Bloody Wrestling Online

The Number One Cyber Wrestling Online
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือรายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Resurrection of the BLOOD {{รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤติแวมไพร์}} : รับสมัครตัวละคร

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Kataware Doki
Jobber
Jobber
avatar

จำนวนข้อความ : 2
Join date : 29/03/2017

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Resurrection of the BLOOD {{รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤติแวมไพร์}} : รับสมัครตัวละคร   Wed Mar 29, 2017 3:19 pm

(เห็นคนในเว็ปนี้มีเขียนนิยายกันด้วยเลยสมัครเข้ามาลองแต่งดูหน่อย อิอิ //เป็นเว็ปมวยปล้ำแท้ๆ)


{{{{Resurrection of the Blood : รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤติแวมไพร์}}}}

แนว : แฟนตาซี, ผจญภัย, สงคราม (ไม่ซีเรียส)

จำนวนตอน : ขึ้นอยู่กับจำนวนคนมาสมัคร (ถ้าคนเยอะก็อาจจะหลายตอน ถ้าคนน้อยเราก็เตรียมแผนไว้แล้วว่าจะเป็นนิยายเล็กๆ)

-----------------------------------------------------------------------------------------

บทนำ :  


.....โลกมนุษย์ในค.ศ 2039 ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร พืชผักล้มตายเพาะปลูกไม่ขึ้นเหลืออาหารอยู่ไม่กี่ชนิดที่สามารถเพาะปลูกเพื่อนำมาบริโภคได้ ทั่วโลกประสบภาวะแห้งแล้ง พายุฝุ่น ภัยธรรมชาติมากมาย นอกจากนั้นแหล่งน้ำแต่ละแห่งยังมีปริมาณต่ำที่สุดในรอบหลาย 10 ปี การทำฟาร์มปศุสัตว์จึงไปรอดได้ยากเพราะสัตว์ทั้งหลายต่างพากันล้มตายเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป พืชพรรณป่าไม้ก็ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วเนื่องมาจากสาเหตุการตัดไม้ที่มากขึ้นและความแห้งแล้ง.....


.....เมื่อมนุษย์ทั้งโลกต่างพากันวุ่นวาย ประสบปัญหา แตกความสามัคคี เกิดการจราจลการประท้วงมากมายทุกหย่อมหญ้าตลอดมา 'มนุษย์สายพันธ์ใหม่' ที่วิวัฒนาการมานานมากแล้วจึงได้โอกาสผงาดขึ้นมา.....


.....'มนุษย์สายพันธ์ใหม่' หรือพวก 'Semi-Immortality' เป็นมนุษย์สายพันธ์ที่มีชีวิตยืนยาวอายุขัยมากกว่ามนุษย์ปกติถึง 3-4 เท่า อยู่รวมปะปนกับมนุษย์มานานหลายยุคหลายสมัยจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น 'มนุษย์อมตะ' ไม่มีวันตาย..... ทว่าความจริงแล้วแค่มีอายุยืนยาวมากราวกับไม่มีวันตายเฉยๆ.....


.....พวก Semi-Immortality มีความสามารถในการเยียวยารักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็วจึงทำให้ไม่ตายง่ายๆ นอกจากนั้นยังทนทานต่อโรคภัยไข้เจ็บเชื้อโรคไวรัสต่างๆได้แทบจะทั้งหมด มีอายุไขราวๆ 350-380 ปี มนุษย์พวกนี้เป็นสายพันธ์ที่ได้รับการวิวัฒนาการโดยการตัดต่อพันธุกรรมเมื่อนานมาแล้วจากสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่ไม่อาจทราบได้ พวกเขาสืบทอดเชื้อสายมากันช้านานทว่าด้วยจำนวนที่น้อยนิด... พวกเขามีประชากรรวมกันไม่ถึง 1% ของประชากรโลกมนุษย์ทั้งหมด ด้วยจำนวนที่ด้อยกว่าถึงมีจะมีอายุยืนยาวแต่ก็ 'ตายได้' 'มีจุดอ่อนเป็นของตนเอง' ในอดีตสมัยยุคล่าแม่มด สมัยนักรบล่าปีศาจเคยมีมนุษย์สายพันธ์ใหม่พยายามจะก่อสงครามกับ 'มนุษย์โลก' เผ่าพันธ์ที่มีจำนวนมหาศาลกว่ามากนอกจากนั้นยังมีความดิ้นรน มีสัญชาติญาณการเอาตัวรอด มีความสามัคคีสูง พวกเขา(มนุษย์สายพันธ์ใหม่)จึงพ่ายแพ้ไปตั้งแต่ยังไม่ได้ทันก่อสงคราม จนถึงขั้นที่มนุษย์โลกยังไม่ทันที่จะได้รู้จักตัวตนของ 'มนุษย์สายพันธ์ใหม่' เลยด้วยซ้ำ....


.....พวกมนุษย์สายพันธ์ใหม่มีอยู่หลายเผ่าพันธ์ แต่ละเผ่าพันธ์ต่างมีความสามารถในการเยียวยาตัวเอง พลังเหนือมนุษย์แบบในเทพนิยาย รวมถึงจุดอ่อนของตัวเองที่แตกต่างกัน.....


.....เหล่า 'แวมไพร์' ก็เป็นหนึ่งในนั้น....


.....พวก 'แวมไพร์' เป็นเผ่าพันธ์ที่เก่าแก่ที่สุดแล้วในบรรดามนุษย์สายพันธ์ใหม่ ความสามารถของพวกเขาคือการมอบความ 'กึ่งอมตะ' (Semi-Immortality) ให้กับมนุษย์ปกติและเปลี่ยนแปลงให้กลายมาเป็นแบบพวกเขา นับเป็นวิธีการขยายเผ่าพันธ์ที่ง่ายที่สุดแล้ว นอกจากนั้นพวกแวมไพร์ยังมีพละกำลังที่มหาศาลเหนือกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า รวดเร็วประดุจหายตัวได้ สายตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยว เป็นพันธมิตรกับฝูงค้างคาว สามารถสื่อจิต แลกเปลี่ยนมุมมอง รวมไปถึงเปลี่ยนร่างกลายเป็นฝูงค้างคาวได้และพลังอันมหาศาลทั้งหลายเหล่านี้จะเพิ่มอย่างทวีคูณเมื่อโลกอยู่ในเวลา 'กลางคืน' โดยเฉพาะในคืนเดือนมืดพลังจะมากเป็นพิเศษ.....


.....ในอดีตแวมไพร์กลุ่มแรกช่วยกันขยายกลุ่มชาวแวมไพร์ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนมีจำนวนมากและสามารถก่อตั้งเป็นตระกูลแวมไพร์ก่อนจะแยกสาขาเป็นตระกูลแวมไพร์ต่างๆกระจายอยู่ทั่วโลกโดยเฉพาะบริเวณแทบยุโรปได้ โดยอยู่ปะปนกลมกลืนกับมนุษย์ปกติทั่วไปซึ่งแวมไพร์ส่วนมากมักจะมีผิวพรรณ รูปลักษณ์ ลักษณะภายนอกที่สง่าผ่าเผยดูมีราศีกว่ามนุษย์ปกติทั่วไป นอกจากนั้นยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้ตระกูลแวมไพร์ส่วนมากสามารถมีฐานะที่ร่ำรวยและอาศัยปะปนไปกับมนุษย์ปกติได้ไม่ยากเย็นนัก.....


.....ทว่าจุดอ่อนที่ร้ายแร้งที่สุดของเหล่าแวมไพร์ก็คือ 'แสงอาทิตย์' และช่วงเวลากลางวัน เพียงแค่แสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้าก็สามารถเผ่าผิวของแวมไพร์ให้ไหม้จนแทบจะมอดม้วยกลายเป็นเศษธุรีได้ในเวลาไปกี่นาที นอกจากนั้นยังไม่ถูกโลกกับ 'เงิน' เนื่องจากมันมีความวิบวับมันวาวที่เป็นของแสลงสำหรับพวกแวมไพร์ บาดแผลจากเงินจะทำให้แวมไพร์ต้องใช้เวลานานหลายวันในการรักษาให้หาย ผิดกับบาดแผลที่มาจากโลหะหรืออย่างอื่น แค่เพียงชั่วขณะแวมไพร์ก็สามารถเยียวยาบาดแผลให้หายเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น....ดาบเงินแท้ๆหากแทงทะลุเข้ากลางหัวใจของแวมไพร์ก็สามารถมอบความตายให้กลับแวมไพร์ได้เช่นกัน และสิ่งที่น่ากลัวอย่างสุดท้ายของแวมไพร์นั่นก็คือ 'ไฟ' การจะฆ่าแวมไพร์ได้ในยามวิกาลมีทางเดียวนั่นก็คือการใช้ไฟ 'เผาทั้งเป็น' เปลวไฟสีแดงฉานจะเผาทำลายร่างของแวมไพร์ให้กลายเป็นฝุ่นผงไม่ต่างจากแสงอาทิตย์และจะส่งวิญญาณของแวมไพร์ไปสู่ปรโลก....



=============================================================


.....ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเหล่าแวมไพร์จะตั้งกฏสำคัญๆไว้อยู่ข้อนึง.... นั่นคือพวกเขาจะไม่เข้าไปสร้างความเดือดร้อนกับมนุษย์ปกติถ้าไม่จำเป็น.... พวกแวมไพร์สามารถบริโภคเลือดจากสรรพสัตว์อื่นๆไม่ว่าจะเป็นหมู หม.า กาไก่ แพะ วัว ไม่จำเป็นต้องดื่มเลือดชั้นสูงของมนุษย์เพียงอย่างเดียว.... หากแวมไพร์คนไหนแหกกฏจะถูกจับไปลงทัณฑ์ตามความเหมาะสม.....


.....หลายร้อยปีที่ผ่านมา 'แวมไพร์' เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเพ้อฝันของมนุษย์ปกติเท่านั้น.... ไม่มีครั้งไหนที่จะมีกลุ่มแวมไพร์ที่ก่อเรื่องจนถึงขั้นที่ชักศึกเข้าบ้านให้มนุษย์ปกติเดือดร้อนจนต้องออกตามล่าเหล่าแวมไพร์ การอยู่ร่วมกันลับๆระหว่าง 2 เผ่าพันธ์นี้ดูเหมือนจะไปได้สวยและเป็นไปได้ตลอดไป แต่ทว่า.....


.....เมื่อเข้าสู่ปีค.ศ 2019
แวมไพร์ตระกูล 'บารอน' ได้รวมกลุ่มคนในตระกูลพากันแหกกฏที่เหล่าแวมไพร์วางกันไว้เป็นเวลาช้านานและก่อกบฏด้วยการรวมพลังกันบุกฆ่าล้างเหล่ามนุษย์ปกติกลางเมืองลอนดอนในยามรัตติกาล.... นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกมนุษย์และโลกแวมไพร์ ประชาชนคนธรรมดาถูกฆ่าตายด้วยสภาพศพที่ไม่น่ามองกว่า 1000 ศพ.... ศีรษะหลุดออกจากบ่าเลือดนองอาบพื้น แผลที่คอถูกกัดเหวอะหวะเลือดสาดไปทั่วร่าง ชิ้นส่วนอวัยวะภายในถูกฉีกกระชากหลุดออกมา ลำไส้สีแดงเลือดหมูถูกฉีกกระจุยกระจายราวกับเส้นสปาเก็ตตี้ ตับม้ามเครื่องในถูกดึงทะลักออกมาบดขยี้และถูกวางกองเอาไว้เป็นภูเขาเลือด กระโหลกมนุษย์ถูกต่อยทะลุมีสมองสีเทาๆไหลเยิ้มออกมาพร้อมกับเลือดที่รวมกับของเหลวสีต่างๆจนเป็นสีชมพูเข้มราวกับเยลลี่เหนียวข้น หัวใจของมนุษย์ถูกหยิบขึ้นมากัดกินเล่นราวกับเป็นผลมะเขือเทศสีแดงสดขนาดลูกเท่าฝามือ กลิ่นคาวเลือดฟุ้งไปทั่วลอนดอน....


.....พวกตระกูลบารอนไล่ฆ่ามนุษย์อย่างโหดเ**้.ยมเป็นการประกาศศักดาและดื่มเลือดสดๆจากมนุษย์อย่างสาแกใจ กระสุนปืนที่ทำจากโลหะไม่มีผลต่อพวกเขา กองกำลังไม่ว่ากี่นายก็ไม่สามารถหยุดยั้งความบ้าคลั่งในคืนวันนั้นได้ ที่เหมาะเจาะไปกว่านั้นก็คือ ช่วงเวลาต่อจากคืนวันนั้นซึ่งควรจะเป็นเวลากลางวันแต่แสงอาทิตย์กลับถูกบดบังด้วยสุริยคราส ทำให้งานเลี้ยงอันนองเลือดของเหล่าแวมไพร์ดำเนินไปเรื่อยๆจนมนุษย์แทบจะตายหมดกรุงลอนดอน....


.....แวมไพร์ตระกูลใหญ่อีกตระกูลหนึ่งชื่อว่า
'ตระกูลเซเนียร์' ผู้ยึดมั่นในกฏของแวมไพร์จึงต้องออกโรงมาปราบตระกูลแวมไพร์บารอน เกิดเป็นการต่อสู้ราวกับเทพนิยายระหว่างแวมไพร์ 2 ตระกูล.....


.....การต่อสู้อันนองเลือดกินเวลายืดยาวจนเข้าสู่ช่วงราตรีที่ 2 การต่อสู้ชนิดที่ว่าให้ตายกันไปข้างนึงแต่กลับไม่มีแวมไพร์ซักตัวล้มตายลงซักที เขี้ยวปะทะเขี้ยว คมเล็บปะทะคมเล็บ อาวุธปะทะอาวุธ คมดาบปะทะคมดาบ กระสุนปะทะกระสุน การต่อสู้ของเหล่าอมตะ 2 ตระกูลไม่มีทางจะจบสิ้นลงง่ายๆ....


.....ท้องฟ้ากำลังเข้าสู่รุ่งอรุณเป็นครั้งที่ 2 ทว่ายามเช้าครั้งนี้กลับเป็นเช้าที่เต็มไปด้วยเมฆฝนครึ่มบดบังแสงอาทิตย์ไปหมด การต่อสู้จึงยังคงดำเนินต่อไป
'มาร์คัส เซเนียร์' ผู้นำตระกูล 'เซเนียร์' ต้องการจะหยุดยั้งความบ้าคลั่งในครั้งนี้จึงใช้พลังวิเศษของเค้าบังคับให้ท้องฟ้าเปิดออก ปล่อยให้แสงอาทิตย์สีทองอร่ามสาดส่องลงมาแผดเผาทำลายร่างของแวมไพร์ทั้งหมดที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในสนามรบครั้งนั้น.... ผู้นำทั้งหลายของทั้ง 2 ตระกูลถูกแสงแดดแผดเผาจนร่างกายไหม้เกรียมสลายกลายเป็นฝุ่นผงทั้งหมด และการต่อสู้ครั้งนั้นก็จบลง ท่ามกลางกองซากศพที่กองรวมกันได้เป็นภูเขาเล็กๆหลายลูก ตึกราบ้านเมืองถูกทำลายไปบ้าง สาธารณูปโภคเสียหายเล็กน้อย แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นคือ ทั้งลอนดอนเหมือนถูกย้อมไปด้วยสีแดง....


.....ประชาชนพากันตื่นกลัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น.... ผู้คนพากันหวาดหวั่นและตั้งให้ลอนดอนเป็นเมืองต้องคำสาป แทบไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่อาศัยในลอนดอนอีก..... เรียกได้ว่าเมืองหลวงของอังกฤษตอนนี้กลายเป็นเมืองล้างไม่มีใครอยากอยู่..... นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรปลอดภัยดีเนื่องจากแอบซ่อนตัวอยู่ในบังเกอร์ลับของกรุงลอนดอน ผู้คนขนานนามการต่อสู้ของเหล่าแวมไพร์ครั้งนั้นว่า 'Twilight of Death' (สนธยาแห่งความตาย)


.....ผู้นำแต่ละประเทศในยุโรปเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นภัยต่อมนุษยชาติ โลกได้รู้จักกับเผ่าพันธ์อมตะหรือเหล่าแวมไพร์ซึ่งสามารถล้มล้างมนุษยชาติได้.... มีการประชุมกันระหว่างผู้นำประเทศของยุโรป จนได้ข้อสรุปว่าจะมีการสร้างกองกำลังในการกวาดล้างแวมไพร์ขึ้นมาชื่อว่า 'Dark Blood Assassin' (นักล่าเลือดทมิฬ) มีการตรวจสอบประชากรในแต่ละประเทศอย่างละเอียดว่าเป็นมนุษย์ปกติหรือแวมไพร์ มีการไล่ตรวจตราปราสาทเก่าแก่ต่างๆว่าอาจจะเป็นปราสาทแวมไพร์แบบลับๆ


.....เหล่าลูกหลานตระกูลเซเนียร์และตระกูลแวมไพร์อื่นๆต่างพากันหลบหนีหลบซ่อน รวบรวมอุปกรณ์ อาวุธลับของเหล่าแวมไพร์ต่างๆไปไว้ในที่ปลอดภัย ปราสาทแวมไพร์จำนวนมากถูกเผาและทิ้งร้างไว้ พี่น้องเหล่าแวมไพร์ต่างอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย หิวโหย ทุกยาก แต่ก็ยังมีตระกูลใหญ่บางตระกูลที่ยังคงยืนหยัดซ่อนตัวอยู่ในปราสาทลึกลับของพวกเขาได้โดยยังไม่มีมนุษย์คนไหนหาพบ


.....ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาจำนวนแวมไพร์ลดลงมากเนื่องจากถูกตามล่า ลูกหลานตระกูลบารอนก็ยังคงพยายามจะก่อสงครามกับมนุษย์ต่อแต่ก็ต้องพ่ายแพ้เนื่องจากจำนวนคนที่น้อยกว่า แวมไพร์หลายตนถูกจับเอาไปทำการทดลอง ฆ่าอย่างทรมาร เพื่อศึกษาและสร้างวิทยาการใหม่ๆของมนุษย์ในการนำไปกวาดล้างเหล่าแวมไพร์ต่อ....


.....ทว่า.....เหมือนเรื่องราวจะพลิกผันกลับตาลปัตรจนผลที่ออกมาแย่กว่าเดิม....


.....หลังจากที่มนุษย์ได้ทำการกวาดล้างเหล่าแวมไพร์และกุมอำนาจเหนือกว่าเหล่ากึ่งอมตะทั้งหลายตลอด 20 ปี....


.....ปีค.ศ 2039 เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญกับภัยพิบัติภาวะการขาดแคลนและปัญหาต่างๆที่มีผลต่อความมั่นคงของพวกเขา ส่งผลให้พวกมนุษย์หันมาก่อสงครามแก่งแย่งชิงอาหารและดินแดนที่อยู่อาศัยกันเอง.... ปรามณูถูกยิ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าและร่วงลงมาทำลายทุกสรรพสิ่งที่อยู่บนพื้นดิน.... เหล่ามนุษย์โลกก่อสงครามสู้กันเอง....


.....พวกเหล่าพี่น้องตระกูลบารอนได้อาศัยช่องว่างนี้รวบรวมกลุ่มแวมไพร์ที่มีความเครียดแค้นกับมนุษย์ก่อสงครามกับมนุษย์อีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเดิมในขณะที่พวกมนุษย์อ่อนแอลงทุกวันๆ จากการตีกันเอง เกิดเป็นสงคราม 3 เส้า ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น.... นอกจากนั้นยังเหมือนมี 'บางสิ่ง' ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อรอวันเวลาที่จะหุบโลกทั้งใบเป็นของพวกเขาเองอยู่....


.....วิกฤตการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจจะเป็นการล้างโลก ล้างทุกเผ่าพันธ์ุ ทุกเผ่าพันธ์ุจะล้มลงหมดไม่ว่าจะพวกมนุษย์หรือแวมไพร์ แล้วใครกันจะมายับยั้ง 'จุดจบครั้งนี้ได้'

===========================================================


.....แวมไพร์ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดซ่อนตัวอยู่ได้นั้นต่างพากันค้นคว้าหาคัมภีร์ลับ อาวุธลับ คำสาปลึกลับ เวทมนตร์เก่าแก่ต่างๆของเหล่าบรรพบุรุษเพื่อที่จะนำมาลบล้างวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นกับเผ่าพันธ์แวมไพร์.... บ้างก็ได้พบกับแม่มดและเหล่า Semi Immortality อื่นๆ ที่ไม่ใช่แวมไพร์.... จนในที่สุดก็พบว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการแก้วิกฤตการณ์ล้างเผ่าพันธ์นี้นั่นก็คือการรวบรวม 'ชิ้นส่วนเครื่องลางสีเลือดทั้ง 9' (Nine-Red Blood Amulet) และต้องทำการร่ายมนตร์โดยแม่มดเพื่อที่จะสร้างปาฏิหารย์บางอย่าง.....



.....แวมไพร์นามว่า 'ไอริช เองค์เกิ้ล' ผู้เหลือรอดของแวมไพร์ตระกูล 'เองค์เกิ้ล' จึงได้ทำการค้นหาพี่น้องแวมไพร์ที่เหลือรอดและที่กระจัดกระจายอยู่ให้มารวมทีมกันและออกตามหาเครื่องลางทั้ง 9 เพื่อสร้างปาฏิหารย์และแก้วิกฤตการณ์ล้างโลกให้จงได้....


แก้ไขล่าสุดโดย Kataware Doki เมื่อ Wed Mar 29, 2017 3:35 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Kataware Doki
Jobber
Jobber
avatar

จำนวนข้อความ : 2
Join date : 29/03/2017

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Resurrection of the BLOOD {{รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤติแวมไพร์}} : รับสมัครตัวละคร   Wed Mar 29, 2017 3:31 pm

============================================================

สถานที่ : #จะมาอัพเดทเรื่อยๆเมื่อมีสถานที่สำคัญๆใหม่โผล่มาในนิยาย

ปราสาทฮอปทาลั่ม (Hoptalum Castle) : ปราสาทเก่าแก่ลึกลับของตระกูลเองค์เกิ้ลที่ตั้งอยู่ ณ จุดบอดของโลก (Blind Spot) โดยไม่มีมนุษย์คนใดสามารถระบุตำแหน่งของปราสาทนี้ได้เนื่องจากถูกสร้างในม่านมนตร์ดำที่นักรบแวมไพร์และแม่มดสมัยก่อนร่วมกันสร้างเอาไว้ สภาพโดยรอบเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่อยู่กลางป่าลึกมีต้นไม้ขึ้นรอบตัวปราสาทซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ประหลาดหลายชนิด มีถ้ำค้างคาวอยู่ไม่ไกลจากจากตัวปราสาท ก่อนทางเข้าปราสาทเป็นต้นไม้ใหญ่เรียงราย 2 แถวโดยมีทางเดินแหวกกลาง ไม่สามารถบอกเวลากลางวันกลางคืนของตัวปราสาท ตัวปราสาทอาจจะไม่ได้ตั้งอยู่ในโลกจริงๆก็ได้อาจจะตั้งอยู่ในมิติที่สร้างขึ้นหรือไม่ก็ตั้งอยู่ในโลกจริงๆซักที่ใดที่หนึ่งแต่มีเวทมนตร์และภาพลวงตาปกคลุมทำให้ไม่มีใครรู้ตำแหน่งที่ตั้งจริงๆ

เป็นปราสาทเก่าแก่ที่รวบรวมวิทยาการต่างๆ รวมไปถึงของใช้เวทมนตร์ อาวุธคู่มือแวมไพร์ คัมภีร์เวท คำสาปหลอนต่างๆไว้มากที่สุด โดยเจ้าของปราสาทก็คือ 'ไอริช เองค์เกิ้ล' โดยมีผู้ดูแลปราสาทเป็น 'ทิวาน คาร์ส' แวมไพร์แก่ ผู้รอบรู้เรื่องอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เวลาจะออกจากปราสาทนายทิวานจะเป็นคนคอยจัดการเรื่องเสื้อผ้าการแต่งตัวของเหล่าแวมไพร์ให้กลมกลืนกับคนทั่่วไปก่อนจะวาร์ปให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ....








===========================================================


ตระกูลแวมไพร์ใหญ่ๆ (ที่สำคัญและมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง)

ตระกูลบารอน {Baron} : (Clan of the GOD warriors) :



เป็นตระกูลที่ไม่เห็นด้วยกับกฏระเบียบของแวมไพร์ที่ว่าต้องไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับมนุษย์และต้องกินเลือดสัตว์ชนิดอื่นๆเป็นอาหารแทน

พวกเขามีแนวคิดว่า แวมไพร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการเหนือกว่าแท้ๆแต่ต้องไปทำตัวเหมือนพวกเดรัจ.ฉานไร้อารยธรรมกินเลือดสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่เป็นอาหาร ทั้งๆที่ความจริงแล้ว 'แวมไพร์' เป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์แทบทุกด้านทั้งด้านกายภาพ รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ อายุขัย ความแข็งแกร่ง พวกเขาคิดว่าพวกแวมไพร์ควรจะถือครองทุกสิ่งบนโลกนี้ไม่ใช่ให้พวกมนุษย์ปกติปกครองและตนต้องไปอยุ่อย่างหลบๆซ่อนซึ่งดูไม่สมเหตุสมผล

นอกจากนั้นแล้วเลือดของมนุษย์ยังช่วยส่งเสริมพลังของแวมไพร์ให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเลือดของสัตว์อื่นๆอีกด้วย

เป็นตระกูลที่หัวรุนแรงกว่าตระกูลอื่นๆ ตะกละตะกลามมากกว่า มีความป่าเถื่อน ชอบใช้วิธีรุนแรงและใช้กำลังในการแก้ไขปัญหา เป็นตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลนักรบไวกิ้งที่นิยมฆ่าคนเพื่อบูชาเทพพระเจ้า

เชื่อว่าแวมไพร์คือเผ่าพันธ์ที่ต้องได้ถือครองมรดกโลกนี้ทั้งหมดไม่ใช่พวกมนุษย์


ตระกูลเซเนียร์ {Xanier} : (Clan of the Royal)




เป็นตระกูลแวมไพร์ที่ใหญ่ที่สุดในอดีตและเป็นต้นตระกูลของแวมไพร์ทุกตระกูลจึงเป็นผู้ตั้งกฏบังคับไม่ให้แวมไพร์ไปก่อความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

มีแนวคิดว่าพวกมนุษย์ปกติมีจำนวนมากกว่าหลายล้านเท่าถึง 'แวมไพร์' จะเป็นเผ่าพันธ์ที่มีวิวัฒนาการเหนือกว่าแต่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสามัคคีเกื้อกูลกันสูงการแก่งแย่งโลกทั้งใบมาจากพวกมนุษย์เป็นความคิดที่มีแต่จะทำให้พวกแวมไพร์ถูกล้างเผ่าพันธ์ นอกจากนั้นการแบ่งปันโลกกันอาศัยอยู่กับพวกมนุษย์ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรเพราะโดยปกติแวมไพร์ก็มีความสามารถเหนือกว่าพวกมนุษย์จะทำอะไรก็สะดวกสบายกว่าและได้เปรียบกว่าอยู่แล้วเพียงแค่ตัดแสงแดดออกไป โดยปกติแวมไพร์ส่วนใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วโลกและทั่วยุโรปต่างก็มีฐานะเป็นมหาเศรษฐีที่ปิดบังความลับของตัวเองเอาไว้ทั้งนั้น มันไม่มีประโยชน์เลยที่จะทิ้งความสะดวกสบาย ทิ้งความเป็นอยู่ที่ดีอยู่แล้วไปเสี่ยงเพื่อครอบครองโลกทั้งใบ พวกเขามีแนวคิดว่าการครอบครองโลกทั้งใบเป็นอุดมคติที่เพ้อฝันต้องลงทุนลงแรงอย่างมากและเสี่ยงต่อการล้มเหลวนอกจากนั้นอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ก็ได้

ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนทรานซิลเวเนียส่วนมากตระกูลนี้จะเป็นพวกคนที่มีเชื้อสายราชวงศ์ของกษัตริย์ทรานซิลเวเนียก่อนจะแตกแยกเป็นตระกูลสาขาแยกย่อยไปเรื่อยๆ


ตระกูลเองเกิ้ล {Engel} : (Clan of the adventurer)



เป็นตระกูลแวมไพร์นักผจญภัย ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนที่ปัจจุบันเป็นแถบโปรตุเกส แวมไพร์ตระกูลนี้มีแนวคิดว่าควรกอบโกยความสุข ความสนุก ความตื่นเต้นให้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากแวมไพร์มีอายุขัยที่มากกว่ามนุษย์ปกติเกือบ 4 เท่า ดังนั้นชีวิตจึงมีอะไรให้ทำอยู่ไม่จำกัดและควรใช้เวลาที่มีอยู่ทำให้ได้มากที่สุดและทำให้ดีที่สุด ซึ่งการใช้ชีวิตอันมีอายุขัยที่ยาวนานให้ดีที่สุดนั่นก็คือ ใช้มันไปกับการผจญภัยนั่นเอง

พวกตระกูลเองเกิ้ลมีภาพลักษณ์ที่ซ่อนตัวปะปนอยู่กับพวกมนุษย์ในฐานะนักเดินเรือ บรรพบุรุษตระกูลเองเกิ้ลใช้ชีวิตอันยาวนานของตัวเองไปกับการผจญภัยมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นการผจญภัยเพื่อค้นหาขุมทรัพย์ สมบัติล้ำค่า ผจญภัยเพื่อค้นหาสิ่งลึกลับปีศาจสิ่งมีชีวิต Semi-Immortality แบบตน ทำให้ตระกูลเองเกิ้ลมีอาวุธ สมบัติ วิทยาการ คัมภีร์เวท หนังสือคำสาป เวทมนตร์ต่างๆอยู่มากมาย นอกจากนั้นจากการผจญภัยของบรรพบุรุษทำให้ตระกูลเองเกิ้ลค้นพบเผ่าพันธ์ Semi-Immortality อีกเผ่าพันธ์หนึ่งนั่นก็คือ 'แม่มด' (Witch) นั่นเอง ซึ่งพวกตระกูลเองเกิ้ลกับตระกูลแม่มดนั่นติดต่อคบค้าสมาคมร่วมกันผจญภัยกันมาอย่างช้านานก่อนจะต้องมีเหตุการณ์ๆหนึ่งทำให้ 2 ตระกูลนี้ต้องแตกแยกจากกัน

สำหรับตระกูลเองเกิ้ลแล้วชีวิตของพวกเขาคือ 'การผจญภัยที่ไม่มีที่สิ้นสุด' (Infinity Adventure) และมีคำคมจากบรรพบุรุษอยู่ว่า 'จงผจญภัยจนกว่าชีวิตเจ้าจะหมดความอมตะ' (Adventure until your immortality dead)


ตระกูลแวมไพร์อื่นๆ :


ตระกูลคราส {Crazt} : (Castle Protector)




เป็นตระกูลแวมไพร์ที่ถูกตั้งมาเพื่อคอยดูแลปราสาทแวมไพร์รวมไปถึงคอยเก็บสะสมดูแลทรัพย์สมบัติ อาวุธประจำปราสาท คัมภีร์เลือดต่างๆ แวมไพร์ตระกูลนี้แตกต่างจากแวมไพร์ปกติทั่วๆไปตรงที่จะไม่สามารถอยู่นอกเขตปราสาทได้นานเกิน 3 ราตรีเมื่อหมดราตรีที่ 3 ไปและพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ร่างจะถูกเผาทำลายกลายเป็นฝุ่นทันทีแม้จะไม่โดนแดดก็ตาม เป็นตระกูลที่ไม่นิยมแต่งงานหรือสมรสกับใครเพราะไม่สามารถอยู่นอกตัวปราสาทได้นานจึงไม่ค่อยได้ออกไปพบปะกะใครด้านนอกครั้นจะให้สมรสกับแวมไพร์ที่อยู่ในปราสาทภายใต้การดูแลก็ดูไม่ค่อยจะเหมาะสม เป็นตระกูลที่ได้รับความเคารพนับถือจากแวมไพร์ตระกูลอื่นๆพอสมควร นอกจากนั้นตระกูลนี้ยังพิเศษอีกอย่างก็คืออาวุธทุกชนิดในปราสาทที่อยู่ภายใต้การดูแลของเค้าจะยอมรับตัวมันเองให้เป็นอาวุธประจำกายของเค้าโดยอัตโนมัติพูดง่ายๆคืออาวุธทุกชนิดในปราสาทแวมไพร์จะกลายเป็นอาวุธประจำตัวของแวมไพร์ตระกูลคราสที่เป็นผู้ดูแลปราสาทโดยอัตโนมัติ

ตระกูลอีวเวน {Ywain} : (Cybernetic Vampire)  



พันธมิตรของแวมไพร์ตระกูลบารอน มีความรู้ความสามารถเรื่องวิทยาการและเทคโนโลยีล้ำยุคสูง ตระกูลนี้ชอบทำการทดลองทั้งกับมนุษย์และกับแวมไพร์ด้วยกันเองไม่ว่าจะเป็นการทดลองที่ถูกกระบวนการหรือการทดลองเถื่อน ตระกูลนี้ซ่อนวิทยาการลับบางอย่างของแวมไพร์เอาไว้และจากสาเหตุที่ว่าตระกูลนี้ชอบทำการทดลองประหลาดแวมไพร์ตระกูลอื่นๆจึงไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไหร่ บ้างก็จะนินทาตระกูลๆนี้ว่าเป็นตระกูลแวมไพร์โรคจิตชอบเอาสิ่งมีชีวิตไปดัดแปลงกับเครื่องจักร

ตระกูลคริมสัน {Crimson} : (Clan of the black shadow)



ตระกูลแวมไพร์ชั้นสูงในสมัยก่อนเรียกได้ว่าเป็นตระกูล'ผู้ดี'เลยทีเดียว มีอาวุธประจำตระกูลก็คือ 'ร่ม' ในสมัยก่อนถึงกับเคยมีกลุ่ม 'อัศวินแห่งร่ม' (Umbrella Knight) เป็นอัศวินประจำตระกูลทว่าปัจจุบันตระกูลนี้ถูกกวาดล้างไปเยอะมาก ผู้ที่เหลือรอดจึงอาศัยปะปนกับมนุษย์


===========================================================


** 1 User จะสมัครกี่ตัวละครก็ได้

ตัวละคร (ประเภท : แวมไพร์)

รูปตัวละคร (ขออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่รูปคนจริงๆ) :

ชื่อ-สกุล (ชื่อนามสกุลก็คือชื่อตระกูลว่ามาจากตระกูลไหน คิดเองได้เลยหรือจะเอาเป็น บารอน / เซเนียร์ / เองเกิ้ล ก็ได้) :

ฉายา (เอามาใส่เล่นๆ เก๋ๆ ไม่น่าจะมีผลต่อเนื้อเรื่องหรอก 555) :

อายุ (อายุขัยได้สูงสุดถึง 350-380 จะมากไปกว่านี้ไม่ได้แต่น้อยกว่านี้ได้ตามใจ) :

ปีเกิด (*เรื่องนี้ Take Place ที่ 2039) :

ประวัติ (อธิบายคร่าวๆ ก็ได้ไม่ซีเรียส 2 บรรทัดก็ได้ แต่ถ้าใครอยากเยอะก็จัดมา) :

เกิดที่ไหน :

นิสัย (เป็นตัวร้ายหรือตัวดีก็ได้) :

พลังวิเศษ (แวมไพร์ทุกตัวจะมีพลังเฉพาะของตัวเองที่คนอื่นไม่มี แต่เอาพลังแบบเบสิคๆก็พอนะอย่าเวอร์มาก ใครเว่อร์มาจะเนิฟ) :

อาวุธประจำตัว (แวมไพร์ทุกตัวจะมีอาวุธพิเศษประจำตัวซึ่งมีเวทมนตร์อยู่ในตัวมันอยู่) :


-----------------------------------------------------------------------

ตัวละคร (ประเภท : แม่มด)

รูปตัวละคร (ขออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่รูปคนจริงๆ) :

ชื่อ :

อายุ (ได้สูงสุด 350-380 ปี) :

ปีเกิด (เรื่องนี้ Take Place ที่ 2039) :

ประวัติ :

เกิดที่ไหน :

นิสัย :

เวทมนตร์ :

-----------------------------------------------------------------------

Irish Engel (ไอริช เองเกิ้ล) (อายุ : 200 ปี ปีเกิด : 1839)




ฉายา : The Last Blood

ประวัติ : (ไว้ไปอ่านในนิยาย)

เกิดที่ไหน : ฟุงซาล, มาเดรา, โปรตุเกส

นิสัย :

-เชื่อในคำทำนายและจะทำทุกวิถีทางตามคำทำนายเสมอหรือเพื่อที่จะยับยั้งไม่ให้เกิดเรื่องร้ายๆตามที่คำทำนายบอก ตระกูลเองเกิ้ลเป็นตระกูลแวมไพร์ที่ติดต่อคบค้าสมาคมกับพวกแม่มดมาช้านานซึ่งพวกแม่มดจะมีตำแหน่ง 'The Prophecy' หรือ 'เทพยากรณ์' คอยทำนายหรือพยากรณ์เรื่องราวต่างๆให้กับตระกูลแวมไพร์ หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 'เทพยากรณ์' จะคอยมาเตือนและให้ความช่วยเหลือ

-มีความเป็นผู้นำ

-ขาลุยพอตัว

-มีมุมที่โหดดิบเถื่อนอยู่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ถึงขั้นบ้าคลั่ง ควบคุมสติได้อยู่เสมอ

-ทุ่มเท ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของเหล่าพี่น้องแวมไพร์และต้องการยับยั้งหายนะที่กำลังเกิดขึ้น เป็นคนที่ยอมเสียสละ

พลังวิเศษ :

-สร้างบาร์เลียสีแดงเลือดทึบแสงได้สามารถป้องกันอันตรายทางกายภาพ  แต่ถ้าเป็นอันตรายที่มาจากเวทมนตร์ก็ไม่แน่

อาวุธประจำตัว :

-ดาบแห่งโลหิต 'Red-Blood Sword' >>> เป็นดาบที่มีชีวิตและจิตวิญญาณของมันเอง จิตวิญญาณของมันกระหายเลือดต้องการเลือดเป็นขุมพลังยิ่งดาบเล่มนี้ฟาดฟันทะลุผ่านเนื้อหนังเข้าไปอาบเลือดสีแดงข้นมากเท่าไหร่จิตวิญญาณในตัวดาบก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมาเท่านั้น โดยมันจะทำให้ผู้ที่ใช้มันสามารถต่อสู้ด้วยดาบได้อย่างดุดัน โหดเ.**้.ย.มมากขึ้น เหมือนช่วยปลุกพละกำลัง สติสัมปชัญญะ ในตัวผู้ใช้ให้มากขึ้นโดยอัติโนมัติ ยิ่งใช้ไปมากขึ้นเรื่อยๆตัวดาบสามารถระเบิดพลังออกมาคลื่นกระแสไฟฟ้ารุนแรงในรัศมี 1 กิโลเมตรได้

ทว่าดาบเล่มนี้มันจะเลือกเจ้าของ เจ้าของที่ใช้มันจะต้องสื่อจิตกับดาบเล่มนี้ได้ถึงจะสามารถใช้มันได้เต็มประสิทธิภาพมิเช่นนั้นก็แค่ดาบธรรมดาๆเท่ห์ๆเล่มนึง





Thivan Crazt (ทิวาน คราส)
(อายุ : 319 ปี ปีเกิด : 1720) (จขกท.จะขอแหกกฏตัวนึง อิอิ)



ฉายา : Guardian of the Vampire

ประวัติ : ทิวาน คราส เป็นแวมไพร์แก่อายุมากคนนึงเชื้อสายตระกูลคราสซึ่งเป็นตระกูลที่มีลักษณะพิเศษคือ จะไม่สามารถออกจากปราสาทแวมไพร์ได้นานเกิน 3 ราตรี หากออกจากปราสาทแวมไพร์นานเกิน 3 ราตรีเมื่่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นร่างกายของเขาจะสลายเป็นฝุ่นผงทันที

เนื่องจากว่าตระกูลคราสถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นผู้ดูแลปราสาทแวมไพร์ของตระกูลแวมไพร์ใหญ่ๆ คอยเก็บสะสมรักษาอาวุธ วิทยาการ ทรัพย์สมบัติ สิ่งของมีค่า ของสำคัญ ความลับของตระกูลแวมไพร์ จึงทำให้แวมไพร์ส่วนมากที่เป็นเชื้อสายตระกูลคราสมีความรู้เรื่องอาวุธ คำสาป เวทมนตร์หรืออะไรก็ตามเกี่ยวกับเหล่าแวมไพร์มากเป็นพิเศษ นอกจากนั้นยังมีจำนวนค่อนข้างน้อยและไม่ค่อยสมรสแต่งงานกับใครเนื่องจากไม่ได้มีโอกาสออกจากปราสาทเท่าไหร่ครั้นจะให้สมรสแต่งงานกับคนภายใต้การดูแลในปราสาทก็ดูไม่ค่อยเหมาะสม เป็นตระกูลที่เป็นที่เคารพนับถือของเหล่าบรรดาแวมไพร์ทุกตระกูลและเป็นตระกูลที่ดูน่าเชื่อถือ น่าพึ่งพาที่สุด

ตระกูลคราสมีตำแหน่ง 'Guardian of the Vampire' เป็นตำแหน่งพิเศษของตระกูลคราส โดยจะเป็นผู้ที่ถูกเลือกและจนะสืบทอดตำแหน่งนี้เรื่อยๆมารุ่นสู่รุ่น หน้าที่ของ 'ผู้ปกป้องแวมไพร์' นั่นก็คือคอยยับยั้งทุกวิถีทางไม่ให้เหล่าแวมไพร์สูญพันธ์โดยจะได้รับพิเศษถ่ายทอดกันมาก็คือ 'พลังแห่งการนำทาง' 'Path Guider' เป็นพลังจิตสามารถค้นหาแวมไพร์บนโลกได้

นิสัย :

-มีความนิ่ง สุขุม ดูพึ่งพาได้ น่าเชื่อถือ สมกับเป็นคนอาวุโส

-ฉลาดรอบรู้ไปซะทุกเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์

-มีไหวพริบ รอบคอบ เป็นนักวางแผน

-เชี่ยวชาญกันใช้อาวุธต่างๆ

-ดูเป็นคนปลงชีวิต ไม่ค่อยสนโลกเพราะอายุขัยก็ใกล้จะหมดละ แถมอยู่มานานก็เริ่มเบื่อโลก ดูหมดไฟแล้วแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ผู้ปกป้องเหล่าแวมไพร์ให้ลุล่วงเพราะวิกฤตสูญพันธ์ของเหล่าแวมไพร์ดันมาเยือนในยุคที่เค้าเป็นผู้รับตำแหน่งซะด้วยสิ

-ดูภายนอกเป็นคนไร้อารมณ์ เย็นชา หน้านิ่ง เบื่อหน่ายตลอดเวลา

พลัง :

-รับรู้ตำแหน่งของเหล่าแวมไพร์ในรัศมี 10 กิโลเมตร และสามารถขยายพลังไปจนครอบคลุมทั้งโลกได้

อาวุธ :

-พลังพิเศษเฉพาะตัวอย่างหนึ่งของพวกแวมไพร์ตระกูลคราสนั่นก็คือ อาวุธทุกชนิดในปราสาทหรือคฤหาสถ์แวมไพร์ จะยอมรับตัวของผู้ดูแลปราสาท ว่ากันง่ายๆคือ อาวุธทุกชิ้นในปราสาทสามารถกลายมาเป็นอาวุธคู่ใจหรืออาวุธประจำกายได้หมด แม้กระทั่งดาบแห่งโลหิตของไอริช เองเกิ้ลที่ถือได้ว่าเป็นอาวุธที่ดื้อด้านที่สุดชนิดนึงก็ยังยอมรับในตัวของคนในตระกูลคราสอย่างง่ายดายและดูเหมือนว่ามันจะเชื่อฟังและเชื่องกับทิวาน คราสมากกว่าไอริช เองเกิ้ลด้วยซ้ำ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Resurrection of the BLOOD {{รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤติแวมไพร์}} : รับสมัครตัวละคร
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Bloody Wrestling Online :: BWO : Special Event :: BWO Novel-
ไปที่: