนี้

  ไซอาลอทเริ่มเพิ่มอานุภาพการโจมตีให้สูงขึ้น ส่งผลให้บอลเพลิงเหล่านั้นเริ่มเล็ดลอดไปได้ มันปลิวไปไม่ถูกตำแหน่งนักเนื่องเพราะกระแทกใส่กับกระสุนพิษของปรปักษ์เข้า แต่ด้วยมวลที่เหนือกว่าจึงทำให้มันสามารถเอาชนะพิษได้ แต่การกระทบกันของกระสุนทั้งสองสร้างการหักเหให้แก่บอลเพลิงที่เหนือกว่า ทำให้มันปลิวไปไม่ถูกตามตำแหน่งที่ต้องการ เลยไม่ทำให้การโจมตีนี้สร้างความบาดเจ็บให้แก่คาสเตอร์ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง คาสเตอร์เห็นเช่นนั้นจึงปักอัลด้าลงกับผืนดิน แต่ยังถืออาร์คินไว้ เช่นว่าอาร์คินเปรียบเสมือนขุมพลังเพื่อที่จะใช้กระบวนท่ากระสุนอวตารมรณา ทันทีที่คมแห่งอัลด้าปักลงไปกับผืนพิภพ สีของธุลีดินจึงเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากสีธรรมชาติที่เป็นสีน้ำตาล กลายเป็นสีม่วงดั่งพลังปราณของคาสเตอร์ได้ซึมลงไป ทันใดนั้นเองก็มีปราณพิษเอ่อล้นขึ้นมาจากบริเวณนั้น ก่อตัวเป็นร่างอวตารยักษ์ใหญ่ เช่นอสูรกายที่โครงไม่เหมือนกับมนุษย์โดยสิ้นเชิง

อวตารพิษปรากฏเบื้องหน้าของคาสเตอร์ มันยืนนิ่งในลักษณะที่ดูคล้ายว่าจะปกป้องผู้อัญเชิญตนออกมา ดั่งผู้พิทักษ์ดาบทมิฬ

“ฆ่ามัน..” คาสเตอร์กล่าวออกคำสั่งอสูรสีม่วงร่างใหญ่

  มันพยักหน้าตอบรับคำสั่ง ก่อนที่จะพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วดูพิลึก มันขยับร่างได้อย่างอิสระดั่งเช่นว่าความใหญ่ยักษ์ของร่างกายไม่มีอุปสรรคอันใดต่อการเคลื่อนไหวเลย ดวงตามแห่งเพลิงเห็นภัยอันตรายที่กำลังเข้ามาใกล้ตนเรื่อยๆ แต่ก็มิทันความว่องไวของอสูรพิษ มันพุ่งเข้าจับหัวของไซอาลอทอย่างจัง จับศีรษะนั้นไว้แน่นก่อนที่จะเหวี่ยงลงไปกระแทกใส่กับพื้นดั่งกอลิล่ายามบ้าคลั่ง การเหวี่ยงแบบนั้นดั่งว่าจะเด็ดหัวของเพลิงพิโรธให้หลุดออกจากบ่า ว่าแล้วมันก็โยนร่างของไซอาลอทขึ้นไปบนฟากฟ้า มันจึงกระโดดตามขึ้นไป ไซอาลอทยังมิทันจะได้ตั้งสติก็ถูกมารใหญ่นั่นจับไว้อีก มันเหวี่ยงร่างของเพลิงพิโรธลงกระแทกใส่ผืนดินอีกครั้ง ไม่ยอมให้ตัวเองมีช่องโหว่แต่ไม่ให้มารเพลิงได้พักเลย มารเพลิงพยายามที่จะลุกขึ้นมาจากผืนดินแต่ก็ถูกร่างของอสูรทับลง มันหาได้ทับทางกายภาพแต่เป็นเหมือนดั่งดูดกลืนไซอาลอทเข้าไปในร่างพิษของตน เพลิงแห่งความตายติดอยู่ภายในร่างของปีศาจพิษ ไม่สามารถหายใจได้ดั่งตัวเองแหวกว่ายอยู่ใต้มหาสมุทรลึก

  ไซอาลอทติดอยู่ในพันธนาการอสูรพิษอย่างสมบูรณ์ มิอาจจะออกมาสู่โลกภายนอกได้ แม้นว่าเพลิงพิโรธจะรวมรวมพลังไปที่หัตถ์ข้างซ้ายที่ยังอยู่ กดไปที่เนื้อหนังภายในของอสูรพิษแต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำความเข้มขันของพิษยังทำให้ผิวหนัง เนื้อเยื่อและปราณของเพลิงพิโรธเริ่มถดถอยไปช้าๆ ถูกกัดกร่อนจนสติของไซอาลอทเริ่มเลือนลาง เมื่อคาสเตอร์เห็นเช่นนั้นเขาจึงยกกระบี่อัลด้าของตนขึ้นมาจากผืนดิน และเก็บทั้งอัลด้าและอาร์คนใส่ฝักดาบที่เอวเช่นเดิม ดั่งเป็นการบ่งบอกว่าการต่อสู้ได้จบลงแล้ว เขาเริ่มเดินไปช้าๆ ไม่เร่งรีบ ฝีเท้าที่เหยียบลงพื้นค่อยๆ สะบัดฝุ่นเคลอะที่ติดชุดของตน อย่างกับว่าตัวเองคือผู้มีฐานะยิ่งใหญ่ เขาหยุดลงที่หน้าอสูรพิษที่นอนกดผืนดินอยู่ เป็นคุกของเพลิงพิโรธ แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ในความหมายที่เย้ยหยั่นต่อความตาย

“นี่น่ะหรือสิ่งที่ผู้คนทั้งโลกหวาดกลัว?” คาสเตอร์กล่าววาจาดั่งเป็นการเฉือนดาบด้วยวาจาเสียดสี
“สุดท้าย... มันก็แค่มารร้ายดั่งนิทานหลอกเด็ก..”
“ที่มันจะถูกปราบโดยมนุษย์” เขากล่าว “แต่ไม่ต้องห่วงไซอาลอท..”
“พลังของเจ้าจะไม่สูญเปล่า เพราะข้าจะเอามันมาเป็นของๆ ข้า”
“และใช้มันเอง”

  คาสเตอร์กล่าวมันออกไปโดยที่ไซอาลอทหาได้ตอบกลับอันใด สติของเขาแทบจะเลือนลางไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แทบจะเป็นภาพที่หาดูได้ยากเลยที่จะเห็นไซอาลอทดูอ่อนแอเช่นนี้ต่อหน้าของใครอื่น เพราะเขาคือความตายที่สังหารทุกอย่างๆ ไร้ความปราณี เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วมันจึงทำให้ดูตลก และยิ่งสำหรับคาสเตอร์เองก็ดูตลกมากยิ่งขึ้น เขาฉีกยิ้มออกอย่างพึงพอใจที่ได้เห็นเช่นนั้น ก่อนจะหันหลังให้กับพันธนาการแห่งพิษของตน เริ่มเดินถอยฉากออกไปช้าๆ คิดว่าการต่อสู้มันได้จบลงไปแล้ว

“หลับให้สบายล่ะมารร้าย.. เดี๋ยวข้าจะมาเก็บศพและพลังของเจ้าภายหลัง”
“เพราะข้าจำเป็นต้องอวดชาวโลกในฐานะผู้ฆ่าปีศาจล่ะนะ” คาสเตอร์กล่าวไปพลางหัวเราะออกมา

  เมื่อนั้นร่างของอสูรพิษจึงเริ่มหดตัวลง เหมือนว่ามันกำลังจะบีบรัดร่างของไซอาลอทช้าๆ มันแปลงสภาพไปจนแทบจะดูไม่เป็นร่างกายของสิ่งมีชีวิตอีกต่อไป ดั่งยางลมที่ถูกปล่อยลมออกมาจนหดตัวเข้าไปสู่ใจกลาง แต่มันหาใช่ว่าพลังปราณแห่งพิษเริ่มหายไปแต่เป็นว่ามันกำลังพยายามที่จะรัดตัวเข้าสังหารไซอาลอทเสียต่างหาก มันบีบรัดจนปราณพิษแนบชิดติดกับผิวหนังกายหยาบของอัคคีร้าย จนเกิดเสียงดังขึ้นมาคล้ายว่าเป็นเสียงของกระดูกที่แตกหักทีละซี่ๆ หากเป็นเช่นนี้ไปอีกสักพักก็จะหมายถึงร่างของไซอาลอทที่จะแหลกเป็นชิ้นๆ จากแรงกดดันนั้น และเมื่อสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นใันก็จะถือว่าเป็นความตายของไซอาลอทอย่างแท้จริง จะถือว่าคาสเตอร์ได้ส่งสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดลงสู่ประตูนรก

แต่....

  เสียงนั้นมันดูแปลกไปเกินกว่าที่จะเป็นการแตกหักของกระดูกมนุษย์ มันเริ่มมีเสียงประหลาดแบบนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปราณพิษที่รัดร่างของไซอาลอทขยายตัวออก จนมันทนไม่ไหวและ... ฉีกออก! แตกออกเป็นชิ้นๆ! ดั่งว่ามีระเบิดจากภายในที่สร้างแรงแหวกลมมหาศาล ทันใดที่เสียงนั้นระเบิดออกก้องสู่โลกาชายผู้ที่อยู่ภายหลังของสิ่งนั้น คาสเตอร์ จึงหันกลับไปด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แรงลมที่ซัดจากแรงระเบิดซัดใส่ร่างของหนุ่มผู้นั้นจนเซออก ฝุ่นควันที่ตามมาทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดูติดชัดจนไม่สะดวก เขาใช้แขนของตนบังฝุ่นเอาไว้ มันทำให้เขาไม่ค่อยเห็นเบื้องหน้าว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกันแน่ จนเมื่อเขารู้ตัวอีกทีก็มีอะไรสักอย่างพุ่งเข้าหาตัว กระแทกใส่ใบหน้าของชายผู้นั้นจนร่างกระเด็นออกไป มันเป็นหัตถ์ซ้ายของไซอาลอทที่ยังสามารถใช้งานได้กดคอและหัวของชายผู้นั้นลง ไถลลงไปกับผืนดินตามแรงการพุ่งตัวของไซอาลอท ไม่นานนักมันก็หยุดลงและเป็นฝ่ายของมารเพลิงที่อยู่เหนือกว่า เขาบีบใบหน้าของคาสเตอร์อีกครั้ง ดั่งว่ามีจุดประสงค์ที่จะทำลายใบหน้านั้นให้ได้

______________________________

''Tyvärr, Jag måste döda dig. För kungen...''

Bill Alfenolf's Career Highlight
Former member of the Project-X
BWO Team of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Heel of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Face of the Year 2014
BWO No.10 Grand Slam
BWO Triple Crown
The Man and Only one man who Ended Mike Sanderson's Streak at the Siam Survivor with 4-1
1 Time BWO World Heavyweight Champion
1 Time BWO Xtreme Star Champion
1 Time BWO Deadly Champion (After Debut in BWO 1 Month)
1 Time BWO X-Tag Team Champion (w/ Dave Rollins)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.facebook.com/BillAlfenolf
Neferpitou
Moderators
Moderators
avatar

จำนวนข้อความ : 466
Join date : 05/12/2012
Age : 21
ที่อยู่ : The Facility of Banned Organizer

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Cataclysm: The Endless Hellfire XXXIII   Mon Jan 30, 2017 1:08 am

“ปะ... เป็นไปได้ยังไงกัน?!” เสียงของคาสเตอร์พยายามส่งออกมา

แต่เขาถูกมือของเพลิงนั้นปิดหน้าไว้จนทำให้เสียงที่แผ่ออกมาไม่ค่อยได้ยินเสียงเท่าไหร่ กระนั้นเองเพลิงพิโรธยังพอที่จะได้ยินมัน และรู้ถึงสิ่งที่นักเล่ห์กลผู้นี้สื่อ เขาแสยะยิ้มตอบกลับทันทีที่ได้ยินมัน

“เจ้าไม่สามารถฆ่าสิ่งที่ไม่ตายได้” ไซอาลอทกล่าว

ดวงตาแห่งเพลิงจ้องมองไปพลางวาจาที่ถูกเปล่งออกอย่างใจเย็น แต่คาสเตอร์หาได้รู้สึกใจเย็นไปกับมันเลย เขาเริ่มรู้สึกกลัวจนทำอะไรไม่ถูก อย่างกับเห็นความตายที่แท้จริงอยู่เบื้องหน้า

“เจ้าไม่เคยมีผู้ปกครองสั่งสอนเจ้าเลยรึไง?” มารเพลิงกล่าวถาม
“ว่าวาจาของเจ้ามันก็เป็นดั่งพระราชบัญญัติแห่งตนและจะต้องเคร่งครัดต่อมัน”
“ในเมื่อๆ ครู่นี้เจ้าบอกกับข้าเองว่าจะคืนพลังแห่งเบลล์มาให้กับข้า..”
“แต่สิ่งที่เจ้าทำกับเป็นการเล่นละครต่อข้า มารยาและหวังจะสังหารข้า”
“เจ้ารู้.. ว่าการกระทำทุกอย่างมันมีผลกระทบ และการโกหกมันก็มีผลกระทบ”
“และมันก็สมควรที่จะต้องลงทัณฑ์!”

  ทันทีที่ไซอาลอทกล่าวมันจบ เขาก็บีบกดใบหน้าของคาสเตอร์แรงกว่าเดิม ในครั้งนี้มันสร้างบาดแผลเพลิงใหม้ให้กับคาสเตอร์เช่นกัน แต่มันหาได้เป็นการตบตาอีกแล้ว นี่คือการโจมตีทางกายภาพและคาสเตอร์ก็มิอาจจะทำอะไรกับมันได้ ปราณของเขาอ่อนแรงเกินกว่าที่จะทำให้ร่างของตัวเองเป็นพิษได้ ไซอาลอทเองเริ่มทำการดูดพลังที่อยู่ในกายาของคาสเตอร์อีกครั้ง หวังจะเอาพลังแห่งบาปของเบลล์กลับมาในที่ๆ มันควรจะอยู่

“ฟุดดดด!”

  เสียงของอะไรสักอย่างเหมือนกับวารีกระสุนที่พุ่งออกมา ทันใดนั้นหัตถ์ของมารเพลิงข้างนั้นก็ทะลุกลายเป็นรูและน้ำลายของคาสเตอร์ก็แล่นไปกระแทกใส่ดวงตาของมารร้าย มันเป็นการกระทำอันไร้เกียรติที่แสดงออกมาโดยผู้ใช้พลังพิษแต่มันก็ทำให้ไซอาลอทเจ็บตาจนเสียสมดุลตัว ทรุดตัวลงไปกับพื้น น้ำลายพิษนั้นกัดกร่อนดวงตาข้างซ้ายของเพลิงพิโรธจนไม่สามารถมองเห็นได้ เมื่อนั้นคาสเตอร์จึงหยิบระเบิดควันจากกระเป๋าเสื้อตัวเอง ปามันลงไปกับพื้น ทันทีที่มารเพลิงเห็นเช่นนั้น เขาก็ใช้มือของตนกวาดไปรอบๆ ด้วยความโมโหหวังที่จะกำจัดคาสเตอร์ แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เขาผู้นั้นได้หายไปพร้อมกับควันพรางตัว

“ราธธธธธธธ!” เพลิงพิโรธตะโกนเรียกข้ารับใช้ของตน

ทันทีที่วาจาของปีศาจร้ายถูกตะโกนออกไป ชายผู้ใช้พลังแห่งวอยด์จึงรีบปรากฏตัวทันที

“ขอรับนายท่าน..” เขาตอบรับไซอาลอท
“ช่วยข้า!” เขากล่าวขึ้น

เมื่อนั้นผู้ใช้พลังแห่งวอยด์จึงพยุงตัวของชายร่างเพลิงผู้เป็นนายท่านของตนเองขึ้นจากผืนดิน ให้เขาสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?” ราธกล่าวถาม
“เจ้าแมลงหนอนน่ารังเกียจนั่น! มันบังอาจมาหยามเกียรติแห่งข้า!” ไซอาลอทตะคอกกลับด้วยความโมโห
“แต่ก็ยังดี! ข้าได้พลังแห่งบาปของข้าคืนมาแล้ว...”
“แล้วเจ้าล่ะ? สังหารดาบทมิฬทุกคนแล้วหรือยัง?!”
“ไม่เหลือแม้แต่คนเดียวครับ” ผู้น้อยตอบกลับโดยที่พยายามปรับโทนเสียงให้ใจเย็น

“ดี!” เพลิงพิโรธกล่าวกลับ “งั้นจงเปิดประตูมิติให้กับข้า”
“ท่านจะไปแห่งหนใดกันหรือขอรับ?”
“ไฟร์วอร์คเกอร์ เครเทอร์... บ้านของข้า!”

ทันใดที่ราธได้ยินเช่นนั้นเขาจึงสร้างประตูมิติให้กับเพลิงพิโรธตามคำบัญชา เมื่อประตูนั้นถูกเปิดออก มารเพลิงจึงย่างกรายเข้าไปในผืนแดนนั้น ราธที่เห็นเช่นนั้นจึงจะตามเข้าไปแต่ไซอาลอทก็ยกมือขวางเอาไว้เป็นการห้ามมิให้ข้ารับใช้ของตนทำเช่นนั้น

“อย่าได้คิดจะเข้ามายังดินแดนแห่งข้าโดยเด็ดขาด” มารเพลิงกล่าว
“ที่แห่งนี้มันร้อนเกินกว่าที่คนอย่างเจ้าจะทนได้ ทันใดที่เจ้ามายังผืนแดนแห่งนี้ เจ้าจะไหม้เกรียมและตาย”
“จงกลับไปยังหอคอยแห่งบาปและรอการกลับมาของข้า”
“เมื่อข้าเสร็จธุระแล้ว ข้าจะกลับไป”
“รับทราบแล้วขอรับนายท่าน”

  เมื่อวาจานั้นถูกกล่าวประตูมิติที่ใช้เดินทางไปยังดินแดนแห่งเพลิงนี้จึงถูกปิดในทันที ตามด้วยประตูมิติอีกบานที่เปิดออก นำทางให้ราธกลับไปยังหอคอยแห่งบาป บัดนี้เหลือเพียงแค่เพลิงพิโรธที่ยืนอยู่ที่ดินแดนของตน ที่ซึ่งเป็นบ้านของตน อีกหนึ่งในดินแดนที่มนุษย์ธรรมดามิอาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้เนื่องเพราะสภาพแวดล้อมที่ร้อนเกินไป มารเพลิงค่อยๆ ย่างกรายไปตามผืนดินที่แห้งแล้ง ที่แตกออกจนเกินเป็นรอยแยกมีลาวาเอ่อล้นเต็มไปหมด เขาสูดอากาศของถิ่นตนที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันสกปรก ไอดินที่แสนจะร้อนระอุที่สามารถแผดเผาปอดของคนเมื่อสูดมันเข้าไปในทันที เขากระทำตัวเหมือนดั่งว่านี่คือบ้านของตนเอง รู้สึกเป็นธรรมชาติไปกับผืนฟ้าที่มีสีแดงฉานราวกับเลือดของปีศาจอันแสนน่ากลัว ไม่มีอะไรที่สามารถอยู่ที่แห่งนี้ได้นอกจากสัตว์กลายพันธุ์ที่ปรับสภาพตัวเองจนสามารถอยู่บนผืนดินแห้งแล้งร้อนระอุนี้ได้

“บ้าน...” เขากล่าวขึ้น
“ข้าต้องการพลัง...”

 เมื่อนั้นแล้วเพลิงพิโรธจึงคุกเข่าลงไปกับผืนดิน เสียบแขนซ้ายของตนลงไปกับปฐพี มันได้มีปราณเอ่อล้นออกมาหลังจากการกระทำนั้น พวกปราณอันร้อนระอุทั้งหลายค่อยๆ ไหลรินไปสู่กายาแห่งเพลิงหนึ่งเดียว ผ่านทางแขนข้างซ้ายนั้น เมื่อพลังอันมากมีมหาศาลเข้าสู่ร่างกายอัคคี มันเริ่มทำการรักษาร่างกายของชายผู้นั้น แผลที่ได้รับมาจากการต่อสู้ไม่ว่าจะรูเหวอะทั่วทั้งตัว มือขวาที่ละลายไปเพราะถูกพิษกัดกร่อน ดวงตาที่บอดสนิท และปราณพิษที่เกาะติดอยู่กับตัวของเพลิงได้สลายไป เขารักษาตัวจนกลับมากลายเป็นปกติในที่สุด แม้นว่าร่างกายของเขาจะกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมแล้ว แต่การกระทำนั้นก็หาได้สิ้นสุดลง เขายังคงดำเนินการดูดกลืนพลังปราณจากบ้านของตนไปเรื่อย จนร่างกายเริ่มเปล่งแสงออกมาแสดงถึงความมากมีของพลัง อิทธิฤทธิ์อันแท้จริงของไฟร์วอร์คเกอร์ เขารู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากเสียกว่าเมื่อครั้นที่ตนเองเพิ่งตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลเป็นเวลานาน มากกว่าตอนที่สู้กับโครนอสและคาสเตอร์เสียด้วยซ้ำ หลายเท่าตัวจนไม่สามารถคำนวณได้ แทบจะรู้สึกดั่งว่าตัวเองได้กลับมาแข็งแกร่งเช่นเดียวกับยุคสมัยที่ตนต่อกรกับโคลริมเลย

  เมื่อปราณทั้งหมดจากดินแดนแห่งเพลิงนี้ถูกดูดกลืนโดยเจ้าของนาม เขาจึงลุกขึ้นมาจากผืนดิน ยกแขนของตนขึ้น แต่แล้วจู่ๆ ร่างกายของเขากลับรู้สึกผิดปกติ ราวกับว่ามันมีพลังมากเกินไปในตัวของปีศาจตนนี้ เขาไม่สามารถควบคุมมันได้ดั่งใจนึก เมื่อนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการระเบิดพลังเพื่อที่จะขับปราณให้สมดุลกับร่างกายและให้เส้นปราณทั้งหมดของร่างกายทำงานเป็นปกติหลังจากที่รับพลังงานมามากเกินจนการทำงานของร่างกายผิดเพี้ยน ว่าแล้วมันจึงเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ออก แรงระเบิดมันกว้างจนทำให้ทั่วทั้งผืนแดนแห่งเพลิงนั้นได้รับผลกระทบ ผืนดินแตกแยกออกเสียยิ่งกว่าเดิม ทำให้เพลิงลาวาสาดกระเซ็นดั่งคลื่นสมุทรบ้าคลั่ง ผืนฟ้าเมฆาในบริเวณนั้นสลายไปเหลือเพียงแค่ฝุ่นควันและท้องฟ้าสีเลือด เช่นเดียวกับสัตว์ทั้งหมด สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นตอนตะโก แม้ว่ามันจะปรับตัวจนทนต่อความร้อนได้ แต่ก็ไม่สามารถทนเพลิงพิโรธที่ร้อนดั่งสุริยันได้เลย เมื่อการระเบิดตัวสิ้นสุดลง มารเพลิงรู้สึกสบายตัว เบาโหวงจนแทบจะลอยได้ เขารู้สึกดั่งว่า...

ตนเองได้เกิดมาใหม่อย่างแท้จริง!

______________________________

''Tyvärr, Jag måste döda dig. För kungen...''

Bill Alfenolf's Career Highlight
Former member of the Project-X
BWO Team of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Heel of The Year 2013 - Project X (As a former member)
BWO Face of the Year 2014
BWO No.10 Grand Slam
BWO Triple Crown
The Man and Only one man who Ended Mike Sanderson's Streak at the Siam Survivor with 4-1
1 Time BWO World Heavyweight Champion
1 Time BWO Xtreme Star Champion
1 Time BWO Deadly Champion (After Debut in BWO 1 Month)
1 Time BWO X-Tag Team Champion (w/ Dave Rollins)
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.facebook.com/BillAlfenolf
 
Cataclysm: The Endless Hellfire XXXIII
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: